เนื้อความทั้งข้อ
[๘๖๔] กระหม่อมฉัน (เมื่อเกิดเป็นลา) ต้องพาลูกผู้ดีทั้งหลายไปด้วยหลังบ้าง
ด้วยรถบ้าง นั่นเป็นผลแห่งกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยา
ของผู้อื่น ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็น
ลานั้นแล้ว ไปบังเกิดเป็นลิงในป่าใหญ่ ถูกนายฝูงผู้คะนองขบกัดลูก
อัณฑะ นั่นเป็นผลแห่งกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาของ
ผู้อื่น ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นลิง
นั้นแล้ว ได้เกิดเป็นโคในทสันนรัฐ ถูกเขาตอน มีกำลังแข็งแรง
กระหม่อมฉันต้องเทียมยานอยู่สิ้นกาลนาน นั่นเป็นผลของกรรม คือ
การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาของผู้อื่น ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ
กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นโคนั้นแล้ว มาบังเกิดเป็นกะเทยในตระกูล
ที่มีโภคสมบัติมากในแคว้นวัชชี จะได้เกิดเป็นมนุษย์ยากจริงๆ นั่น
เป็นผลแห่งกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาผู้อื่น ข้าแต่พระ-
องค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นกะเทยนั้นแล้ว ได้
ไปบังเกิดเป็นนางอัปสรในนันทวัน ณ ดาวดึงส์พิภพ มีวรรณน่าใคร่ มี
ผ้าและอาภรณ์อันวิจิตร สวมกุณฑลแก้วมณี เป็นผู้ฉลาดในการฟ้อนรำ
ขับร้อง เป็นบาทบริจาริกาของท้าวสักกะ ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ
เมื่อกระหม่อมฉันอยู่ในดาวดึงส์พิภพนั้น ระลึกชาติแม้ในอนาคตได้อีก
๗ ชาติ ที่กระหม่อมฉันจุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว จักไปเกิดต่อไป
กุศลที่กระหม่อมฉันกระทำไว้ในเมืองโกสัมพีตามมาให้ผล กระหม่อมฉัน
จุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ ข้าแต่
พระมหาราชา กระหม่อมฉันเป็นผู้อันชนทั้งหลายสักการบูชาแล้วเป็น
นิตย์ตลอด ๗ ชาติ กระหม่อมฉันไม่พ้นจากความเป็นหญิงตลอด ๖ ชาติ
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ชาติที่ ๗ กระหม่อมฉันจักได้เกิดเป็นเทวดา
ผู้ชาย เป็นเทพบุตรผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้สูงสุดในหมู่เทวดา แม้วันนี้
นางอัปสรทั้งหลายก็ยังร้อยดอกไม้เป็นพวงมาลัยอยู่ในนันทวัน เทพบุตร
พระนามว่าชวะสามีของกระหม่อมฉัน ยังรับพวงมาลัยอยู่ ๑๖ ปี ใน
มนุษย์นี้ราวครู่หนึ่งของเทวดา ๑๐๐ ปีในมนุษย์เป็นคืนหนึ่งวันหนึ่งของ
เทวดาดังที่ได้กราบทูลให้ทรงทราบมานี้ กรรมทั้งหลายย่อมติดตามไป
ทุกๆ ชาติ แม้ตั้งอสงไขย ด้วยว่ากรรมจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม
(ยังไม่ให้ผลแล้ว) ย่อมไม่พินาศไป.
สาตปุตฺตา มยา วุฬฺหา✎ ร่าง
Sātaputtā mayā vūḷhā,
อ้างอิงPTS 6.238
ปิฏฺฐิยา จ รเถน จ✎ ร่าง
piṭṭhiyā ca rathena ca;
ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท✎ ร่าง
Tassa kammassa nissando,
ปรทารคมนสฺส เม ฯ✎ ร่าง
paradāragamanassa me.
ตโต จุตาหํ เวเทห✎ ร่าง
Tato cutāhaṁ vedeha,
กปิ อาสึ พฺรหาวเน✎ ร่าง
kapi āsiṁ brahāvane;
นิลุญฺจิตผโลเยว✎ ร่าง
Niluñcitaphaloyeva,
ยูถเปน ปคพฺภินา✎ ร่าง
yūthapena pagabbhinā;
ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท✎ ร่าง
Tassa kammassa nissando,
ปรทารคมนสฺส เม ฯ✎ ร่าง
paradāragamanassa me.
ตโต จุตาหํ เวเทห✎ ร่าง
Tato cutāhaṁ vedeha,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.305
ทสนฺเนสุ ปสุ อหุํ✎ ร่าง
dassanesu pasū ahuṁ;
นิลุญฺจิโต ชโว ภโทฺร✎ ร่าง
Niluñcito javo bhadro,
โยคฺคํ วุฬฺหํ จิรํ มยา✎ ร่าง
yoggaṁ vūḷhaṁ ciraṁ mayā;
ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท✎ ร่าง
Tassa kammassa nissando,
ปรทารคมนสฺส เม ฯ✎ ร่าง
paradāragamanassa me.
ตโต จุตาหํ เวเทห✎ ร่าง
Tato cutāhaṁ vedeha,
อ้างอิงพุทธชยันตี 32.210
วชฺชีสุ กุลมาคมา✎ ร่าง
vajjīsu kulamāgamā;
เนวิตฺถี น ปุมา อาสึ✎ ร่าง
Nevitthī na pumā āsiṁ,
มนุสฺสตฺเต สุทุลฺลเภ✎ ร่าง
manussatte sudullabhe;
ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท✎ ร่าง
Tassa kammassa nissando,
ปรทารคมนสฺส เม ฯ✎ ร่าง
paradāragamanassa me.
ตโต จุตาหํ เวเทห✎ ร่าง
Tato cutāhaṁ vedeha,
อชายึ นนฺทเน วเน✎ ร่าง
ajāyiṁ nandane vane;
ภวเน ตาวตึสาหํ✎ ร่าง
Bhavane tāvatiṁsāhaṁ,
อจฺฉรา กามวณฺณินี ฯ✎ ร่าง
accharā kāmavaṇṇinī.
วิจิตฺรวตฺถาภรณา✎ ร่าง
Vicittavatthābharaṇā,
อามุตฺตมณิกุณฺฑลา✎ ร่าง
āmuttamaṇikuṇḍalā;
กุสลา นจฺจคีตสฺส✎ ร่าง
Kusalā naccagītassa,
สกฺกสฺส ปริจาริกา ฯ✎ ร่าง
sakkassa paricārikā.
ตตฺถ ฐิตาหํ เวเทห✎ ร่าง
Tattha ṭhitāhaṁ vedeha,
สรามิ ชาติโย อิมา✎ ร่าง
sarāmi jātiyo imā;
อนาคเตปิ สตฺเตว✎ ร่าง
Anāgatāpi satteva,
ยา คมิสฺสํ อิโต จุตา ฯ✎ ร่าง
yā gamissaṁ ito cutā.
ปริยาคตนฺตํ กุสลํ✎ ร่าง
Pariyāgataṁ taṁ kusalaṁ,
ยํ เม โกสมฺพิยํ กตํ✎ ร่าง
yaṁ me kosambiyaṁ kataṁ;
เทเว เจว มนุสฺเส จ✎ ร่าง
Deve ceva manusse ca,
สนฺธาวิสฺสํ อิโต จุตา ฯ✎ ร่าง
sandhāvissaṁ ito cutā.
สตฺต ชจฺจา ๑- มหาราช✎ ร่าง
Satta jacco mahārāja,
นิจฺจํ สกฺกตปูชิตา
อิตฺ✎ ร่าง
niccaṁ sakkatapūjitā;
ถีภาวา ๒- น มุจฺจิสฺสํ✎ ร่าง
Thībhāvāpi na muccissaṁ,
ฉฏฺฐาว คติโย ๓- อิมา ฯ✎ ร่าง
chaṭṭhā nigatiyo imā.
สตฺตมี จ คติ เทว✎ ร่าง
Sattamī ca gati deva,
อ้างอิงPTS 6.239
เทวปุตฺโต มหิทฺธิโก✎ ร่าง
devaputto mahiddhiko;
ปุมา เทโว ภวิสฺสามิ✎ ร่าง
Pumā devo bhavissāmi,
เทวกายสฺมิมุตฺตโม ฯ✎ ร่าง
devakāyasmimuttamo.
อชฺชาปิ สนฺตานมยํ✎ ร่าง
Ajjāpi santānamayaṁ,
มาลํ คนฺเถนฺติ นนฺทเน✎ ร่าง
mālaṁ ganthenti nandane;
เทวปุตฺโต ชโว นาม✎ ร่าง
Devaputto javo nāma,
โย เม มาลํ ปฏิจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
yo me mālaṁ paṭicchati.
มุหุตฺโต วิย โส ทิโพฺย✎ ร่าง
Muhutto viya so dibyo,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.306 · ฉัฏฐสังคายนา 69.195
อิธ วสฺสานิ โสฬส✎ ร่าง
idha vassāni soḷasa;
รตฺตินฺทิโว จ โส ทิโพฺย✎ ร่าง
Rattindivo ca so dibyo,
มานุสึ สรโทสตํ ฯ✎ ร่าง
mānusiṁ saradosataṁ.
อิติ กมฺมานิ อเนฺวนฺติ✎ ร่าง
Iti kammāni anventi,
อสงฺเขยฺยาปิ ชาติโย✎ ร่าง
asaṅkheyyāpi jātiyo;
กลฺยาณํ ยทิ วา ปาปํ✎ ร่าง
Kalyāṇaṁ yadi vā pāpaṁ,
น หิ กมฺมํ วินสฺสติ ๑- ฯ✎ ร่าง
na hi kammaṁ vinassati.