‹ กลับ
ชราสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 206 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๒๕๘๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๐๖] คำว่า ชนทั้งหลายผู้ติดใจในวัตถุที่ว่าของเรา ย่อมไม่ละความโศก ความรำพัน และความหวงแหน มีความว่า ความโศก กิริยาที่เศร้าโศก ความเป็นผู้เศร้าโศก ความที่จิต เศร้าโศก ความเศร้าโศกในภายใน ความเศร้าโศกรอบในภายใน ความเร่าร้อนในภายใน ความ เร่าร้อนรอบในภายใน ความตรอมตรมแห่งจิต โทมนัส ลูกศรคือความเศร้าโศก ของชนผู้ถูก ความเสื่อมแห่งญาติกระทบเข้าบ้าง ที่ถูกความเสื่อมแห่งโภคสมบัติกระทบเข้าบ้าง ที่ถูกความ เสื่อมเพราะโรคกระทบเข้าบ้าง ที่ถูกความเสื่อมแห่งศีลกระทบเข้าบ้าง ที่ถูกความเสื่อมแห่งทิฏฐิ กระทบเข้าบ้าง ที่ประจวบกับความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่งบ้าง ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่ง กระทบเข้าบ้าง. คำว่า ความรำพัน คือ ความเพ้อถึง ความรำพัน อาการที่เพ้อถึง อาการ ที่รำพันถึง ความเป็นผู้เพ้อถึง ความเป็นผู้รำพันถึง ความพูดเพ้อ ความบ่นเพ้อ อาการพร่ำเพ้อ ความเป็นผู้พร่ำเพ้อ ของชนผู้ถูกความเสื่อมแห่งญาติกระทบเข้าบ้าง ฯลฯ ที่ถูกความเสื่อมแห่ง ทิฏฐิกระทบเข้าบ้าง ที่ประจวบกับความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่งบ้าง ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใด อย่างหนึ่งกระทบเข้าบ้าง. คำว่า ความหวงแหน ได้แก่ ความตระหนี่ ๕ ประการ คือ ความตระหนี่ ที่อยู่ ความตระหนี่ตระกูล ความตระหนี่ลาภ ความตระหนี่วรรณะ ความตระหนี่ธรรม ความ ตระหนี่เห็นปานนี้ อาการที่ตระหนี่ ความเป็นผู้ประพฤติตระหนี่ ความเป็นผู้ปรารถนาต่างๆ ความเหนียวแน่น ความเป็นผู้มีจิตหดหู่เจ็บร้อนในการให้ ความที่จิตอันใครๆ ไม่เชื่อถือได้ใน การให้ นี้เรียกว่าความตระหนี่. อีกอย่างหนึ่ง ความตระหนี่ขันธ์ก็ดี ความตระหนี่ธาตุก็ดี ความ ตระหนี่อายตนะก็ดี นี้เรียกว่าความตระหนี่. ความมุ่งจะเอาก็เรียกว่าความตระหนี่. ตัณหาเรียกว่า ความติดใจ ได้แก่ ความกำหนัด ความกำหนัดกล้า ฯลฯ อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล. คำว่า ความยึดถือว่าของเรา ได้แก่ ความยึดถือว่าของเรา ๒ อย่าง คือ ความยึดถือว่าของเราด้วยตัณหา ๑ ความยึดถือว่าของเราด้วยทิฏฐิ ๑ ฯลฯ นี้ชื่อว่า ความยึดถือว่าของเราด้วยตัณหา ฯลฯ นี้ชื่อว่า ความยึดถือของเราด้วยทิฏฐิ ชนทั้งหลายแม้ผู้มีความหวาดระแวงในการแย่งชิงวัตถุที่ถือว่าของเรา ย่อมเศร้าโศก คือ ย่อมเศร้าโศกเมื่อเขากำลังแย่งชิงเอาบ้าง. เมื่อเขาแย่งชิงเอาไปแล้วบ้าง. แม้ผู้มี ความหวาดระแวงในความแปรปรวนไปแห่งวัตถุที่ถือว่าของเรา ย่อมเศร้าโศก คือ ย่อมเศร้าโศก เมื่อวัตถุนั้นกำลังแปรปรวนไปบ้าง เมื่อวัตถุนั้นแปรปรวนไปแล้วบ้าง. แม้ผู้มีความหวาดระแวงการ แย่งชิงวัตถุที่ถือว่าของเรา ย่อมรำพัน คือ ย่อมรำพันเมื่อเขากำลังแย่งชิงเอาบ้าง เมื่อเขาแย่งชิง เอาไปแล้วบ้าง. แม้ผู้มีความหวาดระแวงในความแปรปรวนไปแห่งวัตถุที่ถือว่าของเรา ย่อมรำพัน คือ ย่อมรำพันเมื่อวัตถุนั้นกำลังแปรปรวนไปบ้าง เมื่อวัตถุนั้นแปรปรวนไปแล้วบ้าง. ชนทั้งหลาย ย่อมรักษาคุ้มครอง ป้องกันวัตถุที่ถือว่าของเรา หวงแหนวัตถุที่ถือว่าของเรา ย่อมเศร้าโศก ไม่ละ ไม่สละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้สิ้นไป ไม่ทำให้ถึงความไม่มี ซึ่งความโศก ความรำพัน ความหวงแหน ความติดใจในวัตถุที่ยึดถือว่าของเรา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ชนทั้งหลายผู้ติดใจในวัตถุที่ถือว่า ของเรา ย่อมไม่ละความโศก ความรำพัน และความหวงแหน.
เทียบรายประโยค (21 ประโยค)
mnd6:63.1 #
โสกปริเทวมจฺฉรํ น ชหนฺติ คิทฺธา มมายิเตติ✎ ร่าง
Sokapparidevamaccharaṁ na pajahanti giddhā mamāyiteti.
อ้างอิงPTS 129 · สยามรัฐ 29.155 · ฉัฏฐสังคายนา 77.93 · พุทธชยันตี 33.178
mnd6:63.2 #
โสโกติ ญาติพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส โภคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส โรคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส สีลพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส ทิฏฺฐิพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส อญฺญตรญฺญตเรน วา พฺยสเนน สมนฺนาคตสฺส อญฺญตรญฺญตเรน วา ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺฐสฺส โสโก โสจนา โสจิตตฺตํ อนฺโตโสโก อนฺโตปริโสโก อนฺโตฑาโห อนฺโตปริฑาโห เจตโส ปริชฺฌายนา โทมนสฺสํ โสกสลฺลํ ฯ✎ ร่าง
Sokoti ñātibyasanena vā phuṭṭhassa bhogabyasanena vā phuṭṭhassa rogabyasanena vā phuṭṭhassa sīlabyasanena vā phuṭṭhassa diṭṭhibyasanena vā phuṭṭhassa aññataraññatarena byasanena samannāgatassa aññataraññatarena dukkhadhammena phuṭṭhassa soko socanā socitattaṁ antosoko antoparisoko antodāho antoparidāho cetaso parijjhāyanā domanassaṁ sokasallaṁ.
mnd6:63.3 #
ปริเทโวติ ญาติพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส ฯเปฯ✎ ร่าง
Paridevoti ñātibyasanena vā phuṭṭhassa …pe…
mnd6:63.4 #
ทิฏฺฐิพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส อญฺญตรญฺญตเรน วา พฺยสเนน สมนฺนาคตสฺส อญฺญตรญฺญตเรน วา ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺฐสฺส อาเทโว ปริเทโว อาเทวนา ปริเทวนา อาเทวิตตฺตํ ปริเทวิตตฺตํ วาจา ปลาโป วิปฺปลาโป ลาลปฺโป ลาลปฺปายนา ลาลปฺปายิตตฺตํ ฯ✎ ร่าง
diṭṭhibyasanena vā phuṭṭhassa aññataraññatarena byasanena samannāgatassa aññataraññatarena dukkhadhammena phuṭṭhassa ādevo paridevo ādevanā paridevanā ādevitattaṁ paridevitattaṁ vācā palāpo vippalāpo lālappo lālappāyanā lālappāyitattaṁ.
mnd6:63.5 #
มจฺฉริยนฺติ ปญฺจ มจฺฉริยานิ✎ ร่าง
Macchariyanti pañca macchariyāni—
mnd6:63.6 #
อาวาสมจฺฉริยํ กุลมจฺฉริยํ ลาภมจฺฉริยํ วณฺณมจฺฉริยํ ธมฺมมจฺฉริยํ✎ ร่าง
āvāsamacchariyaṁ, kulamacchariyaṁ, lābhamacchariyaṁ, vaṇṇamacchariyaṁ, dhammamacchariyaṁ.
mnd6:63.7 #
ยํ เอวรูปํ มจฺฉริยํ มจฺฉรายนา มจฺฉรายิตตฺตํ เววิจฺฉํ กทริยํ กฏุกญฺจกตา อคฺคหิตตฺตํ จิตฺตสฺส✎ ร่าง
Yaṁ evarūpaṁ macchariyaṁ maccharāyanā maccharāyitattaṁ vevicchaṁ kadariyaṁ kaṭukañcukatā aggahitattaṁ cittassa—
mnd6:63.8 #
อิทํ วุจฺจติ มจฺฉริยํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vuccati macchariyaṁ.
mnd6:63.9 #
อปิจ ขนฺธมจฺฉริยํปิ มจฺฉริยํ ธาตุมจฺฉริยํปิ มจฺฉริยํ อายตนมจฺฉริยํปิ มจฺฉริยํ คาโห✎ ร่าง
Api ca khandhamacchariyampi macchariyaṁ, dhātumacchariyampi macchariyaṁ, āyatanamacchariyampi macchariyaṁ gāho—
mnd6:63.10 #
อิทํ วุจฺจติ มจฺฉริยํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vuccati macchariyaṁ.
mnd6:63.11 #
เคโธ วุจฺจติ ตณฺหา✎ ร่าง
Gedho vuccati taṇhā.
mnd6:63.12 #
โย ราโค สาราโค ฯเปฯ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ ฯ✎ ร่าง
Yo rāgo sārāgo …pe… abhijjhā lobho akusalamūlaṁ.
mnd6:63.13 #
มมตฺตาติ เทฺว มมตฺตา✎ ร่าง
Mamattāti dve mamattā—
mnd6:63.14 #
ตณฺหามมตฺตญฺจ ทิฏฺฐิมมตฺตญฺจ ฯเปฯ✎ ร่าง
taṇhāmamattañca diṭṭhimamattañca …pe…
mnd6:63.15 #
อิทํ ตณฺหามมตฺตํ ฯเปฯ✎ ร่าง
idaṁ taṇhāmamattaṁ …pe…
mnd6:63.16 #
อิทํ ทิฏฺฐิมมตฺตํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ diṭṭhimamattaṁ.
mnd6:63.17 #
มมายิตวตฺถ- ุอจฺเฉทสงฺกิโนปิ โสจนฺติ อิจฺฉิชฺชนฺเตปิ โสจนฺติ อจฺฉินฺเนปิ โสจนฺติ ฯ มมายิตวตฺถุวิปริณามสงฺกิโนปิ โสจนฺติ วิปริณามนฺเตปิ โสจนฺติ วิปริณเตปิ โสจนฺติ ฯ มมายิตวตฺถุอจฺเฉทสงฺกิโนปิ ปริเทวนฺติ อจฺฉิชฺชนฺเตปิ ปริเทวนฺติ อจฺฉินฺเนปิ ปริเทวนฺติ ฯ✎ ร่าง
Mamāyitaṁ vatthuṁ acchedasaṅkinopi socanti, acchijjantepi socanti, acchinnepi socanti, mamāyitaṁ vatthuṁ vipariṇāmasaṅkinopi socanti, vipariṇāmantepi socanti, vipariṇatepi socanti, mamāyitaṁ vatthuṁ acchedasaṅkinopi paridevanti, acchijjantepi paridevanti, acchinnepi paridevanti.
mnd6:63.18 #
มมายิตวตฺถุ- วิปริณามสงฺกิโนปิ ปริเทวนฺติ วิปริณามนฺเตปิ ปริเทวนฺติ วิปริณเตปิ ปริเทวนฺติ ฯ✎ ร่าง
Mamāyitaṁ vatthuṁ vipariṇāmasaṅkinopi paridevanti, vipariṇāmantepi paridevanti, vipariṇatepi paridevanti.
mnd6:63.19 #
มมายิตวตฺถุํ รกฺขนฺติ โคเปนฺติ ปริคฺคณฺหนฺติ มมายิตนฺติ มจฺฉรายนฺติ ฯ✎ ร่าง
Mamāyitaṁ vatthuṁ rakkhanti gopenti pariggaṇhanti mamāyanti maccharāyanti;
mnd6:63.20 #
มมายิตสฺมึ วตฺถุสฺมึ โสจนฺติ โสกํ น ชหนฺติ ปริเทวํ น ชหนฺติ มจฺฉริยํ น ชหนฺติ เคธํ น ชหนฺติ นปฺปชหนฺติ น วิโนเทนฺติ น พฺยนฺตีกโรนฺติ น อนภาวงฺคเมนฺตีติ✎ ร่าง
mamāyitasmiṁ vatthusmiṁ sokaṁ na jahanti, paridevaṁ na jahanti, macchariyaṁ na jahanti, gedhaṁ na jahanti na pajahanti na vinodenti na byantiṁ karonti na anabhāvaṁ gamentīti—
mnd6:63.21 #
โสกปริเทวมจฺฉรํ น ชหนฺติ คิทฺธา มมายิเต ฯ✎ ร่าง
sokapparidevamaccharaṁ na pajahanti giddhā mamāyite.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน