เนื้อความทั้งข้อ
[๗๗๓] กระบวนกลอง ตะโพน สังข์ บัณเฑาะว์ และมโหรทึกของใคร มา
ข้างหน้า ทำให้พระราชาจอมทัพทรงหรรษา ใครมีสีหน้าสุกใสด้วยแผ่น
ทองคำอันหนา มีพรรณดังสายฟ้า ชันษายังหนุ่มแน่น สอดสวมแล่งธนู
รุ่งเรืองด้วยสิริมาอยู่นั่นเป็นใคร ใครมีพักตร์ผ่องใสเพียงดังทอง เหมือน
ถ่านไฟไม้ตะเคียนซึ่งลุกโชนอยู่ที่ปากเบ้า รุ่งเรืองด้วยสิริมาอยู่ ใครนั่น
มีฉัตรทองชมพูนุทมีซี่น่ารื่นรมย์ใจสำหรับกันรัศมีพระอาทิตย์ รุ่งเรือง
ด้วยสิริมาอยู่ ใครนั่นมีปัญญาประเสริฐ มีพัดวาลวิชนีอย่างดีเยี่ยม อัน
คนใช้ประคอง ณ เบื้องบนเศียรทั้งสองข้าง คนทั้งหลายถือกำหางนกยูง
อันวิจิตรอ่อนสลวย มีด้ามล้วนแล้วด้วยทองและแก้วมณี จรลีมาทั้ง
สองข้าง ข้างหน้าของใคร กุณฑลอันกลมเกลี้ยง มีรัศมีดังสีถ่านไม้
ตะเคียนซึ่งลุกโชนอยู่ที่ปากเบ้า งดงามอยู่ทั้งสองข้าง ข้างหน้าของใคร
เส้นผมของใครต้องลมอยู่ไหวๆ ปลายสนิท ละเอียดดำ งามจดนลาต
ดังสายฟ้าพุ่งขึ้นจากท้องฟ้า ใครมีเนตรซ้ายขวากว้างและใหญ่ งาม มี
พักตร์ผ่องใส ดังคันฉ่องทอง ใครมีโอฐสะอาดเหมือนสังข์อันขาวผ่อง
เมื่อเจรจา (แลเห็น) ฟันขาวสะอาดงามดังดอกมณฑารพตูม ใครมีมือ
และเท้าทั้งสองมีสีเสมอด้วยน้ำครั่ง ตั้งอยู่ในที่สบาย มีริมฝีปากเปล่ง-
ปลั่งดั่งผลมะพลับ งามดังดวงอาทิตย์ ใครนั่นมีเครื่องปกคลุมขาวสะอาด
ดังหนึ่งต้นสาละใหญ่ดอกสะพรั่งข้างเขาหิมวันต์ในฤดูหิมะตก งามปาน
ดังพระอินทร์อันได้ชัยชนะ ใครนั่นนั่งอยู่ท่ามกลางบริษัท คล้องพระ-
แสงขรรค์คร่ำทองวิจิตรด้วยด้ามแก้วมณีที่อังสา ใครนั่นสวมสุวรรณ
ปาทุกาอันวิจิตร เย็นเรียบร้อย สำเร็จเป็นอันดี ข้าพเจ้าขอนอบน้อม
ต่อผู้แสวงหาคุณอันใหญ่.
กสฺส เภรี มุทิงฺคา จ✎ ร่าง
“Kassa bherī mudiṅgā ca,
อ้างอิงPTS 6.217
สงฺขา ปณวทินฺทิมา✎ ร่าง
saṅkhāpaṇavadindimā;
ปุรโต ปฏิปนฺนานิ✎ ร่าง
Purato paṭipannāni,
หาสยนฺตา รเถสภํ ฯ✎ ร่าง
hāsayantā rathesabhaṁ.
กสฺส กญฺจนปฏฺเฏน✎ ร่าง
Kassa kañcanapaṭṭena,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.271
ปุถุนา วิชฺชุวณฺณินา✎ ร่าง
puthunā vijjuvaṇṇinā;
ยุวา กลาปสนฺนทฺโธ✎ ร่าง
Yuvā kalāpasannaddho,
โก เอติ สิริยา ชลํ ฯ✎ ร่าง
ko eti siriyā jalaṁ.
อุกฺกามุเข ปหฏฺฐํว✎ ร่าง
Ukkāmukhapahaṭṭhaṁva,
ขทิรงฺคารสนฺนิภํ✎ ร่าง
khadiraṅgārasannibhaṁ;
มุขํ จารุริวาภาติ✎ ร่าง
Mukhañca rucirā bhāti,
โก เอติ สิริยา ชลํ ฯ✎ ร่าง
ko eti siriyā jalaṁ.
กสฺส ชมฺโพนทํ ฉตฺตํ✎ ร่าง
Kassa jambonadaṁ chattaṁ,
อ้างอิงPTS 6.218
สสลากํ มโนรมํ✎ ร่าง
sasalākaṁ manoramaṁ;
อาทิจฺจรํสาวรณํ✎ ร่าง
Ādiccaraṁsāvaraṇaṁ,
โก เอติ สิริยา ชลํ ฯ✎ ร่าง
ko eti siriyā jalaṁ.
กสฺส องฺคปริคฺคยฺห✎ ร่าง
Kassa aṅgaṁ pariggayha,
วาลวีชนิมุตฺตมํ✎ ร่าง
vālabījanimuttamaṁ;
อุภโต วรปญฺญสฺส✎ ร่าง
Ubhato varapuññassa,
มุทฺธนิ อุปรูปริ ฯ✎ ร่าง
muddhani uparūpari.
กสฺส เปกฺขุณหตฺถานิ✎ ร่าง
Kassa pekhuṇahatthāni,
จิตฺรานิ จ มุทูนิ จ
สุวณ✎ ร่าง
citrāni ca mudūni ca;
ฺณมณิทณฺฑานิ✎ ร่าง
Kañcanamaṇidaṇḍāni,
จรนฺติ อุภโตมุขํ ฯ✎ ร่าง
caranti dubhato mukhaṁ.
ขทิรงฺคารวณฺณาภา✎ ร่าง
Khadiraṅgāravaṇṇābhā,
อุกฺกามุขปหํสิตา✎ ร่าง
ukkāmukhapahaṁsitā;
กสฺเสเต กุณฺฑลา วคฺคู✎ ร่าง
Kassete kuṇḍalā vaggū,
โสภนฺติ อุภโตมุขํ ฯ✎ ร่าง
sobhanti dubhato mukhaṁ.
กสฺส วาเตน ฉุปิตา สิ✎ ร่าง
Kassa vātena chupitā,
นิทฺธคฺคา ทุมุ กาฬิกา✎ ร่าง
niddhantā mudukāḷakā;
โสภยนฺติ นลาตนฺตํ✎ ร่าง
Sobhayanti nalāṭantaṁ,
นภา วิชฺชุริวุคฺคตา ฯ✎ ร่าง
nabhā vijjurivuggatā.
กสฺส เอตานิ อกฺขีนิ✎ ร่าง
Kassa etāni akkhīni,
อายตานิ ปุถูนิ จ✎ ร่าง
āyatāni puthūni ca;
โก โสภติ วิสาลกฺโข✎ ร่าง
Ko sobhati visālakkho,
กสฺเสตํ อุณฺณชํ มุขํ ฯ✎ ร่าง
kassetaṁ uṇṇajaṁ mukhaṁ.
กสฺเสเต ลปนชาตา✎ ร่าง
Kassete lapanajātā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 32.188
สุทฺธา สงฺขวรูปมา✎ ร่าง
suddhā saṅkhavarūpamā;
ภาสมานสฺส โสภนฺติ✎ ร่าง
Bhāsamānassa sobhanti,
ทนฺตา กุปฺปิลสาทิสา ฯ✎ ร่าง
dantā kuppilasādisā.
กสฺส ลาขารสสมา✎ ร่าง
Kassa lākhārasasamā,
หตฺถปาทา สุเข ฐิตา✎ ร่าง
hatthapādā sukhedhitā;
โก โส พิมฺโพฏฺฐสมฺปนฺโน✎ ร่าง
Ko so bimboṭṭhasampanno,
ทิวา สุริโยว โสภติ ฯ✎ ร่าง
divā sūriyova bhāsati.
หิมจฺจเย หิมวโต ๕- พฺร✎ ร่าง
Himaccaye himavati,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.272
หาสาโลว ๖- ปุปฺผิโต✎ ร่าง
mahāsālova pupphito;
โก โส โอทาตปาวาโร✎ ร่าง
Ko so odātapāvāro,
ชยํ อินฺโทว โสภติ ฯ✎ ร่าง
jayaṁ indova sobhati.
สุวณฺณปีฬกากิณฺณํ✎ ร่าง
Suvaṇṇapīḷakākiṇṇaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 69.173
มณิทณฺฑวิจิตฺตกํ✎ ร่าง
maṇidaṇḍavicittakaṁ;
โก โส ปริสโมคฺคยฺห✎ ร่าง
Ko so parisamogayha,
อํเส ๑- ขคฺคํ ปมุญฺจติ ฯ✎ ร่าง
īsaṁ khaggaṁ pamuñcati.
สุวณฺณวิกตา จิตฺรา✎ ร่าง
Suvaṇṇavikatā cittā,
สุกตา จิตฺรสิพฺพินี✎ ร่าง
sukatā cittasibbanā;
โก โส โอมุญฺจเต ปาทา✎ ร่าง
Ko so omuñcate pādā,
นโม กตฺวา มเหสิโน ฯ✎ ร่าง
namo katvā mahesino”.