‹ กลับ
ทุฏฐัฏฐกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 102 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑๓๑๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๐๒] คำว่า บุคคลผู้มีปัญญาละมารยาและมานะได้แล้ว มีความว่าความประพฤติลวง เรียกว่ามารยา. บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติทุจริตด้วยกาย ประพฤติทุจริตด้วยวาจา ประพฤติทุจริตด้วยใจแล้ว ย่อมตั้งความปรารถนาอันลามก เพราะเหตุจะปกปิดทุจริตนั้น คือย่อม ปรารถนาว่า ใครๆ อย่ารู้เรา (ว่าเราประพฤติทุจริต) ดำริว่า ใครๆ อย่ารู้จักเรา ย่อมกล่าว วาจาว่า ใครๆ อย่ารู้เรา ย่อมพยายามด้วยกายว่า ใครๆ อย่ารู้เรา. ความลวง ความเป็น ผู้มีความลวง ความไม่นึกถึง ความอำพราง ความปิด ความปิดบัง ความหลีกเลี่ยง ความซ่อน ความซ่อนเร้น ความปิด ความปกปิด ความไม่ทำให้ตื้น ความไม่เปิดเผย ความปิดด้วยดี ความกระทำชั่วเห็นปานนี้ นี้เรียกว่า ความลวง. คำว่า มานะ ได้แก่ความถือตัวอย่าง ๑ คือความที่จิตใฝ่สูง. ความถือตัว ๒ อย่างคือ ความยกตน ๑ ความข่มผู้อื่น ๑. ความถือตัว ๓ อย่าง คือความถือตัวว่า เราดีกว่าเขา ๑ เราเสมอเขา ๑ เราเลวกว่าเขา ๑. ความถือตัว ๔ อย่าง คือบุคคลยังความถือตัวให้เกิดเพราะลาภ ๑ ยังความถือตัวให้ เกิดเพราะยศ ๑ ยังความถือตัวให้เกิดเพราะความสรรเสริญ ๑ ยังความถือตัวให้เกิดเพราะความ สุข ๑. ความถือตัว ๕ อย่างคือ บุคคลยังความถือตัวให้เกิดว่า เราได้รูปที่ชอบใจ ๑ ยังความ ถือตัวให้เกิด ว่าเราได้เสียงที่ชอบใจ ๑ ยังความถือตัวให้เกิดว่า เราได้กลิ่นที่ชอบใจ ๑ ยังความ ถือตัวให้เกิดว่า เราได้รสที่ชอบใจ ๑ ยังความถือตัวให้เกิดว่า เราได้โผฏฐัพพะที่ชอบใจ ๑. ความ ถือตัว ๖ อย่าง คือบุคคลยังความถือตัวให้เกิดด้วยความถึงพร้อมแห่งจักษุ ... ความถึงพร้อมแห่ง หู ... ความถึงพร้อมแห่งจมูก ... ความถึงพร้อมแห่งลิ้น ... ความถึงพร้อมแห่งกาย ความถึงพร้อม แห่งใจ. ความถือตัว ๗ อย่างคือ ความถือตัว ๑ ความถือตัวจัด ๑ ความถือตัวและความถือตัวจัด ๑ ความถือตัวเลว ๑ ความถือตัวยิ่ง ๑ ความถือตัวว่าเรามั่งมี ๑ ความถือตัวผิด ๑ ความถือตัว ๘ อย่าง คือบุคคลยังความถือตัวให้เกิด เพราะลาภ ๑ ยังความถือตัวเลวให้เกิดเพราะความเสื่อมลาภ ๑ ยัง ความถือตัวให้เกิดเพราะยศ ๑ ยังความถือตัวเลวให้เกิดเพราะความเสื่อมยศ ๑ ยังความถือตัวให้ เกิดเพราะสรรเสริญ ๑ ยังความถือตัวเลวให้เกิดเพราะนินทา ๑ ยังความถือตัวให้เกิดเพราะสุข ๑ ยังความถือตัวเลวให้เกิดเพราะทุกข์ ๑ ความถือตัว ๙ อย่าง คือ ความถือตัวว่าเราเป็นผู้ดีกว่าคนดี ๑ ความถือตัวว่า เราเป็นผู้เสมอกับคนดี ๑ ความถือตัวว่า เราเป็นผู้เลวกว่าคนดี ๑ ความถือตัวว่า เราเป็นผู้ดีกว่าคนชั้นเดียวกัน ๑ ความถือตัวว่า เราเป็นผู้เสมอกับคนชั้นเดียวกัน ๑ ความถือตัวว่า เราเป็นผู้เลวกว่าคนชั้นเดียวกัน ๑ ความถือตัวว่า เราเป็นผู้ดีกว่าคนเลว ๑ ความถือตัวว่า เราเป็นผู้ เสมอกับคนเลว ๑ ความถือตัวว่า เราเป็นผู้เลวกว่าคนเลว ๑. ความถือตัว ๑๐ อย่าง คือ บุคคล บางคนในโลกนี้ยังความถือตัวให้เกิดเพราะชาติ ๑ เพราะโคตร ๑ เพราะความเป็นบุตรแห่งสกุล ๑ เพราะความเป็นผู้มีรูปงาม ๑ เพราะทรัพย์ ๑ เพราะการเชื้อเชิญ ๑ เพราะหน้าที่การงาน ๑ เพราะ หลักแหล่งศิลปศาสตร์ ๑ เพราะวิทยฐานะ ๑ เพราะการศึกษา ๑ เพราะปฏิภาณ ๑ เพราะวัตถุ อย่างใดอย่างหนึ่ง ๑ (เกิดเป็น ๑๒) ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว ความที่จิตถือตัว ความใฝ่สูง ความฟูขึ้น ความทนงตัว ความยกตัว ความที่จิตใคร่สูงดุจธง นี้เรียกว่า ความถือตัว. คำว่า บุคคลผู้มีปัญญาละมารยาและมานะได้แล้ว คือบุคคลผู้มีปัญญา ละ เว้น บรรเทา ทำให้หมด ทำให้ไม่มีซึ่งมารยาและมานะ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า บุคคลผู้มีปัญญาละมารยาและมานะ ได้แล้ว.
เทียบรายประโยค (39 ประโยค)
mnd3:54.1 #
มายญฺจ มานญฺจ ปหาย โธโนติ✎ ร่าง
Māyañca mānañca pahāya dhonoti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.110
mnd3:54.2 #
มายา วุจฺจติ วญฺจนิกา จริยา ฯ✎ ร่าง
Māyā vuccati vañcanikā cariyā.
mnd3:54.3 #
อิเธกจฺโจ กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา ตสฺส ปฏิจฺฉาทนเหตุ ปาปิกํ อิจฺฉํ ปณิทหติ✎ ร่าง
Idhekacco kāyena duccaritaṁ caritvā, vācāya duccaritaṁ caritvā, manasā duccaritaṁ caritvā tassa paṭicchādanahetu pāpikaṁ icchaṁ paṇidahati—
mnd3:59.3 #
Attā nirattā na hi tassa atthi,
mnd3:59.4 #
Adhosi so diṭṭhimidheva sabbaṁ.
mnd3:54.4 #
มา มํ ชญฺญาติ อิจฺฉติ มา มํ ชญฺญาติ สงฺกปฺเปติ มา มํ ชญฺญาติ วาจํ ภาสติ มา มํ ชญฺญาติ กาเยน ปรกฺกมติ ฯ✎ ร่าง
“mā maṁ jaññā”ti icchati, “mā maṁ jaññā”ti saṅkappeti, “mā maṁ jaññā”ti vācaṁ bhāsati, “mā maṁ jaññā”ti kāyena parakkamati.
mnd3:54.5 #
ยา เอวรูปา มายา มายาวิตา อจฺจสรา วญฺจนา นิกติ นิกิรณา ปริหรณา คุหณา ปริคุหณา ฉาทนา ปริจฺฉาทนา อนุตฺตานิกมฺมํ อนาวิกมฺมํ โวจฺฉาทนา ปาปกิริยา อยํ วุจฺจติ มายา ฯ✎ ร่าง
Yā evarūpā māyā māyāvitā accasarā vañcanā nikati nikiraṇā pariharaṇā gūhanā parigūhanā chādanā paricchādanā anuttānikammaṁ anāvikammaṁ vocchādanā pāpakiriyā, ayaṁ vuccati māyā.
mnd3:55.1 #
มาโนติ เอกวิเธน มาโน✎ ร่าง
Mānoti ekavidhena māno—
อ้างอิงPTS 80 · สยามรัฐ 29.94 · ฉัฏฐสังคายนา 77.57
mnd3:55.2 #
ยา จิตฺตสฺส อุณฺณติ ฯ✎ ร่าง
yā cittassa unnati.
mnd3:55.3 #
ทุวิเธน มาโน✎ ร่าง
Duvidhena māno—
mnd3:55.4 #
อตฺตุกฺกํสนมาโน ปรวมฺภนมาโน ฯ✎ ร่าง
attukkaṁsanamāno, paravambhanamāno.
mnd3:55.5 #
ติวิเธน มาโน✎ ร่าง
Tividhena māno—
mnd3:55.6 #
เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน สทิโสหมสฺมีติ มาโน หีโนหมสฺมีติ มาโน ฯ✎ ร่าง
“seyyohamasmī”ti māno, “sadisohamasmī”ti māno, “hīnohamasmī”ti māno.
mnd3:55.7 #
จตุพฺพิเธน มาโน✎ ร่าง
Catubbidhena māno—
mnd3:55.8 #
ลาเภน มานํ ชเนติ ยเสน มานํ ชเนติ ปสํสาย มานํ ชเนติ สุเขน มานํ ชเนติ ฯ✎ ร่าง
lābhena mānaṁ janeti, yasena mānaṁ janeti, pasaṁsāya mānaṁ janeti, sukhena mānaṁ janeti.
mnd3:55.9 #
ปญฺจวิเธน มาโน✎ ร่าง
Pañcavidhena māno—
mnd3:55.10 #
ลาภิมฺหิ มนาปิกานํ รูปานนฺติ มานํ ชเนติ ลาภิมฺหิ มนาปิกานํ สทฺทานํ✎ ร่าง
“lābhimhi manāpikānaṁ rūpānan”ti mānaṁ janeti, “lābhimhi manāpikānaṁ saddānaṁ …
mnd3:55.11 #
คนฺธานํ✎ ร่าง
gandhānaṁ …
mnd3:55.12 #
รสานํ✎ ร่าง
rasānaṁ …
mnd3:55.13 #
โผฏฺฐพฺพานนฺติ มานํ ชเนติ ฯ✎ ร่าง
phoṭṭhabbānan”ti mānaṁ janeti.
mnd3:55.14 #
ฉพฺพิเธน มาโน✎ ร่าง
Chabbidhena māno—
mnd3:55.15 #
จกฺขุสมฺปทาย มานํ ชเนติ โสตสมฺปทาย มานํ ชเนติ✎ ร่าง
cakkhusampadāya mānaṁ janeti, sotasampadāya …
mnd3:55.16 #
ฆานสมฺปทาย✎ ร่าง
ghānasampadāya …
mnd3:55.17 #
ชิวฺหาสมฺปทาย✎ ร่าง
jivhāsampadāya …
mnd3:55.18 #
กายสมฺปทาย✎ ร่าง
kāyasampadāya …
mnd3:55.19 #
มโนสมฺปทาย มานํ ชเนติ ฯ✎ ร่าง
manosampadāya mānaṁ janeti.
mnd3:55.20 #
สตฺตวิเธน มาโน✎ ร่าง
Sattavidhena māno—
mnd3:55.21 #
มาโน อติมาโน มานาติมาโน โอมาโน อธิมาโน อสฺมิมาโน มิจฺฉามาโน ฯ✎ ร่าง
māno, atimāno, mānātimāno, omāno, adhimāno, asmimāno, micchāmāno.
mnd3:55.22 #
อฏฺฐวิเธน มาโน✎ ร่าง
Aṭṭhavidhena māno—
mnd3:55.23 #
ลาเภน มานํ ชเนติ อลาเภน โอมานํ ชเนติ ยเสน มานํ ชเนติ อยเสน โอมานํ ชเนติ ปสํสาย มานํ ชเนติ นินฺทาย โอมานํ ชเนติ สุเขน มานํ ชเนติ ทุกฺเขน โอมานํ ชเนติ ฯ✎ ร่าง
lābhena mānaṁ janeti, alābhena omānaṁ janeti, yasena mānaṁ janeti, ayasena omānaṁ janeti, pasaṁsāya mānaṁ janeti, nindāya omānaṁ janeti, sukhena mānaṁ janeti, dukkhena omānaṁ janeti.
mnd3:55.24 #
นววิเธน มาโน✎ ร่าง
Navavidhena māno—
mnd3:55.25 #
เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน สทิสสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน หีนสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน ฯ✎ ร่าง
seyyassa seyyohamasmīti māno, seyyassa sadisohamasmīti māno, seyyassa hīnohamasmīti māno, sadisassa seyyohamasmīti māno, sadisassa sadisohamasmīti māno, sadisassa hīnohamasmīti māno, hīnassa seyyohamasmīti māno, hīnassa sadisohamasmīti māno, hīnassa hīnohamasmīti māno.
mnd3:55.26 #
ทสวิเธน มาโน✎ ร่าง
Dasavidhena māno—
mnd3:55.27 #
อิเธกจฺโจ มานํ ชเนติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเกน ๑- วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วา วตฺถุนา ฯ✎ ร่าง
idhekacco mānaṁ janeti jātiyā vā gottena vā kolaputtiyena vā vaṇṇapokkharatāya vā dhanena vā ajjhenena vā kammāyatanena vā sippāyatanena vā vijjāṭṭhānena vā sutena vā paṭibhānena vā aññataraññatarena vā vatthunā.
mnd3:55.28 #
โย เอวรูโป มาโน มญฺญนา มญฺญิตตฺตํ อุณฺณติ อุณฺณโม ๑- ธโช สมฺปคฺคาโห เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺส✎ ร่าง
Yo evarūpo māno maññanā maññitattaṁ unnati unnāmo dhajo sampaggāho ketukamyatā cittassa—
mnd3:55.29 #
อยํ วุจฺจติ มาโน ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati māno.
mnd3:55.30 #
มายญฺจ มานญฺจ ปหาย โธโนติ✎ ร่าง
Māyañca mānañca pahāya dhonoti.
mnd3:55.31 #
Dhono māyañca mānañca pahāya pajahitvā vinodetvā byantiṁ karitvā anabhāvaṁ gametvāti—
mnd3:55.32 #
māyañca mānañca pahāya dhono.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน