เนื้อความทั้งข้อ
[๒๗๖] นรชนทั้งหลายผู้ประกอบด้วยศิลปะ วิทยา จรณะ ความรู้ และการงาน
ของตน มีความเพียร เป็นผู้ที่ท่านละทิ้งเสียแล้ว ย่อมไม่ได้ประโยชน์
อะไร ความขาดแคลนที่ท่านทำแล้วนั้นไม่ดีเลย อาตมาเห็นนรชนผู้เป็น
คนเกียจคร้าน บริโภคมาก ทั้งมีตระกูลต่ำ มีรูปแปลก ดูกรนางสิริ
บุคคลผู้มีโภคทรัพย์ มีความสุข ย่อมใช้สอยนรชนที่ท่านตามรักษาไว้
แม้จะสมบูรณ์ด้วยชาติ ให้เป็นเหมือนทาส เพราะฉะนั้น อาตมารู้จัก
ท่าน (ว่าเป็น) ผู้ไม่มีสัจจะ ไม่รู้สิ่งที่ควรและไม่ควร แล้วคบคนผู้
สมบูรณ์ด้วยศิลปะเป็นต้น เป็นผู้หลง นำผู้รู้ให้ตกไปตาม นางเทพ-
กัญญาเช่นท่าน ย่อมไม่สมควรอาสนะและน้ำ ที่ไหนสุธาโภชน์จะ
สมควรเล่า เชิญไปเสียเถิด อาตมาไม่ชอบใจท่าน.
สิปฺเปน วิชฺชาจรเณน พุทฺธิยา✎ ร่าง
“Sippena vijjācaraṇena buddhiyā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 31.366
นรา อุเปตา ปคุณา สกมฺมุนา✎ ร่าง
Narā upetā paguṇā sakammunā;
ตยา วิหีนา น ลภนฺติ กิญฺจิ นํ✎ ร่าง
Tayā vihīnā na labhanti kiñcanaṁ,
ตยิทํ น สาธุ ยทิทํ ยตา กตํ ฯ✎ ร่าง
Tayidaṁ na sādhu yadidaṁ tayā kataṁ.
ปสฺสามิ โปสํ อลสํ มหคฺฆสํ✎ ร่าง
Passāmi posaṁ alasaṁ mahagghasaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 69.76
สุทุกฺกุลีนํปิ อรูปิมํ นรํ✎ ร่าง
Sudukkulīnampi arūpimaṁ naraṁ;
ตยานุคุตฺโต สิริ ชาติมามปิ✎ ร่าง
Tayānugutto siri jātimāmapi,
เปเสติ ทาสํ วิย โภควา สุขี ฯ✎ ร่าง
Peseti dāsaṁ viya bhogavā sukhī.
ตนฺตํ อสจฺจํ อวิภชฺชเสวินึ✎ ร่าง
Taṁ taṁ asaccaṁ avibhajjaseviniṁ,
ชานามิ มุฬฺหํ วิทุรานุปาตินึ✎ ร่าง
Jānāmi mūḷhaṁ vidurānupātiniṁ;
น ตาทิสี อรหติ อาสนูทกํ✎ ร่าง
Na tādisī arahati āsanūdakaṁ,
กุโต สุธา คจฺฉ น มยฺห รุจฺจสิ ฯ✎ ร่าง
Kuto sudhā gaccha na mayha ruccasi”.