เนื้อความทั้งข้อ
[๒๑๓] คำว่า มุนีไม่อาศัยแล้วในสิ่งทั้งปวง มีความว่า อายตนะ ๑๒ คือ จักษุ
รูป หู เสียง จมูก กลิ่น ลิ้น รส กาย โผฏฐัพพะ ใจ ธรรมารมณ์ เรียกว่าสิ่งทั้งปวง. คำว่า
มุนี มีความว่า ญาณ เรียกว่า โมนะ ได้แก่ ปัญญา ความรู้ทั่ว ฯลฯ ก้าวล่วงธรรมเป็นเครื่องข้อง
และตัณหาเพียงดังข่าย ดำรงอยู่ และเป็นผู้อันเทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว บุคคลนั้นชื่อว่ามุนี.
คำว่า ไม่อาศัย มีความว่า ความอาศัย ๒ อย่าง คือ ความอาศัยด้วยตัณหา ๑
ความอาศัยด้วยทิฏฐิ ๑ ฯลฯ นี้ชื่อว่าความอาศัยด้วยตัณหา ฯลฯ นี้ชื่อว่าความอาศัยด้วยทิฏฐิ.
มุนีละความอาศัยด้วยตัณหา สละคืนความอาศัยด้วยทิฏฐิแล้ว ไม่อาศัย คือ ไม่อิงอาศัย ไม่พัวพัน
ไม่เข้าถึง ไม่ติดใจ ไม่น้อมใจถึง เป็นผู้ออกไป สละเสีย พ้นขาด ไม่เกี่ยวข้องแล้วซึ่งจักษุ
หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ สกุล คณะ อาวาส
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร กามธาตุ
รูปธาตุ อรูปธาตุ กามภพ รูปภพ อรูปภพ สัญญาภพ อสัญญาภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ
เอกโวการภพ จตุโวการภพ ปัญจโวการภพ อดีต อนาคต ปัจจุบัน ทิฏฐธรรม สุตธรรม
มุตธรรม วิญญาตัพพธรรม เป็นผู้มีจิตกระทำให้ปราศจากแดนกิเลสอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
มุนีไม่อาศัยแล้วในสิ่งทั้งปวง.
สพฺพตฺถ มุนิ อนิสฺสิโตติ✎ ร่าง
Sabbattha munī anissitoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.161 · ฉัฏฐสังคายนา 77.96
สพฺพํ วุจฺจติ ทฺวาทสายตนานิ✎ ร่าง
Sabbaṁ vuccati dvādasāyatanāni—
จกฺขุ เจว รูปา จ โสตญฺจ สทฺทา จ ฆานญฺจ คนฺธา จ ชิวฺหา จ รสา
จ กาโย จ โผฏฺฐพฺพา จ มโน จ ธมฺมา จ ฯ✎ ร่าง
cakkhuñceva rūpā ca, sotañca saddā ca, ghānañca gandhā ca, jivhā ca rasā ca, kāyo ca phoṭṭhabbā ca, mano ca dhammā ca.
โมนํ วุจฺจติ ญาณํ
ยา ปญฺญา ปชานนา ฯเปฯ สงฺคชาลมติจฺจ โส มุนิ ฯ✎ ร่าง
Monaṁ vuccati ñāṇaṁ …pe… saṅgajālamaticca so muni.
อนิสฺสิโตติ✎ ร่าง
Anissitoti.
เทฺว นิสฺสยา✎ ร่าง
Dve nissayā—
ตณฺหานิสฺสโย จ ทิฏฺฐินิสฺสโย จ ฯเปฯ✎ ร่าง
taṇhānissayo ca diṭṭhinissayo ca …pe…
อยํ ตณฺหานิสฺสโย
ฯเปฯ✎ ร่าง
ayaṁ taṇhānissayo …pe…
อยํ ทิฏฺฐินิสฺสโย ฯ✎ ร่าง
ayaṁ diṭṭhinissayo.
มุนิ ตณฺหานิสฺสยํ ปหาย ทิฏฺฐินิสฺสยํ
ปฏินิสฺสชฺชิตฺวา จกฺขุํ อนิสฺสิโต โสตํ อนิสฺสิโต ฆานํ อนิสฺสิโต ชิวฺหํ
อนิสฺสิโต กายํ อนิสฺสิโต มนํ อนิสฺสิโต✎ ร่าง
Muni taṇhānissayaṁ pahāya diṭṭhinissayaṁ paṭinissajjitvā cakkhuṁ anissito sotaṁ anissito ghānaṁ anissito jivhaṁ anissito kāyaṁ anissito manaṁ anissito
รูเป สทฺเท คนฺเธ รเส
โผฏฺฐพฺเพ ธมฺเม✎ ร่าง
rūpe … sadde … gandhe … rase … phoṭṭhabbe … dhamme …
กุลํ คณํ อาวาสํ ลาภํ ยสํ ปสํสํ สุขํ
จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ✎ ร่าง
kulaṁ … gaṇaṁ … āvāsaṁ … lābhaṁ … yasaṁ … pasaṁsaṁ … sukhaṁ … cīvaraṁ … piṇḍapātaṁ … senāsanaṁ … gilānapaccayabhesajjaparikkhāraṁ …
กามธาตุํ
รูปธาตุํ อรูปธาตุํ กามภวํ รูปภวํ อรูปภวํ สญฺญาภวํ อสญฺญาภวํ
เนวสญฺญานาสญฺญาภวํ✎ ร่าง
kāmadhātuṁ … rūpadhātuṁ … arūpadhātuṁ … kāmabhavaṁ … rūpabhavaṁ … arūpabhavaṁ … saññābhavaṁ … asaññābhavaṁ … nevasaññānāsaññābhavaṁ …
เอกโวการภวํ จตุโวการภวํ ปญฺจโวการภวํ✎ ร่าง
ekavokārabhavaṁ … catuvokārabhavaṁ … pañcavokārabhavaṁ …
อตีตํ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ✎ ร่าง
atītaṁ … anāgataṁ … paccuppannaṁ …
ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺเพ ธมฺเม อนิสฺสิโต
อสนฺนิสฺสิโต อนลฺลีโน อนุปคโต อนชฺโฌสิโต อนธิมุตฺโต นิกฺขนฺโต
นิสฺสฏฺโฐ วิปฺปมุตฺโต วิสญฺญุตฺโต วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรตีติ✎ ร่าง
diṭṭhaṁ … sutaṁ … mutaṁ … viññātaṁ … sabbe dhamme anissito anallīno anupagato anajjhosito anadhimutto nikkhanto nissaṭo vippamutto visaññutto vimariyādikatena cetasā viharatīti—
สพฺพตฺถ มุนิ อนิสฺสิโต ฯ✎ ร่าง
sabbattha muni anissito.