‹ กลับ
ติสสเมตเตยยสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 231 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๓๐๘๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๓๑] คำว่า ของผู้ประกอบเนืองๆ ในเมถุนธรรม ความว่า ชื่อว่าเมถุนธรรม คือ ธรรมของอสัตบุรุษ ธรรมของชาวบ้าน ธรรมของคนเลว ธรรมชั่วหยาบ ธรรมมีน้ำเป็นที่สุด ธรรมอันพึงทำในที่ลับ ธรรมคือความถึงพร้อมแห่งคนคู่ๆ กัน. เพราะเหตุไร จึงเรียกว่า เมถุนธรรม. เพราะเป็นธรรมของคนทั้งสองผู้กำหนัด กำหนัดกล้า ผู้ชุ่มด้วยราคะ มีราคะกำเริบขึ้น มีจิตอัน ราคะครอบงำ เป็นคนเช่นเดียวกันทั้งสองคน เพราะเหตุดังนี้นั้น จึงเรียกว่า เมถุนธรรม. คน สองคนทำความทะเลาะกัน เรียกว่าคนคู่ คนสองคนทำความมุ่งร้ายกัน เรียกว่าคนคู่ คนสองคน ทำความอื้อฉาวกัน เรียกว่าคนคู่ คนสองคนทำความวิวาทกัน เรียกว่าคนคู่ คนสองคนก่ออธิกรณ์ กัน เรียกว่าคนคู่ คนสองคนพูดกัน เรียกว่าคนคู่ คนสองคนปราศรัยกัน เรียกว่าคนคู่ ฉันใด ธรรมนั้นเป็นธรรมของคนทั้งสองผู้กำหนัด กำหนัดกล้า ผู้ชุ่มด้วยราคะมีราคะ กำเริบขึ้น มีจิตอัน ราคะครอบงำ เป็นคนเช่นเดียวกันทั้งสองคน ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น จึงเรียกว่า เมถุนธรรม. คำว่า ของบุคคลผู้ประกอบเนืองๆ ในเมถุนธรรม คือ ของบุคคลผู้ประกอบ ประกอบทั่ว ประกอบเอื้อเฟื้อ ประกอบพร้อมในเมถุนธรรม คือ ประพฤติในเมถุนธรรม มักมาก ในเมถุนธรรม หนักมากในเมถุนธรรม หนักอยู่ในเมถุนธรรม น้อมไปในเมถุนธรรม โน้มไป ในเมถุนธรรม โอนไปในเมถุนธรรม น้อมใจไปในเมถุนธรรม มีเมถุนธรรมนั้นเป็นใหญ่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ของบุคคลผู้ประกอบเนืองๆ ในเมถุนธรรม. (ความหมายของคำว่า ภควา) พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกพระเถระนั้นโดยโคตรว่า เมตเตยยะ. คำว่า ภควา เป็นพระนามเครื่อง กล่าวด้วยความเคารพ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ภควา เพราะอรรถว่า ผู้ทำลายราคะแล้ว ทำลาย โทสะแล้ว ทำลายโมหะแล้ว ทำลายมานะแล้ว ทำลายทิฏฐิแล้ว ทำลายเสี้ยนหนามแล้ว ทำลาย กิเลสแล้ว และเพราะอรรถว่า ทรงจำแนก ทรงจำแนกวิเศษ ทรงจำแนกเฉพาะ ซึ่ง ธรรมรัตนะ. เพราะอรรถว่า ทรงทำซึ่งที่สุดแห่งภพทั้งหลาย. เพราะอรรถว่า มีพระกายอันอบรม แล้ว. มีศีลอันอบรมแล้ว มีจิตอันอบรมแล้ว. มีปัญญาอันอบรมแล้ว. อนึ่งพระผู้มีพระภาค ทรงซ่องเสพเสนาสนะอันเป็นป่าละเมาะ และป่าทึบอันสงัด มีเสียงน้อย ปราศจากเสียงกึกก้อง ปราศจากชนผู้สัญจรไปมา เป็นที่ควรทำกรรมลับของมนุษย์ สมควรแก่วิเวก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา. อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย เภสัชบริขาร เพราะฉะนั้นจึง ชื่อว่า ภควา. อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อันเป็นอรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา. อนึ่ง. พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งฌาน ๔ อัปปมัญญา ๔ อรูปสมาบัติ ๔ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ภควา. อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งวิโมกข์ ๘ อภิภายตนะ ๘ (ฌานเป็นที่ตั้งแห่งความ ครอบงำอารมณ์ในกสิณ) อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ (รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ สัญญาเวทยิตนิโรธ ๑) เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ภควา. อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งสัญญาภาวนา ๑๐ กสิณสมาบัติ ๑ อานาปานสติสมาธิ อสุภสมาบัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา. อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วน แห่งสติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมี องค์ ๘ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา. อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งตถาคตพลญาณ ๑๐ เวสารัชชธรรม ๔ ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา ๖ พุทธธรรม ๖ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา. พระนาม ว่า ภควา นี้พระมารดา พระบิดา พระภาดา พระภคินี มิตร อำมาตย์ พระญาติสาโลหิต สมณ พราหมณ์ เทวดา มิได้เฉลิมให้ พระนามว่า ภควา นี้ เป็นวิโมกขันติกนาม (พระนามในอรหัตผล ในลำดับแห่งอรหัตมรรค) เป็นสัจฉิกาบัญญัติ (บัญญัติที่เกิดเพราะทำแจ่มแจ้งอรหัตผลและธรรม ทั้งปวง) พร้อมด้วยการทรงบรรลุพระสัพพัญญตญาณ ณ โคนแห่งต้นโพธิ์ ของพระผู้มีพระภาค ทั้งหลายผู้ตรัสรู้แล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรเมตเตยยะ
เทียบรายประโยค (34 ประโยค)
mnd7:14.1 #
เมถุนมนุยุตฺตสฺสาติ✎ ร่าง
Methunamanuyuttassāti.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.104
mnd7:14.2 #
เมถุนธมฺโม นาม โย โส อสทฺธมฺโม คามธมฺโม วสลธมฺโม ทุฏฺฐุลฺโล โอทกนฺติโก รหสฺโส ทฺวยทฺวยสมาปตฺติ ฯ✎ ร่าง
Methunadhammo nāma yo so asaddhammo gāmadhammo vasaladhammo duṭṭhullo odakantiko rahasso dvayaṁdvayasamāpatti.
mnd7:14.3 #
กึการณา วุจฺจติ เมถุนธมฺโม ฯ✎ ร่าง
Kiṅkāraṇā vuccati methunadhammo?
mnd7:14.4 #
อุภินฺนํ รตฺตานํ สารตฺตานํ อวสฺสุตานํ ปริยุฏฺฐิตานํ ปริยาทินฺนจิตฺตานํ อุภินฺนํ สทิสานํ ธมฺโมติ✎ ร่าง
Ubhinnaṁ rattānaṁ sārattānaṁ avassutānaṁ pariyuṭṭhitānaṁ pariyādinnacittānaṁ ubhinnaṁ sadisānaṁ dhammoti—
mnd7:14.5 #
ตํการณา วุจฺจติ เมถุนธมฺโม ฯ✎ ร่าง
taṅkāraṇā vuccati methunadhammo.
mnd7:14.6 #
ยถา อุโภ กลหการกา เมถุนกาติ วุจฺจนฺติ อุโภ ภณฺฑนการกา เมถุนกาติ วุจฺจนฺติ อุโภ ภสฺสการกา เมถุนกาติ วุจฺจนฺติ อุโภ วิวาทการกา เมถุนกาติ วุจฺจนฺติ อุโภ อธิกรณการกา เมถุนกาติ วุจฺจนฺติ อุโภ วาทิโน เมถุนกาติ วุจฺจนฺติ อุโภ สลฺลาปกา เมถุนกาติ วุจฺจนฺติ✎ ร่าง
Yathā ubho kalahakārakā methunakāti vuccanti, ubho bhaṇḍanakārakā methunakāti vuccanti, ubho bhassakārakā methunakāti vuccanti, ubho vivādakārakā methunakāti vuccanti, ubho adhikaraṇakārakā methunakāti vuccanti, ubho vādino methunakāti vuccanti, ubho sallāpakā methunakāti vuccanti;
mnd7:14.7 #
เอวเมว อุภินฺนํ รตฺตานํ สารตฺตานํ อวสฺสุตานํ ปริยุฏฺฐิตานํ ปริยาทินฺนจิตฺตานํ อุภินฺนํ สทิสานํ ธมฺโมติ✎ ร่าง
evamevaṁ ubhinnaṁ rattānaṁ sārattānaṁ avassutānaṁ pariyuṭṭhitānaṁ pariyādinnacittānaṁ ubhinnaṁ sadisānaṁ dhammoti—
mnd7:14.8 #
ตํการณา วุจฺจติ เมถุนธมฺโม ฯ✎ ร่าง
taṅkāraṇā vuccati methunadhammo.
mnd7:15.1 #
เมถุนมนุยุตฺตสฺสาติ✎ ร่าง
Methunamanuyuttassāti.
mnd7:15.2 #
เมถุนธมฺเม ยุตฺตสฺส ปยุตฺตสฺส อายุตฺตสฺส สมายุตฺตสฺส ตจฺจริตสฺส ตพฺพหุลสฺส ตคฺครุกสฺส ตนฺนินฺนสฺส ตปฺโปณสฺส ตปฺปพฺภารสฺส ตทธิมุตฺตสฺส ตทาธิปเตยฺยสฺสาติ✎ ร่าง
Methunadhamme yuttassa payuttassa āyuttassa samāyuttassa taccaritassa tabbahulassa taggarukassa tanninnassa tappoṇassa tappabbhārassa tadadhimuttassa tadadhipateyyassāti—
mnd7:15.3 #
เมถุนมนุยุตฺตสฺส ฯ✎ ร่าง
methunamanuyuttassa.
mnd7:16.1 #
เมตฺเตยฺยาติ ภควา ตํ เถรํ โคตฺเตน อาลปติ ฯ✎ ร่าง
Metteyyāti bhagavā taṁ theraṁ gottena ālapati.
อ้างอิงPTS 143 · สยามรัฐ 29.175 · พุทธชยันตี 33.198
mnd7:16.2 #
ภควาติ คารวาธิวจนํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavāti gāravādhivacanaṁ.
mnd7:16.3 #
อปิจ ภคฺคราโคติ ภควา ฯ✎ ร่าง
Api ca bhaggarāgoti bhagavā,
mnd7:16.4 #
ภคฺคโทโสติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhaggadosoti bhagavā,
mnd7:16.5 #
ภคฺคโมโหติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhaggamohoti bhagavā,
mnd7:16.6 #
ภคฺคมาโนติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhaggamānoti bhagavā,
mnd7:16.7 #
ภคฺคทิฏฺฐีติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhaggadiṭṭhīti bhagavā,
mnd7:16.8 #
ภคฺคกณฺฏโกติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhaggakaṇḍakoti bhagavā,
mnd7:16.9 #
ภคฺคกิเลโสติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhaggakilesoti bhagavā,
mnd7:16.10 #
ภชิ วิภชิ ปฏิวิภชิ ธมฺมรตนนฺติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhaji vibhaji pavibhaji dhammaratananti bhagavā,
mnd7:16.11 #
ภวานํ อนฺตกโรติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhavānaṁ antakaroti bhagavā,
mnd7:16.12 #
ภาวิตกาโยติ ภควา ฯ ภาวิตสีโล ภาวิตจิตฺโต ภาวิตปญฺโญติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhāvitakāyo bhāvitasīlo bhāvitacitto bhāvitapaññoti bhagavā,
mnd7:16.13 #
ภชิ วา ภควา อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ อปฺปสทฺทานิ อปฺปนิคฺโฆสานิ วิชนวาตานิ มนุสฺสราหเสยฺยกานิ ๑- ปฏิสลฺลานสารูปานีติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhaji vā bhagavā araññavanapatthāni pantāni senāsanāni appasaddāni appanigghosāni vijanavātāni manussarāhasseyyakāni paṭisallānasāruppānīti bhagavā,
mnd7:16.14 #
ภาคี วา ภควา จีวรปิณฺฑปาต- เสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานนฺติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhāgī vā bhagavā cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānapaccayabhesajjaparikkhārānanti bhagavā,
mnd7:16.15 #
ภาคี วา ภควา อตฺถรสสฺส ธมฺมรสสฺส วิมุตฺติรสสฺส อธิสีลสฺส อธิจิตฺตสฺส อธิปญฺญายาติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhāgī vā bhagavā attharasassa dhammarasassa vimuttirasassa adhisīlassa adhicittassa adhipaññāyāti bhagavā,
mnd7:16.16 #
ภาคี วา ภควา จตุนฺนํ ฌานานํ จตุนฺนํ อปฺปมญฺญานํ จตุนฺนํ อรูปสมาปตฺตีนนฺติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhāgī vā bhagavā catunnaṁ jhānānaṁ catunnaṁ appamaññānaṁ catunnaṁ arūpasamāpattīnanti bhagavā,
mnd7:16.17 #
ภาคี วา ภควา อฏฺฐนฺนํ วิโมกฺขานํ อฏฺฐนฺนํ อภิภายตนานํ นวนฺนํ อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีนนฺติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhāgī vā bhagavā aṭṭhannaṁ vimokkhānaṁ aṭṭhannaṁ abhibhāyatanānaṁ navannaṁ anupubbavihārasamāpattīnanti bhagavā,
mnd7:16.18 #
ภาคี วา ภควา ทสนฺนํ สญฺญาภาวนานํ ทสนฺนํ กสิณสมาปตฺตีนํ อานาปานสฺสติสมาธิสฺส อสุภสมาปตฺติยาติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhāgī vā bhagavā dasannaṁ saññābhāvanānaṁ dasannaṁ kasiṇasamāpattīnaṁ ānāpānassatisamādhissa asubhasamāpattiyāti bhagavā,
mnd7:16.19 #
ภาคี วา ภควา จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ จตุนฺนํ สมฺมปฺปธานานํ จตุนฺนํ อิทฺธิปฺปาทานํ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ ปญฺจนฺนํ พลานํ สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ อริยสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺสาติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhāgī vā bhagavā catunnaṁ satipaṭṭhānānaṁ catunnaṁ sammappadhānānaṁ catunnaṁ iddhipādānaṁ pañcannaṁ indriyānaṁ pañcannaṁ balānaṁ sattannaṁ bojjhaṅgānaṁ ariyassa aṭṭhaṅgikassa maggassāti bhagavā,
mnd7:16.20 #
ภาคี วา ภควา ทสนฺนํ ตถาคตพลานํ จตุนฺนํ เวสารชฺชานํ จตุนฺนํ ปฏิสมฺภิทานํ ฉนฺนํ อภิญฺญานํ ฉนฺนํ พุทฺธธมฺมานนฺติ ภควา ฯ✎ ร่าง
bhāgī vā bhagavā dasannaṁ tathāgatabalānaṁ catunnaṁ vesārajjānaṁ catunnaṁ paṭisambhidānaṁ channaṁ abhiññānaṁ channaṁ buddhadhammānanti bhagavā.
mnd7:16.21 #
ภควาติ เนตํ นามํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. มนุสฺสราหสฺเสยฺยกานิ ฯ มาตรา กตํ น ปิตรา กตํ น ภาตรา กตํ น ภคินิยา กตํ น มิตฺตามจฺเจหิ กตํ น ญาติสาโลหิเตหิ กตํ น สมณพฺราหฺมเณหิ กตํ น เทวตาหิ กตํ✎ ร่าง
Bhagavāti netaṁ nāmaṁ mātarā kataṁ, na pitarā kataṁ, na bhātarā kataṁ, na bhaginiyā kataṁ, na mittāmaccehi kataṁ, na ñātisālohitehi kataṁ na samaṇabrāhmaṇehi kataṁ, na devatāhi kataṁ.
mnd7:16.22 #
วิโมกฺขนฺติกเมตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ โพธิยา มูเล สห สพฺพญฺญุตญาณสฺส ๑- ปฏิลาภา สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ ภควาติ✎ ร่าง
Vimokkhantikametaṁ buddhānaṁ bhagavantānaṁ bodhiyā mūle saha sabbaññutaññāṇassa paṭilābhā sacchikā paññatti yadidaṁ bhagavāti—
mnd7:16.23 #
เมตฺเตยฺยาติ ภควา ฯ✎ ร่าง
metteyyāti bhagavā.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน