‹ กลับ
ทัททัลลวิมาน
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 34 · ขุ.วิ. ๒๖/๑๑๗๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๔] ท่านรุ่งเรืองด้วยรัศมี ทั้งเป็นผู้เรืองยศ ย่อมรุ่งเรืองโรจน์ล่วงเทพเจ้าชาว ดาวดึงส์ทั้งหมด ด้วยรัศมี ดิฉันไม่เคยเห็นท่านเพิ่งจะมาเห็นในวันนี้ เป็นครั้งแรก ท่านมาจากเทวโลกชั้นไหน จึงมาเรียกดิฉันโดย ชื่อเดิมว่า ภัททา ดังนี้เล่า? นางสุภัททาเทพธิดาผู้น้องสาวตอบว่า ข้าแต่พี่ภัททา ฉันชื่อว่าสุภัททา ในภพก่อนครั้งเป็นมนุษย์อยู่ ดิฉัน ได้เป็นน้องสาวของพี่ ทั้งได้เคยเป็นภริยาร่วมสามีเดียวกับพี่มาด้วย ดิฉันตายจากมนุษยโลกนั้นมาแล้ว ได้มาเกิดเป็นเทพธิดาประจำสวรรค์ ชั้นนิมมานรดี. นางภัททเทพธิดาจึงถามต่อไปอีกว่า ดูกรแม่สุภัททา ขอเธอได้บอกการอุบัติของเธอในหมู่เทพเจ้า เหล่า นิมมานรดี ซึ่งเป็นที่ๆ สัตว์ได้สั่งสมบุญกุศลไว้มาก แล้วจึงได้มา บังเกิด เธอได้มาเกิดในที่นี้ เพราะทำบุญกุศลสิ่งใดไว้ และใครเป็นครู ผู้แนะนำสั่งสอนเธอ เธอเป็นผู้เรืองยศ และถึงความสุขพิเศษไพบูลย์ ถึงเช่นนี้ เพราะได้ให้ทานและรักษาศีลเช่นไรไว้ ดูกรแม่เทพธิดา ฉันถามเธอแล้ว นี่เป็นผลแห่งกรรมอะไร โปรดตอบฉันด้วย? นางสุภัททาเทพธิดาตอบว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันมีใจเลื่อมใส ได้ถวายบิณฑบาต ๘ ที่ แก่สงฆ์ ผู้เป็นทักขิไณยบุคคล ๘ รูป ด้วยมือของตน เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉัน จึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะ บุญกรรมนั้น. นางภัททาเทพธิดาได้ถามต่อไปอีกว่า พี่ได้เลี้ยงดูพระภิกษุทั้งหลาย ผู้สำรวมดี ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ให้ อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวและน้ำ ด้วยมือของตนเอง มากกว่าเธอ ครั้น ให้ทานมากกว่าเธอแล้ว ก็ยังได้บังเกิดในเหล่าเทพเจ้าต่ำกว่าเธอ ส่วนเธอ ได้ถวายทานเพียงเล็กน้อย อย่างไรจึงมาได้ผลอย่างพิเศษไพบูลย์ถึงเช่นนี้ เล่า แน่ะแม่เทพธิดา ฉันถามเธอแล้ว นี่เป็นผลแห่งกรรมอะไร โปรด ตอบฉันด้วย? นางสุภัททาเทพธิดาตอบว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้เห็นพระภิกษุผู้อบรบทางจิตใจเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่ จึงได้นิมนต์ท่านรวม ๘ รูปด้วยกัน มีพระเรวตเถระเป็นประธานด้วย ภัตตาหาร ท่านพระเรวตเถระนั้นมุ่งจะให้เกิดประโยชน์ อนุเคราะห์แก่ ดิฉัน จึงบอกดิฉันว่า จงถวายสงฆ์เถิด ดิฉันได้ทำตามคำของท่าน ทักขิณาของดิฉันนั้น จึงเป็นสังฆทาน ดิฉันให้เข้าตั้งไว้ในสงฆ์เป็นทาน ที่ไม่อาจปริมาณผลได้ว่า มีอยู่เท่าไร ส่วนทานที่คุณพี่ได้ถวายแก่ภิกษุ ด้วยความเลื่อมใสเป็นรายบุคคล จึงมีผลไม่มาก. นางภัททาเทพธิดา เมื่อจะรับรองความข้อนั้นจึงกล่าวว่า พี่เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า การถวายสังฆทานนี้ มีผลมาก ถ้าว่าพี่ได้ไป บังเกิดเป็นมนุษย์อีก จักเป็นผู้รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ปราศจากความ ตระหนี่ ถวายสังฆทาน และไม่ประมาทเป็นนิตย์. เมื่อสนทนากันแล้ว นางสุภัททาเทพธิดาก็กลับไปสู่ทิพยวิมานของตนบนสวรรค์ชั้น นิมมานรดี ท้าวสักกเทวราชได้ทรงสดับการสนทนานั้น เมื่อนางสุภัททาเทพธิดากลับไปแล้ว จึงตรัสถามนางเทพธิดาว่า ดูกรนางภัททา เทพธิดาผู้นั้นเป็นใคร มาสนทนาอยู่กับเธอ ย่อมรุ่งโรจน์กว่าเทพเจ้าเหล่าดาวดึงส์ทั้งหมดด้วยรัศมี? นางภัททาเทพธิดา เมื่อจะบรรยายข้อที่สังฆทานของเทพธิดาผู้น้องสาวว่ามีผลมาก จึงทูลว่า ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ เทพธิดาผู้นั้น เมื่อชาติ ก่อนยังเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก เป็นน้องสาวของหม่อมฉัน และ ได้เคยร่วมสามีเดียวกันกับหม่อมฉันด้วย เธอสั่งสมบุญกุศลคือถวาย สังฆทาน จึงได้ไพโรจน์ถึงอย่างนี้ เพคะ. สมเด็จอัมรินทราธิราช เมื่อจะทรงสรรเสริญสังฆทาน จึงตรัสว่า ดูกร นางภัททา น้องสาวของเธอไพโรจน์กว่าเธอ ก็เพราะเหตุในปางก่อน คือการถวายสังฆทานที่ไม่อาจจะปริมาณผลได้ อันที่จริง ฉันได้ทูลถาม พระพุทธเจ้า ครั้งประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ถึงผลแห่งไทยธรรม ที่ได้จัดแจงถวายในเขตที่มีผลมาก ของมนุษย์ทั้งหลายผู้มุ่งบุญให้ทาน อยู่ หรือทำบุญปรารภเหตุแห่งการเวียนเกิดเวียนตาย จะถวายใน บุคคลประเภทใดจึงจะมีผลมาก พระพุทธเจ้าตรัสตอบข้อความนั้น แก่ฉันอย่างแจ่มแจ้งว่า ท่านผู้ปฏิบัติเพื่ออริยมรรค ๔ จำพวก และ ท่านผู้ตั้งอยู่ในอริยมรรค ๔ จำพวก พระอริยบุคคล ๘ จำพวกนี้ ชื่อว่าสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติตรงดำรงมั่นอยู่ในปัญญาและศีล เมื่อมนุษย์ ทั้งหลายผู้มุ่งบุญถวายทานในท่านเหล่านี้ หรือทำบุญปรารภการเวียน เกิดเวียนตาย ทานที่ถวายในสงฆ์ ย่อมมีผลมาก พระสงฆ์นี้เป็น ผู้มีคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ยังผลให้เกิดแก่ผู้ถวายทานในท่านอย่างไพบูลย์ ยากที่ใครจะปริมาณว่าเท่านี้ๆ ได้ เหมือนทะเลยากที่จะคาดคะเน ได้ว่ามีน้ำเท่านี้ๆ ได้ ฉะนั้น พระสงฆ์เหล่านี้แล เป็นผู้ประ- เสริฐสุด เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร เป็นเยี่ยมในหมู่ นรชนเป็นแหล่งสร้างแสงสว่าง คือ ญาณของชาวโลก ได้แก่ นำ เอาแสงสว่าง คือพระสัทธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้แล้วมาชี้ แจง ปวงชนที่ใคร่ต่อบุญเหล่าใด ถวายทานมุ่งตรงต่อสงฆ์ ทักขิณา ของเขาเหล่านั้นชื่อว่าเป็นทักขิณาที่ถวายดีแล้ว เป็นยัญวิธีที่เซ่นสรวงถูก ต้อง จัดเป็นบูชากรรมที่บูชาแล้วชอบ เพราะทักขิณานั้นจัดเป็นสังฆทาน มีผลมาก อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้รู้แจ้งโลก ทรงสรรเสริญชน เหล่าใดยังท่องเที่ยวอยู่ในโลก มาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ได้ เกิดปีติ โสมนัส ก็จะกำจัดมลทิน คือ ความตระหนี่พร้อมทั้งความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความลังเลในใจ และการตีตนเสมอท่าน อันเป็นมูลฐานเสียได้ ทั้งจะไม่เป็นผู้ถูกผู้รู้ติเตียน แต่นั้นก็จะเข้าถึงสถานที่ๆ เป็นแดน สวรรค์. เมื่อพระวังคีสเถระจะไต่ถามถึงบุรพกรรมของนางเทพธิดานั้น จึงสรรเสริญวิมานของ เธอเสียก่อนเป็นปฐม ด้วยคาถา ๗ คาถา ความว่า
เทียบรายประโยค (110 ประโยค)
vv34:0.4 #
6. Daddallavimānavatthu
vv34:1.1 #
ททฺทลฺลมานา วณฺเณน✎ ร่าง
“Daddallamānā vaṇṇena,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.59
vv34:1.2 #
ยสสฺสา จ ยสสฺสินี✎ ร่าง
yasasā ca yasassinī;
vv34:1.3 #
สพฺเพ เทเว ตาวตึเส✎ ร่าง
Sabbe deve tāvatiṁse,
vv34:1.4 #
วณฺเณน อติโรจสิ✎ ร่าง
vaṇṇena atirocasi.
vv34:2.1 #
ทสฺสนํ นาภิชานามิ✎ ร่าง
Dassanaṁ nābhijānāmi,
vv34:2.2 #
อิทํ ปฐมทสฺสนํ✎ ร่าง
idaṁ paṭhamadassanaṁ;
vv34:2.3 #
กสฺมา กายา นุ อาคมฺม✎ ร่าง
Kasmā kāyā nu āgamma,
vv34:2.4 #
นาเมน ภาสเส มมนฺติ ฯ✎ ร่าง
nāmena bhāsase maman”ti.
vv34:3.1 #
อหํ ภทฺเท สุภทฺทาสึ✎ ร่าง
“Ahaṁ bhadde subhaddāsiṁ,
vv34:3.2 #
ปุพฺเพ มานุสเก ภเว✎ ร่าง
pubbe mānusake bhave;
vv34:3.3 #
สหภริยา จ เต อาสึ✎ ร่าง
Sahabhariyā ca te āsiṁ,
vv34:3.4 #
ภคินี จ กนิฏฺฐกา✎ ร่าง
bhaginī ca kaniṭṭhikā.
vv34:4.1 #
สาหํ กายสฺส เภทาย✎ ร่าง
Sā ahaṁ kāyassa bhedā,
vv34:4.2 #
วิปฺปมุตฺตา ตโต จุตา✎ ร่าง
vippamuttā tato cutā;
vv34:4.3 #
นิมฺมานรตีเทวานํ✎ ร่าง
Nimmānaratīnaṁ devānaṁ,
vv34:4.4 #
อุปปนฺนา สหพฺยตนฺติ ฯ✎ ร่าง
upapannā sahabyatan”ti.
vv34:5.1 #
ปหูตกตกลฺยาณา✎ ร่าง
“Pahūtakatakalyāṇā,
vv34:5.2 #
เต เทเว ยนฺติ ปาณิโน✎ ร่าง
te deve yanti pāṇino;
vv34:5.3 #
เยสํ ตฺวํ กิตฺตยิสฺสสิ✎ ร่าง
Yesaṁ tvaṁ kittayissasi,
vv34:5.4 #
สุภทฺเท ชาติมตฺตโน |๓๔.๔๑๑| ก✎ ร่าง
subhadde jātimattano.
vv34:6.1 #
ถํ ตฺวํ เกน วณฺเณน✎ ร่าง
Atha tvaṁ kena vaṇṇena,
vv34:6.2 #
เกน วา อนุสาสิตา✎ ร่าง
kena vā anusāsitā;
vv34:6.3 #
กีทิเสเนว ทาเนน✎ ร่าง
Kīdiseneva dānena,
vv34:6.4 #
สุพฺพเตน ยสสฺสินี✎ ร่าง
subbatena yasassinī.
vv34:7.1 #
ยสํ เอตาทิสํ ปตฺตา✎ ร่าง
Yasaṁ etādisaṁ pattā,
vv34:7.2 #
วิเสสํ วิปุลมชฺฌคา✎ ร่าง
visesaṁ vipulamajjhagā;
vv34:7.3 #
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข✎ ร่าง
Devate pucchitācikkha,
vv34:7.4 #
กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ✎ ร่าง
kissa kammassidaṁ phalan”ti.
vv34:8.1 #
อฏฺเฐว ปิณฺฑปาตานิ✎ ร่าง
“Aṭṭheva piṇḍapātāni,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.78
vv34:8.2 #
ยํ ทานํ อททํ ปุเร✎ ร่าง
yaṁ dānaṁ adadaṁ pure;
vv34:8.3 #
ทกฺขิเณยฺยสฺส สงฺฆสฺส✎ ร่าง
Dakkhiṇeyyassa saṅghassa,
vv34:8.4 #
ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ✎ ร่าง
pasannā sehi pāṇibhi.
vv34:9.1 #
เตน เมตาทิโส วณฺโณ✎ ร่าง
Tena metādiso vaṇṇo,
vv34:9.2 #
เป✎ ร่าง
…pe…
vv34:9.3 #
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
vaṇṇo ca me sabbadisā pabhāsatī”ti.
vv34:10.1 #
อหํ ตยา พหุตเร ภิกฺขู✎ ร่าง
“Ahaṁ tayā bahutare bhikkhū,
vv34:10.2 #
สญฺญเต พฺรหฺมจาริโน✎ ร่าง
Saññate brahmacārayo;
vv34:10.3 #
ตปฺเปสึ อนฺนปาเนน✎ ร่าง
Tappesiṁ annapānena,
vv34:10.4 #
ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ✎ ร่าง
Pasannā sehi pāṇibhi.
vv34:11.1 #
ตยา พหุตรํ ทตฺวา✎ ร่าง
Tayā bahutaraṁ datvā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.60 · ฉัฏฐสังคายนา 56.38
vv34:11.2 #
หีนกายูปคา อหํ✎ ร่าง
hīnakāyūpagā ahaṁ;
vv34:11.3 #
กถํ ตฺวํ อปฺปตรํ ทตฺวา✎ ร่าง
Kathaṁ tvaṁ appataraṁ datvā,
vv34:11.4 #
วิเสสํ วิปุลมชฺฌคา✎ ร่าง
visesaṁ vipulamajjhagā;
vv34:11.5 #
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข✎ ร่าง
Devate pucchitācikkha,
vv34:11.6 #
กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ✎ ร่าง
kissa kammassidaṁ phalan”ti.
vv34:12.1 #
มโนภาวนีโย ภิกฺขุ✎ ร่าง
“Manobhāvanīyo bhikkhu,
vv34:12.2 #
สนฺทิฏฺโฐ เม ปุเร อหุ✎ ร่าง
sandiṭṭho me pure ahu;
vv34:12.3 #
ตาหํ ภตฺเตน นิมนฺเตสึ✎ ร่าง
Tāhaṁ bhattena nimantesiṁ,
vv34:12.4 #
เรวตํ อตฺตนฏฺฐมํ✎ ร่าง
revataṁ attanaṭṭhamaṁ.
vv34:13.1 #
โส เม อตฺถปุเรกฺขาโร อนุกมฺปาย เรวโต✎ ร่าง
So me atthapurekkhāro,
vv34:13.3 #
สงฺเฆ เทหีติ มํ อโวจ✎ ร่าง
Saṅghe dehīti maṁvoca,
vv34:13.4 #
ตสฺสาหํ วจนํ กรึ✎ ร่าง
tassāhaṁ vacanaṁ kariṁ.
vv34:14.1 #
สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา✎ ร่าง
Sā dakkhiṇā saṅghagatā,
vv34:14.2 #
อปฺปเมยฺยา ปติฏฺฐิตา✎ ร่าง
appameyye patiṭṭhitā;
vv34:14.3 #
ปุคฺคเลสุ ตยา ทินฺนํ✎ ร่าง
Puggalesu tayā dinnaṁ,
vv34:14.4 #
น ตํ ตว มหปฺผลนฺติ ฯ✎ ร่าง
na taṁ tava mahapphalan”ti.
vv34:15.1 #
อิทาเนวาหํ ชานามิ✎ ร่าง
“Idānevāhaṁ jānāmi,
vv34:15.2 #
สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ✎ ร่าง
saṅghe dinnaṁ mahapphalaṁ;
vv34:15.3 #
สาหํ คนฺตฺวา มนุสฺสตฺตํ✎ ร่าง
Sāhaṁ gantvā manussattaṁ,
vv34:15.4 #
วทญฺญู วีตมจฺฉรา✎ ร่าง
vadaññū vītamaccharā;
vv34:15.5 #
สงฺเฆ ทานํ ทสฺสามิหํ✎ ร่าง
Saṅghe dānāni dassāmi,
vv34:15.6 #
อปฺปมตฺตา ปุนปฺปุนนฺติ ฯ✎ ร่าง
appamattā punappunan”ti.
vv34:16.1 #
กา เอสา เทวตา ภทฺเท✎ ร่าง
“Kā esā devatā bhadde,
vv34:16.2 #
ตยา มนฺตยเต สห✎ ร่าง
tayā mantayate saha;
vv34:16.3 #
สพฺเพ เทเว ตาวตึเส✎ ร่าง
Sabbe deve tāvatiṁse,
vv34:16.4 #
วณฺเณน อติโรจติ (อิติ) ฯ✎ ร่าง
vaṇṇena atirocatī”ti.
vv34:17.1 #
มนุสฺสภูตา เทวินฺท✎ ร่าง
“Manussabhūtā devinda,
vv34:17.2 #
ปุพฺเพ มานุสเก ภเว✎ ร่าง
pubbe mānusake bhave;
vv34:17.3 #
สหภริยา จ เม อาสิ✎ ร่าง
Sahabhariyā ca me āsi,
vv34:17.4 #
ภคินี จ กนิฏฺฐกา✎ ร่าง
bhaginī ca kaniṭṭhikā;
vv34:17.5 #
สงฺเฆ ทานานิ ทตฺวาน✎ ร่าง
Saṅghe dānāni datvāna,
vv34:17.6 #
กตปุญฺญา วิโรจติ (อิติ) ฯ✎ ร่าง
katapuññā virocatī”ti.
vv34:18.1 #
ธมฺเมน ปุพฺเพ ภคินี✎ ร่าง
“Dhammena pubbe bhaginī,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.80
vv34:18.2 #
ตยา ภทฺเท วิโรจสิ✎ ร่าง
tayā bhadde virocati;
vv34:18.3 #
ยํ สงฺฆสฺมึ อปฺปเมยฺเย✎ ร่าง
Yaṁ saṅghamhi appameyye,
vv34:18.4 #
ปติฏฺฐาเปสิ ทกฺขิณํ✎ ร่าง
patiṭṭhāpesi dakkhiṇaṁ”.
vv34:19.1 #
ปุจฺฉิโต หิ มยา พุทฺโธ✎ ร่าง
“Pucchito hi mayā buddho,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.61
vv34:19.2 #
คิชฺฌกูฏสฺมึ ปพฺพเต✎ ร่าง
gijjhakūṭamhi pabbate;
vv34:19.3 #
วิปากํ สํวิภาคสฺส✎ ร่าง
Vipākaṁ saṁvibhāgassa,
vv34:19.4 #
ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ✎ ร่าง
yattha dinnaṁ mahapphalaṁ.
vv34:20.1 #
ยชมานานํ มนุสฺสานํ✎ ร่าง
Yajamānānaṁ manussānaṁ,
vv34:20.2 #
ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ✎ ร่าง
puññapekkhāna pāṇinaṁ;
vv34:20.3 #
กโรนฺตํ ๑- โอปธิกํ ปุญฺญํ✎ ร่าง
Karotaṁ opadhikaṁ puññaṁ,
vv34:20.4 #
ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ✎ ร่าง
yattha dinnaṁ mahapphalaṁ.
vv34:21.1 #
ตํ เม พุทฺโธ วิยากาสิ✎ ร่าง
Taṁ me buddho viyākāsi,
vv34:21.2 #
ชานํ กมฺมผลํ สกํ✎ ร่าง
jānaṁ kammaphalaṁ sakaṁ;
vv34:21.3 #
วิปากํ สํวิภาคสฺส✎ ร่าง
Vipākaṁ saṁvibhāgassa,
vv34:21.4 #
ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ✎ ร่าง
yattha dinnaṁ mahapphalaṁ.
vv34:22.1 #
จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา✎ ร่าง
Cattāro ca paṭipannā,
vv34:22.2 #
จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา✎ ร่าง
cattāro ca phale ṭhitā;
vv34:22.3 #
เอส สงฺโฆ อุชุภูโต✎ ร่าง
Esa saṅgho ujubhūto,
vv34:22.4 #
ปญฺญาสีลสมาหิโต✎ ร่าง
paññāsīlasamāhito.
vv34:23.1 #
ยชมานานํ มนุสฺสานํ✎ ร่าง
Yajamānānaṁ manussānaṁ,
vv34:23.2 #
ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ✎ ร่าง
puññapekkhāna pāṇinaṁ;
vv34:23.3 #
กโรนฺตํ ๑- โอปธิกํ ปุญฺญํ✎ ร่าง
Karotaṁ opadhikaṁ puññaṁ,
vv34:23.4 #
สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ✎ ร่าง
saṅghe dinnaṁ mahapphalaṁ.
vv34:24.1 #
เอโส หิ สงฺโฆ วิปุโล มหคฺคโต✎ ร่าง
Eso hi saṅgho vipulo mahaggato,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.39
vv34:24.2 #
เอสปฺปเมยฺโย อุทธีว สาคโร✎ ร่าง
Esappameyyo udadhīva sāgaro;
vv34:24.3 #
เอเต หิ เสฏฺฐา นรวิริยสาวกา✎ ร่าง
Ete hi seṭṭhā naravīrasāvakā,
vv34:24.4 #
ปภงฺกรา ธมฺมกถํ อุทีรยนฺติ✎ ร่าง
Pabhaṅkarā dhammamudīrayanti.
vv34:25.1 #
เตสํ สุทินฺนํ สุหุตํ สุยิฏฺฐํ✎ ร่าง
Tesaṁ sudinnaṁ suhutaṁ suyiṭṭhaṁ,
vv34:25.2 #
เย สงฺฆมุทฺทิสฺส ททนฺติ ทานํ✎ ร่าง
Ye saṅghamuddissa dadanti dānaṁ;
vv34:25.3 #
สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา ปติฏฺฐิตา✎ ร่าง
Sā dakkhiṇā saṅghagatā patiṭṭhitā,
vv34:25.4 #
มหปฺผลา โลกวิทูหิ วณฺณิตา✎ ร่าง
Mahapphalā lokavidūna vaṇṇitā.
vv34:26.1 #
เอตาทิสํ ปุญฺญมนุสฺสรนฺตา✎ ร่าง
Etādisaṁ yaññamanussarantā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.62
vv34:26.2 #
เย เวทชาตา วิจรนฺติ โลเก✎ ร่าง
Ye vedajātā vicaranti loke;
vv34:26.3 #
วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สมูลํ✎ ร่าง
Vineyya maccheramalaṁ samūlaṁ,
vv34:26.4 #
อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐานนฺติ ฯ✎ ร่าง
Aninditā saggamupenti ṭhānan”ti.
vv34:27.1 #
ททฺทลฺลวิมานํ ฉฏฺฐํ ฯ✎ ร่าง
Daddallavimānaṁ chaṭṭhaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน