‹ กลับ
โรหิณีเถรีคาถา
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 468 · ขุ.วิ. ๒๖/๙๖๖๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๖๘] ดูกรแม่โรหิณีผู้เจริญ เจ้าเห็นสมณะนี้ว่าเป็นสมณะ รู้สึกว่าเป็นสมณะ สรรเสริญสมณะทั้งหลาย เจ้าเห็นจักเป็นสมณะเป็นแน่แท้ เจ้าได้ถวาย ข้าวน้ำอันไพบูลย์แก่สมณะทั้งหลาย ดูกรแม่โรหิณี บัดนี้ เราจักขอถาม เจ้า เพราะเหตุไร สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของเจ้า สมณะล้วนแต่ เป็นผู้ไม่ใคร่ต่อการงาน เกียจคร้าน อาศัยสิ่งของที่คนอื่นให้เลี้ยงชีวิต เป็นผู้มีความหวังอาหารและเครื่องนุ่งห่มเป็นต้น แต่คนอื่นใคร่ต่ออาหาร อันอร่อยดี เพราะเหตุไร สมณะทั้งหลาย จึงเป็นที่รักของข้าพเจ้า? เราตอบท่านว่า ข้าแต่คุณพ่อ คุณพ่อถามดิฉันถึงคุณความดีของสมณะทั้งหลายมานาน แล้ว ดิฉันจักชี้แจงคุณความดี คือ ปัญญา ศีล และความบากบั่นของ สมณะเหล่านั้นให้ทราบ สมณะทั้งหลายเป็นผู้ใคร่ต่อการงาน ไม่เกียจ คร้าน ทำแต่การงานงานประเสริฐสุด ย่อมละราคะและโทสะได้ เพราะ เหตุนั้นสมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายย่อมกำจัด รากเหง้าทั้ง ๓ ของบาป มีปกติทำแต่กรรมอันสะอาด ละบาปกรรมทั้งปวง ได้แล้ว เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมของสมณะเหล่านั้น ล้วนแต่สะอาด เพราะเหตุ นั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายล้วนแต่ปราศ- จากมลทิน เหมือนสังข์ที่เขาขัดดีแล้ว เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งภายในและ ภายนอก บริบูรณ์ด้วยธรรมขาว เพราะเหตุนั้นสมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รัก ของดิฉัน สมณะทั้งหลายเป็นพหูสูตทรงธรรม เป็นผู้ประเสริฐเลี้ยงชีวิต โดยชอบธรรม แสดงอรรถและธรรมให้ฟัง เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลาย จึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายเป็นพหูสูตทรงธรรมเป็นผู้ประเสริฐ เลี้ยงชีวิตโดยชอบธรรม มีจิตแน่วเป็นอารมณ์เดียว มีสติ เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายเป็นผู้ไปไกล มีสติ พูดพอประมาณ ไม่ฟุ้งซ่าน รู้ทั่วถึงที่สุดแห่งทุกข์ เพราะเหตุนั้นสมณะ ทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายหลีกไปจากบ้านใด ย่อมไม่ กังวลถึงสัตว์หรือสังขารอะไรในบ้านนั้น เป็นผู้ไม่มีความห่วงใยหลีกไป เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายย่อม ไม่เก็บสะสมข้าวไว้ในฉาง ไม่สะสมไว้ในหม้อ ไม่สะสมไว้ในกระเช้า เที่ยวแสวงหาแต่อาหารที่สำเร็จแล้ว เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็น ที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายท่านไม่รับเงินไม่รับทอง ไม่รับรูปิยะ เยียวยาอัตภาพด้วยอาหารอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะเหตุนั้น สมณะ ทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน สมณะทั้งหลายออกบวชจากตระกูลต่างๆ กัน และจากชนบทต่างๆ กัน แต่ย่อมรักใคร่กันและกันดี เพราะเหตุนั้น สมณะทั้งหลายจึงเป็นที่รักของดิฉัน. บิดากล่าวกะเราต่อไปว่า ดูกรลูกโรหิณีผู้เจริญ เจ้าเกิดในตระกูลของเราเพื่อประโยชน์แก่เราหนอ เพราะเจ้าเป็นผู้มีศรัทธา และมีความเคารพอย่างแรงกล้าในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ และเจ้าย่อมรู้จักพระสงฆ์ว่าเป็นเขตบุญอัน ยอดเยี่ยมของโลก ขอให้สมณะเหล่านั้นรับทักษิณาทานของเราบ้าง เพราะไทยธรรมที่เราตั้งไว้แล้วในสมณะเหล่านั้น จักมีผลไพบูลย์แก่เรา. เรากล่าวกะบิดาอย่างนี้ว่า ถ้าคุณพ่อกลัวต่อทุกข์ ถ้าคุณพ่อเกลียดทุกข์ จงเข้าถึงพระพุทธเจ้ากับทั้ง พระธรรมและพระสงฆ์ผู้คงที่ว่าเป็นสมณะ จงสมาทานศีล ด้วยว่า สรณคมน์ และการสมาทานศีล จักเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คุณพ่อ. บิดาได้กล่าวกะเราว่า พ่อจะเข้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ผู้คงที่ว่าเป็นสรณะ และจะสมาทานศีล เพราะสรณคมน์และการสมาทานศีลนั้น จักเป็นไป เพื่อประโยชน์แก่เรา เมื่อก่อนเราเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพรหม แต่เดี๋ยวนี้เรา เป็นพราหมณ์แล้ว เราเป็นผู้มีวิชชา ๓ มีความสวัสดีถึงฝั่งแห่งเวท และ เป็นผู้ล้างบาปได้แล้ว. ท่านอุปกะกล่าวว่า
เทียบรายประโยค (88 ประโยค)
thig13.2:0.2 #
Vīsatinipāta
The Book of the Twenties
thig13.2:0.3 #
Rohinītherīgāthā
Rohinī
thig13.2:1.1 #
สมณาติ โภติ มํ ๑- วิปสฺสิ✎ ร่าง
“‘Samaṇā’ti bhoti supi,
“You fell asleep saying ‘ascetics’;
อ้างอิงพุทธชยันตี 29.64
thig13.2:1.2 #
สมณาติ ปฏิพุชฺฌสิ✎ ร่าง
‘samaṇā’ti pabujjhasi;
you woke up saying ‘ascetics’;
thig13.2:1.3 #
สมณานเมว กิตฺเตสิ✎ ร่าง
Samaṇāneva kittesi,
you only praise ascetics, madam—
thig13.2:1.4 #
สมณี นูน ภวิสฺสสิ ฯ✎ ร่าง
samaṇī nūna bhavissasi.
surely you’ll become an ascetic.
thig13.2:2.1 #
วิปุลํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ✎ ร่าง
Vipulaṁ annañca pānañca,
You provide ascetics
thig13.2:2.2 #
สมณานํ ปเวจฺฉสิ✎ ร่าง
samaṇānaṁ paveccasi;
with abundant food and drink.
thig13.2:2.3 #
โรหิณิ ทานิ ปุจฺฉามิ✎ ร่าง
Rohinī dāni pucchāmi,
I ask you now, Rohiṇī:
thig13.2:2.4 #
เกน เต สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
kena te samaṇā piyā.
why do you like ascetics?
thig13.2:3.1 #
อกมฺมกามา อลสา✎ ร่าง
Akammakāmā alasā,
They don’t like to work, they’re lazy,
thig13.2:3.2 #
ปรทตฺตูปชีวิโน✎ ร่าง
paradattūpajīvino;
they live on charity;
thig13.2:3.3 #
อาสํสุกา สาธุกามา✎ ร่าง
Āsaṁsukā sādukāmā,
always on the lookout, greedy for sweets—
thig13.2:3.4 #
เกน เต สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
kena te samaṇā piyā”.
so why do you like ascetics?”
thig13.2:4.1 #
จิรสฺสํ วต มํ ตาต✎ ร่าง
“Cirassaṁ vata maṁ tāta,
“Dad, for a long time now
thig13.2:4.2 #
สมณานํ ปริปุจฺฉสิ✎ ร่าง
samaṇānaṁ paripucchasi;
you’ve questioned me about ascetics.
thig13.2:4.3 #
เตสนฺเต กิตฺตยิสฺสามิ✎ ร่าง
Tesaṁ te kittayissāmi,
I shall extol for you
thig13.2:4.4 #
ปญฺญาสีลปรกฺกมํ ฯ✎ ร่าง
paññāsīlaparakkamaṁ.
their wisdom, ethics, and vigor.
thig13.2:5.1 #
กมฺมกามา อนลสา✎ ร่าง
Kammakāmā analasā,
They like to work, they’re not lazy;
thig13.2:5.2 #
กมฺมเสฏฺฐสฺส การกา✎ ร่าง
kammaseṭṭhassa kārakā;
by giving up greed and hate,
thig13.2:5.3 #
ราคโทสํ ปชหนฺติ✎ ร่าง
Rāgaṁ dosaṁ pajahanti,
they do the best kind of work—
thig13.2:5.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:6.1 #
ตีณิ ปาปสฺส มูลานิ✎ ร่าง
Tīṇi pāpassa mūlāni,
As for the three roots of evil,
thig13.2:6.2 #
ธุนนฺติ สุจิการิโน✎ ร่าง
dhunanti sucikārino;
by pure deeds they shake them off.
thig13.2:6.3 #
สพฺพปาปํ ปหีเนสํ✎ ร่าง
Sabbaṁ pāpaṁ pahīnesaṁ,
They have given up all wickedness—
thig13.2:6.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:7.1 #
กายกมฺมํ สุจิ เนสํ✎ ร่าง
Kāyakammaṁ suci nesaṁ,
Their bodily actions are pure;
thig13.2:7.2 #
วจีกมฺมญฺจ ตาทิสํ✎ ร่าง
vacīkammañca tādisaṁ;
their actions of speech likewise;
thig13.2:7.3 #
มโนกมฺมํ สุจิ เนสํ✎ ร่าง
Manokammaṁ suci nesaṁ,
their actions of mind are pure—
thig13.2:7.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:8.1 #
วิมลา สงฺขมุตฺตาว✎ ร่าง
Vimalā saṅkhamuttāva,
Immaculate as a conch-shell,
thig13.2:8.2 #
สุทฺธา สนฺตรพาหิรา✎ ร่าง
suddhā santarabāhirā;
they’re pure inside and out,
thig13.2:8.3 #
ปุณฺณา สุกฺเกหิ ธมฺเมหิ✎ ร่าง
Puṇṇā sukkāna dhammānaṁ,
full of bright qualities—
thig13.2:8.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:9.1 #
พหุสฺสุตา ธมฺมธรา✎ ร่าง
Bahussutā dhammadharā,
They’re learned and memorize the teaching,
thig13.2:9.2 #
อริยา ธมฺมชีวิโน✎ ร่าง
ariyā dhammajīvino;
noble, living righteously,
thig13.2:9.3 #
อตฺถํ ธมฺมญฺจ เทเสนฺติ✎ ร่าง
Atthaṁ dhammañca desenti,
teaching the text and its meaning:
thig13.2:9.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:10.1 #
พหุสฺสุตา ธมฺมธรา✎ ร่าง
Bahussutā dhammadharā,
They’re learned and memorize the teaching,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.480
thig13.2:10.2 #
อริยา ธมฺมชีวิโน✎ ร่าง
ariyā dhammajīvino;
noble, living righteously,
thig13.2:10.3 #
เอกคฺคจิตฺตา สติมนฺโต✎ ร่าง
Ekaggacittā satimanto,
unified in mind, and mindful—
thig13.2:10.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:11.1 #
ทูรงฺคมา สติมนฺโต✎ ร่าง
Dūraṅgamā satimanto,
Traveling afar, and mindful,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.335
thig13.2:11.2 #
มนฺตภาณี อนุทฺธตา✎ ร่าง
mantabhāṇī anuddhatā;
thoughtful in counsel, not restless,
thig13.2:11.3 #
ทุกฺขสฺสนฺตํ ปชานนฺติ✎ ร่าง
Dukkhassantaṁ pajānanti,
they understand the end of suffering—
thig13.2:11.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:12.1 #
ยมฺหา คามา ปกฺกมนฺติ✎ ร่าง
Yasmā gāmā pakkamanti,
When they leave a village,
thig13.2:12.2 #
น วิโลเกนฺติ กิญฺจนํ✎ ร่าง
na vilokenti kiñcanaṁ;
they don’t look back with longing,
thig13.2:12.3 #
อนเปกฺขาว คจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Anapekkhāva gacchanti,
but proceed without concern—
thig13.2:12.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:13.1 #
น เต สํ โกฏฺเฐ โอเสนฺติ✎ ร่าง
Na te saṁ koṭṭhe openti,
They hoard no goods in storerooms,
อ้างอิงPTS 151 · พุทธชยันตี 29.66
thig13.2:13.2 #
น กุมฺภึ น กโฬปิยํ✎ ร่าง
na kumbhiṁ na khaḷopiyaṁ;
nor in pots or baskets.
thig13.2:13.3 #
ปรินิฏฺฐิตเมสานา✎ ร่าง
Pariniṭṭhitamesānā,
They seek food prepared by others—
thig13.2:13.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:14.1 #
น เต หิรญฺญํ คณฺหนฺติ✎ ร่าง
Na te hiraññaṁ gaṇhanti,
They don’t receive gold coins,
thig13.2:14.2 #
น สุวณฺณํ น รูปิยํ✎ ร่าง
na suvaṇṇaṁ na rūpiyaṁ;
or gold or silver;
thig13.2:14.3 #
ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปนฺติ✎ ร่าง
Paccuppannena yāpenti,
feeding on whatever comes that day,
thig13.2:14.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā.
that’s why I like ascetics.
thig13.2:15.1 #
นานากุลา ปพฺพชิตา✎ ร่าง
Nānākulā pabbajitā,
They have gone forth from different families,
thig13.2:15.2 #
นานาชนปเทหิ จ✎ ร่าง
nānājanapadehi ca;
even different countries,
thig13.2:15.3 #
อญฺญมญฺญํ ปิยายนฺติ✎ ร่าง
Aññamaññaṁ piyāyanti,
and yet they all love one another—
thig13.2:15.4 #
เตน เม สมณา ปิยา ฯ✎ ร่าง
tena me samaṇā piyā”.
that’s why I like ascetics.”
thig13.2:16.1 #
อตฺถาย วต โน โภติ✎ ร่าง
“Atthāya vata no bhoti,
“Dear Rohinī, it was truly for our benefit
thig13.2:16.2 #
กุเล ชาตาสิ โรหิณิ✎ ร่าง
kule jātāsi rohinī;
that you were born in our family!
thig13.2:16.3 #
สทฺธา พุทฺเธ จ ธมฺเม จ✎ ร่าง
Saddhā buddhe ca dhamme ca,
You have faith and such keen respect
thig13.2:16.4 #
สงฺเฆ จ ติพฺพคารวา ฯ✎ ร่าง
saṅghe ca tibbagāravā.
for the Buddha, his teaching, and the Sangha.
thig13.2:17.1 #
ตุวํ เหตํ ปชานาสิ✎ ร่าง
Tuvaṁ hetaṁ pajānāsi,
For you understand this
thig13.2:17.2 #
ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ✎ ร่าง
puññakkhettaṁ anuttaraṁ;
supreme field of merit.
thig13.2:17.3 #
อมฺหํปิ เอเต สมณา✎ ร่าง
Amhampi ete samaṇā,
These ascetics will henceforth
thig13.2:17.4 #
ปฏิคฺคณฺหนฺติ ทกฺขิณํ✎ ร่าง
paṭigaṇhanti dakkhiṇaṁ.
receive our religious donation, too.
thig13.2:18.1 #
ปติฏฺฐิโต เหตฺถ ยญฺโญ✎ ร่าง
Patiṭṭhito hettha yañño,
For there we will place our sacrifice,
thig13.2:18.2 #
วิปุโล โน ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
vipulo no bhavissati”;
and it shall be abundant.”
thig13.2:18.3 #
สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺส✎ ร่าง
“Sace bhāyasi dukkhassa,
“If you fear suffering,
thig13.2:18.4 #
สเจ เต ทุกฺขมปฺปิยํ✎ ร่าง
sace te dukkhamappiyaṁ.
if you don’t like suffering,
thig13.2:19.1 #
อุเปหิ พุทฺธํ ๓- สรณํ✎ ร่าง
Upehi saraṇaṁ buddhaṁ,
go for refuge to the Buddha, the unaffected,
thig13.2:19.2 #
ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ตาทินํ✎ ร่าง
dhammaṁ saṅghañca tādinaṁ;
to his teaching and to the Sangha.
thig13.2:19.3 #
สมาทิยาหิ สีลานิ✎ ร่าง
Samādiyāhi sīlāni,
Undertake the precepts,
thig13.2:19.4 #
ตนฺเต อตฺถาย เหหิติ ฯ✎ ร่าง
taṁ te atthāya hehiti”.
that will be good for you.”
thig13.2:20.1 #
อุเปมิ พุทฺธํ ๑- สรณํ✎ ร่าง
“Upemi saraṇaṁ buddhaṁ,
“I go for refuge to the Buddha, the unaffected,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.481
thig13.2:20.2 #
ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ตาทินํ✎ ร่าง
dhammaṁ saṅghañca tādinaṁ;
to his teaching and to the Sangha.
thig13.2:20.3 #
สมาทิยามิ สีลานิ✎ ร่าง
Samādiyāmi sīlāni,
I undertake the precepts,
thig13.2:20.4 #
ตํ เม อตฺถาย เหหิติ ฯ✎ ร่าง
taṁ me atthāya hehiti.
that will be good for me.
thig13.2:21.1 #
พฺรหฺมพนฺธุ ปุเร อาสึ✎ ร่าง
Brahmabandhu pure āsiṁ,
I used to be brahmin only by kin,
thig13.2:21.2 #
โส อิทานิมฺหิ พฺราหฺมโณ✎ ร่าง
so idānimhi brāhmaṇo;
now I genuinely am a brahmin.
thig13.2:21.3 #
เตวิชฺโช โสตฺถิโย จมฺหิ✎ ร่าง
Tevijjo sottiyo camhi,
Master of the three knowledges, I’m a scholar,
thig13.2:21.4 #
เวทคู จมฺหิ นฺหาตโก ฯ✎ ร่าง
vedagū camhi nhātako”.
a knowledge master, a bathed initiate.”
thig13.2:22.1 #
โรหิณี ฯ✎ ร่าง
… Rohinī therī ….
thig13.3:0.1 #
Therīgāthā 13.3
Verses of the Senior Nuns 13.3
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน