‹ กลับ
ปรมัฏฐกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 180 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๒๒๔๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘๐] คำว่า ย่อมเป็นผู้ถึงฝั่ง ไม่กลับมา เป็นผู้คงที่ มีความว่า อมตนิพพาน เรียก ว่าฝั่ง ได้แก่ธรรมเป็นที่สงบแห่งสังขารทั้งปวง เป็นที่สละคืนอุปธิทั้งปวง เป็นที่สิ้นตัณหา ความ สำรอก ความดับ ความออกจากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด. ผู้ใดไปถึงฝั่ง บรรลุฝั่งแล้ว ไปถึง ส่วนสุด บรรลุส่วนสุดแล้ว ไปถึงที่สุด บรรลุที่สุดแล้ว ฯลฯ ภพใหม่มิได้มีแก่ผู้นั้น เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้ถึงฝั่ง. คำว่า ย่อมไม่กลับ คือ กิเลสเหล่าใด อันอริยบุคคลละแล้ว ด้วยโสดาปัตติมรรค อริยบุคคลนั้นย่อมไม่ถึงอีก ไม่กลับถึง ไม่กลับมาสู่กิเลสเหล่านั้น กิเลส เหล่าใดอันอริยบุคคลละแล้วด้วยสกทาคามิมรรค อริยบุคคลนั้น ย่อมไม่ถึงอีก ไม่กลับถึง ไม่กลับ มาสู่กิเลสเหล่านั้น กิเลสเหล่าใดอันอริยบุคคลละแล้วด้วยอนาคามิมรรค อริยบุคคลนั้น ย่อม ไม่ถึงอีก ไม่กลับถึง ไม่กลับมาสู่กิเลสเหล่านั้น กิเลสเหล่าใดอันอริยบุคคลละแล้วด้วยอรหัต- *มรรค อริยบุคคลนั้นย่อมไม่ถึงอีก ไม่กลับถึง ไม่กลับมาสู่กิเลสเหล่านั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมเป็นผู้ถึงฝั่ง ไม่กลับมา. คำว่า ผู้คงที่ คือพระอรหันต์ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ โดยอาการ ๕ คือ เป็นผู้คงที่ในอิฏฐารมณ์ และอนิฏฐารมณ์ เป็นผู้คงที่เพราะอรรถว่าสละแล้ว เป็นผู้คงที่เพราะ อรรถว่าข้ามแล้ว เป็นผู้คงที่เพราะอรรถว่าพ้นแล้ว เป็นผู้คงที่เพราะแสดงออกซึ่งธรรมนั้นๆ. พระอรหันต์ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ ในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์อย่างไร? พระอรหันต์เป็น ผู้คงที่แม้ในลาภ แม้ในความเสื่อมลาภ แม้ในยศ แม้ในความเสื่อมยศ แม้ในสรรเสริญ แม้ ในนินทา แม้ในสุข แม้ในทุกข์. หากว่าชนทั้งหลายพึงลูบไล้แขนข้างหนึ่งแห่งพระอรหันต์ด้วย เครื่องหอม พึงถากแขนข้างหนึ่งด้วยมีด พระอรหันต์ย่อมไม่มีความยินดีในการลูบไล้ด้วยเครื่อง หอมโน้น และไม่มีความยินร้ายในการถากด้วยมีดโน้น เป็นผู้ละการยินดียินร้ายเสียแล้ว เป็นผู้ล่วง เลยการดีใจและการเสียใจแล้ว เป็นผู้ก้าวล่วงความยินดีความยินร้ายเสียแล้ว พระอรหันต์ชื่อว่า เป็นผู้คงที่ในอิฏฐารมณ์ และอนิฏฐารมณ์อย่างนี้. พระอรหันต์ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะอรรถว่าสละแล้วอย่างไร? พระอรหันต์สละ คาย ปล่อย ละ สละคืนเสียแล้ว ซึ่งความกำหนัด ความขัดเคือง ความหลง ความโกรธ ความ ผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความลวง ความโอ้อวด ความ กระด้าง ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความประมาท กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง พระอรหันต์ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะอรรถว่าสละแล้วอย่างนี้. พระอรหันต์ชื่อว่าผู้คงที่ เพราะอรรถว่าข้ามแล้วอย่างไร? พระอรหันต์ข้ามแล้ว ข้ามขึ้น ข้ามพ้น ก้าวล่วง ก้าวล่วงด้วยดี เป็นไปล่วงซึ่งกาโมฆะ ภโวฆะ ทิฏโฐฆะ อวิชโชฆะ และ คลองแห่งสงสารทั้งปวง พระอรหันต์นั้นอยู่จบแล้ว ประพฤติจรณะแล้ว ฯลฯ ภพใหม่มิได้มี แก่พระอรหันต์นั้น เพราะฉะนั้น พระอรหันต์ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะอรรถว่าข้ามแล้วอย่างนี้. พระอรหันต์ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะอรรถว่าพ้นแล้วอย่างไร? พระอรหันต์มีจิตพ้นแล้ว พ้นวิเศษ พ้นดีแล้ว จากความกำหนัด ความขัดเคือง ความหลง ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความลวง ความโอ้อวด ความกระด้าง ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความประมาท กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง ความกระวนกระวายทั้งปวง ความเร่าร้อนทั้งปวง ความเดือดร้อนทั้งปวง อกุสลาภิสังขารทั้งปวง พระอรหันต์ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะอรรถว่าพ้นแล้วอย่างนี้. พระอรหันต์ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดงออกซึ่งธรรมนั้นๆ อย่างไร? พระอรหันต์ ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดงออกว่า เป็นผู้มีศีล ในเมื่อศีลมีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดง ออกว่า เป็นผู้มีศรัทธา ในเมื่อศรัทธามีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดงออกว่า เป็นผู้มีความ เพียร ในเมื่อความเพียรมีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดงออกว่า เป็นผู้มีสติ ในเมื่อสติมีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดงออกว่า เป็นผู้ตั้งมั่น ในเมื่อสมาธิมีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดง ออกว่า เป็นผู้มีปัญญา ในเมื่อปัญญามีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดงออกว่า เป็นผู้มีวิชชา ๓ ในเมื่อวิชชามีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดงออกว่า เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ในเมื่ออภิญญามีอยู่. พระอรหันต์ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะแสดงออกซึ่งธรรมนั้นๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมเป็นผู้ถึงฝั่ง ไม่กลับมา เป็นผู้คงที่ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า พระอรหันตขีณาสพทั้งหลาย ย่อมไม่กำหนด ย่อมไม่ทำตัณหาและทิฏฐิ ไว้ในเบื้องหน้า แม้ธรรมคือทิฏฐิทั้งหลายอันพระอรหันตขีณาสพเหล่า นั้นไม่ปรารถนาเฉพาะแล้ว พระอรหันต์ผู้เป็นพราหมณ์ อันใครๆ ไม่พึงนำไปได้ด้วยศีลและพรต ย่อมเป็นผู้ถึงฝั่ง ไม่กลับมา เป็นผู้คงที่ ดังนี้.
เทียบรายประโยค (92 ประโยค)
mnd5:52.1 #
ปารงฺคโต น ปจฺเจติ ตาทีติ✎ ร่าง
Pāraṅgato na pacceti tādīti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.138 · พุทธชยันตี 33.160
mnd5:52.2 #
ปารํ วุจฺจติ อมตํ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Pāraṁ vuccati amataṁ nibbānaṁ.
mnd5:52.3 #
โย โส สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ ฯ✎ ร่าง
Yo so sabbasaṅkhārasamatho sabbūpadhipaṭinissaggo taṇhakkhayo virāgo nirodho nibbānaṁ.
mnd5:52.4 #
โย ปารคโต ปารปฺปตฺโต อนฺตคโต อนฺตปฺปตฺโต โกฏิคโต โกฏิปฺปตฺโต ฯเปฯ นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ✎ ร่าง
So pāraṅgato pārappatto antagato antappatto koṭigato koṭippatto (vitthāro) jātimaraṇasaṁsāro, natthi tassa punabbhavoti—
mnd5:52.5 #
ปารงฺคโต ฯ✎ ร่าง
pāraṅgato.
mnd5:52.6 #
น ปจฺเจตีติ โสตาปตฺติมคฺเคน เย กิเลสา ปหีนา เต กิเลเส น ปุเนติ น ปจฺเจติ น ปจฺจาคจฺฉติ✎ ร่าง
Na paccetīti sotāpattimaggena ye kilesā pahīnā, te kilese na puneti na pacceti na paccāgacchati.
mnd5:52.7 #
สกทาคามิมคฺเคน เย กิเลสา ปหีนา เต กิเลเส น ปุเนติ น ปจฺเจติ น ปจฺจาคจฺฉติ✎ ร่าง
Sakadāgāmimaggena ye kilesā pahīnā, te kilese na puneti na pacceti na paccāgacchati.
mnd5:52.8 #
อนาคามิมคฺเคน เย กิเลสา ปหีนา เต กิเลเส น ปุเนติ น ปจฺเจติ น ปจฺจาคจฺฉติ✎ ร่าง
Anāgāmimaggena ye kilesā pahīnā, te kilese na puneti na pacceti na paccāgacchati.
mnd5:52.9 #
อรหตฺตมคฺเคน เย กิเลสา ปหีนา เต กิเลเส น ปุเนติ น ปจฺเจติ น ปจฺจาคจฺฉตีติ✎ ร่าง
Arahattamaggena ye kilesā pahīnā, te kilese na puneti na pacceti na paccāgacchatīti—
mnd5:52.10 #
ปารงฺคโต น ปจฺเจติ ฯ✎ ร่าง
pāraṅgato na pacceti.
mnd5:52.11 #
ตาทีติ อรหา ปญฺจหากาเรหิ ตาทิ✎ ร่าง
Tādīti arahā pañcahākārehi tādī—
mnd5:52.12 #
อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาทิ จตฺตาวีติ ตาทิ ติณฺณาวีติ ตาทิ มุตฺตาวีติ ตาทิ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
iṭṭhāniṭṭhe tādī, cattāvīti tādī, tiṇṇāvīti tādī, muttāvīti tādī, taṁniddesā tādī.
mnd5:53.1 #
กถํ อรหา อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ arahā iṭṭhāniṭṭhe tādī?
mnd5:53.2 #
อรหา ลาเภปิ ตาทิ อลาเภปิ ตาทิ ยเสปิ ตาทิ อยเสปิ ตาทิ ปสํสายปิ ตาทิ นินฺทายปิ ตาทิ สุเขปิ ตาทิ ทุกฺเขปิ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Arahā lābhepi tādī, alābhepi tādī, yasepi tādī, ayasepi tādī, pasaṁsāyapi tādī, nindāyapi tādī, sukhepi tādī, dukkhepi tādī.
mnd5:53.3 #
เอกญฺเจ พาหํ คนฺเธน ลิมฺเปยฺยุํ เอกญฺเจ พาหํ วาสิยา ตจฺเฉยฺยุํ✎ ร่าง
Ekañce bāhaṁ gandhena limpeyyuṁ, ekañce bāhaṁ vāsiyā taccheyyuṁ—
mnd5:53.4 #
อมุสฺมึ นตฺถิ ราโค อมุสฺมึ นตฺถิ ปฏิฆํ อนุนยปฏิฆวิปฺปหีโน อุคฺฆาตินิคฺฆาติวีติวตฺโต อนุโรธวิโรธ- สมติกฺกนฺโต✎ ร่าง
amusmiṁ natthi rāgo, amusmiṁ natthi paṭighaṁ, anunayapaṭighavippahīno ugghātinighātivītivatto anurodhavirodhasamatikkanto.
mnd5:53.5 #
เอวํ อรหา อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ arahā iṭṭhāniṭṭhe tādī.
mnd5:54.1 #
กถํ อรหา จตฺตาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ arahā cattāvīti tādī?
อ้างอิงPTS 115
mnd5:54.2 #
อรหโต ราโค จตฺโต วนฺโต มุตฺโต ปหีโน ปฏินิสฺสฏฺโฐ ฯ✎ ร่าง
Arahato rāgo catto vanto mutto pahīno paṭinissaṭṭho.
mnd5:54.3 #
โทโส✎ ร่าง
Doso …
mnd5:54.4 #
โมโห✎ ร่าง
moho …
mnd5:54.5 #
โกโธ✎ ร่าง
kodho …
mnd5:54.6 #
อุปนาโห✎ ร่าง
upanāho …
mnd5:54.7 #
มกฺโข✎ ร่าง
makkho …
mnd5:54.8 #
ปฬาโส✎ ร่าง
paḷāso …
mnd5:54.9 #
อิสฺสา✎ ร่าง
issā …
mnd5:54.10 #
มจฺฉริยํ✎ ร่าง
macchariyaṁ …
mnd5:54.11 #
มายา✎ ร่าง
māyā …
mnd5:54.12 #
สาเฐยฺยํ✎ ร่าง
sāṭheyyaṁ …
mnd5:54.13 #
ถมฺโภ✎ ร่าง
thambho …
mnd5:54.14 #
สารมฺโภ✎ ร่าง
sārambho …
mnd5:54.15 #
มาโน✎ ร่าง
māno …
mnd5:54.16 #
อติมาโน✎ ร่าง
atimāno …
mnd5:54.17 #
มโท✎ ร่าง
mado …
mnd5:54.18 #
ปมาโท✎ ร่าง
pamādo …
mnd5:54.19 #
สพฺเพ กิเลสา✎ ร่าง
sabbe kilesā …
mnd5:54.20 #
สพฺเพ ทุจฺจริตา✎ ร่าง
sabbe duccaritā …
mnd5:54.21 #
สพฺเพ ทรถา✎ ร่าง
sabbe darathā …
mnd5:54.22 #
สพฺเพ ปริฬาหา✎ ร่าง
sabbe pariḷāhā …
mnd5:54.23 #
สพฺเพ สนฺตาปา✎ ร่าง
sabbe santāpā …
mnd5:54.24 #
สพฺพากุสลาภิสงฺขารา จตฺตา วนฺตา มุตฺตา ปหีนา ปฏินิสฺสฏฺฐา✎ ร่าง
sabbākusalābhisaṅkhārā cattā vantā muttā pahīnā paṭinissaṭṭhā.
mnd5:54.25 #
เอวํ อรหา จตฺตาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ arahā cattāvīti tādī.
mnd5:55.1 #
กถํ อรหา ติณฺณาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ arahā tiṇṇāvīti tādī?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.139 · ฉัฏฐสังคายนา 77.83
mnd5:55.2 #
อรหา กาโมฆํ ติณฺโณ ภโวฆํ ติณฺโณ ทิฏฺโฐฆํ ติณฺโณ อวิชฺโชฆํ ติณฺโณ สพฺพสํสารปถํ ๑- ติณฺโณ อุตฺติณฺโณ นิตฺติณฺโณ อติกฺกนฺโต สมติกฺกนฺโต @เชิงอรรถ: ๑ โป. สพฺพสํสารปฏิปถํ ฯ ยุ. สพฺพสงฺขารปฏิปถํ ฯ วีติวตฺโต✎ ร่าง
Arahā kāmoghaṁ tiṇṇo bhavoghaṁ tiṇṇo diṭṭhoghaṁ tiṇṇo avijjoghaṁ tiṇṇo sabbaṁ saṁsārapathaṁ tiṇṇo uttiṇṇo nittiṇṇo atikkanto samatikkanto vītivatto.
mnd5:55.3 #
โส วุฏฺฐวาโส จิณฺณจรโณ ฯเปฯ นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ✎ ร่าง
So vuṭṭhavāso ciṇṇacaraṇo jātimaraṇasaṁsāro, natthi tassa punabbhavoti.
mnd5:55.4 #
เอวํ อรหา ติณฺณาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ arahā tiṇṇāvīti tādī.
mnd5:56.1 #
กถํ อรหา มุตฺตาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ arahā muttāvīti tādī?
mnd5:56.2 #
อรหโต ราคา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Arahato rāgā cittaṁ muttaṁ vimuttaṁ suvimuttaṁ,
mnd5:56.3 #
โทสา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
dosā cittaṁ muttaṁ vimuttaṁ suvimuttaṁ,
mnd5:56.4 #
โมหา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
mohā cittaṁ muttaṁ vimuttaṁ suvimuttaṁ,
mnd5:56.5 #
โกธา✎ ร่าง
kodhā …
mnd5:56.6 #
อุปนาหา✎ ร่าง
upanāhā …
mnd5:56.7 #
มกฺขา✎ ร่าง
makkhā …
mnd5:56.8 #
ปฬาสา✎ ร่าง
paḷāsā …
mnd5:56.9 #
อิสฺสา✎ ร่าง
issāya …
mnd5:56.10 #
มจฺฉริยา✎ ร่าง
macchariyā …
mnd5:56.11 #
มายา✎ ร่าง
māyāya …
mnd5:56.12 #
สาเฐยฺยา✎ ร่าง
sāṭheyyā …
mnd5:56.13 #
ถมฺภา✎ ร่าง
thambhā …
mnd5:56.14 #
สารมฺภา✎ ร่าง
sārambhā …
mnd5:56.15 #
มานา✎ ร่าง
mānā …
mnd5:56.16 #
อติมานา✎ ร่าง
atimānā …
mnd5:56.17 #
มทา✎ ร่าง
madā …
mnd5:56.18 #
ปมาทา✎ ร่าง
pamādā …
mnd5:56.19 #
สพฺพกิเลเสหิ✎ ร่าง
sabbakilesehi …
mnd5:56.20 #
สพฺพทุจฺจริเตหิ✎ ร่าง
sabbaduccaritehi …
mnd5:56.21 #
สพฺพทรเถหิ✎ ร่าง
sabbadarathehi …
mnd5:56.22 #
สพฺพปริฬาเหหิ✎ ร่าง
sabbapariḷāhehi …
mnd5:56.23 #
สพฺพสนฺตาเปหิ✎ ร่าง
sabbasantāpehi …
mnd5:56.24 #
สพฺพากุสลาภิสงฺขาเรหิ จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ✎ ร่าง
sabbākusalābhisaṅkhārehi cittaṁ muttaṁ vimuttaṁ suvimuttaṁ.
mnd5:56.25 #
เอวํ อรหา มุตฺตาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ arahā muttāvīti tādī.
mnd5:57.1 #
กถํ อรหา ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ arahā taṁniddesā tādī?
อ้างอิงPTS 116
mnd5:57.2 #
อรหา สีเล สติ สีลวาติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Arahā sīle sati sīlavāti taṁniddesā tādī;
mnd5:57.3 #
สทฺธาย สติ สทฺโธติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
saddhāya sati saddhoti taṁniddesā tādī;
mnd5:57.4 #
วิริเย สติ วิริยวาติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
vīriye sati vīriyavāti taṁniddesā tādī;
mnd5:57.5 #
สติยา สติ สติมาติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
satiyā sati satimāti taṁniddesā tādī;
mnd5:57.6 #
สมาธิสฺมึ สติ สมาหิโตติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
samādhimhi sati samāhitoti taṁniddesā tādī;
mnd5:57.7 #
ปญฺญาย สติ ปญฺญวาติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
paññāya sati paññavāti taṁniddesā tādī;
mnd5:57.8 #
วิชฺชาย สติ เตวิชฺโชติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
vijjāya sati tevijjoti taṁniddesā tādī;
mnd5:57.9 #
อภิญฺญาย สติ ฉฬภิญฺโญติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ✎ ร่าง
abhiññāya sati chaḷabhiññoti taṁniddesā tādī.
mnd5:57.10 #
เอวํ อรหา ตํนิทฺเทสา ตาทีติ✎ ร่าง
Evaṁ arahā taṁniddesā tādīti—
mnd5:57.11 #
ปารงฺคโต น ปจฺเจติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
pāraṅgato na pacceti tādī.
mnd5:58.1 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
mnd5:59.1 #
น กปฺปยนฺติ น ปุเรกฺขโรนฺติ✎ ร่าง
“Na kappayanti na purekkharonti,
อ้างอิงสยามรัฐ 29.140
mnd5:59.2 #
ธมฺมาปิ เตสํ น ปฏิจฺฉิตาเส✎ ร่าง
Dhammāpi tesaṁ na paṭicchitāse;
mnd5:59.3 #
น พฺราหฺมโณ สีลวเตน เนยฺโย✎ ร่าง
Na brāhmaṇo sīlavatena neyyo,
mnd5:59.4 #
ปารงฺคโต น ปจฺเจติ ตาทีติ ฯ✎ ร่าง
Pāraṅgato na pacceti tādī”ti.
mnd5:60.1 #
ปญฺจโม ปรมฏฺฐกสุตฺตนิทฺเทโส✎ ร่าง
Paramaṭṭhakasuttaniddeso pañcamo.
mnd6:0.1 #
นิ✎ ร่าง
Mahāniddesa
mnd6:0.2 #
ฏฺฐิโต✎ ร่าง
Aṭṭhakavagga
mnd6:0.3 #
ฯ --------------- ฉฏฺโฐ ชราสุตฺตนิทฺเทโส✎ ร่าง
6. Jarāsuttaniddesa
mnd6:1.1 #
Atha jarāsuttaniddesaṁ vakkhati—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.84 · พุทธชยันตี 33.162
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน