‹ กลับ
จูฬรถวิมาน
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 63 · ขุ.วิ. ๒๖/๒๑๔๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๓] ท่านเป็นกษัตริย์ เป็นราชโอรส หรือเป็นพรานป่าพเนจร สะพายธนู อันทำด้วยไม้แก่นอันมั่นคง ยืนอยู่? สุชาตกุมารตรัสตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นราชโอรสของพระเจ้าอัสสกะ ผู้เป็นใหญ่ ในแคว้นอัสสกรัฐ เที่ยวไปในป่า ข้าแต่ภิกษุ ข้าพเจ้าจะขอบอกนามของ ข้าพเจ้าแก่ท่าน ชนทั้งหลายเรียกข้าพเจ้าว่า สุชาต ข้าพเจ้าเที่ยวลัดเลาะ ไปในป่าใหญ่แสวงหาหมู่เนื้อ ไม่ได้เห็นเนื้อ มาเห็นท่าน ข้าพเจ้าจึงได้ ยืนอยู่. พระมหากัจจายนเถระกล่าวว่า ดูกรท่านผู้มีบุญใหญ่ ท่านมาดีแล้ว อนึ่ง ถึงท่านมาไกลก็เหมือนมาใกล้ ขอท่านจงตักน้ำจากภาชนะนี้ล้างเท้าของท่านเสียเถิด น้ำนี้เย็นใสสะอาด อาตมภาพตักมาจากซอกเขา ดูกรพระราชบุตร ขอเชิญท่านดื่มน้ำจาก ภาชนะนี้แล้ว เชิญนั่งบนพื้นอันปูลาดเถิด. สุชาตกุมารตรัสถามว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นมหามุนี วาจาของท่านนี้ไพเราะเสนาะโสต ไม่มีโทษ มีแต่ประโยชน์ จับใจนัก ให้เกิดปัญญา และท่านรู้ว่ามีประโยชน์แล้ว จึงพูด ข้าแต่ท่านฤาษีผู้องอาจ อะไรเป็นความยินดีของท่านผู้อยู่ในป่า ข้าพเจ้าถามท่านแล้ว ขอท่านจงบอก ข้าพเจ้าฟังถ้อยคำของท่านแล้วจะ ประพฤติอรรถธรรมให้สม่ำเสมอ. พระมหากัจจายนเถระตอบว่า ดูกรพระราชกุมาร อาตมภาพชอบการไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง ชอบ การงดเว้นจากการลักขโมย จากการประพฤติล่วงละเมิดในหญิงที่เขา หวงห้าม จากการดื่มน้ำเมา และชอบความประพฤติชอบ ความเป็น พหูสูต ความกตัญญู เพราะธรรมเหล่านี้เป็นเหตุเกิดความสรรเสริญ วิญญูชนพึงสรรเสริญในปัจจุบันโดยแท้ ความตายของท่านใกล้เข้ามา แล้ว ท่านจักตายภายใน ๕ เดือน ดูกรพระราชบุตร ขอท่านจงรู้เถิด จงรีบปลดเปลื้องตนเสียเถิด. พระราชกุมารตรัสถามว่า ข้าพเจ้าพึงไปสู่ชนบทไหน ทำการงานอะไร ทำกิจอะไรของบุรุษ หรือ พึงเล่าเรียนวิชาอะไรหนอ จึงจะไม่แก่ไม่ตาย? พระมหากัจจายนเถระตอบว่า ดูกรพระราชกุมาร สัตว์พึงไปในประเทศใดแล้ว ประกอบการงานและ เล่าเรียนวิชา กระทำกิจของบุรุษ จะไม่แก่ไม่ตาย ประเทศเช่นนั้นจะ ไม่มีเลย แม้ชนทั้งหลายผู้มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก เป็นกษัตริย์ ปกครองแว่นแคว้น มีทรัพย์และข้าวเปลือกมากมาย จะไม่แก่ไม่ตาย ไม่มีเลย ถึงชนเหล่านั้นจะเป็นลูกอันธกเวณฑะ มีเพลงอาวุธอันได้ ศึกษาแล้ว แกล้วกล้า องอาจ สามารถจะต่อสู้ศัตรูได้ก็ตาม แต่ชน เหล่านั้นก็ถึงความสิ้นอายุ จะดำรงยั่งยืนเหมือนพระจันทร์พระอาทิตย์ ก็หาไม่ เหล่าชนที่เป็นกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาล คนหยากเยื่อ และชนชาติอื่นที่จะไม่แก่ไม่ตายก็ไม่มี ชนเหล่าใด เล่าเรียนมนต์อันประกอบด้วยองค์ ๖ ที่เป็นพรหมลิขิตและพวกที่เรียน วิชาเหล่าอื่น แม้ชนเหล่านั้นที่จะไม่แก่ไม่ตายก็ไม่มี อนึ่ง ฤาษีทั้งหลาย ผู้สงบสำรวมตนบำเพ็ญตบะ ก็จำต้องละทิ้งสรีระไปตามกาล ถึงพระ- อรหันต์ผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว เสร็จกิจแล้ว ไม่มีอาสวะ สิ้นบุญ และบาปแล้ว ก็ยังต้องทอดทิ้งร่างกายนี้ไป. พระราชกุมารตรัสว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นมหามุนี คาถาของท่านเป็นสุภาษิตมีประโยชน์ ข้าพเจ้า โล่งใจเพราะวาจาอันท่านกล่าวดีแล้ว ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าเถิด. พระเถระกล่าวว่า ท่านอย่าถึงอาตมภาพเป็นที่พึ่งเลย จงถึงพระพุทธเจ้าผู้เป็นศากยบุตร เป็นมหาวีรบุรุษ ที่อาตมภาพถึงเป็นที่พึ่ง ว่าเป็นที่พึ่งเถิด. พระราชกุมารตรัสถามว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ พระพุทธเจ้าผู้เป็นพระบรมครูของท่านพระองค์นั้น เวลานี้ประทับอยู่ในชนบทไหน แม้ข้าพเจ้าก็จักไปเฝ้าพระพุทธเจ้าพระ- องค์นั้น ผู้ชนะมาร หาบุคคลเปรียบปรานมิได้? พระเถระตอบว่า แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นบรมครู เป็นบุรุษอาชาไนย ทรง สมภพในวงศ์แห่งพระเจ้าโอกกากราช อยู่ในชนบทปุรัตถิมทิศ แต่ว่า พระองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว. พระราชกุมารตรัสว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ก็ถ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นบรมครูของท่านพึงยังดำรง พระชนม์อยู่ไซร้ ถึงจะประทับอยู่ไกลพันโยชน์ ข้าพเจ้าก็จะไปเฝ้าให้ จงได้ ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ก็เพราะพระพุทธเจ้า ผู้เป็นบรมครูของท่าน เสด็จปรินิพพานแล้ว ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จปรินิพพานแล้ว เป็นมหาวีรบุรุษ เป็นที่พึ่ง อนึ่ง ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้ากับทั้งพระ- ธรรมอันยอดเยี่ยม และพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่า นรชน เป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าของดเว้นจากปาณาติบาต อทินนาทาน จะ ขอยินดีด้วยภรรยาของตนไม่พูดเท็จและไม่ดื่มน้ำเมา. พระเถระกล่าวว่า พระอาทิตย์มีรัศมีตั้งพัน โคจรไปในท้องฟ้าส่องแสงสว่างไปทั่วทิศ ฉันใด รถใหญ่ของท่านนี้ก็ฉันนั้น วัดโดยรอบยาวได้ร้อยโยชน์ หุ้ม ด้วยแผ่นทองคำรอบด้าน งอนรถนั้นวิจิตรด้วยแก้วมุกดา และแก้วมณี ลอยจำหลักเป็นรูปดอกไม้ลดาวัลย์ ตระการไปด้วยแก้วไพฑูรย์ อันบุญ กรรมตบแต่งแล้ว งามเพริดแพร้วด้วยทองคำและเงิน และปลายงอน รถนี้อันบุญกรรมตบแต่งด้วยแก้วไพฑูรย์ แอกรถวิจิตรไปด้วยแก้วทับทิม สายเชือกล้วนแล้วไปด้วยทองคำและเงิน อนึ่ง ม้าเหล่านี้ฝีเท้าว่องไว ดังใจ งามรุ่งเรือง ท่านยืนอยู่บนรถทองดูองอาจ ดุจท้าวสักกเทวราช ผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ทวยเทพ ผู้ทรงราชรถอันเทียมด้วยม้าอาชาไนยตั้งพัน ฉะนั้น อาตมภาพขอถามท่านผู้มียศ ผู้ฉลาด รถอันยิ่งใหญ่นี้ ท่านได้ มาอย่างไร? สุชาตเทพบุตรตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ชาติก่อน ข้าพเจ้าเป็นราชบุตรนามว่า สุชาตกุมาร พระคุณเจ้าอนุเคราะห์สั่งสอนข้าพเจ้าให้ตั้งอยู่ในความสำรวม และ พระคุณเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าจะสิ้นอายุได้ให้พระบรมสารีริกธาตุแก่ข้าพเจ้า โดย กล่าวว่า ดูกรสุชาตราชกุมาร ท่านจงบูชาพระบรมสารีริกธาตุนี้เถิด พระบรมสารีริกธาตุนี้ จักเป็นประโยชน์แก่ท่าน ข้าพเจ้าได้บูชาพระบรม สารีริกธาตุนั้น ด้วยของหอมและพวงมาลัย ขวนขวายในการทำบุญให้ ทาน ละร่างมนุษย์นั้นแล้ว ได้ไปบังเกิดในสวนนันทวัน เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้ามีหมู่นางเทพอัปสรฟ้อนรำ ขับร้องห้อมล้อม รื่นเริงอยู่ในสวน นันทวันอันประเสริฐ น่ารื่นรมย์ เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่สกุณชาติ นานาชนิด. พระมหาโมคคัลลานเถระได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
เทียบรายประโยค (137 ประโยค)
vv63:1.1 #
ทฬฺหธมฺมนิสารสฺส✎ ร่าง
“Daḷhadhammā nisārassa,
vv63:1.2 #
ธนุํ โอลุพฺภ ติฏฺฐสิ✎ ร่าง
dhanuṁ olubbha tiṭṭhasi;
vv63:1.3 #
ขตฺติโย นุสิ ราชญฺโญ✎ ร่าง
Khattiyo nusi rājañño,
vv63:1.4 #
อาทู ลุทฺโธ วนาจโรติ ฯ✎ ร่าง
adu luddo vanecaro”ti.
vv63:2.1 #
อสฺสกาธิปติสฺสาหํ✎ ร่าง
“Assakādhipatissāhaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.106
vv63:2.2 #
ภนฺเต ปุตฺโต วเนจโร✎ ร่าง
bhante putto vanecaro;
vv63:2.3 #
นามํ เม ภิกฺขุ เต พฺรูมิ✎ ร่าง
Nāmaṁ me bhikkhu te brūmi,
vv63:2.4 #
สุชาโต อิติ มํ วิทู✎ ร่าง
sujāto iti maṁ vidū.
vv63:3.1 #
มิเค คเวสมาโนหํ✎ ร่าง
Mige gavesamānohaṁ,
vv63:3.2 #
โอคาหนฺโต พฺรหาวนํ✎ ร่าง
Ogāhanto brahāvanaṁ;
vv63:3.3 #
มิคํ คนฺเตฺวว นาทกฺขึ✎ ร่าง
Migaṁ tañceva nāddakkhiṁ,
vv63:3.4 #
ตญฺจ ทิสฺวา อหํ ฐิโต (อิติ) ฯ✎ ร่าง
Tañca disvā ṭhito ahan”ti.
vv63:4.1 #
สฺวาคตนฺเต มหาปุญฺญ✎ ร่าง
“Svāgataṁ te mahāpuñña,
vv63:4.2 #
อโถ เต อทูราคตํ✎ ร่าง
atho te adurāgataṁ;
vv63:4.3 #
อิโต อุทกมาทาย✎ ร่าง
Etto udakamādāya,
vv63:4.4 #
ปาเท ปกฺขาลยสฺสุ เต✎ ร่าง
pāde pakkhālayassu te.
vv63:5.1 #
อิทํปิ ปานิยํ สีตํ✎ ร่าง
Idampi pānīyaṁ sītaṁ,
vv63:5.2 #
อาภตํ คิริคพฺภรา✎ ร่าง
ābhataṁ girigabbharā;
vv63:5.3 #
ราชปุตฺต ตโต ปิตฺวา✎ ร่าง
Rājaputta tato pitvā,
vv63:5.4 #
สนฺถตสฺมึ อุปาวิสาติ ฯ✎ ร่าง
santhatasmiṁ upāvisā”ti.
vv63:6.1 #
กลฺยาณี วต เต วาจา✎ ร่าง
“Kalyāṇī vata te vācā,
vv63:6.2 #
สวนียา มหามุนิ✎ ร่าง
Savanīyā mahāmuni;
vv63:6.3 #
เนลา ๑- อตฺถวตี วคฺคู✎ ร่าง
Nelā atthavatī vaggu,
vv63:6.4 #
มนฺตา อตฺถญฺจ ภาสสิ✎ ร่าง
Mantvā atthañca bhāsasi.
vv63:7.1 #
กา เต รติ วเน วิหรโต✎ ร่าง
Kā te rati vane viharato,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.65
vv63:7.2 #
อิสินิสภ วเทหิ ปุฏฺโฐ✎ ร่าง
Isinisabha vadehi puṭṭho;
vv63:7.3 #
ตว วจนปถํ นิสามยิตฺวา✎ ร่าง
Tava vacanapathaṁ nisāmayitvā,
vv63:7.4 #
อตฺถธมฺมปทํ สมาจเรมเสติ ฯ✎ ร่าง
Atthadhammapadaṁ samācaremase”ti.
vv63:8.1 #
อหึสา สพฺพปาณินํ✎ ร่าง
“Ahiṁsā sabbapāṇīnaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.150
vv63:8.2 #
กุมารมฺหากํ ๒- รุจฺจติ✎ ร่าง
kumāramhāka ruccati;
vv63:8.3 #
เถยฺยา จ อติจารา จ✎ ร่าง
Theyyā ca aticārā ca,
vv63:8.4 #
มชฺชปานา จ อารติ✎ ร่าง
majjapānā ca ārati.
vv63:9.1 #
อรติ สมจริยา จ✎ ร่าง
Ārati samacariyā ca,
vv63:9.2 #
พาหุสจฺจํ กตญฺญุตา✎ ร่าง
bāhusaccaṁ kataññutā;
vv63:9.3 #
ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปสํสา✎ ร่าง
Diṭṭheva dhamme pāsaṁsā,
vv63:9.4 #
ธมฺมา เอเต ปสํสิยาติ✎ ร่าง
dhammā ete pasaṁsiyāti.
vv63:10.1 #
สนฺติเก มรณํ ตุยฺหํ✎ ร่าง
Santike maraṇaṁ tuyhaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.107
vv63:10.2 #
โอรํ มาเสหิ ปญฺจหิ✎ ร่าง
oraṁ māsehi pañcahi;
vv63:10.3 #
ราชปุตฺต วิชานาหิ✎ ร่าง
Rājaputta vijānāhi,
vv63:10.4 #
อตฺตานํ ปริโมจยาติ ฯ✎ ร่าง
attānaṁ parimocayā”ti.
vv63:11.1 #
กตมํ สฺวาหํ ชนปทํ คนฺตฺวา✎ ร่าง
“Katamaṁ svāhaṁ janapadaṁ gantvā,
vv63:11.2 #
กึ กมฺมํ กิญฺจิ โปริสํ✎ ร่าง
Kiṁ kammaṁ kiñca porisaṁ;
vv63:11.3 #
กาย วา ปน วิชฺชาย✎ ร่าง
Kāya vā pana vijjāya,
vv63:11.4 #
ภเวยฺยํ อชรามโรติ ฯ✎ ร่าง
Bhaveyyaṁ ajarāmaro”ti.
vv63:12.1 #
น วิชฺชเต โส ปเทโส✎ ร่าง
“Na vijjate so padeso,
vv63:12.2 #
กมฺมํ วิชฺชา จ โปริสํ✎ ร่าง
kammaṁ vijjā ca porisaṁ;
vv63:12.3 #
ยตฺถ คนฺตฺวา ภเว มจฺโจ✎ ร่าง
Yattha gantvā bhave macco,
vv63:12.4 #
ราชปุตฺตาชรามโร✎ ร่าง
rājaputtājarāmaro.
vv63:13.1 #
มหทฺธนา มหาโภคา✎ ร่าง
Mahaddhanā mahābhogā,
vv63:13.2 #
รฏฺฐวนฺโตปิ ขตฺติยา✎ ร่าง
raṭṭhavantopi khattiyā;
vv63:13.3 #
ปหูตธนธญฺญาเส น✎ ร่าง
Pahūtadhanadhaññāse,
vv63:13.4 #
เตปิ อชรามรา✎ ร่าง
tepi no ajarāmarā.
vv63:14.1 #
ยทิ เต สุตา อนฺธกเวณฺฑปุตฺตา✎ ร่าง
Yadi te sutā andhakaveṇḍuputtā,
vv63:14.2 #
สูรา วีรา วิกฺกนฺตปฺปหาริโน✎ ร่าง
Sūrā vīrā vikkantappahārino;
vv63:14.3 #
เตปิ อายุกฺขยํ ปตฺตา✎ ร่าง
Tepi āyukkhayaṁ pattā,
vv63:14.4 #
วิทฺธสฺตา สสฺสตีสมา✎ ร่าง
Viddhastā sassatīsamā.
vv63:15.1 #
ขตฺติยา พฺราหฺมณา เวสฺสา✎ ร่าง
Khattiyā brāhmaṇā vessā,
vv63:15.2 #
สุทฺทา จณฺฑาลปุกฺกุสา✎ ร่าง
suddā caṇḍālapukkusā;
vv63:15.3 #
เอเต จญฺเญ จ ชาติยา✎ ร่าง
Ete caññe ca jātiyā,
vv63:15.4 #
เตปิ น อชรามรา✎ ร่าง
tepi no ajarāmarā.
vv63:16.1 #
เย มนฺตํ ปริวตฺเตนฺติ✎ ร่าง
Ye mantaṁ parivattenti,
vv63:16.2 #
ฉฬงฺคํ พฺรหฺมจินฺติตํ✎ ร่าง
chaḷaṅgaṁ brahmacintitaṁ;
vv63:16.3 #
เอเต จญฺเญ จ วิชฺชาย✎ ร่าง
Ete caññe ca vijjāya,
vv63:16.4 #
เตปิ น อชรามรา✎ ร่าง
tepi no ajarāmarā.
vv63:17.1 #
อิสโย จาปิ เย สนฺตา✎ ร่าง
Isayo cāpi ye santā,
vv63:17.2 #
สญฺญตตฺตา ตปสฺสิโน✎ ร่าง
saññatattā tapassino;
vv63:17.3 #
สรีรํ เตปิ กาเลน✎ ร่าง
Sarīraṁ tepi kālena,
vv63:17.4 #
วิชหนฺติ ตปสฺสิโน✎ ร่าง
vijahanti tapassino.
vv63:18.1 #
ภาวิตตฺตาปิ อรหนฺโต✎ ร่าง
Bhāvitattāpi arahanto,
vv63:18.2 #
กตกิจฺจา อนาสวา✎ ร่าง
katakiccā anāsavā;
vv63:18.3 #
นิกฺขิปนฺติ อิมํ เทหํ✎ ร่าง
Nikkhipanti imaṁ dehaṁ,
vv63:18.4 #
ปุญฺญปาปปริกฺขยา (อิติ) ฯ✎ ร่าง
puññapāpaparikkhayā”ti.
vv63:19.1 #
สุภาสิตา อตฺถวตี✎ ร่าง
“Subhāsitā atthavatī,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.108
vv63:19.2 #
คาถาโย เต มหามุนิ✎ ร่าง
gāthāyo te mahāmuni;
vv63:19.3 #
นิชฺฌตฺโตมฺหิ สุภฏฺเฐน✎ ร่าง
Nijjhattomhi subhaṭṭhena,
vv63:19.4 #
ตฺวญฺจ เม สรณํ ภวาติ ฯ✎ ร่าง
tvañca me saraṇaṁ bhavā”ti.
vv63:20.1 #
มา มํ ตฺวํ สรณํ คจฺฉ✎ ร่าง
“Mā maṁ tvaṁ saraṇaṁ gaccha,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.152
vv63:20.2 #
ตเมว สรณํ วช✎ ร่าง
tameva saraṇaṁ vaja;
vv63:20.3 #
สกฺยปุตฺตํ มหาวีรํ✎ ร่าง
Sakyaputtaṁ mahāvīraṁ,
vv63:20.4 #
ยมหํ สรณํ คโตติ ฯ✎ ร่าง
yamahaṁ saraṇaṁ gato”ti.
vv63:21.1 #
กตรสฺมึ โส ชนปเท✎ ร่าง
“Katarasmiṁ so janapade,
vv63:21.2 #
สตฺถา ตุมฺหาก มาริส✎ ร่าง
satthā tumhāka mārisa;
vv63:21.3 #
อหมฺปิ ทฏฺฐุํ คจฺฉิสฺสํ✎ ร่าง
Ahampi daṭṭhuṁ gacchissaṁ,
vv63:21.4 #
ชินํ อปฺปฏิปุคฺคลนฺติ ฯ✎ ร่าง
jinaṁ appaṭipuggalan”ti.
vv63:22.1 #
ปุรตฺถิมสฺมึ ชนปเท✎ ร่าง
“Puratthimasmiṁ janapade,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.66
vv63:22.2 #
โอกฺกากกุลสมฺภโว ส✎ ร่าง
okkākakulasambhavo;
vv63:22.3 #
ตฺถาปิ ปุริสาชญฺโญ✎ ร่าง
Tatthāsi purisājañño,
vv63:22.4 #
โส จ โข ปรินิพฺพุโตติ ฯ✎ ร่าง
so ca kho parinibbuto”ti.
vv63:23.1 #
สเจ หิ พุทฺโธ ติฏฺเฐยฺย✎ ร่าง
“Sace hi buddho tiṭṭheyya,
vv63:23.2 #
สตฺถา ตุมฺหาก มาริส✎ ร่าง
Satthā tumhāka mārisa;
vv63:23.3 #
โยชนานิ สหสฺสานิ✎ ร่าง
Yojanāni sahassāni,
vv63:23.4 #
คจฺเฉ ๑- ปยิรุปาสิตุํ✎ ร่าง
Gaccheyyaṁ payirupāsituṁ.
vv63:24.1 #
ยโต จ โข ปรินิพฺพุโต✎ ร่าง
Yato ca kho parinibbuto,
vv63:24.2 #
สตฺถา ตุมฺหาก มาริส ปริ✎ ร่าง
satthā tumhāka mārisa;
vv63:24.3 #
นิพฺพุตํ มหาวีรํ✎ ร่าง
Nibbutampi mahāvīraṁ,
vv63:24.4 #
คจฺฉามิ สรณํ อหํ✎ ร่าง
gacchāmi saraṇaṁ ahaṁ.
vv63:25.1 #
อุเปมิ สรณํ พุทฺธํ✎ ร่าง
Upemi saraṇaṁ buddhaṁ,
vv63:25.2 #
ธมฺมญฺจาปิ อนุตฺตรํ✎ ร่าง
dhammañcāpi anuttaraṁ;
vv63:25.3 #
สงฺฆญฺจ นรเทวสฺส✎ ร่าง
Saṅghañca naradevassa,
vv63:25.4 #
คจฺฉามิ สรณํ อหํ✎ ร่าง
gacchāmi saraṇaṁ ahaṁ.
vv63:26.1 #
ปาณาติปาตา วิรมามิ ขิปฺปํ✎ ร่าง
Pāṇātipātā viramāmi khippaṁ,
vv63:26.2 #
โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยามิ✎ ร่าง
Loke adinnaṁ parivajjayāmi;
vv63:26.3 #
อมชฺชโป โน จ มุสา ภณามิ✎ ร่าง
Amajjapo no ca musā bhaṇāmi,
vv63:26.4 #
สเกน ทาเรน จ โหมิ ตุฏฺโฐติ ฯ✎ ร่าง
Sakena dārena ca homi tuṭṭho”ti.
vv63:27.1 #
สหสฺสรํสีว ยถา มหปฺปโภ✎ ร่าง
“Sahassaraṁsīva yathā mahappabho,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.109
vv63:27.2 #
ทิสํ ยถา ภาติ นเภ อนุกฺกมํ✎ ร่าง
Disaṁ yathā bhāti nabhe anukkamaṁ;
vv63:27.3 #
ตถปฺปกาโร ๒- ตวายํ ๓- มหารโถ✎ ร่าง
Tathāpakāro tavāyaṁ mahāratho,
vv63:27.4 #
สมนฺตโต โยชนสตํ อายโต✎ ร่าง
Samantato yojanasattamāyato.
vv63:28.1 #
สุวณฺณปฏฺเฏหิ สมนฺตโมนโฏ✎ ร่าง
Suvaṇṇapaṭṭehi samantamotthaṭo,
vv63:28.2 #
อุรสฺส มุตฺตาหิ มณีหิ จิตฺติโต✎ ร่าง
Urassa muttāhi maṇīhi cittito;
vv63:28.3 #
เลขา สุวณฺณสฺส จ รูปิยสฺส จ✎ ร่าง
Lekhā suvaṇṇassa ca rūpiyassa ca,
vv63:28.4 #
โสภนฺติ เวฬุริยมยา สุนิมฺมิตา✎ ร่าง
Sobhenti veḷuriyamayā sunimmitā.
vv63:29.1 #
สีสญฺจิทํ เวฬุริยสฺส นิมฺมิตํ✎ ร่าง
Sīsañcidaṁ veḷuriyassa nimmitaṁ,
vv63:29.2 #
ยุคญฺจิทํ โลหิตกาย จิตฺติตํ✎ ร่าง
Yugañcidaṁ lohitakāya cittitaṁ;
vv63:29.3 #
ยุตฺตา สุวณฺณสฺส จ รูปิยสฺส จ✎ ร่าง
Yuttā suvaṇṇassa ca rūpiyassa ca,
vv63:29.4 #
โสภนฺติ อสฺสาปิ จิเม มโนชวา✎ ร่าง
Sobhanti assā ca ime manojavā.
vv63:30.1 #
โส ติฏฺฐสิ เหมรเถ อธิฏฺฐิโต✎ ร่าง
So tiṭṭhasi hemarathe adhiṭṭhito,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.154
vv63:30.2 #
เทวานมินฺโทว สหสฺสวาหโน✎ ร่าง
Devānamindova sahassavāhano;
vv63:30.3 #
ปุจฺฉามิ ตาหํ ยสวนฺตโกวิทํ✎ ร่าง
Pucchāmi tāhaṁ yasavanta kovidaṁ,
vv63:30.4 #
กถํ ตยา ลทฺโธ อยํ อุฬาโรติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ tayā laddho ayaṁ uḷāro”ti.
vv63:31.1 #
สุชาโต นามหํ ภนฺเต✎ ร่าง
“Sujāto nāmahaṁ bhante,
vv63:31.2 #
ราชปุตฺโต ปุเร อหุํ✎ ร่าง
rājaputto pure ahuṁ;
vv63:31.3 #
ตญฺจ ๓- มํ อนุกมฺปาย✎ ร่าง
Tvañca maṁ anukampāya,
vv63:31.4 #
สญฺญมสฺมึ นิเวสยิ✎ ร่าง
saññamasmiṁ nivesayi.
vv63:32.1 #
ขีณายุกญฺจ มํ ญตฺวา✎ ร่าง
Khīṇāyukañca maṁ ñatvā,
vv63:32.2 #
สรีรํ ปาทาสิ สตฺถุโน✎ ร่าง
sarīraṁ pādāsi satthuno;
vv63:32.3 #
อิติ) ฯ อิมํ สุชาต ปูเชหิ✎ ร่าง
Imaṁ sujāta pūjehi,
vv63:32.4 #
ตนฺเต อตฺถาย โหหีติ✎ ร่าง
taṁ te atthāya hehiti.
vv63:33.1 #
ตาหํ คนฺเธหิ มาเลหิ✎ ร่าง
Tāhaṁ gandhehi mālehi,
vv63:33.2 #
ปูชยิตฺวา สมุยฺยุโก✎ ร่าง
pūjayitvā samuyyuto;
vv63:33.3 #
ปหาย มานุสํ เทหํ✎ ร่าง
Pahāya mānusaṁ dehaṁ,
vv63:33.4 #
อุปปนฺโนมฺหิ นนฺทเน✎ ร่าง
upapannomhi nandanaṁ.
vv63:34.1 #
นนฺทเน ปวเร ๑- รมฺเม✎ ร่าง
Nandane ca vane ramme,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.110
vv63:34.2 #
นานาทิชคณายุเต✎ ร่าง
nānādijagaṇāyute;
vv63:34.3 #
รมามิ นจฺจคีเตหิ✎ ร่าง
Ramāmi naccagītehi,
vv63:34.4 #
อจฺฉราหิ ปุรกฺขิโตติ ฯ✎ ร่าง
accharāhi purakkhato”ti.
vv63:35.1 #
จูฬรถวิมานํ เตรสมํ ฯ✎ ร่าง
Cūḷarathavimānaṁ terasamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน