เนื้อความทั้งข้อ
[๙๕๕] นารีทั้งหลายผู้ประดับประดางดงาม ดังเทพอัปสรในเทวโลก ฟ้อนรำ
ขับร้องเพลงอันไพเราะจับใจ กล่อมปุณณกยักษ์อยู่ในปราสาทนั้น พระ-
มหาสัตว์ผู้รักษาธรรม รับรองปุณณกยักษ์ด้วยนางบำเรอที่น่ายินดี ทั้งข้าว
และน้ำ แล้วคิดถึงประโยชน์ส่วนตน ได้เข้าไปในสำนักของภรรยาใน
กาลนั้น ได้กล่าวกะภรรยาผู้ลูบไล้ด้วยจรุณจันทน์และของหอม มีผิว-
พรรณผุดผ่องดุจแท่งทองชมพูนุทว่า ดูกรนางผู้เจริญ ผู้มีดวงตาอันงดงาม
มานี่เถิด จงเรียกบุตรธิดามาฟังคำสั่งสอน นางอโนชาได้ฟังคำของสามี
แล้ว ได้กล่าวกะลูกสะใภ้ผู้มีเล็บแดง มีตาอันงามว่า ดูกรเจ้าผู้มี
ผิวพรรณดังดอกนิลุบล เจ้าจงไปเรียกบุตรและธิดาของเราผู้แกล้วกล้า
สามารถเหล่านั้นมา.
ตตฺถ นจฺจนฺติ คายนฺติ✎ ร่าง
Tattha naccanti gāyanti,
อวฺหยนฺติ วราวรํ✎ ร่าง
avhāyanti varāvaraṁ;
อจฺฉรา วิย เทเวสุ✎ ร่าง
Accharā viya devesu,
นาริโย สมลงฺกตา ฯ✎ ร่าง
nāriyo samalaṅkatā.
สมงฺคีกตฺวา ปมทาหิ ยกฺขํ✎ ร่าง
Samaṅgikatvā pamadāhi yakkhaṁ,
อ้างอิงPTS 6.290
อนฺเนน ปาเนน จ ธมฺมปาโล✎ ร่าง
Annena pānena ca dhammapālo;
อตฺตตฺถเมวานุวิจินฺตยนฺโต✎ ร่าง
Atthattha mevānuvicintayanto,
ปาเวกฺขิ ภริยาย ตทา สกาเส ฯ✎ ร่าง
Pāvekkhi bhariyāya tadā sakāse.
ตํ จนฺทนคนฺธรสานุลิตฺตํ✎ ร่าง
Taṁ candanagandharasānulittaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.334
สุวณฺณชมฺโพนทนิกฺขสาทิสํ✎ ร่าง
Suvaṇṇajambonadanikkhasādisaṁ;
ภริยํ อวจ เอหิ สุโณหิ โภติ✎ ร่าง
Bhariyaṁvacā “ehi suṇohi bhoti,
ปุตฺตานิ อามนฺตย ตมฺพเนตฺเต ฯ✎ ร่าง
Puttāni āmantaya tambanette”.
สุตฺวาน วากฺยํ ปติโน อโนชา✎ ร่าง
Sutvāna vākyaṁ patino anujjā,
สุณิสํ อวจ ตมฺพนขึ สุเนตฺตํ✎ ร่าง
Suṇisaṁvaca tambanakhiṁ sunettaṁ;
อามนฺตย จมฺมธรานิ ๒- เจเต✎ ร่าง
“Āmantaya vammadharāni cete,
ปุตฺตานิ อินฺทีวรปุปฺผสาเม ฯ✎ ร่าง
Puttāni indīvarapupphasāme”.