‹ กลับ
ชราสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 182 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๒๕๘๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘๒] คำว่า ชีวิตนี้น้อยหนอ มีความว่า ศัพท์ว่า ชีวิต ได้แก่อายุ ความตั้งอยู่ ความดำเนินไป ความให้อัตภาพดำเนินไป ความเป็นไป ความหมุนไป ความเลี้ยง ความเป็น อยู่ ชีวิตินทรีย์ อนึ่ง ชีวิตน้อย คือชีวิตนิดเดียวโดยเหตุ ๒ ประการ คือ ชีวิตน้อยเพราะ ตั้งอยู่น้อย ๑ ชีวิตน้อยเพราะมีกิจน้อย ๑. ชีวิตน้อยเพราะตั้งอยู่น้อยอย่างไร? ชีวิตเป็นอยู่แล้วในขณะจิตเป็นอดีต ย่อมไม่เป็น อยู่ จักไม่เป็นอยู่. ชีวิตจักเป็นอยู่ในขณะจิตเป็นอนาคต ย่อมไม่เป็นอยู่ ไม่เป็นอยู่แล้ว. ชีวิต ย่อมเป็นอยู่ในขณะจิตเป็นปัจจุบัน ไม่เป็นอยู่แล้ว จักไม่เป็นอยู่. สมจริงดังพระผู้มีพระภาคตรัสว่า ชีวิต อัตภาพ สุขและทุกข์ทั้งมวล เป็นธรรมประกอบกันเสมอด้วย จิตดวงเดียว ขณะย่อมเป็นไปพลัน เทวดาเหล่าใดย่อมตั้งอยู่ตลอดแปด หมื่นสี่พันกัป แม้เทวดาเหล่านั้นย่อมไม่เป็นผู้ประกอบด้วยจิตสองดวง ดำรงอยู่เลย ขันธ์เหล่าใดของสัตว์ที่ตายหรือของสัตว์ที่เป็นอยู่ในโลกนี้ดับ แล้ว ขันธ์เหล่านั้นทั้งปวงเทียว เป็นเช่นเดียวกัน ดับไปแล้ว มิได้สืบ เนื่องกัน ขันธ์เหล่าใดแตกไปแล้วในอดีตเป็นลำดับ และขันธ์เหล่าใด แตกไปแล้วในอนาคตเป็นลำดับ ความแปลกกันแห่งขันธ์ทั้งหลาย ที่ดับ ไปในปัจจุบันกับขันธ์เหล่านั้น มิได้มีในลักษณะ สัตว์ไม่เกิดด้วยอนาคต ขันธ์ย่อมเป็นอยู่ด้วยปัจจุบันขันธ์ สัตว์โลกตายแล้วเพราะความแตกแห่ง จิตนี้เป็นบัญญัติทางปรมัตถ์ ขันธ์ทั้งหลายแปรไปโดยฉันทะ ย่อมเป็นไป ดุจน้ำไหลไปตามที่ลุ่ม ฉะนั้น ย่อมเป็นไปตามวาระอันไม่ขาดสายเพราะ อายตนะ ๖ เป็นปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายแตกแล้ว มิได้ถึงความตั้งอยู่ กองขันธ์มิได้มีในอนาคต ขันธ์ทั้งหลายที่เกิดแล้วย่อมตั้งอยู่ เหมือน เมล็ดพันธุ์ผักกาดตั้งอยู่บนปลายเหล็กแหลม ฉะนั้น ก็ความแตกแห่ง ธรรมขันธ์ทั้งหลายที่เกิดแล้วนั้น สกัดอยู่ข้างหน้าแห่งสัตว์เหล่านั้น ขันธ์ทั้งหลายมีความทำลายเป็นปกติ มิได้เจือปนกับขันธ์ที่เกิดก่อน ย่อม ตั้งอยู่ ขันธ์ทั้งหลายมาโดยไม่ปรากฏ แตกแล้วก็ไปสู่ที่ไม่ปรากฏ ย่อมเกิดขึ้นและเสื่อมไป เหมือนสายฟ้าแลบในอากาศ. ชื่อว่า ชีวิตน้อยเพราะตั้งอยู่น้อยอย่างนี้. ชีวิตน้อยเพราะมีกิจน้อยอย่างไร? ชีวิตเนื่องด้วยลมหายใจออก เนื่องด้วยลมหายใจ เข้า เนื่องด้วยลมหายใจออกและลมหายใจเข้า เนื่องด้วยมหาภูตรูป เนื่องด้วยไออุ่น เนื่องด้วย กวฬิงการาหาร เนื่องด้วยวิญญาณ กรัชกายอันเป็นที่ตั้งแห่งลมหายใจออกและลมหายใจเข้า เหล่านี้ก็ดี อวิชชา สังขาร ตัณหา อุปาทาน และภพ อันเป็นเหตุเดิมแห่งลมหายใจออกและ ลมหายใจเข้าก็ดี ปัจจัยทั้งหลายก็ดี ตัณหาอันเป็นแดนเกิดก่อนก็ดี รูปธรรมและอรูปธรรมที่เกิด ร่วมกันก็ดี อรูปธรรมที่ประกอบกันก็ดี ขันธ์ที่เกิดร่วมกันแห่งลมหายใจออกและลมหายใจเข้า เหล่านี้ก็ดี ตัณหาอันประกอบกันก็ดี ก็มีกำลังทราม. ธรรมเหล่านี้มีกำลังทรามเป็นนิตย์ต่อกันและ กัน มิได้ตั้งมั่นต่อกันและกัน ย่อมยังกันและกันให้ตกไป เพราะความต้านทานมิได้มีแก่กัน และกัน ธรรมเหล่านี้จึงไม่ดำรงกันและกันไว้ได้ ธรรมใด ให้ธรรมเหล่านี้เกิดแล้ว ธรรมนั้นมิได้มี ก็แต่ธรรมอย่างหนึ่งมิได้เสื่อมไปเพราะธรรมอย่างหนึ่ง. ก็ขันธ์เหล่านี้แตกไปเสื่อมไปโดยอาการ ทั้งปวง ขันธ์เหล่านี้ อันเหตุปัจจัยมีในก่อนให้เกิดแล้ว แม้เหตุปัจจัยอันเกิดก่อนเหล่าใด แม้เหตุปัจจัยเหล่านั้นก็ตายไปแล้วในก่อน. ขันธ์ที่เกิดก่อนก็ดี ขันธ์ที่เกิดภายหลังก็ดี มิได้เห็น กันและกันในกาลไหนๆ ฉะนั้น. ชีวิตจึงชื่อว่า เป็นของน้อยเพราะมีกิจน้อยอย่างนี้. อนึ่ง เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดาชั้นจาตุมมหาราช ชีวิตของมนุษย์ก็น้อย คือเล็กน้อย นิดหน่อย เป็นไปชั่วขณะ เป็นไปพลัน เป็นไปชั่วกาลเดี๋ยวเดียว ตั้งอยู่ไม่ช้า ดำรงอยู่ไม่นาน. เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ ... เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดา ชั้นยามา ... เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดาชั้นดุสิต ... เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดาชั้น นิมมานรดี ... เพราะเทียบชีวิตของพวกเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตตี ... เพราะเทียบชีวิตของพวก เทวดาที่เนื่องในหมู่พรหม ชีวิตของมนุษย์ก็น้อย คือเล็กน้อย นิดหน่อย เป็นไปชั่วขณะ เป็นไปพลัน เป็นไปชั่วกาลเดี๋ยวเดียว ตั้งอยู่ไม่ช้า ดำรงอยู่ไม่นาน. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อายุของพวกมนุษย์นี้น้อยจำต้องละไปสู่ปรโลก มนุษย์ทั้งหลายจำต้อง ประสบความตายตามที่รู้กันอยู่แล้ว ควรทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีมนุษย์ที่เกิดมาแล้ว จะไม่ตาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดอยู่นาน ผู้นั้นก็เป็นอยู่ได้เพียง ๑๐๐ ปี หรือที่เกินกว่า ๑๐๐ ปี ก็มีน้อย. พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า อายุของพวกมนุษย์น้อย บุรุษผู้ใคร่ความดี พึงดูหมิ่นอายุที่น้อยนี้ พึงรีบประพฤติให้เหมือนคนถูกไฟไหม้ศีรษะ ฉะนั้น เพราะความตายจะ ไม่มาถึงมิได้มี วันคืนย่อมล่วงเลยไป ชีวิตก็กระชั้นเข้าไปสู่ความตาย อายุของสัตว์ทั้งหลายย่อมสิ้นไป เหมือนน้ำในแม่น้ำน้อยย่อมสิ้นไป ฉะนั้น. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ชีวิตนี้น้อยหนอ.
เทียบรายประโยค (77 ประโยค)
mnd6:3.1 #
อปฺปํ วต ชีวิตํ อิทนฺติ✎ ร่าง
Appaṁ vata jīvitaṁ idanti.
mnd6:3.2 #
ชีวิตนฺติ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา ชีวิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯ✎ ร่าง
Jīvitanti āyu ṭhiti yapanā yāpanā iriyanā vattanā pālanā jīvitaṁ jīvitindriyaṁ.
mnd6:3.3 #
อปิจ ทฺวีหิ การเณหิ อปฺปกํ ชีวิตํ โถกํ ชีวิตํ✎ ร่าง
Api ca dvīhi kāraṇehi appakaṁ jīvitaṁ thokaṁ jīvitaṁ—
mnd6:3.4 #
ฐิติปริตฺตตาย วา อปฺปกํ ชีวิตํ สรสปริตฺตตาย วา อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
ṭhitiparittatāya vā appakaṁ jīvitaṁ, sarasaparittatāya vā appakaṁ jīvitaṁ.
mnd6:3.5 #
กถํ ฐิติปริตฺตตาย อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ ṭhitiparittatāya vā appakaṁ jīvitaṁ?
mnd6:3.6 #
อตีเต จิตฺตกฺขเณ ชีวิตฺถ น ชีวติ น ชีวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
Atīte cittakkhaṇe jīvittha, na jīvati na jīvissati;
mnd6:3.7 #
อนาคเต จิตฺตกฺขเณ ชีวิสฺสติ น ชีวติ น ชีวิตฺถ ฯ✎ ร่าง
anāgate cittakkhaṇe jīvissati, na jīvati na jīvittha;
mnd6:3.8 #
ปจฺจุปฺปนฺเน จิตฺตกฺขเณ ชีวติ น ชีวิตฺถ น ชีวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
paccuppanne cittakkhaṇe jīvati, na jīvittha na jīvissati.
mnd6:4.1 #
ชีวิตํ อตฺตภาโว จ✎ ร่าง
“Jīvitaṁ attabhāvo ca,
mnd6:4.2 #
สุขทุกฺขา จ เกวลา✎ ร่าง
sukhadukkhā ca kevalā;
mnd6:4.3 #
เอกจิตฺตสมายุตฺตา✎ ร่าง
Ekacittasamāyuttā,
mnd6:4.4 #
ลหุโส วตฺตติกฺขโณ✎ ร่าง
lahuso vattate khaṇo.
mnd6:5.1 #
จูฬาสีติสหสฺสานิ✎ ร่าง
Cullāsītisahassāni,
mnd6:5.2 #
กปฺปา ติฏฺฐนฺติ เย มรู✎ ร่าง
kappā tiṭṭhanti ye marū;
mnd6:5.3 #
น เตฺวว เตปิ ชีวนฺติ✎ ร่าง
Na tveva tepi jīvanti,
mnd6:5.4 #
ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สมาหิตา✎ ร่าง
dvīhi cittehi saṁyutā.
mnd6:6.1 #
เย นิรุทฺธา มรนฺตสฺส✎ ร่าง
Ye niruddhā marantassa,
อ้างอิงPTS 118
mnd6:6.2 #
ติฏฺฐมานสฺส วา อิธ✎ ร่าง
tiṭṭhamānassa vā idha;
mnd6:6.3 #
สพฺเพว ๓- สทิสา ขนฺธา✎ ร่าง
Sabbepi sadisā khandhā,
mnd6:6.4 #
คตา อปฺปฏิสนฺธิกา✎ ร่าง
gatā appaṭisandhikā.
mnd6:7.1 #
อนนฺตรา จ เย ภงฺคา✎ ร่าง
Anantarā ca ye bhaggā,
อ้างอิงสยามรัฐ 29.142
mnd6:7.2 #
เย จ ภงฺคา ๒- อนาคตา✎ ร่าง
ye ca bhaggā anāgatā;
mnd6:7.3 #
ตทนฺตเร นิรุทฺธานํ✎ ร่าง
Tadantare niruddhānaṁ,
mnd6:7.4 #
เวสมฺมํ ๓- นตฺถิ ลกฺขเณ✎ ร่าง
vesamaṁ natthi lakkhaṇe.
mnd6:8.1 #
อนิพฺพตฺเตน น ชาโต✎ ร่าง
Anibbattena na jāto,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.85
mnd6:8.2 #
ปจฺจุปฺปนฺเน น ชีวติ✎ ร่าง
paccuppannena jīvati;
mnd6:8.3 #
จิตฺตภงฺคมโต โลโก✎ ร่าง
Cittabhaggā mato loko,
mnd6:8.4 #
ปญฺญตฺติ ปรมตฺถิยา✎ ร่าง
paññatti paramatthiyā.
mnd6:9.1 #
ยถา นินฺนา ปวตฺตนฺติ✎ ร่าง
Yathā ninnā pavattanti,
mnd6:9.2 #
ฉนฺเทน ปริณามิตา✎ ร่าง
chandena pariṇāmitā;
mnd6:9.3 #
อจฺฉินฺนวารา ๔- วตฺตนฺติ✎ ร่าง
Acchinnadhārā vattanti,
mnd6:9.4 #
สฬายตนปจฺจยา✎ ร่าง
saḷāyatanapaccayā.
mnd6:10.1 #
อนิธานคตา ภงฺคา✎ ร่าง
Anidhānagatā bhaggā,
mnd6:10.2 #
ปุญฺโช นตฺถิ อนาคเต✎ ร่าง
puñjo natthi anāgate;
mnd6:10.3 #
นิพฺพตฺตาเยว ติฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
Nibbattā ye ca tiṭṭhanti,
mnd6:10.4 #
อารคฺเค สาสปูปมา✎ ร่าง
āragge sāsapūpamā.
mnd6:11.1 #
นิพฺพตฺตานญฺจ ธมฺมานํ✎ ร่าง
Nibbattānañca dhammānaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.164
mnd6:11.2 #
ภงฺโค เนสํ ปุเรกฺขโต✎ ร่าง
bhaṅgo nesaṁ purakkhato;
mnd6:11.3 #
ปโลกธมฺมา ติฏฺฐนฺติ โ✎ ร่าง
Palokadhammā tiṭṭhanti,
mnd6:11.4 #
ปราเณหิ อมิสฺสิตา✎ ร่าง
purāṇehi amissitā.
mnd6:12.1 #
อทสฺสนโต อายนฺติ✎ ร่าง
Adassanato āyanti,
mnd6:12.2 #
ภงฺคา คจฺฉนฺติ ทสฺสนํ✎ ร่าง
bhaṅgā gacchantyadassanaṁ;
mnd6:12.3 #
วิชฺชุปฺปาโทว อากาเส✎ ร่าง
Vijjuppādova ākāse,
mnd6:12.4 #
อุปฺปชฺชนฺติ วยนฺติ จาติ ฯ✎ ร่าง
uppajjanti vayanti cā”ti.
mnd6:13.1 #
เอวํ ฐิติปริตฺตตาย อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ ṭhitiparittatāya appakaṁ jīvitaṁ.
mnd6:14.1 #
กถํ สรสปริตฺตตาย อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ sarasaparittatāya appakaṁ jīvitaṁ?
อ้างอิงPTS 119 · สยามรัฐ 29.143
mnd6:14.2 #
อสฺสาสูปนิพทฺธํ ชีวิตํ ปสฺสาสูปนิพทฺธํ ชีวิตํ อสฺสาสปฺปสฺสาสูปนิพทฺธํ ชีวิตํ มหาภูตูปนิพทฺธํ ชีวิตํ อุสฺมูปนิพทฺธํ ชีวิตํ กวฬิงฺการาหารูปนิพทฺธํ ชีวิตํ วิญฺญาณูปนิพทฺธํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Assāsūpanibaddhaṁ jīvitaṁ, passāsūpanibaddhaṁ jīvitaṁ, assāsapassāsūpanibaddhaṁ jīvitaṁ, mahābhūtūpanibaddhaṁ jīvitaṁ, kabaḷīkārāhārūpanibaddhaṁ jīvitaṁ, usmūpanibaddhaṁ jīvitaṁ, viññāṇūpanibaddhaṁ jīvitaṁ.
mnd6:14.3 #
มูลมฺปิ อิเมสํ ทุพฺพลํ ฯ ปุพฺพเหตูปิ อิเมสํ ทุพฺพลา ฯ เยปิ ปจฺจยา เตปิ ทุพฺพลา ฯ เยปิ ปภวิกา ๕- เตปิ ทุพฺพลา ฯ สหภูปิ อิเมสํ ทุพฺพลา ฯ สมฺปโยคาปิ อิเมสํ ทุพฺพลา ฯ สหชาปิ อิเมสํ ทุพฺพลา ฯ @เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ภคฺคา ฯ ๓ โป. ม. เวสมํ ฯ ๔ โป. ม. อจฺฉินฺนธารา ฯ ๕ โป. ม. ปภาวิกา ฯ ยาปิ ปโยชิกา สาปิ ทุพฺพลา ฯ✎ ร่าง
Mūlampi imesaṁ dubbalaṁ, pubbahetūpi imesaṁ dubbalā, ye paccayā tepi dubbalā, yepi pabhāvikā tepi dubbalā, sahabhūpi imesaṁ dubbalā, sampayogāpi imesaṁ dubbalā, sahajāpi imesaṁ dubbalā, yāpi payojikā sāpi dubbalā.
mnd6:14.4 #
อญฺญมญฺญํ นิจฺจทุพฺพลา อิเม ฯ อญฺญมญฺญํ อนวตฺถิตา อิเม ฯ✎ ร่าง
Aññamaññaṁ ime niccadubbalā, aññamaññaṁ anavaṭṭhitā ime.
mnd6:14.5 #
อญฺญมญฺญํ ปริปาตยนฺติ อิเม ฯ อญฺญมญฺญสฺส หิ นตฺถิ ตายิตา ฯ น จาปิ ฐเปนฺติ อญฺญมญฺญิเม ฯ✎ ร่าง
Aññamaññaṁ paripātayanti ime, aññamaññassa hi natthi tāyitā, na cāpi ṭhapenti aññamaññaṁ ime.
mnd6:14.6 #
โยปิ นิพฺพตฺตโก โส น วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Yopi nibbattako so na vijjati.
mnd6:15.1 #
น จ เกนจิ โกจิ หายติ ฯ ภง✎ ร่าง
“Na ca kenaci koci hāyati,
mnd6:15.2 #
ฺคพฺยา จ อิเม หิ สพฺพโส ฯ✎ ร่าง
Gandhabbā ca ime hi sabbaso;
mnd6:15.3 #
ปุริเมหิ ปภาวิตา อิเม ฯ✎ ร่าง
Purimehi pabhāvikā ime,
mnd6:15.4 #
เยปิ ปภาวิตา เต ปุเร มตา ฯ✎ ร่าง
Yepi pabhāvikā te pure matā;
mnd6:15.5 #
ปุริมาปิจ ปจฺฉิมาปิจ✎ ร่าง
Purimāpi ca pacchimāpi ca,
mnd6:15.6 #
อญฺญมญฺญํ น กทาจิ อทฺทสํสูติ ฯ✎ ร่าง
Aññamaññaṁ na kadāci maddasaṁsū”ti.
mnd6:16.1 #
เอวํ สรสปริตฺตตาย อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ sarasaparittatāya appakaṁ jīvitaṁ.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.86
mnd6:17.1 #
อปิจ จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ ชีวิตํ อุปาทาย มนุสฺสานํ อปฺปกํ ชีวิตํ ปริตฺตกํ ชีวิตํ โถกํ ชีวิตํ ขณิกํ ชีวิตํ ลหุกํ ชีวิตํ อิตฺตรํ ชีวิตํ อนทฺธนียํ ชีวิตํ น จิรฏฺฐิติกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Api ca cātumahārājikānaṁ devānaṁ jīvitaṁ upādāya manussānaṁ appakaṁ jīvitaṁ parittaṁ jīvitaṁ thokaṁ jīvitaṁ khaṇikaṁ jīvitaṁ lahukaṁ jīvitaṁ ittaraṁ jīvitaṁ anaddhanīyaṁ jīvitaṁ naciraṭṭhitikaṁ jīvitaṁ.
mnd6:17.2 #
ตาวตึสานํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
Tāvatiṁsānaṁ devānaṁ …pe…
mnd6:17.3 #
ยามานํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
yāmānaṁ devānaṁ …
mnd6:17.4 #
ตุสิตานํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
tusitānaṁ devānaṁ …
mnd6:17.5 #
นิมฺมานรตีนํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
nimmānaratīnaṁ devānaṁ …
mnd6:17.6 #
ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
paranimmitavasavattīnaṁ devānaṁ …
mnd6:17.7 #
พฺรหฺมกายิกานํ เทวานํ ชีวิตํ อุปาทาย มนุสฺสานํ อปฺปกํ ชีวิตํ ปริตฺตกํ ชีวิตํ โถกํ ชีวิตํ ขณิกํ ชีวิตํ ลหุกํ ชีวิตํ อิตฺตรํ ชีวิตํ อนทฺธนียํ ชีวิตํ น จิรฏฺฐิติกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
brahmakāyikānaṁ devānaṁ jīvitaṁ upādāya manussānaṁ appakaṁ jīvitaṁ parittaṁ jīvitaṁ thokaṁ jīvitaṁ khaṇikaṁ jīvitaṁ lahukaṁ jīvitaṁ ittaraṁ jīvitaṁ anaddhanīyaṁ jīvitaṁ naciraṭṭhitikaṁ jīvitaṁ.
mnd6:17.8 #
วุตฺตํ เหตํ ภควตา✎ ร่าง
Vuttañhetaṁ bhagavatā—
mnd6:17.9 #
อปฺปมิทํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ อายุ คมนีโย สมฺปราโย มนฺตาย โผฏฺฐพฺพํ กตฺตพฺพํ กุสลํ จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ✎ ร่าง
“appamidaṁ, bhikkhave, manussānaṁ āyu, gamaniyo samparāyo, mantāya boddhabbaṁ, kattabbaṁ kusalaṁ, caritabbaṁ brahmacariyaṁ, natthi jātassa amaraṇaṁ.
mnd6:17.10 #
โย ภิกฺขเว จิรํ ชีวติ โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย✎ ร่าง
Yo, bhikkhave, ciraṁ jīvati, so vassasataṁ appaṁ vā bhiyyo.
mnd6:18.1 #
อปฺปมายุ มนุสฺสานํ✎ ร่าง
Appamāyu manussānaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.166
mnd6:18.2 #
หิเฬยฺย นํ สุโปริโส✎ ร่าง
hīḷeyya naṁ suporiso;
mnd6:18.3 #
จเรยฺยาทิตฺตสีโสว✎ ร่าง
Careyyādittasīsova,
mnd6:18.4 #
นตฺถิ มจฺจุสฺส นาคโม✎ ร่าง
natthi maccussanāgamo.
mnd6:19.1 #
อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา✎ ร่าง
Accayanti ahorattā,
อ้างอิงสยามรัฐ 29.144
mnd6:19.2 #
ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ✎ ร่าง
jīvitaṁ uparujjhati;
mnd6:19.3 #
อายุ ขียติ มจฺจานํ✎ ร่าง
Āyu khiyyati maccānaṁ,
mnd6:19.4 #
กุนฺนทีนํว อูทกนฺติ ฯ✎ ร่าง
kunnadīnaṁva odakan”ti.
mnd6:20.1 #
อปฺปํ วต ชีวิตํ อิทํ ฯ✎ ร่าง
Appaṁ vata jīvitaṁ idaṁ.
อ้างอิงPTS 120
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน