‹ กลับ
ติสสเมตเตยยสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 257 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๓๐๘๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๕๗] คำว่า พึงทำความประพฤติผู้เดียวให้มั่นคง มีความว่า พึงทำความประพฤติ ผู้เดียวให้มั่นคง ด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยส่วนบรรพชา ๑ ด้วยการละความคลุกคลีด้วย หมู่ ๑. พึงทำความประพฤติผู้เดียวให้มั่นคงด้วยส่วนบรรพชาอย่างไร? มุนีตัดกังวลใน ฆราวาสทั้งหมด ตัดกังวลในบุตรและภรรยา ตัดกังวลในญาติ ตัดกังวลในมิตรและพวกพ้อง ตัดกังวลในความสั่งสมแล้ว ปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ออกบวชเป็นบรรพชิต แล้ว เข้าถึงความเป็นผู้ไม่มีกังวล พึงเป็นผู้เดียวประพฤติ คือ อยู่ เปลี่ยนอิริยาบถ ประพฤติ รักษา เป็นไป ยังอัตภาพให้เป็นไป มุนีพึงทำความประพฤติผู้เดียวให้มั่นคงด้วยบรรพชา อย่างนี้. พึงทำความประพฤติผู้เดียวให้มั่นคงด้วยการละความคลุกคลีด้วยหมู่อย่างไร? มุนีนั้น บวชแล้วอย่างนั้น พึงเป็นผู้เดียวซ่องเสพเสนาสนะเป็นป่าละเมาะ และป่าทึบอันสงัด มีเสียง น้อย ปราศจากเสียงกึกก้อง ปราศจากชนผู้สัญจรไปมา เป็นที่ควรทำกรรมลับของมนุษย์ สมควรแก่วิเวก มุนีนั้น พึงเดินผู้เดียว พึงยืนผู้เดียว นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว เข้าบ้านเพื่อ บิณฑบาตผู้เดียว กลับผู้เดียว นั่งในที่ลับผู้เดียว อธิษฐานจงกรมผู้เดียว เป็นผู้เดียวประพฤติ คือ อยู่ เปลี่ยนอิริยาบถ ประพฤติ รักษา เป็นไป ยังอัตภาพให้เป็นไป มุนีพึงทำความ ประพฤติผู้เดียวให้มั่นคงด้วยการละความคลุกคลีด้วยหมู่อย่างนี้. มุนีพึงทำความประพฤติผู้เดียว ให้มั่นคงถาวร มีการสมาทานมั่นคง มีการสมาทานตั้งลงในกุศลธรรมทั้งหลาย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงทำความประพฤติผู้เดียวให้มั่นคง.
เทียบรายประโยค (11 ประโยค)
mnd7:64.1 #
เอกจริยํ ทฬฺหํ กยิราติ✎ ร่าง
Ekacariyaṁ daḷhaṁ kayirāti.
อ้างอิงPTS 157 · พุทธชยันตี 33.216
mnd7:64.2 #
ทฺวีหิ การเณหิ เอกจริยํ ทฬฺหํ กเรยฺย✎ ร่าง
Dvīhi kāraṇehi ekacariyaṁ daḷhaṁ kareyya—
mnd7:64.3 #
ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน วา คณาววสฺสคฺคฏฺเฐน วา ฯ✎ ร่าง
pabbajjāsaṅkhātena vā gaṇāvavassaggaṭṭhena vā.
mnd7:64.4 #
กถํ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน เอกจริยํ ทฬฺหํ กเรยฺย ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ pabbajjāsaṅkhātena ekacariyaṁ daḷhaṁ kareyya?
mnd7:64.5 #
สพฺพํ ฆราวาสปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา ปุตฺตทารปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา ญาติปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา มิตฺตามจฺจปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา สนฺนิธิปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตฺวา อากิญฺจนภาวํ อุปคนฺตฺวา เอโก จเรยฺย วิหเรยฺย อิริเยยฺย วตฺเตยฺย ปาเลยฺย ยเปยฺย ยาเปยฺย✎ ร่าง
Sabbaṁ gharāvāsapalibodhaṁ chinditvā puttadārapalibodhaṁ chinditvā ñātipalibodhaṁ chinditvā mittāmaccapalibodhaṁ chinditvā sannidhipalibodhaṁ chinditvā kesamassuṁ ohāretvā kāsāyāni vatthāni acchādetvā agārasmā anagāriyaṁ pabbajitvā akiñcanabhāvaṁ upagantvā eko careyya vihareyya iriyeyya vatteyya pāleyya yapeyya yāpeyya.
mnd7:64.6 #
เอวํ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน เอกจริยํ ทฬฺหํ กเรยฺย ฯ✎ ร่าง
Evaṁ pabbajjāsaṅkhātena ekacariyaṁ daḷhaṁ kareyya.
mnd7:65.1 #
กถํ คณาววสฺสคฺคฏฺเฐน เอกจริยํ ทฬฺหํ กเรยฺย ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ gaṇāvavassaggaṭṭhena ekacariyaṁ daḷhaṁ kareyya?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.191 · ฉัฏฐสังคายนา 77.115
mnd7:65.2 #
โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน เอโก อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ ปฏิเสเวยฺย อปฺปสทฺทานิ อปฺปนิคฺโฆสานิ วิชนวาตานิ มนุสฺสราหเสยฺยกานิ ปฏิสลฺลานสารูปานิ ฯ✎ ร่าง
So evaṁ pabbajito samāno eko araññavanapatthāni pantāni senāsanāni paṭiseveyya appasaddāni appanigghosāni vijanavātāni manussarāhasseyyakāni paṭisallānasāruppāni.
mnd7:65.3 #
โส เอโก คจฺเฉยฺย เอโก ติฏฺเฐยฺย เอโก นิสีเทยฺย เอโก เสยฺยํ กปฺเปยฺย เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิเสยฺย เอโก ปฏิกฺกเมยฺย เอโก รโห นิสีเทยฺย เอโก จงฺกมํ อธิฏฺเฐยฺย เอโก จเรยฺย วิหเรยฺย อิริเยยฺย วตฺเตยฺย ปาเลยฺย ยเปยฺย ยาเปยฺย✎ ร่าง
So eko gaccheyya, eko tiṭṭheyya, eko nisīdeyya, eko seyyaṁ kappeyya, eko gāmaṁ piṇḍāya paviseyya, eko paṭikkameyya, eko raho nisīdeyya, eko caṅkamaṁ adhiṭṭheyya, eko careyya vihareyya iriyeyya vatteyya pāleyya yapeyya yāpeyya.
mnd7:65.4 #
เอวํ คณาววสฺสคฺคฏฺเฐน เอกจริยํ ทฬฺหํ กเรยฺย ๑- ฯ✎ ร่าง
Evaṁ gaṇāvavassaggaṭṭhena ekacariyaṁ daḷhaṁ kareyyāti—
mnd7:65.5 #
เอกจริยํ ทฬฺหํ กเรยฺย ถิรํ กเรยฺย ทฬฺหสมาทาโน อสฺส อวฏฺฐิตสมาทาโน✎ ร่าง
ekacariyaṁ daḷhaṁ kareyya, thiraṁ kareyya, daḷhaṁ samādāno assa, avaṭṭhitasamādāno assa kusalesu dhammesūti—
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน