‹ กลับ
รัชชุมาลาวิมาน
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 50 · ขุ.วิ. ๒๖/๑๗๒๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๐] ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก กรีดกรายร่ายรำอยู่ในวิมาน อันกึกก้องไปด้วยเสียงเพลงขับทิพย์ เมื่อท่านเยื้องย่างฟ้อนรำอยู่ เสียง ทิพย์อันไพเราะน่าฟังดังจับใจ ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วน ทั้งกลิ่นทิพย์หอมระรื่นน่าชื่นใจ ย่อมฟุ้งขจรออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ ของท่านทุกส่วน เมื่อท่านไหวกายกลับกลอกไปมา เสียงของเครื่อง ประดับที่ท่านประดับบนช้องผม ย่อมเปล่งเสียงไพเราะกังวานปานดนตรี เครื่อง ๕ และเสียงมงกุฎของท่านที่ถูกลมรำเพยพัด ย่อมเปล่งเสียงดัง เสนาะ ดุจดนตรีเครื่อง ๕ แม้พวงดอกไม้บนเศียรเกล้าของท่าน ก็มีกลิ่น หอมระรื่นน่าชื่นใจ หอมตลบไปทั่วทุกทิศ ประดุจดอกอุโลกฉะนั้น ท่านย่อมสูดดมกลิ่นอันหอมระรื่น ทั้งได้เห็นรูปอันเป็นทิพย์ ดูกรนาง เทพธิดา อาตมาถามท่านแล้ว ขอท่านจงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันเป็นหญิงรับใช้ของพราหมณ์อยู่ในบ้านคยา เป็นคนมี บุญน้อย ต่ำทราม ชนทั้งหลายเรียกดิฉันว่ารัชชุมาลา ดิฉันถูกเจ้านาย ลงโทษด้วยการด่าว่าเฆี่ยนตี และขู่เข็ญอย่างหนัก จึงถือเอาหม้อน้ำออก จากบ้านเพื่อตักน้ำแล้ววางหม้อน้ำไว้เสียข้างทางบ่ายหน้าสู่ป่าชัฏ ด้วยตั้ง ใจว่า เราจักตายเสียในที่นี้แหละ ความเป็นอยู่ของเราหาประโยชน์อะไร มิได้เลย ครั้นแล้วผูกเชือกให้เป็นบ่วงรัดคออย่างแน่น แล้วปล่อยห้อย ไปตามต้นไม้ คิดว่าจะโดดลงไปให้ตาย เหลียวไปดูรอบทิศ ด้วย เกรงว่า จะมีผู้ใดมาแอบดูอยู่บ้าง ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็น ปราชญ์ ผู้ทรงเกื้อกูลแก่โลกทั้งปวง ผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ กำลังประทับ นั่งเข้าณานอยู่ที่โคนไม้ ดิฉันนั้นเกิดความสังเวช โลมชาติชูชันไม่เคยมี มาแต่ก่อน ด้วยคิดว่า ใครหนอจะเป็นมนุษย์หรือเทวดามานั่งอยู่ เพราะ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้สมควรที่จะเกิดความเลื่อมใสโดยแท้จริง ผู้หลีก ออกจากป่า คือกิเลสแล้วมาสู่นิพพาน ใจของดิฉันก็เกิดความเลื่อมใส เพราะคิดว่าท่านผู้สำรวมอินทรีย์ ยินดีณาน มีใจคงที่เช่นนี้ คงไม่ใช่ผู้อื่น จักเป็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลกทั้งปวง ทรงหวาดกลัวต่อภัย ทรงหลีกเลี่ยงเสียห่างไกล ดังพญาราชสีห์ หลีกเลี่ยงจากภัย เข้าอาศัย อยู่ในถ้ำฉะนั้น การได้พบเห็นพระพุทธเจ้าเช่นนี้เป็นการยาก ดังดอก มะเดื่อ อันบุคคลเห็นได้ยากฉะนั้น (ขณะที่ดิฉันกำลังคิดอยู่อย่างนี้) พระตถาคตเจ้าพระองค์นั้น ได้ตรัสเรียกดิฉันด้วยพระวาจาอันอ่อนหวาน ว่า ดูกรนางรัชชุมาลา ดังนี้แล้ว มีพระดำรัสสืบต่อไปว่า ท่านจงถึง ตถาคตเป็นที่พึ่งเถิด ดิฉันได้สดับพระวาจาอันปราศจากโทษ ประกอบ ด้วยประโยชน์บริสุทธิ์สะอาด เป็นพระวาจาละเอียดอ่อนหวาน ไพเราะ น่าฟัง สามารถบรรเทาความโศกเศร้าทั้งปวงเสียได้นั้น จึงเข้าไปเฝ้าตาม รับสั่ง พระตถาคตเจ้าผู้ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลกทุกหมู่เหล่าทรงทราบ ว่า ดิฉันมีจิตอ่อนเลื่อมใส มีใจบริสุทธิ์แล้ว จึงตรัสสอนดิฉันต่อไปว่า นี้ทุกข์ นี้เป็นแดนเกิดทุกข์ นี้ความดับทุกข์ นี้ทางให้ถึงความดับทุกข์ เป็นทางหยั่งลงสู่อมตธรรม ดิฉันตั้งอยู่ในพระโอวาทของพระตถาคต ผู้ทรงพระมหากรุณา ฉลาดในเทศนาสั่งสอนสัตว์ จึงได้บรรลุถึงทาง นิพพานเป็นธรรมอันไม่ตาย สงบระงับ ไม่มีจุติต่อไป ดิฉันเป็นผู้มี ความภักดีมั่น ไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัยด้วยความเชื่อมั่นเป็นราก ฐาน เพราะเห็นว่า พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติ ชอบ จึงถวายตัวเป็นสาวิกาผู้เกิดแต่พระอุระของพระพุทธเจ้า ดิฉันรื่น เริงบันเทิงอยู่เป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ ทัดทรงทิพย์มาลา ดื่มน้ำผึ้งทิพย์อัน มีรสหวานสนิท มีนางฟ้าหกหมื่นบรรเลงดนตรี กระทำความปลาบปลื้ม ให้แก่ดิฉัน นางเทพอัปสร มีชื่อต่างๆ กัน คือ อาฬัมพา คัครา ภีมา สาธุวาที สังสยา โบกขรา สุผัสสา วีณา โมกขา นันทา สุนันทา โสณทินนา สุจิมหิตา อาลัมพุสา มิสสเกสี ปุณฑริกา เอณิปัสสา สุปัสสา สุภัททา มุทุกาวที เหล่านี้และเหล่าอื่น ล้วนประเสริฐกว่า นางเทพอัปสรทั้งหลาย ในทางบำเรอ ให้ปลาบปลื้ม นางเทพธิดา เหล่านั้น เมื่อถึงเวลา จะเข้ามาใกล้ชิด แล้วกล่าวประเล้าประลมดิฉัน ว่า เอาเถอะ พวกดิฉันจะฟ้อนรำ ขับร้อง บำเรอท่านให้รื่นรมย์ทีเดียว ก็เทพอุทยานชื่อว่านันทวัน อันหาความโศกเศร้ามิได้ มีแต่ความรื่นเริง บันเทิงใจ นับว่าเป็นเทพอุทยานอันใหญ่ยิ่งของเทวดาชาวไตรทศนี้ ไม่ เป็นที่อยู่ของผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ แต่เป็นที่อยู่ของผู้ทำบุญไว้เท่านั้น ความ ผาสุกย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ ทั้งในโลกนี้และโลกอื่น แต่ย่อมมี แก่ผู้ทำบุญไว้ ทั้งในโลกนี้และโลกอื่น นรชนผู้ปรารถนาจะอยู่กับเทวดา เหล่านั้น ควรทำกุศลไว้ให้มาก เพราะผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมเพรียบพร้อม ด้วยโภคสมบัติบันเทิงใจอยู่ในสวรรค์ ทายกทั้งหลายได้กระทำสักการะ บูชาในพระตถาคตเจ้าเหล่าใดแล้ว ย่อมบันเทิงใจอยู่ในสวรรค์ พระ ตถาคตเจ้าเหล่านั้นเป็นทักขิไณยบุคคล และเป็นบ่อเกิดแห่งเนื้อนาบุญ ของมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมเสด็จอุบัติขึ้น เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ เป็นอันมากหนอ. ๑. มัญชิฏฐกวิมาน ๒. ปภัสสรวิมาน ๓. นาควิมาน ๔. อโลมวิมาน ๕. กัญชิกทายิกาวิมาน ๖. วิหารวิมาน ๗. จตุริตถีวิมาน ๘. อัมพวิมาน ๙. ปีตวิมาน ๑๐. อุจฉุวิมาน ๑๑. วันทนวิมาน ๑๒. รัชชุมาลาวิมาน. พระผู้มีพระภาคตรัสถามมัณฑุกเทพบุตรว่า
เทียบรายประโยค (140 ประโยค)
vv50:0.4 #
12. Rajjumālāvimānavatthu
vv50:1.1 #
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน✎ ร่าง
“Abhikkantena vaṇṇena,
vv50:1.2 #
ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต✎ ร่าง
yā tvaṁ tiṭṭhasi devate;
vv50:1.3 #
หตฺเถ ปาเท จ วิคฺคยฺห✎ ร่าง
Hatthapāde ca viggayha,
vv50:1.4 #
นจฺจสิ สุปฺปวาทิเต✎ ร่าง
naccasi suppavādite.
vv50:2.1 #
ตสฺสา เต นจฺจมานาย✎ ร่าง
Tassā te naccamānāya,
vv50:2.2 #
องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส✎ ร่าง
aṅgamaṅgehi sabbaso;
vv50:2.3 #
ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ✎ ร่าง
Dibbā saddā niccharanti,
vv50:2.4 #
สวนียา มโนรมา✎ ร่าง
savanīyā manoramā.
vv50:3.1 #
ตสฺสา เต นจฺจมานาย✎ ร่าง
Tassā te naccamānāya,
vv50:3.2 #
องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส✎ ร่าง
aṅgamaṅgehi sabbaso;
vv50:3.3 #
ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ✎ ร่าง
Dibbā gandhā pavāyanti,
vv50:3.4 #
สุจิคนฺธา มโนรมา✎ ร่าง
sucigandhā manoramā.
vv50:4.1 #
วิวตฺตมานา กาเยน✎ ร่าง
Vivattamānā kāyena,
vv50:4.2 #
ยา เวณีสุ ปิลนฺธนา✎ ร่าง
yā veṇīsu piḷandhanā;
vv50:4.3 #
เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส✎ ร่าง
Tesaṁ suyyati nigghoso,
vv50:4.4 #
ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา✎ ร่าง
tūriye pañcaṅgike yathā.
vv50:5.1 #
วฏํสกา วาตธูตา✎ ร่าง
Vaṭaṁsakā vātadhutā,
vv50:5.2 #
วาเตน สมฺปกมฺปิตา✎ ร่าง
vātena sampakampitā;
vv50:5.3 #
เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส✎ ร่าง
Tesaṁ suyyati nigghoso,
vv50:5.4 #
ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา |๕๐.๕๙๗| ส✎ ร่าง
tūriye pañcaṅgike yathā.
vv50:6.1 #
าปิ เต สิรสิ มาลา✎ ร่าง
Yāpi te sirasmiṁ mālā,
vv50:6.2 #
สุจิคนฺธา มโนรมา✎ ร่าง
sucigandhā manoramā;
vv50:6.3 #
วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา✎ ร่าง
Vāti gandho disā sabbā,
vv50:6.4 #
รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา✎ ร่าง
rukkho mañjūsako yathā.
vv50:7.1 #
ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ✎ ร่าง
Ghāyase taṁ sucigandhaṁ,
vv50:7.2 #
รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ✎ ร่าง
rūpaṁ passasi amānusaṁ;
vv50:7.3 #
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข✎ ร่าง
Devate pucchitācikkha,
vv50:7.4 #
กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ✎ ร่าง
kissa kammassidaṁ phalan”ti.
vv50:8.1 #
ทาสี อหํ ปุเร อาสึ✎ ร่าง
“Dāsī ahaṁ pure āsiṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.53 · พุทธชยันตี 26.118
vv50:8.2 #
คยายํ พฺราหฺมณสฺสหํ✎ ร่าง
gayāyaṁ brāhmaṇassahaṁ;
vv50:8.3 #
อปฺปปุญฺญา อลกฺขิกา✎ ร่าง
Appapuññā alakkhikā,
vv50:8.4 #
รชฺชุมาลาติ มํ วิทู✎ ร่าง
rajjumālāti maṁ viduṁ.
vv50:9.1 #
อกฺโกสานํ วธานญฺจ✎ ร่าง
Akkosānaṁ vadhānañca,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.87
vv50:9.2 #
ตชฺชนาย จ อุกฺกตา✎ ร่าง
tajjanāya ca uggatā;
vv50:9.3 #
กุฏํ คเหตฺวา นิกฺขมฺม✎ ร่าง
Kuṭaṁ gahetvā nikkhamma,
vv50:9.4 #
อาคจฺฉึ อุทกหาริยา✎ ร่าง
agañchiṁ udahāriyā.
vv50:10.1 #
วิปเถ กุฏํ นิกฺขิปิตฺวา✎ ร่าง
Vipathe kuṭaṁ nikkhipitvā,
vv50:10.2 #
วนสณฺฑํ อุปาคมึ✎ ร่าง
vanasaṇḍaṁ upāgamiṁ;
vv50:10.3 #
อิเธวาหํ มริสฺสามิ✎ ร่าง
Idhevāhaṁ marissāmi,
vv50:10.4 #
กฺวตฺโถปิ ชีวิเตน เม✎ ร่าง
ko attho jīvitena me.
vv50:11.1 #
ทฬฺหปาสํ กริตฺวาน✎ ร่าง
Daḷhaṁ pāsaṁ karitvāna,
vv50:11.2 #
อาลมฺพิตฺวาน ปาทเป✎ ร่าง
āsumbhitvāna pādape;
vv50:11.3 #
ตโต ทิสา วิโลเกสึ✎ ร่าง
Tato disā vilokesiṁ,
vv50:11.4 #
โก นุ โขว นมสฺสิโต✎ ร่าง
‘ko nu kho vanamassito’.
vv50:12.1 #
ตตฺถทฺทสาสึ ๑- สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Tatthaddasāsiṁ sambuddhaṁ,
vv50:12.2 #
สพฺพโลกหิตํ มุนึ✎ ร่าง
sabbalokahitaṁ muniṁ;
vv50:12.3 #
นิสินฺนํ รุกฺขมูลสฺมึ✎ ร่าง
Nisinnaṁ rukkhamūlasmiṁ,
vv50:12.4 #
ฌายนฺตํ อกุโตภยํ✎ ร่าง
jhāyantaṁ akutobhayaṁ.
vv50:13.1 #
ตสฺสา เม อหุ สํเวโค✎ ร่าง
Tassā me ahu saṁvego,
vv50:13.2 #
อพฺภูโต โลมหํสโน✎ ร่าง
abbhuto lomahaṁsano;
vv50:13.3 #
โก นุ โขว นมสฺสิโต✎ ร่าง
Ko nu kho vanamassito,
vv50:13.4 #
มนุสฺโส อุทาหุ เทวตา✎ ร่าง
manusso udāhu devatā.
vv50:14.1 #
ปาสาทิกํ ปสาทนียํ✎ ร่าง
Pāsādikaṁ pasādanīyaṁ,
vv50:14.2 #
วนา นิพฺพนมาคตํ✎ ร่าง
vanā nibbanamāgataṁ;
vv50:14.3 #
ทิสฺวา มโน เม ปสีทิ✎ ร่าง
Disvā mano me pasīdi,
vv50:14.4 #
นายํ ยาทิสิกีทิโส✎ ร่าง
nāyaṁ yādisakīdiso.
vv50:15.1 #
คุตฺตินฺทฺริโย ฌานรโต✎ ร่าง
Guttindriyo jhānarato,
vv50:15.2 #
อพหิคตมานโส✎ ร่าง
abahiggatamānaso;
vv50:15.3 #
หิโต สพฺพสฺส โลกสฺส✎ ร่าง
Hito sabbassa lokassa,
vv50:15.4 #
พุทฺโธ อยํ ภวิสฺสติ✎ ร่าง
buddho ayaṁ bhavissati.
vv50:16.1 #
ภยเภรโว ทุราสโท✎ ร่าง
Bhayabheravo durāsado,
vv50:16.2 #
สีโหว คูหนิสฺสิโต✎ ร่าง
sīhova guhamassito;
vv50:16.3 #
ทุลฺลภายํ ทสฺสนาย✎ ร่าง
Dullabhāyaṁ dassanāya,
vv50:16.4 #
ปุปฺผํ อุทุมฺพรํ ยถา✎ ร่าง
pupphaṁ odumbaraṁ yathā.
vv50:17.1 #
โส มํ มุทูหิ วาจาหิ✎ ร่าง
So maṁ mudūhi vācāhi,
vv50:17.2 #
อาลปิตฺวา ตถาคโต✎ ร่าง
ālapitvā tathāgato;
vv50:17.3 #
รชฺชุมาเลติ มํ อโวจ✎ ร่าง
Rajjumāleti maṁvoca,
vv50:17.4 #
สรณํ คจฺฉ ตถาคตํ✎ ร่าง
saraṇaṁ gaccha tathāgataṁ.
vv50:18.1 #
ตาหํ คิรํ สุณิตฺวาน✎ ร่าง
Tāhaṁ giraṁ suṇitvāna,
vv50:18.2 #
เนลํ อตฺถวตึ สุจึ✎ ร่าง
nelaṁ atthavatiṁ suciṁ;
vv50:18.3 #
สณฺหํ มุทุญฺจ วคฺคุญฺจ✎ ร่าง
Saṇhaṁ muduñca vagguñca,
vv50:18.4 #
สพฺพโสกาปนูทนํ✎ ร่าง
sabbasokāpanūdanaṁ.
vv50:19.1 #
กลฺลจิตฺตญฺจ มํ ญตฺวา✎ ร่าง
Kallacittañca maṁ ñatvā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.88
vv50:19.2 #
ปสนฺนํ สุทฺธมานสํ✎ ร่าง
pasannaṁ suddhamānasaṁ;
vv50:19.3 #
หิโต สพฺพสฺส โลกสฺส✎ ร่าง
Hito sabbassa lokassa,
vv50:19.4 #
อนุสาสิ ตถาคโต✎ ร่าง
anusāsi tathāgato.
vv50:20.1 #
อิทํ ทุกฺขนฺติ มํ อโวจ✎ ร่าง
Idaṁ dukkhanti maṁvoca,
vv50:20.2 #
อยํ ทุกฺขสฺส สมฺภโว อยํ✎ ร่าง
Ayaṁ dukkhassa sambhavo;
vv50:20.3 #
ทุกฺขนิโรโธ จ✎ ร่าง
Dukkha nirodho maggo ca,
vv50:20.4 #
อญฺชโส อมโตคโธ✎ ร่าง
Añjaso amatogadho.
vv50:21.1 #
อนุกมฺปกสฺส กุสลสฺส✎ ร่าง
Anukampakassa kusalassa,
vv50:21.2 #
โอวาทมฺหิ อหํ ฐิตา✎ ร่าง
Ovādamhi ahaṁ ṭhitā;
vv50:21.3 #
อชฺฌคา อมตํ สนฺตึ✎ ร่าง
Ajjhagā amataṁ santiṁ,
vv50:21.4 #
นิพฺพานํ ปทมจฺจุตํ✎ ร่าง
Nibbānaṁ padamaccutaṁ.
vv50:22.1 #
สาหํ อวตฺถิตา ๑- เปมา✎ ร่าง
Sāhaṁ avaṭṭhitāpemā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.120
vv50:22.2 #
ทสฺสเน อวิกมฺปินี✎ ร่าง
dassane avikampinī;
vv50:22.3 #
มูลชาตาย สทฺธาย✎ ร่าง
Mūlajātāya saddhāya,
vv50:22.4 #
ธีตา พุทฺธสฺส โอรสา✎ ร่าง
dhītā buddhassa orasā.
vv50:23.1 #
สาหํ รมามิ กีฬามิ✎ ร่าง
Sāhaṁ ramāmi kīḷāmi,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.54
vv50:23.2 #
โมทามิ อกุโตภยา✎ ร่าง
modāmi akutobhayā;
vv50:23.3 #
ทิพฺพมาลํ ธารยามิ✎ ร่าง
Dibbamālaṁ dhārayāmi,
vv50:23.4 #
ปิวามิ มธุมทฺธุวํ✎ ร่าง
pivāmi madhumaddavaṁ.
vv50:24.1 #
สฏฺฐิตุริยสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhitūriyasahassāni,
vv50:24.2 #
ปฏิโพธํ กโรนฺติ เม✎ ร่าง
paṭibodhaṁ karonti me;
vv50:24.3 #
อาฬมฺโพ คคฺคโร ภีโม✎ ร่าง
Āḷambo gaggaro bhīmo,
vv50:24.4 #
สาธุวาที จ สํสโย✎ ร่าง
sādhuvādī ca saṁsayo.
vv50:25.1 #
โปกฺขโร จ สุผสฺโส จ✎ ร่าง
Pokkharo ca suphasso ca,
vv50:25.2 #
วีณา โมกฺขา จ นาริโย✎ ร่าง
vīṇāmokkhā ca nāriyo;
vv50:25.3 #
นนฺทา เจว สุนนฺทา จ✎ ร่าง
Nandā ceva sunandā ca,
vv50:25.4 #
โสณทินฺนา สุจิมฺหิตา✎ ร่าง
soṇadinnā sucimhitā.
vv50:26.1 #
อลมฺพุสา มิสฺสเกสี จ✎ ร่าง
Alambusā missakesī ca,
vv50:26.2 #
ปุณฺฑรีกาติทารุณี✎ ร่าง
puṇḍarīkātidāruṇī;
vv50:26.3 #
เอณิปสฺสา สุปสฺสา จ✎ ร่าง
Eṇīphassā suphassā ca,
vv50:26.4 #
สุภทฺทา มุทุกาวที✎ ร่าง
subhaddā muduvādinī.
vv50:27.1 #
เอตา จญฺญา จ เสยฺยาเส✎ ร่าง
Etā caññā ca seyyāse,
vv50:27.2 #
อจฺฉรานํ ปโพธิยา✎ ร่าง
accharānaṁ pabodhikā;
vv50:27.3 #
ตา มํ กาเลนุปาคนฺตฺวา✎ ร่าง
Tā maṁ kālenupāgantvā,
vv50:27.4 #
อภิภาสนฺติ เทวตา✎ ร่าง
abhibhāsanti devatā.
vv50:28.1 #
หนฺท นจฺจาม คายาม✎ ร่าง
Handa naccāma gāyāma,
vv50:28.2 #
หนฺท ตํ รมยามเส✎ ร่าง
handa taṁ ramayāmase;
vv50:28.3 #
นยิทํ อกตปุญฺญานํ✎ ร่าง
Nayidaṁ akatapuññānaṁ,
vv50:28.4 #
กตปุญฺญานเมวิทํ✎ ร่าง
katapuññānamevidaṁ.
vv50:29.1 #
อโสกํ นนฺทนํ รมฺมํ✎ ร่าง
Asokaṁ nandanaṁ rammaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.89
vv50:29.2 #
ติทสานํ มหาวนํ✎ ร่าง
tidasānaṁ mahāvanaṁ;
vv50:29.3 #
สุขํ อกตปุญฺญานํ✎ ร่าง
Sukhaṁ akatapuññānaṁ,
vv50:29.4 #
อิธ นตฺถิ ปรตฺถ จ✎ ร่าง
idha natthi parattha ca.
vv50:30.1 #
สุขญฺจ กตปุญฺญานํ✎ ร่าง
Sukhañca katapuññānaṁ,
vv50:30.2 #
อิธ เจว ปรตฺถ จ✎ ร่าง
idha ceva parattha ca;
vv50:30.3 #
เตสํ สหพฺยกามานํ✎ ร่าง
Tesaṁ sahabyakāmānaṁ,
vv50:30.4 #
กาตพฺพํ กุสลํ พหุํ✎ ร่าง
kattabbaṁ kusalaṁ bahuṁ;
vv50:30.5 #
กตปุญฺญา หิ โมทนฺติ✎ ร่าง
Katapuññā hi modanti,
vv50:30.6 #
สคฺเค โภคสมงฺคิโน✎ ร่าง
sagge bhogasamaṅgino.
vv50:31.1 #
พหุนฺนํ วต อตฺถาย✎ ร่าง
Bahūnaṁ vata atthāya,
vv50:31.2 #
อุปฺปชฺชนฺติ ตถาคตา✎ ร่าง
uppajjanti tathāgatā;
vv50:31.3 #
ทกฺขิเณยฺยา มนุสฺสานํ✎ ร่าง
Dakkhiṇeyyā manussānaṁ,
vv50:31.4 #
ปุญฺญกฺเขตฺตานมากรา✎ ร่าง
puññakhettānamākarā;
vv50:31.5 #
ยตฺถ การํ กริตฺวาน✎ ร่าง
Yattha kāraṁ karitvāna,
vv50:31.6 #
สคฺเค โมทนฺติ ทายกาติ ฯ✎ ร่าง
sagge modanti dāyakā”ti.
vv50:32.1 #
รชฺชุมาลาวิมานํ ทฺวาทสมํ ฯ อุทฺทานํ✎ ร่าง
Rajjumālāvimānaṁ dvādasamaṁ.
vv50:34.1 #
มญฺชิฏฺฐา ปภสฺสรา นาคา✎ ร่าง
Mañjiṭṭhā pabhassarā nāgā,
vv50:34.2 #
อโลมา กญฺชิกทายิกา✎ ร่าง
Alomākañjikadāyikā;
vv50:34.3 #
วิหารจตุริตฺถมฺพา✎ ร่าง
Vihāracaturitthambā,
vv50:34.4 #
ปีตา อุจฺฉุวนฺทนรชฺชุมาลา จ✎ ร่าง
Pītā ucchuvandanarajjumālā ca;
vv50:34.5 #
วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ ฯ อ✎ ร่าง
Vaggo tena pavuccatīti.
vv50:35.1 #
ิตฺถิวิมาเน วคฺโค จตุตฺโถ ฯ✎ ร่าง
Mañjiṭṭhakavaggo catuttho.
vv50:36.1 #
Itthivimānaṁ samattaṁ.
vv51:0.1 #
Vimānavatthu
vv51:0.2 #
ปญฺจโม✎ ร่าง
Purisavimāna
vv51:0.3 #
มหารถวคฺโค✎ ร่าง
Mahārathavagga
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน