เนื้อความทั้งข้อ
[๙๐] เปรตทั้งหลายพากันมาสู่เรือนของตนแล้ว ยืนอยู่ภายนอกฝาที่ตรอก
กำแพง และทาง ๓ แพร่ง และยืนอยู่ที่ใกล้บานประตู เมื่อข้าว น้ำ
ของกิน ของบริโภคเป็นอันมากเขาเข้าไปตั้งไว้แล้ว แต่ญาติไรๆ ของ
สัตว์เหล่านั้นระลึกไม่ได้ เพราะกรรมเป็นปัจจัย เหล่าชนผู้อนุเคราะห์
ย่อมให้น้ำและโภชนะอันสะอาด ประณีตสมควรแก่ญาติทั้งหลายตามกาล
ดุจทานที่มหาบพิตรทรงถวายแล้วฉะนั้น ด้วยเจตนาอุทิศว่า ขอทานนี้แล
จงสำเร็จผลแก่ญาติทั้งหลายของเรา ขอญาติทั้งหลายของเราจงเป็นสุข
เถิด ส่วนเปรตผู้เป็นญาติเหล่านั้น พากันมาชุมในที่นั้น เมื่อข้าว
และน้ำมีอยู่บริบูรณ์ ย่อมอนุโมทนาโดยเคารพว่า เราได้สมบัติเพราะ
เหตุแห่งญาติเหล่าใด ขอญาติของเราเหล่านั้น จงมีชีวิตอยู่ยืนนาน
การบูชาเป็นอันพวกญาติได้ทำแล้วแก่เราทั้งหลาย และญาติทั้งหลายผู้ให้
ก็ไม่ไร้ผล เพราะในเปรตวิสัยนั้น ไม่มีกสิกรรม ไม่มีโครักขกรรม ไม่
มีการค้าขายเช่นนั้น ไม่มีการซื้อการขายด้วยเงิน เปรตทั้งหลายผู้ไปใน
ปิตติวิสัย ย่อมเยียวยาอัตภาพด้วยทานที่ญาติหรือมิตรให้แล้วแต่มนุษย-
โลกนี้ น้ำฝนอันตกลงในที่ดอน ย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่ม ฉันใด ทานอัน
ญาติหรือมิตรให้แล้วในมนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จผลแก่เปรตทั้งหลาย
ฉันนั้นเหมือนกัน ห้วงน้ำใหญ่เต็มแล้ว ย่อมยังสาครให้เต็มเปี่ยม
ฉันใด ทานอันญาติหรือมิตรให้แล้ว แต่มนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จผล
แก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน กุลบุตรเมื่อระลึกถึงอุปการะที่ท่าน
ทำแล้วในกาลก่อนว่า ญาติมิตรและสหายได้ให้สิ่งของแก่เรา ได้ช่วย
ทำกิจของเรา ดังนี้ พึงให้ทักษิณาแก่เปรตทั้งหลาย ความเศร้าโศก
หรือความร่ำไรอย่างอื่น ไม่ควรทำเลย เพราะความร้องไห้เป็นต้นนั้น
ไม่เป็นประโยชน์แก่เปรตทั้งหลาย ญาติทั้งหลายย่อมดำรงอยู่โดยปกติ
ธรรมดา อันทักษิณานี้แลที่ท่านเข้าไปตั้งไว้ดีแล้วในสงฆ์ ให้แล้ว ย่อม
สำเร็จประโยชน์แก่เปรตนั้นโดยพลัน สิ้นกาลนาน ญาติธรรมมหาพิตร
ได้แสดงให้ปรากฏแล้ว การบูชาอันยิ่งเพื่อเปรตทั้งหลาย มหาพิตรทรง
ทำแล้ว และกำลังกายมหาบพิตรได้เพิ่มให้แก่ภิกษุทั้งหลายแล้ว บุญมี
ประมาณไม่น้อยมหาบพิตรได้ทรงขวนขวายแล้ว.
พระสังฆเถระถามว่า
ติโรกุฑ✎ ร่าง
5. Tirokuṭṭapetavatthu
ฺเฑสุ ๓- ติฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
“Tirokuṭṭesu tiṭṭhanti,
อ้างอิงพุทธชยันตี 27.6
สนฺธิสิงฺฆาฏเกสุ จ✎ ร่าง
sandhisiṅghāṭakesu ca;
ทฺวารพาหาสุ ติฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
Dvārabāhāsu tiṭṭhanti,
อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรํ ฯ✎ ร่าง
āgantvāna sakaṁ gharaṁ.
ปหูเต อนฺนปานมฺหิ✎ ร่าง
Pahūte annapānamhi,
ขชฺชโภชฺเช อุปฏฺฐิเต✎ ร่าง
khajjabhojje upaṭṭhite;
น เตสํ โกจิ สรติ✎ ร่าง
Na tesaṁ koci sarati,
สตฺตานํ กมฺมปจฺจยา ฯ✎ ร่าง
sattānaṁ kammapaccayā.
เอวํ ททนฺติ ญาตีนํ✎ ร่าง
Evaṁ dadanti ñātīnaṁ,
เย โหนฺติ อนุกมฺปกา✎ ร่าง
ye honti anukampakā;
สุจึ ปณีตํ กาเลน✎ ร่าง
Suciṁ paṇītaṁ kālena,
กปฺปิยํ ปานโภชนํ✎ ร่าง
kappiyaṁ pānabhojanaṁ;
อิทํ โว ญาตีนํ โหตุ✎ ร่าง
‘Idaṁ vo ñātīnaṁ hotu,
สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ✎ ร่าง
sukhitā hontu ñātayo’.
เต จ ตตฺถ สมาคนฺตฺวา✎ ร่าง
Te ca tattha samāgantvā,
ญาติเปตา สมาคตา✎ ร่าง
ñātipetā samāgatā;
ปหูเต อนฺนปานมฺหิ✎ ร่าง
Pahūte annapānamhi,
สกฺกจฺจํ อนุโมทเร✎ ร่าง
sakkaccaṁ anumodare.
จิรํ ชีวนฺตุ โน ญาตี✎ ร่าง
‘Ciraṁ jīvantu no ñātī,
เยสํ เหตุ ลภามเส✎ ร่าง
yesaṁ hetu labhāmase;
อมฺหากญฺจ กตา ปูชา✎ ร่าง
Amhākañca katā pūjā,
ทายกา จ อนิปฺผลา ฯ✎ ร่าง
dāyakā ca anipphalā’.
น หิ ตตฺถ กสิ อตฺถิ✎ ร่าง
Na hi tattha kasī atthi,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.160
โครกฺเขตฺถ น วิชฺชติ✎ ร่าง
gorakkhettha na vijjati;
วณิชฺชา ตาทิสี นตฺถิ✎ ร่าง
Vaṇijjā tādisī natthi,
หิรญฺเญน กยากยํ ฯ✎ ร่าง
hiraññena kayākayaṁ;
อิโต ทินฺเนน ยาเปนฺติ✎ ร่าง
Ito dinnena yāpenti,
เปตา กาลกตา ตหึ✎ ร่าง
petā kālagatā tahiṁ.
อุนฺนเม ๑- อุทกํ วุฏฺฐํ✎ ร่าง
Unname udakaṁ vuṭṭhaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.94
ยถา นินฺนํ ปวตฺตติ✎ ร่าง
yathā ninnaṁ pavattati;
เอวเมว อิโต ทินฺนํ✎ ร่าง
Evamevaṁ ito dinnaṁ,
เปตานํ อุปกปฺปติ ฯ✎ ร่าง
petānaṁ upakappati.
ยถา วาริวหา ปูรา✎ ร่าง
Yathā vārivahā pūrā,
ปริปูเรนฺติ สาครํ✎ ร่าง
paripūrenti sāgaraṁ;
เอวเมว อิโต ทินฺนํ✎ ร่าง
Evamevaṁ ito dinnaṁ,
เปตานํ อุปกปฺปติ ฯ✎ ร่าง
petānaṁ upakappati.
อทาสิ เม อกาสิ เม✎ ร่าง
‘Adāsi me akāsi me,
ญาติมิตฺตา สขา จ เม✎ ร่าง
ñāti mittā sakhā ca me’;
เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา✎ ร่าง
Petānaṁ dakkhiṇaṁ dajjā,
ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ✎ ร่าง
pubbe katamanussaraṁ.
น หิ รุณฺณํ วา โสโก วา✎ ร่าง
Na hi ruṇṇaṁ vā soko vā,
ยาวญฺญา ปริเทวนา✎ ร่าง
yā caññā paridevanā;
น ตํ เปตสฺส ๒- อตฺถาย✎ ร่าง
Na taṁ petānamatthāya,
เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย ฯ✎ ร่าง
evaṁ tiṭṭhanti ñātayo.
อยญฺจ โข ทกฺขิณา ทินฺนา✎ ร่าง
Ayañca kho dakkhiṇā dinnā,
สงฺฆมฺหิ สุปฺปติฏฺฐิตา✎ ร่าง
saṅghamhi suppatiṭṭhitā;
ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส✎ ร่าง
Dīgharattaṁ hitāyassa,
ฐานโส อุปกปฺปติ ฯ✎ ร่าง
ṭhānaso upakappati.
โส ญาติธมฺโม จ อยํ นิทสฺสิโต✎ ร่าง
So ñātidhammo ca ayaṁ nidassito,
เปตาน ปูชา จ กตา อุฬารา✎ ร่าง
Petāna pūjā ca katā uḷārā;
พลญฺจ ภิกฺขูนมนุปฺปทินฺนํ✎ ร่าง
Balañca bhikkhūnamanuppadinnaṁ,
ตุเมฺหหิ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปกนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tumhehi puññaṁ pasutaṁ anappakan”ti.
ติโรกุฑฺฑเปตวตฺถุ ปญฺจมํ ฯ✎ ร่าง
Tirokuṭṭapetavatthu pañcamaṁ.