‹ กลับ
มหารถวิมาน
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 64 · ขุ.วิ. ๒๖/๒๒๓๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๔] ท่านขึ้นรถม้าอันงามวิจิตรมิใช่น้อย เทียมด้วยม้าหนึ่งพันมาในที่ใกล้ภูมิ- สถานอุทยาน ย่อมรุ่งเรือง ดุจท้าววาสวปุรินททะผู้เป็นใหญ่กว่าเทวดา แม่แคร่รถทั้งสองของท่านก็ล้วนแล้วด้วยทองคำ ปูเรียบด้วยแผ่นกระ- ดานทองสนิทดี มีลูกกรงอันจัดไว้ได้ระเบียบเรียบร้อย ดังสำเร็จด้วย นายช่างผู้มีความเพียร งามไพโรจน์ดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญ รถของท่าน นี้ปกคลุมด้วยข่ายทอง วิจิตรด้วยรตนะต่างๆ อย่างมากมาย มีเสียง กึกก้องไพเราะ น่าเพลิดเพลิน รุ่งเรืองไปด้วยหมู่เทพบุตรและเทพนารี ผู้ถือจามร อนึ่ง ดุมรถเหล่านี้วิจิตรไปด้วยลวดลายอย่างละร้อย ดุจว่า เนรมิตแล้วดังใจนึก สว่างไสวดังสายฟ้าแลบ นับได้ด้านละร้อย รถนี้ ปกคลุมด้วยมาลากรรมอันวิจิตรเป็นอเนก กงใหญ่อันมีรัศมีตั้งพัน เสียง แห่งกงเหล่านั้นดังไพเราะดุจดนตรีเครื่อง ๕ อันบุคคลบรรเลงแล้ว ที่ งอนรถร้อยด้วยแก้วมณีกลมดุจมณฑล พระจันทร์ งามวิจิตร แต่งด้วย ลายทองลายแก้วไพฑูรย์งามยิ่งนัก บริสุทธิ์ผุดผ่องทุกเมื่อ ม้าเหล่านี้ ผูกสอดแล้วด้วยแก้วมณี ทั้งสูงทั้งใหญ่ ว่องไว ดังพรหมพลีมีฤทธิ์ มาก อ้วนพี มีกำลังเร็วมาก รู้ใจของท่านวิ่งไปได้รวดเร็วดังใจนึก ม้า ทั้งหมดนี้อดทนไปด้วยเท้า ๔ รู้ใจของท่าน วิ่งไปได้รวดเร็วดังใจ นึก เป็นม้าอ่อนโยน ไม่ลำพอง วิ่งเรียบยังใจผู้ขับขี่ให้เบิกบาน เป็น ม้าอันอุดมกว่าม้าทั้งหลาย ผูกสอดเครื่องประดับอันนายช่างทองทำดีแล้ว สลัดขนหางอยู่ไปมา บางทีก็วิ่งยกย่างเท้าไป บางทีก็เหาะไป เสียง แห่งเครื่องประดับเหล่านั้น ดังไพเราะน่าฟัง ดังดนตรีเครื่อง ๕ อัน บุคคลบรรเลงแล้ว เสียงรถเสียงเครื่องประดับทั้งหลาย เสียงบันลือ แห่งกลีบม้า เสียงม้าคำรนร้อง และเสียงเทพเจ้าผู้บันเทิง ดังไพเราะ น่าฟัง ดังดนตรีแห่งคนธรรพ์ในสวนจิตรลดา มีนางเทพอัปสรทั้งหลาย ยืนอยู่บนรถ มีดวงตารุ่งเรืองดังตาลูกเนื้อทราย มีขนตาดก มีหน้ายิ้ม แย้มพูดจาอ่อนหวาน มีสรีระปกคลุมด้วยข่ายแก้วไพฑูรย์ มีผิวพรรณ อันละเอียดอ่อน ผู้อันคนธรรพ์เทวดาผู้เลิศบูชาแล้ว นุ่งห่มผ้าแดงและ ผ้าเหลืองอันน่ากำหนัดรักใคร่ มีตากว้างยาว มีดวงตางาม มีสรีระ งดงาม หัวเราะเพราะพริ้งเกิดแล้วในตระกูล นางอัปสรทั้งหลายยืน ประนมปรากฏอยู่บนรถ สอดสวมกำไลทองมีร่างส่วนกลางงดงาม มี ลำขาและถันอันสมบูรณ์ นิ้วมือกลม หน้างาม น่าดูน่าชม นางอัปสร บางพวกยืนประนมมืออยู่บนรถ มีช้องผมอันงาม ล้วนแต่เป็นสาวรุ่นๆ มีผมอันสอดแซมด้วยแก้วมาลา ลอนผมเรียบร้อย งดงาม แบ่งออก เท่าๆ กัน นางอัปสรเหล่านั้น มีกิริยาเรียบร้อย มีใจยินดีต่อท่าน นางอัปสรทั้งหลายยืนประนมมือปรากฏบนรถ บางเหล่าสวมพวงมาลัย ปกคลุมไปด้วยดอกประทุมและดอกอุบล ตบแต่งแล้วด้วยมาลามาลัย ลูบไล้ด้วยแก่นจันทน์ นางเทพอัปสรเหล่านั้นมีกิริยาเรียบร้อย มีใจ ยินดีต่อท่าน นางเทพอัปสรทั้งหลายยืนประนมมือปรากฏอยู่บนรถ บาง พวกสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ด้วยเครื่องประดับทั้งหลายที่ประดับแล้วที่คอ ที่มือ ที่เท้า ที่ศีรษะ ดุจพระอาทิตย์ส่องแสงอุทัยในสารทกาล ดอกไม้ และเครื่องประดับที่แขนทั้งสอง อันกำลังลมพัดพานแล้ว ย่อมเปล่ง เสียงกึกก้องไพเราะเจริญใจ เป็นเสียงอันเลิศ อันวิญญูชนทั้งปวงพึงฟัง ดูกรท่านผู้เป็นจอมเทพ ก็เสียงอันเกิดแล้วเพราะรถ ช้างและดุริยางค์ ดนตรีทั้งหลาย อันตั้งอยู่แล้วในภูมิสถานอุทยาน โดยสองข้างเหล่านั้น ย่อมยังท่านให้บันเทิงใจ ดุจพิณทิพย์ทั้งหลาย มีรางและคันถือประกอบ แล้วเรียบร้อย อันนักดีดพิณบรรเลงอยู่ ย่อมยังชนผู้ฟังให้บันเทิง ฉะนั้น เมื่อพิณเป็นอันมากนี้ มีเสียงไพเราะเจริญใจ อันนางอัปสร ทั้งหลายบรรเลงอยู่ แม้เสียงนั้นจับใจยิ่งนัก นางเทพกัญญาทั้งหลาย ผู้ได้ศึกษาแล้ว พากันฟ้อนรำขับร้องอยู่ในดอกปทุมทั้งหลายเปรียบ เหมือนการขับร้อง การฟ้อนรำ และการประโคม ย่อมประสานเสียง เป็นเสียงเดียวกัน ฉะนั้น นางเทพอัปสรบางพวกฟ้อนรำอยู่บนรถของ ท่านนี้ และนางเทพอัปสรบางพวกย่อมยังทศทิศให้สว่างไสว ในข้าง ทั้งสองในประเทศนั้น ด้วยสรีระของตนและด้วยรัศมีแห่งวัตถาภรณ์ ท่าน นั้นเป็นผู้อันหมู่ทิพยดนตรีปลุกปลื้ม บันเทิงใจ อันหมู่ทวยเทพทั้งหลาย บูชาอยู่ ดุจท้าววชิราวุธ เมื่อพิณทิพย์เป็นอันมากนี้ เสียงไพเราะ เจริญใจ อันนางอัปสรทั้งหลายบรรเลงอยู่ แม้เสียงนั้นก็จับใจอย่างยิ่ง เมื่อชาติก่อน ท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ด้วยตนเอง ชาติก่อน ท่านเป็น มนุษย์ได้รักษาอุโบสถ หรือว่าได้ชอบใจการประพฤติธรรม และการ สมาทานวัตรอะไร การที่ท่านมีอิทธานุภาพอันไพบูลย์รุ่งโรจน์โชติช่วง ครอบงำซึ่งหมู่เทวดาอย่างยิ่ง นี้ไม่ใช่ผลแห่งกรรมอันท่านทำแล้ว หรือ แห่งอุโบสถอันท่านประพฤติแล้วในชาติก่อน มีประมาณนิดหน่อยเลย นี่เป็นผลแห่งทาน ศีลหรืออัญชลีกรรมของท่าน อาตมาถามแล้วขอท่าน จงบอกผลกรรมนั้นแก่อาตมา? เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อชาติก่อน ข้าพเจ้า ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้มีอินทรีย์อันชนะแล้ว มีความก้าวหน้าไม่ต่ำทราม ผู้สูงสุดกว่านระ ทรงพระนามว่ากัสสปเป็นอัครบุคคล ผู้เปิดประตูแห่ง อมตธรรม เป็นเทวดายิ่งกว่าเทวดา มีมหาปุริสลักษณะอันเกิดแล้วด้วย อำนาจบุญตั้งร้อย ผู้เช่นกับกุญชรข้ามโอฆะได้แล้ว มีพระรูปงามดุจ ทองสิงคิวรรณและทองชมพูนุท ครั้นได้เห็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล้ว ก็เกิดความเลื่อมใสทันที ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นธงชัยแห่ง พระธรรมได้ถวายข้าวและน้ำ อันประกอบด้วยรสอร่อย สะอาด ประณีต กับทั้งจีวร แก่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ในที่อยู่ของตนอันเกลื่อน กล่นไปด้วยดอกไม้ ข้าพเจ้ามีใจไม่ข้องอยู่ในอะไรๆ ได้อังคาสพระ- พุทธเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้สูงสุดกว่าหมู่สัตว์ ด้วยข้าว น้ำ จีวร ของเคี้ยว ของบริโภค และของควรลิ้ม จึงรื่นรมย์อยู่ในสวรรค์อันเป็น เทพบุรีโดยอุบายนี้ ข้าพเจ้าได้ถวายมหาทานที่ควรบูชาอันบริสุทธิ์ ๓ อย่างนี้เสมอๆ ละร่างมนุษย์แล้ว เป็นผู้เสมอด้วย พระอินทร์ รื่นรมย์ อยู่ในเทพบุรี. โคบาลเทพบุตร ครั้นบอกบุรพกรรมอันตนทำแล้วแก่พระเถระด้วยประการดังนี้แล้ว บัดนี้ มีความปรารถนาเพื่อยังชนแม้เหล่าอื่นให้ดำรงอยู่ในนิสสยสมบัติ เมื่อจะประกาศความเลื่อมใส ของตนในพระตถาคต จึงกล่าวคาถา ๒ คาถาความว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นมุนี เมื่อใครๆ หวังซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ และ รูปอันประณีต อย่างพึงมีใจข้องอยู่ในสิ่งอื่น พึงยังข้าวและน้ำอันตน ตบแต่งดีแล้วเป็นอันมาก ให้ตั้งไว้ในพระพุทธเจ้า เพราะใครๆ ใน โลกนี้หรือโลกอื่น จะเป็นผู้ประเสริฐหรือเสมอด้วยพระพุทธเจ้า มิได้มี พระตถาคตเจ้านั้นถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้ควรบูชาอย่างยิ่ง กว่าบุคคลผู้ควร บูชาทั้งหลาย ของชนผู้มีความต้องการบุญ แสวงหาผลอันไพบูลย์. ๑. มัณฑุกเทวปุตตวิมาน ๒. เรวดีวิมาน ๓. ฉัตตมาณวกวิมาน ๔. กักกฏรสทายกวิมาน ๕. ทวารปาลกวิมาน ๖. กรณียวิมานที่ ๑ ๗. กรณียวิมานที่ ๒ ๘. สูจิวิมานที่ ๑ ๙. สูจิวิมานที่ ๒ ๑๐. นาควิมานที่ ๑ ๑๑. นาควิมานที่ ๒ ๑๒. นาควิมานที่ ๓ ๑๓. จูฬรถวิมาน ๑๔. มหารถวิมาน. พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
เทียบรายประโยค (145 ประโยค)
vv64:0.4 #
14. Mahārathavimānavatthu
vv64:1.1 #
สหสฺสยุตฺตํ หยวาหนํ สุภํ✎ ร่าง
“Sahassayuttaṁ hayavāhanaṁ subhaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.67
vv64:1.2 #
อารุยฺหิมํ สนฺทนเนกจิตฺตํ✎ ร่าง
Āruyhimaṁ sandanaṁ nekacittaṁ;
vv64:1.3 #
อุยฺยานภูมึ อภิโต อนุกฺกมํ✎ ร่าง
Uyyānabhūmiṁ abhito anukkamaṁ,
vv64:1.4 #
ปุรินฺทโท ภูตปตีว วาสโว✎ ร่าง
Purindado bhūtapatīva vāsavo.
vv64:2.1 #
โสวณฺณมยา เต รถกุพฺพรา อุโภ✎ ร่าง
Sovaṇṇamayā te rathakubbarā ubho,
vv64:2.2 #
ผเลหิ อํเสหิ อตีว สงฺคตา✎ ร่าง
Phalehi aṁsehi atīva saṅgatā;
vv64:2.3 #
สุชาตคุมฺพา นรวีรนิฏฺฐิตา✎ ร่าง
Sujātagumbā naravīraniṭṭhitā,
vv64:2.4 #
วิโรจติ ปณฺณรเสว จนฺโท✎ ร่าง
Virocatī pannaraseva cando.
vv64:3.1 #
สุวณฺณชาลาวิตโต ๒- รโถ อยํ✎ ร่าง
Suvaṇṇajālāvatato ratho ayaṁ,
vv64:3.2 #
พหูหิ นานารตเนหิ จิตฺติโต✎ ร่าง
Bahūhi nānāratanehi cittito;
vv64:3.3 #
สุนนฺทิโฆโส จ สุภสฺสโร จ✎ ร่าง
Sunandighoso ca subhassaro ca,
vv64:3.4 #
วิโรจติ จามรหตฺถพาหุหิ✎ ร่าง
Virocatī cāmarahatthabāhubhi.
vv64:4.1 #
อิมา จ นาโภฺย มนสาหิ ๓- นิมฺมิตา✎ ร่าง
Imā ca nābhyo manasābhinimmitā,
vv64:4.2 #
รถสฺส ปาทนฺตรมชฺฌภูสิตา✎ ร่าง
Rathassa pādantaramajjhabhūsitā;
vv64:4.3 #
อิมา จ นาโภฺย สตราชิจิตฺติตา✎ ร่าง
Imā ca nābhyo satarājicittitā,
vv64:4.4 #
สเตริตา ๔- วิชฺชุริวปฺปภาสเร✎ ร่าง
Sateratā vijjurivappabhāsare.
vv64:5.1 #
อเนกจิตฺตาวิตโต ๑- รโถ อยํ✎ ร่าง
Anekacittāvatato ratho ayaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.111 · พุทธชยันตี 26.156
vv64:5.2 #
ปุถู จ เนมี จ สหสฺสรํสิโย✎ ร่าง
Puthū ca nemī ca sahassaraṁsiko;
vv64:5.3 #
เตสํ สโร สุยฺยติ วคฺคุรูโป✎ ร่าง
Tesaṁ saro suyyati vaggurūpo,
vv64:5.4 #
ปญฺจงฺคิกํ ตุริยมิวปฺปวาทิตํ✎ ร่าง
Pañcaṅgikaṁ tūriyamivappavāditaṁ.
vv64:6.1 #
สิรสฺมึ จิตฺตํ มณิสนฺทกปฺปิตํ✎ ร่าง
Sirasmiṁ cittaṁ maṇicandakappitaṁ,
vv64:6.2 #
สทา วิสุทฺธํ รุจิรํ ปภสฺสรํ✎ ร่าง
Sadā visuddhaṁ ruciraṁ pabhassaraṁ;
vv64:6.3 #
สุวณฺณราชีหิ อตีว สงฺคตํ✎ ร่าง
Suvaṇṇarājīhi atīva saṅgataṁ,
vv64:6.4 #
เวฬุริยราชีหิ อตีว โสภติ✎ ร่าง
Veḷuriyarājīva atīva sobhati.
vv64:7.1 #
อิเม จ วาฬี มณิสนฺทกปฺปิตา✎ ร่าง
Ime ca vāḷī maṇicandakappitā,
vv64:7.2 #
อาโรหกมฺพู สุชวา พฺรหฺมูปมา✎ ร่าง
Ārohakambū sujavā brahūpamā;
vv64:7.3 #
พฺรหา มหนฺตา พลิโน มหาชวา✎ ร่าง
Brahā mahantā balino mahājavā,
vv64:7.4 #
มโน ตวญฺญาย ตเถว สึสเร✎ ร่าง
Mano tavaññāya tatheva siṁsare.
vv64:8.1 #
อิเม จ สพฺเพ สหิตา จตุกฺกมา✎ ร่าง
Ime ca sabbe sahitā catukkamā,
vv64:8.2 #
มโน ตวญฺญาย ตเถว สึสเร✎ ร่าง
Mano tavaññāya tatheva siṁsare;
vv64:8.3 #
สมํ วหนฺติ มุทุกา อนุทฺธตา✎ ร่าง
Samaṁ vahantī mudukā anuddhatā,
vv64:8.4 #
อาโมทมานา ตุรคานมุตฺตมา✎ ร่าง
Āmodamānā turagānamuttama.
vv64:9.1 #
ธุนนฺติ วคฺคนฺติ ปวตฺตนฺติ อมฺพเร✎ ร่าง
Dhunanti vagganti patanti cambare,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.112
vv64:9.2 #
อพฺภุทฺธุนนฺตา สุกเต ปิลนฺธเน✎ ร่าง
Abbhuddhunantā sukate piḷandhane;
vv64:9.3 #
เตสํ สโร สุยฺยติ วคฺคุรูโป✎ ร่าง
Tesaṁ saro suyyati vaggurūpo,
vv64:9.4 #
ปญฺจงฺคิกํ ตุริยมิวปฺปวาทิตํ✎ ร่าง
Pañcaṅgikaṁ tūriyamivappavāditaṁ.
vv64:10.1 #
รถสฺส โฆโส อปิลนฺธนานิ✎ ร่าง
Rathassa ghoso apiḷandhanāna ca,
vv64:10.2 #
ขุรสฺส นาทิ อภิหึสนาย จ✎ ร่าง
Khurassa nādo abhihiṁsanāya ca;
vv64:10.3 #
โฆโส สุวคฺคู สมิตสฺส สุยฺยติ✎ ร่าง
Ghoso suvaggū samitassa suyyati,
vv64:10.4 #
คนฺธพฺพตุริยานิ วิจิตฺรสวเน✎ ร่าง
Gandhabbatūriyāni vicitrasaṁvane.
vv64:11.1 #
รเถ ฐิตา ตา มิคมนฺทโลจนา✎ ร่าง
Rathe ṭhitā tā migamandalocanā,
vv64:11.2 #
อาฬารปมฺหา หสิตา ปิยํวทา✎ ร่าง
Āḷārapamhā hasitā piyaṁvadā;
vv64:11.3 #
เวฬุริยชาลา วินตา ๒- ตนุจฺฉวา✎ ร่าง
Veḷuriyajālāvatatā tanucchavā,
vv64:11.4 #
สเทว คนฺธพฺพสุรคฺคปูชิตา✎ ร่าง
Sadeva gandhabbasūraggapūjitā.
vv64:12.1 #
รตฺตา รตฺตมฺพรปีตวาสสา✎ ร่าง
Tā rattarattambarapītavāsasā,
vv64:12.2 #
วิสาลเนตฺตา อภิรตฺตโลจนา✎ ร่าง
Visālanettā abhirattalocanā;
vv64:12.3 #
กุเลสุ ชาตา สุตนู สุวิมฺหิตา✎ ร่าง
Kule sujātā sutanū sucimhitā,
vv64:12.4 #
รเถ ฐิตา ปญฺชลิกา อุปฏฺฐิตา✎ ร่าง
Rathe ṭhitā pañjalikā upaṭṭhitā.
vv64:13.1 #
ตา กมฺพุกายุรธรา สุวาสสา✎ ร่าง
Tā kambukeyūradharā suvāsasā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.158
vv64:13.2 #
สุมชฺฌิมา อูรุถโนปปนฺนา✎ ร่าง
Sumajjhimā ūruthanūpapannā;
vv64:13.3 #
วฏฺฏงฺคุลิโย สุมุขา สุทสฺสนา✎ ร่าง
Vaṭṭaṅguliyo sumukhā sudassanā,
vv64:13.4 #
รเถ ฐิตา ปญฺชลิกา อุปฏฺฐิตา✎ ร่าง
Rathe ṭhitā pañjalikā upaṭṭhitā.
vv64:14.1 #
อญฺญาสุ เวณีสุ สุมิสฺสเกสิโย✎ ร่าง
Aññā suveṇī susu missakesiyo,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.113
vv64:14.2 #
สมํ วิภตฺตาหิ ปภสฺสราหิ จ✎ ร่าง
Samaṁ vibhattāhi pabhassarāhi ca;
vv64:14.3 #
อนุ✎ ร่าง
Anubbatā tā tava mānase ratā,
vv64:14.4 #
✎ ร่าง
Rathe ṭhitā pañjalikā upaṭṭhitā.
vv64:15.1 #
Āveḷiniyo padumuppalacchadā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.68
vv64:15.2 #
Alaṅkatā candanasāravāsitā;
vv64:15.3 #
ุพฺพตา ตา ตว มานเส รตา✎ ร่าง
Anubbatā tā tava mānase ratā,
vv64:15.4 #
รเถ ฐิตา ปญฺชลิกา อุปฏฺฐิตา |๖๔.๗๗๑| อ✎ ร่าง
Rathe ṭhitā pañjalikā upaṭṭhitā.
vv64:16.1 #
าเวฬินิโย ปทุมุปฺปลจฺฉทา✎ ร่าง
Tā māliniyo padumuppalacchadā,
vv64:16.2 #
อลงฺกตา จนฺทนสารโวสิตา✎ ร่าง
Alaṅkatā candanasāravāsitā;
vv64:16.3 #
อนุปุพฺพตา ตา ตว มานเส รตา✎ ร่าง
Anubbatā tā tava mānase ratā,
vv64:16.4 #
รเถ ฐิตา ปญฺชลิกา อุปฏฺฐิตา |๖๔.๗๗๒| ตา มาลินิโย ปทุมุปฺปลจฺฉทา อลงฺกตา จนฺทนสารโวสิตา อนุปุพฺพตา ตา ตว มานเส รตา รเถ ฐิตา ปญฺชลิกา อุปฏฺฐิตา✎ ร่าง
Rathe ṭhitā pañjalikā upaṭṭhitā.
vv64:17.1 #
กณฺเฐสุ เต ๒- ยานิ ปิลนฺธนานิ จ✎ ร่าง
Kaṇṭhesu te yāni piḷandhanāni,
vv64:17.2 #
หตฺเถสุ ปาเทสุ ตเถว สีเส✎ ร่าง
Hatthesu pādesu tatheva sīse;
vv64:17.3 #
โอภาสยนฺติ ทส สพฺพโต ๓- ทิสา✎ ร่าง
Obhāsayantī dasa sabbaso disā,
vv64:17.4 #
อพฺภุทฺทยํ สารทิโกว ภาณุมา✎ ร่าง
Abbhuddayaṁ sāradikova bhāṇumā.
vv64:18.1 #
วาตสฺส เวเคน จ สมฺปกมฺปิตา✎ ร่าง
Vātassa vegena ca sampakampitā,
vv64:18.2 #
ภุเชสุ มาลา อปิลนฺธนานิ จ✎ ร่าง
Bhujesu mālā apiḷandhanāni ca;
vv64:18.3 #
มุญฺจนฺติ โฆสํ รุจิรํ สุจึ สุภํ✎ ร่าง
Muñcanti ghosaṁ ruciraṁ suciṁ subhaṁ,
vv64:18.4 #
สพฺเพหิ วิญฺญูหิ สุสตฺตรูปํ✎ ร่าง
Sabbehi viññūhi sutabbarūpaṁ.
vv64:19.1 #
อุยฺยานภุมฺยา จ ทุวฏฺฐิโต ๕- ฐิตา✎ ร่าง
Uyyānabhūmyā ca duvaddhato ṭhitā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.114
vv64:19.2 #
รถา จ นาคา ตุริยานิ วาสโร✎ ร่าง
Rathā ca nāgā tūriyāni ca saro;
vv64:19.3 #
ตเมว เทวินฺท ปโมทยนฺติ✎ ร่าง
Tameva devinda pamodayanti,
vv64:19.4 #
วีณา ยถา โปกฺขรปตฺตพาหุหิ✎ ร่าง
Vīṇā yathā pokkharapattabāhubhi.
vv64:20.1 #
อิมาสุ วีณาสุ พหูสุ วคฺคูสุ✎ ร่าง
Imāsu vīṇāsu bahūsu vaggūsu,
vv64:20.2 #
มนุญฺญรูปาสุ หทเยริตมฺปิ ตํ✎ ร่าง
Manuññarūpāsu hadayeritaṁ pītiṁ;
vv64:20.3 #
ปวชฺชมานาสุ อตีว อจฺฉรา✎ ร่าง
Pavajjamānāsu atīva accharā,
vv64:20.4 #
ภมนฺติ กญฺญา ปทุเมสุ สิกฺขิตา✎ ร่าง
Bhamanti kaññā padumesu sikkhitā.
vv64:21.1 #
ยถา จ คีตานิ จ วาทิตานิ จ✎ ร่าง
Yadā ca gītāni ca vāditāni ca,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.160
vv64:21.2 #
นจฺจานิ จิมานิ สเมนฺติ เอกโต✎ ร่าง
Naccāni cimāni samenti ekato;
vv64:21.3 #
อเถตฺถ นจฺจนฺติ อเถตฺถ อจฺฉรา✎ ร่าง
Athettha naccanti athettha accharā,
vv64:21.4 #
โอภาสยนฺติ อุภโต ว รตฺติยา✎ ร่าง
Obhāsayantī ubhato varitthiyo.
vv64:22.1 #
โส โมทสิ ตุริยคณปฺปโพธโน✎ ร่าง
So modasi tūriyagaṇappabodhano,
vv64:22.2 #
มหียมาโน วชิราวุโธริว✎ ร่าง
Mahīyamāno vajirāvudhoriva;
vv64:22.3 #
อิมาสุ วีณาสุ พหูสุ วคฺคูสุ✎ ร่าง
Imāsu vīṇāsu bahūsu vaggūsu,
vv64:22.4 #
มนุญฺญรูปาสุ หทเยริตมฺปิ ตํ✎ ร่าง
Manuññarūpāsu hadayeritaṁ pītiṁ.
vv64:23.1 #
กึ ตฺวํ ปุเร กมฺมมกาสิ อตฺตนา✎ ร่าง
Kiṁ tvaṁ pure kammamakāsi attanā,
vv64:23.2 #
มนุสฺสภูโต ปุริมาย ชาติยา✎ ร่าง
Manussabhūto purimāya jātiyā;
vv64:23.3 #
อุโปสถํ กึ ว ตุวํ อุปาวิสิ✎ ร่าง
Uposathaṁ kaṁ vā tuvaṁ upāvasi,
vv64:23.4 #
กึ ธมฺมจริยํ วตมาภิโรจสิ✎ ร่าง
Kaṁ dhammacariyaṁ vatamābhirocayi.
vv64:24.1 #
นยิทํ อปฺปสฺส กตสฺส กมฺมุโน✎ ร่าง
Nayīdamappassa katassa kammuno,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.115
vv64:24.2 #
ปุพฺเพ สุจิณฺณสฺส อุโปสถสฺส วา✎ ร่าง
Pubbe suciṇṇassa uposathassa vā;
vv64:24.3 #
อิทฺธานุภาโว วิปุโล อยํ ตว✎ ร่าง
Iddhānubhāvo vipulo ayaṁ tava,
vv64:24.4 #
ยํ เทวสงฺฆํ อภิโรจเส ภุสํ✎ ร่าง
Yaṁ devasaṅghaṁ abhirocase bhusaṁ.
vv64:25.1 #
ทานสฺส เต อิทํ ผลํ✎ ร่าง
Dānassa te idaṁ phalaṁ,
vv64:25.2 #
อโถ สีลสฺส วา ปน✎ ร่าง
atho sīlassa vā pana;
vv64:25.3 #
อโถ อญฺชลิกมฺมสฺส✎ ร่าง
Atho añjalikammassa,
vv64:25.4 #
ตมฺเม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต (อิติ) ฯ✎ ร่าง
taṁ me akkhāhi pucchito”ti.
vv64:26.1 #
โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน✎ ร่าง
So devaputto attamano,
vv64:26.2 #
โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต✎ ร่าง
moggallānena pucchito;
vv64:26.3 #
ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิยากาสิ✎ ร่าง
Pañhaṁ puṭṭho viyākāsi,
vv64:26.4 #
ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ✎ ร่าง
yassa kammassidaṁ phalanti.
vv64:27.1 #
ชิตินฺทฺริยํ พุทฺธมโนมนิกฺกมํ✎ ร่าง
“Jitindriyaṁ buddhamanomanikkamaṁ,
vv64:27.2 #
นรุตฺตมํ กสฺสปมคฺคปุคฺคลํ✎ ร่าง
Naruttamaṁ kassapamaggapuggalaṁ;
vv64:27.3 #
อปาปุรนฺตํ อมตสฺส ทฺวารํ✎ ร่าง
Avāpurantaṁ amatassa dvāraṁ,
vv64:27.4 #
เทวาติเทวํ สตปุญฺญลกฺขณํ✎ ร่าง
Devātidevaṁ satapuññalakkhaṇaṁ.
vv64:28.1 #
ตมทฺทสํ กุญฺชรโมฆติณฺณํ✎ ร่าง
Tamaddasaṁ kuñjaramoghatiṇṇaṁ,
vv64:28.2 #
สุวณฺณสิงฺคินทพิมฺพสาทิสํ✎ ร่าง
Suvaṇṇasiṅgīnadabimbasādisaṁ;
vv64:28.3 #
ทิสฺวาน ตํ ขิปฺปมหุํ สุจิมโน✎ ร่าง
Disvāna taṁ khippamahuṁ sucīmano,
vv64:28.4 #
ตเมว ทิสฺวาน สุภาสิตทฺธชํ✎ ร่าง
Tameva disvāna subhāsitaddhajaṁ.
vv64:29.1 #
ตมนฺนปานํ อถ วาปิ จีวรํ✎ ร่าง
Tamannapānaṁ athavāpi cīvaraṁ,
vv64:29.2 #
สุจึ ปณีตํ รสสา อุเปตํ✎ ร่าง
Suciṁ paṇītaṁ rasasā upetaṁ;
vv64:29.3 #
ปุปฺผาภิกิณฺณมฺหิ สเก นิวาสเน✎ ร่าง
Pupphābhikkiṇamhi sake nivesane,
vv64:29.4 #
ปติฏฺฐเปสึ ส อสงฺคมานโส✎ ร่าง
Patiṭṭhapesiṁ sa asaṅgamānaso.
vv64:30.1 #
ตมนฺนปาเนน จ จีวเรน จ✎ ร่าง
Tamannapānena ca cīvarena ca,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.116 · ฉัฏฐสังคายนา 56.69 · พุทธชยันตี 26.162
vv64:30.2 #
ขชฺเชน โภชฺเชน จ สายเนน จ✎ ร่าง
Khajjena bhojjena ca sāyanena ca;
vv64:30.3 #
สนฺตปฺปยิตฺวา ทิปทานมุตฺตมํ✎ ร่าง
Santappayitvā dvipadānamuttamaṁ,
vv64:30.4 #
โส สคฺคโส เทวปุเร รมามหํ✎ ร่าง
So saggaso devapure ramāmahaṁ.
vv64:31.1 #
เอเตนุปาเยน อิมํ นิรคฺคลํ✎ ร่าง
Etenupāyena imaṁ niraggaḷaṁ,
vv64:31.2 #
ยญฺญํ ยชิตฺวา ติวิธํ วิสุทฺธํ✎ ร่าง
Yaññaṁ yajitvā tividhaṁ visuddhaṁ;
vv64:31.3 #
ปหายหํ มานุสฺสกํ สมุสฺสยํ✎ ร่าง
Pahāyahaṁ mānusakaṁ samussayaṁ,
vv64:31.4 #
อินฺทสโม เทวปุเร รมามหํ✎ ร่าง
Indūpamo devapure ramāmahaṁ.
vv64:32.1 #
อายุญฺจ วณฺณญฺจ สุขํ พลญฺจ✎ ร่าง
Āyuñca vaṇṇañca sukhaṁ balañca,
vv64:32.2 #
ปณีตรูปํ อภิกงฺขตา มุนิ✎ ร่าง
Paṇītarūpaṁ abhikaṅkhatā muni;
vv64:32.3 #
อนฺนญฺจ ปานญฺจ พหุํ สุสงฺขตํ✎ ร่าง
Annañca pānañca bahuṁ susaṅkhataṁ,
vv64:32.4 #
ปติฏฺฐเปตพฺพมสงฺคมานโส |๖๔.๗๘๙| อ✎ ร่าง
Patiṭṭhapetabbamasaṅgamānase.
vv64:33.1 #
ิมสฺมึ โลเก ปรสฺมึ วา ปน✎ ร่าง
Nayimasmiṁ loke parasmiṁ vā pana,
vv64:33.2 #
พุทฺเธน เสฏฺโฐ จ สโม น วิชฺชติ✎ ร่าง
Buddhena seṭṭho va samo va vijjati;
vv64:33.3 #
อาหุเนยฺยานํ ปรมาหุตํ ๑- คโต✎ ร่าง
Āhuneyyānaṁ paramāhutiṁ gato,
vv64:33.4 #
ปุญฺญตฺถิกานํ วิปุลปฺผเลสินนฺติ ฯ✎ ร่าง
Puññatthikānaṁ vipulapphalesinan”ti.
vv64:34.1 #
มหารถวิมานํ จุทฺทสมํ ฯ อ✎ ร่าง
Mahārathavimānaṁ cuddasamaṁ.
vv64:34.2 #
Mahārathavaggo pañcamo.
vv64:35.1 #
ุทฺทานํ✎ ร่าง
Tassuddānaṁ
vv64:36.1 #
มณฺฑูโก เรวตี ฉตฺโต✎ ร่าง
Maṇḍūko revatī chatto,
vv64:36.2 #
กกฺกฏโก ๒- ทฺวารปาลโก✎ ร่าง
Kakkaṭo dvārapālako;
vv64:36.3 #
เทฺว กรณียา เทฺว สูจี✎ ร่าง
Dve karaṇīyā dve sūci,
vv64:36.4 #
ตโย นาคา จ เทฺว รถา✎ ร่าง
Tayo nāgā ca dve rathā;
vv64:36.5 #
ปุริสานํ ปญฺจโม วคฺโคติ ปฐโม วคฺโค ๓- ปวุจฺจตีติ ฯ✎ ร่าง
Purisānaṁ paṭhamo vaggo pavuccatīti.
vv64:37.1 #
ภาณวารํ ตติยํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปรมาหฺตึ ฯ ๒ ม. ยุ. กกฺกโฏ ฯ ๓ ยุ. ปฐโม วคฺโคติ อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ฉฏ✎ ร่าง
Bhāṇavāraṁ tatiyaṁ.
vv65:0.1 #
ฺโฐ✎ ร่าง
Vimānavatthu
vv65:0.2 #
Purisavimāna
vv65:0.3 #
ปายาสิกวคฺโค✎ ร่าง
Pāyāsivagga
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน