เนื้อความทั้งข้อ
[๒๓๓๕] จากที่นี้ตรงไปทิศอุดร ข้ามภูเขาสูงใหญ่ ๗ ลูก ภูเขาใหญ่ชื่อสุวรรณปัส
มีพรรณไม้ผลิดอกอยู่ไสว มีฝูงกินนรเที่ยววิ่งเล่นอยู่ ท่านจงขึ้นไปบน
ภูเขาอันเป็นที่อยู่แห่งหมู่กินนรทั้งหลายแล้วมองลงมาตามเชิงเขา ทันใด
นั้น จะได้เห็นต้นไทรใหญ่ที่มีสีเทียมเมฆ มีย่านไทร ๘,๐๐๐ ห้อยย้อยอยู่.
ที่โคนต้นไทรนั้น มีพญาช้างเผือกผ่องงามีรัศมี ๖ ประการอาศัยอยู่
ยากที่คนอื่นจะจับได้ มีช้างประมาณ ๘,๐๐๐ เชือกล้วนมีงางอนงาม วิ่ง
ไล่ประหารเร็วดังลมพัด รักษาพญาช้างนั้นอยู่. ช้างเหล่านั้นย่อมบันลือ
เสียงน่าหวาดกลัว ย่อมโกรธแม้ต่อลมที่พัดถูกตัว ถ้าเห็นมนุษย์ ณ ที่นั้น
เป็นต้องขยี้เสียให้เป็นภัสมธุลี แม้แต่ละอองก็ไม่ถูกต้องพญาช้างได้เลย.
อิโต อุชุํ อุตฺตรายํ ทิสายํ✎ ร่าง
“Ito ujuṁ uttariyaṁ disāyaṁ,
อติกฺกมฺม โส สตฺต คิรี พฺรหนฺเต✎ ร่าง
Atikkamma so sattagirī brahante;
สุวณฺณปสฺโส นาม คิริ อุฬาโร✎ ร่าง
Suvaṇṇapasso nāma girī uḷāro,
สํปุปฺผิโต ๓- กึปุริสานุจิณฺโณ ฯ✎ ร่าง
Supupphito kimpurisānuciṇṇo.
อารุยฺห เสลํ ภวนํ กินฺนรานํ✎ ร่าง
Āruyha selaṁ bhavanaṁ kinnarānaṁ,
อ้างอิงPTS 5.43
โอโลกย ปพฺพตปาทมูลํ✎ ร่าง
Olokaya pabbatapādamūlaṁ;
อถ ทกฺขสี เมฆสมานวณฺณํ✎ ร่าง
Atha dakkhasī meghasamānavaṇṇaṁ,
นิโคฺรธราชํ อฏฺฐสหสฺสปาทํ ๔- ฯ✎ ร่าง
Nigrodharājaṁ aṭṭhasahassapādaṁ.
ตตฺถจฺฉติ กุญฺชโร ฉพฺพิสาโณ✎ ร่าง
Tatthacchatī kuñjaro chabbisāṇo,
อ้างอิงพุทธชยันตี 31.112
สพฺพเสโต ทุปฺปสโห ปเรภิ✎ ร่าง
Sabbaseto duppasaho parebhi;
รกฺขนฺติ นํ อฏฺฐสหสฺสนาคา✎ ร่าง
Rakkhanti naṁ aṭṭhasahassanāgā,
อีสาทนฺตา วาตชวปฺปหาริโน ฯ✎ ร่าง
Īsādantā vātajavappahārino.
ติฏฺฐนฺติ เต ตุมูลมสฺสสนฺตา✎ ร่าง
Tiṭṭhanti te tumūlaṁ passasantā,
อ้างอิงสยามรัฐ 27.493
กุปฺปนฺติ วาตสฺสปิ เอริตสฺส✎ ร่าง
Kuppanti vātassapi eritassa;
มนุสฺสภูตํ ปน ตตฺถ ทิสฺวา✎ ร่าง
Manussabhūtaṁ pana tattha disvā,
ภสฺมํ กเรยฺยุํ นาสฺส รโชปิ ตสฺส ฯ✎ ร่าง
Bhasmaṁ kareyyuṁ nāssa rajopi tassa”.