‹ กลับ
สังกิจจชาดก
เล่ม ๒๘ — ขุททกนิกาย ชาดก ๒ (จัตตาฬีส–มหานิบาต) · ข้อ 92 · ขุ.ชา.๒. ๒๘/๕๙๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๙๒] ขอถวายพระพร ธรรมเป็นทางถูก ส่วนอธรรมเป็นทางผิด อธรรม ย่อมนำไปสู่นรก ธรรมย่อมให้ถึงสุคติ นรชนผู้ประพฤติอธรรม มีความ เป็นอยู่ไม่สม่ำเสมอ ละโลกนี้แล้วย่อมไปสู่คติใด อาตมภาพจะกล่าว คติ คือ นรกเหล่านั้น ขอพระองค์ทรงสดับอาตมภาพเถิด นรก ๘ ขุมนี้ คือ สัญชีวนรก ๑ กาฬสุตตนรก ๑ สังฆาตนรก ๑ โรรุว- นรก ๑ มหาโรรุวนรก ๑ ต่อมาถึงมหาอเวจีนรก ๑ ตาปนนรก ๑ ปตาปนนรก ๑ อันบัณฑิตทั้งหลายกล่าวไว้แล้ว ก้าวล่วงได้ยาก เกลื่อนกล่นไปด้วยเหล่าสัตว์ ผู้มีกรรมหยาบช้าเฉพาะขุมหนึ่งๆ มี อุสสทนรก ๑๖ ขุมเป็นที่ทำบุคคลผู้กระด้างให้เร่าร้อน น่ากลัว มีเปลว เพลิงรุ่งโรจน์ มีภัยใหญ่ขนลุกขนพอง น่าสะพรึงกลัว มีภัยรอบข้าง เป็น ทุกข์ มี ๔ มุม ๔ ประตู จัดแบ่งไว้เป็นส่วนๆ มีกำแพงเหล็กกั้น โดยรอบมีฝาเหล็กครอบ ภาคพื้นของนรกเหล่านั้นล้วนแต่เหล็กแดงลุก โพลง ประกอบด้วยเปลวไฟ แผ่ไปตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ ตั้งอยู่ ทุกเมื่อ สัตว์ทั้งหลายมีเท้าในเบื้องบน มีศีรษะในเบื้องต่ำ ตกลงไปใน นรกนั้น สัตว์เหล่าใดกล่าวล่วงเกินฤาษีทั้งหลายผู้สำรวมแล้ว ผู้มีตบะ สัตว์เหล่านั้นผู้มีความเจริญอันขจัดแล้ว ย่อมหมกไหม้อยู่ในนรก เหมือนปลาที่ถูกเฉือนให้เป็นส่วนๆ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายผู้มีปรกติ กระทำกรรมอันหยาบช้า มีตัวถูกไฟไหม้ทั้งข้างในข้างนอกเป็นนิจ แสวงหาประตูออกจากนรก ก็ไม่พบประตูที่จะออกตลอดปีนับไม่ถ้วน สัตว์เหล่านั้นวิ่งไปทางประตูด้านหน้า จากประตูด้านหน้า วิ่งกลับมา ข้างหลัง วิ่งไปทางประตูด้านซ้าย จากประตูด้านซ้ายวิ่งกลับมาทาง ประตูด้านขวา วิ่งไปถึงประตูใดๆ ประตูนั้นๆ ก็ปิดเสีย สัตว์ทั้งหลายผู้ไปสู่นรก ย่อมประคองแขนคร่ำครวญเสวยทุกข์ มิใช่น้อย นับได้แสนปีเป็นอันมาก เพราะเหตุนั้น บุคคลไม่ควร รุกรานท่านที่เป็นคนดี ผู้สำรวม มีตบะธรรม ซึ่งเป็นดังอสรพิษมีเดช กำเริบร้ายล่วงได้ยาก ฉะนั้นพระเจ้าอัชชุนะ ผู้เป็นใหญ่ในแคว้นเกตกะ มีพระกายกำยำ เป็นนายขมังธนู มีพระหัตถ์ตั้งพัน มีมูลอันขาดแล้ว เพราะประทุษร้ายพระฤาษีโคตมโคตร พระเจ้าทัณฑกีได้เอาธุลีโปรยรด กีสวัจฉะฤาษี ผู้หาธุลีมิได้ พระราชานั้นถึงแล้วซึ่งความพินาศ ดุจต้น ตาลขาดแล้วจากรากฉะนั้น พระเจ้าเมชฌะคิดประทุษร้ายในมาตังคะฤาษี ผู้เรืองยศรัฐมณฑลของพระเจ้าเมชฌะ พร้อมด้วยบริษัทก็สูญสิ้นไปใน ครั้งนั้น ชาวเมืองอันธกวินทัย ประทุษร้ายกัณหทีปายนฤาษีช่วยกันเอา ไม้พลองรุมตีจนตาย ก็ไปเกิดในยมสาธนนรก ส่วนพระเจ้าเจติยราชนี้ ได้ประทุษร้ายกปิลดาบส แต่ก่อนเคยเหาะเหินเดินอากาศได้ ภายหลัง เสื่อมฤทธิ์ ถูกแผ่นดินสูบถึงมรณกาล เพราะเหตุนั้นแล บัณฑิตทั้งหลาย จึงไม่สรรเสริญการลุอำนาจแห่งฉันทาคติเป็นต้น บุคคลไม่ควรเป็นผู้มี จิตประทุษร้าย พึงกล่าววาจาอันประกอบด้วยสัจจะ ถ้าว่านรชนผู้ใดมีใจ ประทุษร้าย เพ่งเล็งท่านผู้รู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ นรชนผู้นั้นก็ ไปสู่นรกเบื้องต่ำ ชนเหล่าใดพยายามกล่าววาจาหยาบคาย บริภาษบุคคล ผู้เจริญทั้งหลาย ชนเหล่านั้นไม่ใช่เหล่ากอไม่ใช่ทายาท เป็นเหมือนต้น ตาลมีรากอันขาดแล้ว อนึ่ง ผู้ใดฆ่าบรรพชิตผู้ทำกิจเสร็จแล้ว ผู้แสวงหา คุณอันยิ่งใหญ่ ผู้นั้นจะต้องหมกไหม้อยู่ในกาฬสุตตนรกตลอดกาลนาน อนึ่ง พระราชาพระองค์ใดตั้งอยู่ในอธรรม กำจัดชาวแว่นแคว้น ทำชาว ชนบทให้เดือดร้อน สิ้นพระชนม์ไปแล้ว จะต้องหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก ในโลกหน้า และพระราชาพระองค์นั้นจะต้องหมกไหม้อยู่ตลอดแสนปี ทิพย์ อันกองเพลิงห้อมล้อมเสวยทุกขเวทนา เปลวไฟมีรัศมีซ่านออกจาก กายของสัตว์นั้น สรรพางค์กายพร้อมทั้งปลายขนและเล็บ ของสัตว์ผู้มีไฟ เป็นภักษา มีเปลวไฟเป็นอันเดียวกัน สัตว์นรกมีตัวถูกไฟไหม้ทั้งข้างใน ข้างนอกอยู่เป็นนิตย์ เป็นผู้อันทุกข์เบียดเบียนร้องไห้คร่ำครวญอยู่ เหมือนช้างถูกนายหัตถาจารย์แทงด้วยขอ ฉะนั้น ผู้ใดเป็นคนต่ำช้า ฆ่า บิดาเพราะความโลภหรือเพราะความโกรธ ผู้นั้นต้องหมกไหม้อยู่ในกาฬ สุตตนรกสิ้นกาลนาน บุคคลผู้ฆ่าบิดาเช่นนั้น ต้องหมกไหม้อยู่ในโลหกุม- ภีนรก นายนิริยบาลทั้งหลายเอาหอกแทงสัตว์นรกนั้น ผู้ถูกไฟไหม้อยู่จน จนไม่มีหนัง ทำให้ตาบอดให้กินมูตรกินคูถ กดสัตว์นรกเช่นนั้นให้จม ลงในน้ำแสบ นายนิริยบาลทั้งหลาย ให้สัตว์นรกกินก้อนคูถที่ร้อนจัด และก้อนเหล็กแดงอันลุกโพลงให้ถือผานทั้งยาวทั้งร้อนสิ้นกาลนาน งัด ปากให้อ้าแล้วเอาเชือกผูกไว้ ยัดก้อนเหล็กแดงเข้าไปในปาก ฝูงสุนัข แดง ฝูงสุนัขด่าง ฝูงแร้ง ฝูงกา และฝูงนกตระกรุม ล้วนมีปากเป็น เหล็ก มากลุ้มรุมจิกกัดลิ้นให้ขาดแล้วกินลิ้นอันมีเลือดไหล เหมือนกิน ของอันเป็นเดนเต็มไปด้วยเลือดฉะนั้น นายนิริยบาลเที่ยวเดินทุบตีสัตว์ นรกผู้ฆ่าบิดานั้น ซึ่งมีร่างกายอันแตกไปทั่ว เหมือนผลตาลที่ถูกไฟไหม้ จริงอยู่ ความยินดีของนายนิริยบาลเหล่านั้น เป็นการเล่นสนุก แต่สัตว์ นรกต้องได้รับทุกข์ คนผู้ฆ่าบิดาเหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกนี้ ต้องอยู่ใน นรกเช่นนั้น ก็บุตรฆ่ามารดา จากโลกนี้แล้วต้องไปสู่ที่อยู่แห่งพระยายม ย่อมเข้าถึงความทุกข์อย่างยิ่งด้วยผลแห่งกรรมของตน พวกนายนิริยบาล ที่ร้ายกาจย่อมบีบคั้นสัตว์ผู้ฆ่ามารดา ด้วยผาลเหล็กแดงบ่อยๆ ให้สัตว์ นรกดื่มกินโลหิตที่เกิดแต่ตน อันไหลออกจากกายของตน ร้อนดังหนึ่ง ทองแดงที่ละลายคว้างบนแผ่นดิน สัตว์นรกนั้นลงไปสู่ห้วงน้ำเช่นกับ หนองและเลือด น่าเกลียดดังซากศพเน่ามีกลิ่นเหม็นดุจก้อนคูถ หมู่ หนอนในห้วงน้ำนั้น มีกายใหญ่มีปากเป็นเหล็กแหลม ทำลายผิวหนัง ชอนไชไปในเนื้อและเลือด กัดกินสัตว์นรกนั้น ก็สัตว์นั้นถึงนรกนั้น แล้วจมลงไปประมาณชั่วร้อยบุรุษ ศพเน่าเหม็นฟุ้งไปตลอดร้อยโยชน์ โดยรอบ จริงอยู่ แม้จักษุของตนผู้มีจักษุย่อมคร่ำคร่าเพราะกลิ่นนั้น ดูกรพระเจ้าพรหมทัตต์ บุคคลผู้ฆ่ามารดาย่อมได้รับทุกข์เห็นปานนี้ พวกหญิงรีดลูกย่อมก้าวล่วงลำธารนรกอันขรุขระ ที่ก้าวล่วงได้แสน ยากดุจคมมีดโกน แล้วตกไปสู่แม่น้ำเวตรณีที่ไปได้ยาก ต้นงิ้ว ทั้งหลายล้วนแต่เป็นเหล็กมีหนาม ๑๖ คุลี มีกิ่งห้อยย้อยปกคลุมแม่น้ำ เวตรณีที่ไปได้ยากทั้งสองฟาก สัตว์นรกเหล่านั้นมีตัวสูงโยชน์หนึ่ง ถูกไฟที่เกิดเองแผดเผา มีเปลวรุ่งเรืองยืนอยู่ดุจกองไฟตั้งอยู่ที่ไกล ฉะนั้น หญิงผู้ประพฤตินอกใจสามีก็ดี ชายที่คบหาภรรยาผู้อื่นก็ดี ต้องตกอยู่ในนรกอันเร่าร้อนมีหนามคม สัตว์นรกเหล่านั้น ถูกนาย นิริยบาลทิ่มแทงด้วยอาวุธ กลับเอาศีรษะลงตกลงมานอนอยู่ ถูก ทิ่มแทงด้วยหลาวเป็นอันมากตื่นอยู่ตลอดกาลทุกเมื่อ ครั้นพอรุ่งสว่าง นายนิริยบาลให้สัตว์นรกนั้นเข้าไปสู่โลหกุมภีอันใหญ่เปรียบดังภูเขามีน้ำ เสมอด้วยไฟอันร้อน บุคคลผู้ทุศีล ถูกโมหะครอบงำ ย่อมเสวย กรรมของตน ที่ตนกระทำไว้ชั่วปางก่อน ตลอดวันตลอดคืนด้วย ประการฉะนี้ อนึ่ง ภริยาใดที่เขาช่วยมาด้วยทรัพย์ย่อมดูหมิ่นสามี แม่ ผัวพ่อผัว หรือพี่น้องผัว นายนิริยบาลเอาเบ็ดมีสายเกี่ยวปลายลิ้นของ หญิงนั้นคร่ามา สัตว์นรกนั้นเห็นลิ้นของตนยาวประมาณ ๑ วา เต็มไป ด้วยหมู่หนอนไม่อาจอ้อนวอนนายนิริยบาล ตายไปหมกไหม้ในตาปน- นรก พวกคนฆ่าแกะ ฆ่าสุกร ฆ่าปลา ดักเนื้อ พวกโจร คนฆ่าโค พวกพราน พวกคนผู้กระทำคุณในเหตุมิใช่คุณ (คนส่อเสียด) ถูกนาย นิริยบาลเบียดเบียนด้วยหอกเหล็ก ค้อนเหล็ก ดาบและลูกศร มีหัวลง ตกลงสู่แม่น้ำแสบคนทำคดีโกง ถูกนายนิริยบาลทุบตีด้วยค้อนเหล็ก ทั้งเวลาเย็นเวลาเช้าแต่นั้นย่อมกินอาเจียนของสัตว์นรกเหล่าอื่นผู้ได้รับ ความทุกข์ทุกเมื่อ ฝูงกาบ้าน ฝูงสุนัข ฝูงแร้ง ฝูงนกป่าล้วนมีปากเหล็ก รุมกัดกินสัตว์นรก ผู้กระทำกรรมหยาบช้าดิ้นรนอยู่ ชนเหล่าใดเป็น อสัตบุรุษ อันธุลีปกปิด ให้เนื้อชนกันตายก็ดี ให้นกตีกันตายก็ดี ชนเหล่านั้นต้องไปตกอุสสทนรก.
เทียบรายประโยค (213 ประโยค)
ja530:13.1 #
ธมฺโม ปโถ มหาราช✎ ร่าง
“Dhammo patho mahārāja,
อ้างอิงPTS 5.266
ja530:13.2 #
อธมฺโม ปน อุปฺปโถ✎ ร่าง
adhammo pana uppatho;
ja530:13.3 #
อธมฺโม นิรยํ เนติ✎ ร่าง
Adhammo nirayaṁ neti,
ja530:13.4 #
ธมฺโม ปาเปติ สุคฺคตึ ฯ✎ ร่าง
dhammo pāpeti suggatiṁ.
ja530:14.1 #
อธมฺมจาริโน ราช✎ ร่าง
Adhammacārino rāja,
ja530:14.2 #
นรา วิสมชีวิโน✎ ร่าง
narā visamajīvino;
ja530:14.3 #
ยํ คตึ เปจฺจ คจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Yaṁ gatiṁ pecca gacchanti,
ja530:14.4 #
นิรเย เต สุโณหิ เม ฯ✎ ร่าง
niraye te suṇohi me.
ja530:15.1 #
สญฺชีโว กาฬสุตฺโต จ✎ ร่าง
Sañjīvo kāḷasutto ca,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.40
ja530:15.2 #
สงฺฆาโฏ ๒- เทฺว จ โรรุวา✎ ร่าง
saṅghāto dve ca roruvā;
ja530:15.3 #
อถาปโร มหาวีจิ✎ ร่าง
Athāparo mahāvīci,
ja530:15.4 #
ตาปโน จ ปตาปโน ฯ✎ ร่าง
tāpano ca patāpano.
ja530:16.1 #
อิจฺเจเต อฏฺฐ นิรยา✎ ร่าง
Iccete aṭṭha nirayā,
ja530:16.2 #
อกฺขาตา ทูรติกฺกมา✎ ร่าง
akkhātā duratikkamā;
ja530:16.3 #
อากิณฺณา ลุทฺทกมฺเมหิ✎ ร่าง
Ākiṇṇā luddakammehi,
ja530:16.4 #
ปจฺเจกา โสฬสุสฺสทา ฯ✎ ร่าง
paccekā soḷasussadā.
ja530:17.1 #
กทริยา ตาปนา ๑- โฆรา✎ ร่าง
Kadariyatāpanā ghorā,
ja530:17.2 #
อจฺจิมนฺโต ๒- มหพฺภยา✎ ร่าง
accimanto mahabbhayā;
ja530:17.3 #
โลมหํสนรูปา จ✎ ร่าง
Lomahaṁsanarūpā ca,
ja530:17.4 #
เภสฺมา ปฏิภยา ทุขา ฯ✎ ร่าง
bhesmā paṭibhayā dukhā.
ja530:18.1 #
จตุกฺกณฺณา ๓- จตุทฺวารา✎ ร่าง
Catukkaṇṇā catudvārā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 31.276
ja530:18.2 #
วิภตฺตา ภาคโส มิตา✎ ร่าง
vibhattā bhāgaso mitā;
ja530:18.3 #
อโยปาการปริยนฺตา✎ ร่าง
Ayopākārapariyantā,
ja530:18.4 #
อยสา ปฏิกุชฺชิตา ฯ✎ ร่าง
ayasā paṭikujjitā.
ja530:19.1 #
เตสํ อโยมยา ภูมิ✎ ร่าง
Tesaṁ ayomayā bhūmi,
ja530:19.2 #
ชลิตา เตชสา ยุตา✎ ร่าง
jalitā tejasā yutā;
ja530:19.3 #
สมนฺตา โยชนสตํ✎ ร่าง
Samantā yojanasataṁ,
ja530:19.4 #
ผุฏา ติฏฺฐนฺติ สพฺพทา ฯ✎ ร่าง
phuṭā tiṭṭhanti sabbadā.
ja530:20.1 #
เอเต ปตนฺติ นิรเย✎ ร่าง
Ete patanti niraye,
ja530:20.2 #
อุทฺธํปาทา อวํสิรา✎ ร่าง
uddhampādā avaṁsirā;
ja530:20.3 #
อิสีนํ อติวตฺตาโร✎ ร่าง
Isīnaṁ ativattāro,
ja530:20.4 #
สญฺญตานํ ตปสฺสินํ ฯ✎ ร่าง
saññatānaṁ tapassinaṁ.
ja530:21.1 #
เต ภูนหุโน ปจฺจนฺติ✎ ร่าง
Te bhūnahuno paccanti,
ja530:21.2 #
มจฺฉา พิลกตา ยถา✎ ร่าง
macchā bilakatā yathā;
ja530:21.3 #
สํวจฺฉเร อสงฺเขยฺเย✎ ร่าง
Saṁvacchare asaṅkheyye,
ja530:21.4 #
นรา กิพฺพิสการิโน ฯ✎ ร่าง
narā kibbisakārino.
ja530:22.1 #
ฑยฺหมาเนน คตฺเตน✎ ร่าง
Ḍayhamānena gattena,
ja530:22.2 #
นิจฺจํ สนฺตรพาหิรํ✎ ร่าง
niccaṁ santarabāhiraṁ;
ja530:22.3 #
นิรยา นาธิคจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Nirayā nādhigacchanti,
ja530:22.4 #
ทฺวารํ นิกฺขมเนสิโน ฯ✎ ร่าง
dvāraṁ nikkhamanesino.
ja530:23.1 #
ปุรตฺถิเมน ธาวนฺติ✎ ร่าง
Puratthimena dhāvanti,
ja530:23.2 #
ตโต ธาวนฺติ ปจฺฉโต✎ ร่าง
tato dhāvanti pacchato;
ja530:23.3 #
อุตฺตเรนปิ ธาวนฺติ✎ ร่าง
Uttarenapi dhāvanti,
ja530:23.4 #
ตโต ธาวนฺติ ทกฺขิณํ✎ ร่าง
tato dhāvanti dakkhiṇaṁ;
ja530:23.5 #
ยํ ยญฺหิ ทฺวารํ คจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Yaṁ yañhi dvāraṁ gacchanti,
ja530:23.6 #
ตนฺตเทว ปิถิยฺยเร ๔- ฯ✎ ร่าง
taṁ tadeva pidhīyare.
ja530:24.1 #
พหูนิ สตสหสฺสานิ✎ ร่าง
Bahūni vassasahassāni,
อ้างอิงPTS 5.267
ja530:24.2 #
ชนา นิรยคามิโน✎ ร่าง
janā nirayagāmino;
ja530:24.3 #
พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺติ✎ ร่าง
Bāhā paggayha kandanti,
ja530:24.4 #
ปตฺวา ทุกฺขํ อนปฺปกํ ฯ✎ ร่าง
patvā dukkhaṁ anappakaṁ.
ja530:25.1 #
อาสีวิสํว กุปฺปิตํ✎ ร่าง
Āsīvisaṁva kupitaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.41
ja530:25.2 #
เตชสึ ทูรติกฺกมํ✎ ร่าง
tejassiṁ duratikkamaṁ;
ja530:25.3 #
น สาธุรูเป อาสีเท✎ ร่าง
Na sādhurūpe āsīde,
ja530:25.4 #
สญฺญตานํ ตปสฺสินํ ฯ✎ ร่าง
saññatānaṁ tapassinaṁ.
ja530:26.1 #
อติกาโย มหิสฺสาโส✎ ร่าง
Atikāyo mahissāso,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 69.41
ja530:26.2 #
อชฺชุโน เกกกาธิโป✎ ร่าง
ajjuno kekakādhipo;
ja530:26.3 #
สหสฺสพาหุ อุจฺฉินฺโน✎ ร่าง
Sahassabāhu ucchinno,
ja530:26.4 #
อิสิมาสชฺช โคตมํ ฯ✎ ร่าง
isimāsajja gotamaṁ.
ja530:27.1 #
อรชํ รชสา วจฺฉํ✎ ร่าง
Arajaṁ rajasā vacchaṁ,
ja530:27.2 #
กีสํ อวกฺรีย ๑- ทณฺฑกี✎ ร่าง
Kisaṁ avakiriya daṇḍakī;
ja530:27.3 #
ตาโลว มูลโต ฉินฺโน✎ ร่าง
Tālova mūlato chinno,
ja530:27.4 #
ส ราชา วิภวงฺคโต ฯ✎ ร่าง
Sa rājā vibhavaṅgato.
ja530:28.1 #
อุปหจฺจ มนํ เมชฺโฌ✎ ร่าง
Upahacca manaṁ majjho,
ja530:28.2 #
มาตงฺคสฺมึ ยสสฺสิเน✎ ร่าง
mātaṅgasmiṁ yasassine;
ja530:28.3 #
สปาริสชฺโช อุจฺฉินฺโน เ✎ ร่าง
Sapārisajjo ucchinno,
ja530:28.4 #
มชฺฌารญฺญํ ๓- ตทา อหุ ฯ✎ ร่าง
majjhāraññaṁ tadā ahu.
ja530:29.1 #
กณฺหทีปายนาสชฺช✎ ร่าง
Kaṇhadīpāyanāsajja,
อ้างอิงพุทธชยันตี 31.278
ja530:29.2 #
อิสึ อนฺธกเวนฺทโย✎ ร่าง
Isiṁ andhakaveṇḍayo;
ja530:29.3 #
อญฺญมญฺญํ มุสเล ๕- หนฺตฺวา✎ ร่าง
Aññoññaṁ musalā hantvā,
ja530:29.4 #
สมฺปตฺตา ยมสาธนํ ฯ✎ ร่าง
Sampattā yamasādhanaṁ.
ja530:30.1 #
อถายํ อิสินา สตฺโต✎ ร่าง
Athāyaṁ isinā satto,
ja530:30.2 #
อนฺตลิกฺขจโร ปุเร✎ ร่าง
antalikkhacaro pure;
ja530:30.3 #
ปาเวกฺขิ ปฐวึ เจจฺโจ✎ ร่าง
Pāvekkhi pathaviṁ cecco,
ja530:30.4 #
หีนตฺโต กาลปริยายํ ฯ✎ ร่าง
hīnatto pattapariyāyaṁ.
ja530:31.1 #
ตสฺมา หิ ฉนฺทาคมนํ✎ ร่าง
Tasmā hi chandāgamanaṁ,
ja530:31.2 #
นปฺปสํสนฺติ ปณฺฑิตา✎ ร่าง
nappasaṁsanti paṇḍitā;
ja530:31.3 #
อทุฏฺฐจิตฺโต ภาเสยฺย✎ ร่าง
Aduṭṭhacitto bhāseyya,
ja530:31.4 #
คิรํ สจฺจูปสญฺหิตํ ฯ✎ ร่าง
giraṁ saccūpasaṁhitaṁ.
ja530:32.1 #
มนสา เจ ปทุฏฺเฐน✎ ร่าง
Manasā ce paduṭṭhena,
ja530:32.2 #
โย นโร เปกฺขเต มุนึ✎ ร่าง
yo naro pekkhate muniṁ;
ja530:32.3 #
วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ✎ ร่าง
Vijjācaraṇasampannaṁ,
ja530:32.4 #
คนฺตฺวา โส นิรยํ อโธ ฯ✎ ร่าง
gantā so nirayaṁ adho.
ja530:33.1 #
เย วุฑฺเฒ ปริภาสนฺติ✎ ร่าง
Ye vuḍḍhe paribhāsanti,
ja530:33.2 #
ผรุสูปกฺกมา ชนา✎ ร่าง
pharusūpakkamā janā;
ja530:33.3 #
อนปจฺจา อทายาทา✎ ร่าง
Anapaccā adāyādā,
ja530:33.4 #
ตาลวตฺถู ๖- ภวนฺติ เต ฯ✎ ร่าง
tālavatthu bhavanti te.
ja530:34.1 #
โย จ ปพฺพชิตํ หนฺติ✎ ร่าง
Yo ca pabbajitaṁ hanti,
ja530:34.2 #
กตกิจฺจํ มเหสินํ✎ ร่าง
katakiccaṁ mahesinaṁ;
ja530:34.3 #
ส กาฬสุตฺเต นิรเย✎ ร่าง
Sa kāḷasutte niraye,
ja530:34.4 #
จิรํ รตฺตาย ปจฺจติ ฯ✎ ร่าง
cirarattāya paccati.
ja530:35.1 #
โย จ ราชา อธมฺมฏฺโฐ✎ ร่าง
Yo ca rājā adhammaṭṭho,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.42
ja530:35.2 #
รฏฺฐวิทฺธํสโน มโต✎ ร่าง
raṭṭhaviddhaṁsano mago;
ja530:35.3 #
ตาปยิตฺวา ชนปทํ✎ ร่าง
Tāpayitvā janapadaṁ,
ja530:35.4 #
ตาปเน เปจฺจ ปจฺจติ ฯ✎ ร่าง
tāpane pecca paccati.
ja530:36.1 #
โส จ วสฺสสหสฺสานํ✎ ร่าง
So ca vassasahassāni,
ja530:36.2 #
สตํ ทิพฺยานิ ปจฺจติ✎ ร่าง
sataṁ dibbāni paccati;
ja530:36.3 #
อจฺจิสงฺฆปเรโต โส✎ ร่าง
Accisaṅghapareto so,
ja530:36.4 #
ทุกฺขํ เวเทติ เวทนํ ฯ✎ ร่าง
dukkhaṁ vedeti vedanaṁ.
ja530:37.1 #
ตสฺส อคฺคิสิขา กายา✎ ร่าง
Tassa aggisikhā kāyā,
อ้างอิงPTS 5.268
ja530:37.2 #
นิจฺฉรนฺติ ปภสฺสรา✎ ร่าง
niccharanti pabhassarā;
ja530:37.3 #
เตโชภกฺขสฺส คตฺตานิ✎ ร่าง
Tejobhakkhassa gattāni,
ja530:37.4 #
โลมคฺเคหิ ๓- นเขหิ จ ฯ✎ ร่าง
lomehi ca nakhehi ca.
ja530:38.1 #
ฑยฺหมาเนน คตฺเตน✎ ร่าง
Ḍayhamānena gattena,
ja530:38.2 #
นิจฺจํ สนฺตรพาหิรํ✎ ร่าง
niccaṁ santarabāhiraṁ;
ja530:38.3 #
ทุกฺขาภิตุนฺโน นทติ✎ ร่าง
Dukkhābhitunno nadati,
ja530:38.4 #
นาโค ตุณฺฑฏฺฏิโต ๔- ยถา ฯ✎ ร่าง
nāgo tuttaṭṭito yathā.
ja530:39.1 #
โย โลภา ปิตรํ หนฺติ✎ ร่าง
Yo lobhā pitaraṁ hanti,
ja530:39.2 #
โทสา วา ปุริสาธโม✎ ร่าง
dosā vā purisādhamo;
ja530:39.3 #
ส กาฬสุตฺเต นิรเย✎ ร่าง
Sa kāḷasutte niraye,
ja530:39.4 #
จิรํ รตฺตาย ปจฺจติ ฯ✎ ร่าง
cirarattāya paccati.
ja530:40.1 #
ส ตาทิโส ปจฺจติ โลหกุมฺภิยํ✎ ร่าง
Sa tādiso paccati lohakumbhiyaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 69.42 · พุทธชยันตี 31.280
ja530:40.2 #
ปกฺกญฺจ สตฺตีหิ หนนฺติ นิตฺตจํ✎ ร่าง
Pakkañca sattīhi hananti nittacaṁ;
ja530:40.3 #
อนฺธํ กริตฺวา มุตฺตกรีสภกฺขํ✎ ร่าง
Andhaṁ karitvā muttakarīsabhakkhaṁ,
ja530:40.4 #
ขาเร นิมุชฺชนฺติ ตถาวิธํ นรํ ฯ✎ ร่าง
Khāre nimujjanti tathāvidhaṁ naraṁ.
ja530:41.1 #
ตตฺตํ ปกฺกุฏฺฐิตมโยคุฬญฺจ✎ ร่าง
Tattaṁ pakkuthitamayoguḷañca,
ja530:41.2 #
ทีเฆ จ ผาเล จิรรตฺตตาปิเต✎ ร่าง
Dīghe ca phāle cirarattatāpite;
ja530:41.3 #
วิกฺขมฺภมาทาย วิภชฺช ๕- รชฺชุภิ✎ ร่าง
Vikkhambhamādāya vibandharajjubhi,
ja530:41.4 #
วิวเฏ มุเข สํสวยนฺติ ๖- รกฺขสา ฯ✎ ร่าง
Vivaṭe mukhe sampavisanti rakkhasā.
ja530:42.1 #
สามา จ โสณา สพลา จ คิชฺฌา✎ ร่าง
Sāmā ca soṇā sabalā ca gijjhā,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.43
ja530:42.2 #
กาโกลสงฺฆา จ ทิชา อโยมุขา✎ ร่าง
Kākoḷasaṅghā ca dijā ayomukhā;
ja530:42.3 #
สงฺคมฺม ขาทนฺติ วิผนฺทมานํ✎ ร่าง
Saṅgamma khādanti vipphandamānaṁ,
ja530:42.4 #
ชิวฺหํ วิภชฺช วิฆาสํ สโลหิตํ ฯ✎ ร่าง
Jivhaṁ vibhajja vighāsaṁ salohitaṁ.
ja530:43.1 #
ตํ ทฑฺฒตาลํ ปริภินฺนคตฺตํ✎ ร่าง
Taṁ daḍḍhatālaṁ paribhinnagattaṁ,
ja530:43.2 #
นิปฺโปถยนฺตา อนุวิจรนฺติ รกฺขสา✎ ร่าง
Nippothayantā anuvicaranti rakkhasā;
ja530:43.3 #
รตี หิ เตสํ ทุขิโน ปนีตเร✎ ร่าง
Ratī hi nesaṁ dukhino panītare,
ja530:43.4 #
เอตาทิสสฺมึ นิรเย วสนฺติ✎ ร่าง
Etādisasmiṁ niraye vasanti;
ja530:43.5 #
เยเกจิ โลเก อิธ เปตฺติฆาติโน ฯ✎ ร่าง
Ye keci loke idha pettighātino.
ja530:44.1 #
ปุตฺโต จ มาตรํ หนฺตฺวา✎ ร่าง
Putto ca mātaraṁ hantvā,
ja530:44.2 #
อิโต คนฺตฺวา ยมกฺขยํ✎ ร่าง
ito gantvā yamakkhayaṁ;
ja530:44.3 #
ภุสมาปชฺชเต ทุกฺขํ✎ ร่าง
Bhusamāpajjate dukkhaṁ,
ja530:44.4 #
อตฺตกมฺมผลูปโค ฯ✎ ร่าง
attakammaphalūpago.
ja530:45.1 #
อมนุสฺสา อติพาลา✎ ร่าง
Amanussā atibalā,
ja530:45.2 #
หนฺตารํ ชนยนฺติยา✎ ร่าง
hantāraṁ janayantiyā;
ja530:45.3 #
อโยมเยหิ วาเลหิ✎ ร่าง
Ayomayehi vālehi,
ja530:45.4 #
ปีฬยนฺติ ปุนปฺปุนํ ฯ✎ ร่าง
pīḷayanti punappunaṁ.
ja530:46.1 #
ตํ ปสฺสวํ ๑- สกา คตฺตา✎ ร่าง
Tamassavaṁ sakā gattā,
อ้างอิงPTS 5.269
ja530:46.2 #
รุธิรํ ๒- อตฺตสมฺภวํ✎ ร่าง
rudhiraṁ attasambhavaṁ;
ja530:46.3 #
ตมฺพโลหวิลีนํว✎ ร่าง
Tambalohavilīnaṁva,
ja530:46.4 #
ตตฺตํ ปาเยนฺติ มตฺติฆํ ฯ✎ ร่าง
tattaṁ pāyenti mattighaṁ.
ja530:47.1 #
ชิคุจฺฉํ กุณปํ ปูตึ✎ ร่าง
Jigucchaṁ kuṇapaṁ pūtiṁ,
ja530:47.2 #
ทุคฺคนฺธํ คูถกทฺทมํ✎ ร่าง
Duggandhaṁ gūthakaddamaṁ;
ja530:47.3 #
ปุพฺพโลหิตสงฺกาสํ✎ ร่าง
Pubbalohitasaṅkāsaṁ,
ja530:47.4 #
รหโทคฺคยฺห ๓- ติฏฺฐติ ฯ✎ ร่าง
Rahadamogayha tiṭṭhati.
ja530:48.1 #
ตเมนํ กิมิโย ๔- ตตฺถ✎ ร่าง
Tamenaṁ kimayo tattha,
ja530:48.2 #
อติกายา อโยมุขา✎ ร่าง
atikāyā ayomukhā;
ja530:48.3 #
ฉวึ เภตฺวาน ๕- ขาทนฺติ ป✎ ร่าง
Chaviṁ bhetvāna khādanti,
ja530:48.4 #
คิทฺธา ๖- มํสโลหิเต ฯ✎ ร่าง
saṅgiddhā maṁsalohite.
ja530:49.1 #
โส จ ตํ นิรยํ ปตฺโต✎ ร่าง
So ca taṁ nirayaṁ patto,
ja530:49.2 #
นิมุคฺโค สตโปริสํ✎ ร่าง
nimuggo sataporisaṁ;
ja530:49.3 #
ปูติกํ กุณปํ วาติ✎ ร่าง
Pūtikaṁ kuṇapaṁ vāti,
ja530:49.4 #
สมนฺตา สตโยชนํ ฯ✎ ร่าง
samantā satayojanaṁ.
ja530:50.1 #
จกฺขุมาปิ หิ จกฺขูนิ✎ ร่าง
Cakkhumāpi hi cakkhūhi,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.44 · พุทธชยันตี 31.282
ja530:50.2 #
เตน คนฺเธน ชิยฺยติ✎ ร่าง
tena gandhena jīyati;
ja530:50.3 #
เอตาทิสํ พฺรหฺมทตฺต✎ ร่าง
Etādisaṁ brahmadatta,
ja530:50.4 #
มาตุโฆ ลภเต ทุขํ ฯ✎ ร่าง
mātugho labhate dukhaṁ.
ja530:51.1 #
ขุรธารมนุกฺกมฺม✎ ร่าง
Khuradhāramanukkamma,
ja530:51.2 #
ติกฺขํ ทูรภิสมฺภวํ✎ ร่าง
tikkhaṁ durabhisambhavaṁ;
ja530:51.3 #
ปตนฺติ คพฺภปาตินิโย✎ ร่าง
Patanti gabbhapātiyo,
ja530:51.4 #
ทุคฺคํ เวตฺตรณึ นทึ ฯ✎ ร่าง
duggaṁ vetaraṇiṁ nadiṁ.
ja530:52.1 #
อโยมยา สิมฺพลิโย✎ ร่าง
Ayomayā simbaliyo,
ja530:52.2 #
โสฬสงฺคุลิกณฺฏกา✎ ร่าง
soḷasaṅgulakaṇṭakā;
ja530:52.3 #
อุภโต มภิลมฺพนฺติ✎ ร่าง
Ubhato abhilambanti,
ja530:52.4 #
ทุคฺคํ เวตฺตรณึ นทึ ฯ✎ ร่าง
duggaṁ vetaraṇiṁ nadiṁ.
ja530:53.1 #
เต อจฺจิมนฺโต ติฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
Te accimanto tiṭṭhanti,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 69.43
ja530:53.2 #
อคฺคิกฺขนฺธาว อารกา✎ ร่าง
aggikkhandhāva ārakā;
ja530:53.3 #
อาทิตฺตา ชาตเวเทน✎ ร่าง
Ādittā jātavedena,
ja530:53.4 #
อุทฺธํ โยชนมุคฺคตา ฯ✎ ร่าง
uddhaṁ yojanamuggatā.
ja530:54.1 #
เอเต ปชฺชนฺติ ๒- นิรเย✎ ร่าง
Ete vajanti niraye,
ja530:54.2 #
ตตฺเต ติขิณกณฺฏเก✎ ร่าง
tatte tikhiṇakaṇṭake;
ja530:54.3 #
นาริโย จ อติจารินิโย✎ ร่าง
Nāriyo ca aticārā,
ja530:54.4 #
นรา จ ปรทารคู ฯ✎ ร่าง
narā ca paradāragū.
ja530:55.1 #
เต ปตนฺติ อโธกฺขนฺธา✎ ร่าง
Te patanti adhokkhandhā,
ja530:55.2 #
วิวตฺตา วิหตา ปุถู✎ ร่าง
vivattā vihatā puthū;
ja530:55.3 #
สยนฺติ วินิวิทฺธงฺคา✎ ร่าง
Sayanti vinividdhaṅgā,
ja530:55.4 #
ทีฆํ ชคฺคนฺติ สพฺพทา ๔- ฯ✎ ร่าง
dīghaṁ jagganti sabbadā.
ja530:56.1 #
ตโต รตฺยา วิวสเน✎ ร่าง
Tato ratyā vivasāne,
ja530:56.2 #
มหตึ ปพฺพตูปมํ✎ ร่าง
mahatiṁ pabbatūpamaṁ;
ja530:56.3 #
โลหกุมฺภึ ปวชฺชนฺติ✎ ร่าง
Lohakumbhiṁ pavajjanti,
ja530:56.4 #
ตตฺตํ อคฺคิสมูทกํ ฯ✎ ร่าง
tattaṁ aggisamūdakaṁ.
ja530:57.1 #
เอวํ ทิวา จ รตฺโต จ✎ ร่าง
Evaṁ divā ca ratto ca,
ja530:57.2 #
ทุสฺสีลา โมหปารุตา✎ ร่าง
dussīlā mohapārutā;
ja530:57.3 #
อนุโภนฺติ สกํ กมฺมํ✎ ร่าง
Anubhonti sakaṁ kammaṁ,
ja530:57.4 #
ปุพฺเพ ทุกฺกฏมตฺตโน ฯ✎ ร่าง
pubbe dukkaṭamattano.
ja530:58.1 #
ยา จ ภริยา ธนกฺกีตา✎ ร่าง
Yā ca bhariyā dhanakkītā,
ja530:58.2 #
สามิกํ อติมญฺญติ✎ ร่าง
sāmikaṁ atimaññati;
ja530:58.3 #
สสฺสุํ วา สสฺสุรํ วาปิ✎ ร่าง
Sassuṁ vā sasuraṁ vāpi,
ja530:58.4 #
เชฏฺฐํ วาปิ นนนฺทนํ✎ ร่าง
jeṭṭhaṁ vāpi nanandaraṁ.
ja530:59.1 #
ตสฺสา วงฺเกน ชิวฺหคฺคํ✎ ร่าง
Tassā vaṅkena jivhaggaṁ,
อ้างอิงPTS 5.270 · สยามรัฐ 28.45
ja530:59.2 #
นิพฺพหนฺติ สพนฺธนํ ฯ✎ ร่าง
nibbahanti sabandhanaṁ;
ja530:59.3 #
ส พฺยามมตฺตํ กิมินํ✎ ร่าง
Sa byāmamattaṁ kiminaṁ,
ja530:59.4 #
ชิวฺหํ ปสฺสติ อตฺตโน✎ ร่าง
jivhaṁ passati attani;
ja530:59.5 #
วิญฺญาเปตุํ น สกฺโกติ✎ ร่าง
Viññāpetuṁ na sakkoti,
ja530:59.6 #
ตาปเน เปจฺจ ปจฺจติ ฯ✎ ร่าง
tāpane pecca paccati.
ja530:60.1 #
โอรพฺภิกา สูกริกา✎ ร่าง
Orabbhikā sūkarikā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 31.284
ja530:60.2 #
มจฺฉิกา มิคพนฺธกา✎ ร่าง
macchikā migabandhakā;
ja530:60.3 #
โจรา โคฆาตกา ลุทฺทา✎ ร่าง
Corā goghātakā luddā,
ja530:60.4 #
อวณฺเณ วณฺณการกา ฯ✎ ร่าง
avaṇṇe vaṇṇakārakā.
ja530:61.1 #
สตฺตีหิ โลหกูเฏหิ✎ ร่าง
Sattīhi lohakūṭehi,
ja530:61.2 #
เนตฺตึเสหิ อุสูหิ จ✎ ร่าง
nettiṁsehi usūhi ca;
ja530:61.3 #
หญฺญมานา ขารนทึ✎ ร่าง
Haññamānā khāranadiṁ,
ja530:61.4 #
ปปตนฺติ อวํสิรา ฯ✎ ร่าง
papatanti avaṁsirā.
ja530:62.1 #
สายํ ปาโต กูฏการี✎ ร่าง
Sāyaṁ pāto kūṭakārī,
ja530:62.2 #
อโยกูเฏหิ หญฺญติ✎ ร่าง
ayokūṭehi haññati;
ja530:62.3 #
ตโต วนฺตํ ทุรตฺตานํ✎ ร่าง
Tato vantaṁ durattānaṁ,
ja530:62.4 #
ปเรสํ ภุญฺชเต ๑- สทา ฯ✎ ร่าง
paresaṁ bhuñjare sadā.
ja530:63.1 #
ธงฺกา เภรณฺฑกา คิชฺฌา✎ ร่าง
Dhaṅkā bheraṇḍakā gijjhā,
ja530:63.2 #
กาโกลา จ อโยมุขา✎ ร่าง
kākoḷā ca ayomukhā;
ja530:63.3 #
วิปฺผนฺทมานํ ขาทนฺติ✎ ร่าง
Vipphandamānaṁ khādanti,
ja530:63.4 #
นรํ กิพฺพิสการกํ ฯ✎ ร่าง
naraṁ kibbisakārakaṁ.
ja530:64.1 #
เย มิเคน มิคํ หนฺติ✎ ร่าง
Ye migena migaṁ hanti,
ja530:64.2 #
ปกฺขึ วา ปน ปกฺขินา✎ ร่าง
pakkhiṁ vā pana pakkhinā;
ja530:64.3 #
อสนฺโต รชสา ฉนฺนา✎ ร่าง
Asanto rajasā channā,
ja530:64.4 #
คนฺตฺวา ๒- เต นิรยุสฺสทํ ๓- ฯ✎ ร่าง
gantā te nirayussadaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๘ — ขุททกนิกาย ชาดก ๒ (จัตตาฬีส–มหานิบาต)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน