‹ กลับ
มาคันทิยสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 360 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๐๒๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๖๐] ครั้งนั้นแล คฤหบดีชื่อหาลินทกานิ เข้าไปหาท่านพระมหากัจจานะถึงที่อยู่ อภิวาทแล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระมหากัจจานะดังนี้ว่า ข้าแต่- *พระมหากัจจานะผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคตรัสพระภาษิตนี้ไว้ในมาคันทิยปัญหาอันมีมาใน อัฏฐกวรรคว่า บุคคลละที่อาลัยแล้ว ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อยู่ มุนีไม่ทำความเยื่อใยในกาม เปล่าจากกามทั้งหลาย ไม่มุ่งหมายอัตภาพต่อไป ไม่พึงทำถ้อยคำแก่งแย่ง กับด้วยชน ดังนี้. ข้าแต่พระมหากัจจานะผู้เจริญ เนื้อความแห่งพระภาษิตที่พระผู้มีพระภาคตรัสแล้วโดยย่อนี้ จะพึงเห็นโดยพิสดารได้อย่างไร? ท่านพระมหากัจจานะตอบว่า ดูกรคฤหบดี รูปธาตุเป็นที่อาศัยแห่งวิญญาณ ก็แหละ วิญญาณที่ผูกพันไว้ด้วยราคะในรูปธาตุเรียกว่า ท่องเที่ยวไปสู่ที่อาลัย. ดูกรคฤหบดี เวทนาธาตุ ... สัญญาธาตุ ... สังขารธาตุ เป็นที่อาศัยแห่งวิญญาณ ก็แหละวิญญาณที่ผูกพันไว้ด้วยราคะใน สังขารธาตุ เรียกว่าท่องเที่ยวไปสู่ที่อาลัย ดูกรคฤหบดี บุคคลเป็นผู้ท่องเที่ยวไปสู่ที่อาลัยอย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี บุคคลเป็นผู้ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อาลัยอย่างไร? ความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิน ความปรารถนา อุบายและอุปาทานอันเป็นเหตุยึดมั่นถือมั่นและนอนเนื่องแห่งจิตใดในรูปธาตุ ความพอใจเป็นต้นนั้น อันพระตถาคตทรงละเสียแล้ว มีรากอันตัดขาดแล้ว ทำไม่ให้มีที่ตั้ง ดังตาลยอดด้วย ให้ถึงความไม่มีในภายหลัง มีความไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น พระตถาคตบัณฑิตจึงเรียกว่า ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อาลัย. ดูกรคฤหบดี ความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิน ความปรารถนา อุบายและอุปาทานอันเป็นเหตุยึดมั่นถือมั่นและนอนเนื่องแห่งจิต ในเวทนาธาตุ ... ในสัญญาธาตุ ... ในสังขารธาตุ ... ในวิญญาณธาตุ ความพอใจเป็นต้นนั้น อันพระตถาคตทรงละเสียแล้ว มีรากอันตัดขาดแล้ว ทำไม่ให้มีที่ตั้งดังตาลยอดด้วน ให้ถึงความ ไม่มีในภายหลัง มีความไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น พระตถาคตบัณฑิตจึงเรียกว่า ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อาลัย ดูกรคฤหบดี บุคคลเป็นผู้ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อาลัยอย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็บุคคลเป็นผู้ท่องเที่ยวไปสู่ที่อยู่อย่างไร? ดูกรคฤหบดี ความผูกพันด้วย สามารถแห่งความท่องเที่ยวไปในที่อยู่คือรูปนิมิต สัททนิมิต คันธนิมิต รสนิมิต โผฏฐัพพ- *นิมิต ธรรมนิมิต เรียกว่าความท่องเที่ยวไปในที่อยู่ ดูกรคฤหบดี บุคคลเป็นผู้ท่องเที่ยวไปใน ที่อยู่อย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็บุคคลเป็นผู้ไม่ท่องเที่ยวไปในที่อยู่อย่างไร? ดูกรคฤหบดี ความผูกพันด้วยสามารถแห่งความท่องเที่ยวไปในที่อยู่คือรูปนิมิต อันพระตถาคตทรงละเสียแล้ว มีรากอันตัดขาดแล้ว ทำไม่ให้มีที่ตั้งดังตาลยอดด้วน ให้ถึงความไม่มีในภายหลัง มีความไม่เกิดขึ้น ต่อไปเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น พระตถาคตบัณฑิตจึงเรียกว่า ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อยู่. ดูกรคฤหบดี ความผูกพันด้วยสามารถแห่งความท่องเที่ยวไปในที่อยู่คือสัททนิมิต ... คันธนิมิต ... รสนิมิต ... โผฏฐัพพนิมิต ... และธรรมนิมิต อันพระตถาคตทรงละเสียแล้ว มีรากอันตัดขาดแล้ว ทำไม่ให้มี ที่ตั้งดังตาลยอดด้วน ให้ถึงความไม่มีในภายหลัง มีความไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น พระตถาคตบัณฑิตจึงเรียกว่า ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อยู่ ดูกรคฤหบดี บุคคลเป็นผู้ไม่ท่องเที่ยวไปสู่- *ที่อยู่อย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็บุคคลเป็นผู้เกิดความเยื่อใยในกามอย่างไร? ดูกรคฤหบดี ก็ภิกษุบางรูป ในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้เกี่ยวข้องกับคฤหัสถ์ทั้งหลาย เพลินร่วมกัน โศกร่วมกัน เมื่อพวกคฤหัสถ์ ถึงความสุขก็สุขด้วย ถึงความทุกข์ก็ทุกข์ด้วย เมื่อพวกคฤหัสถ์มีกิจที่ควรทำเกิดขึ้น ก็ช่วยเหลือด้วยตนเอง ดูกรคฤหบดี ภิกษุเป็นผู้เกิดความเยื่อใยในกามอย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็บุคคลเป็นผู้ไม่เกิดความเยื่อใยในกามอย่างไร? ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่- *เกี่ยวข้องกับพวกคฤหัสถ์ ไม่เพลินร่วมกัน ไม่โศกร่วมกัน เมื่อพวกคฤหัสถ์ถึงความสุข ก็ไม่สุขด้วย ถึงความทุกข์ก็ไม่ทุกข์ด้วย เมื่อพวกคฤหัสถ์มีกิจที่ควรทำเกิดขึ้น ก็ไม่ช่วยเหลือ ด้วยตนเอง ดูกรคฤหบดี ภิกษุเป็นผู้ไม่เกิดความเยื่อใยในกามอย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็ภิกษุเป็นผู้ไม่เปล่าจากกามทั้งหลายอย่างไร? ดูกรคฤหบดี ภิกษุบางรูป ในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ปราศจากความกำหนัด ความพอใจ ความรักใคร่ ความหวัง ความเร่าร้อน ความปรารถนาในกามทั้งหลาย ดูกรคฤหบดี ภิกษุเป็นผู้ไม่เปล่าจากกามทั้งหลายอย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็ภิกษุเป็นผู้เปล่าจากกามอย่างไร? ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้- *ปราศจากความกำหนัด ความพอใจ ความรักใคร่ ความหวัง ความเร่าร้อน ความปรารถนา ในกามทั้งหลาย ดูกรคฤหบดี ภิกษุเป็นผู้เปล่าจากกามทั้งหลายอย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็ภิกษุเป็นผู้มุ่งหมายอัตภาพต่อไปอย่างไร? ดูกรคฤหบดี ภิกษุบางรูป ในธรรมวินัยนี้ มีความปรารถนาอย่างนี้ว่า ในอนาคตกาล ขอเราพึงมีรูปอย่างนี้ ก็ถึงความเพลิน ในรูปนั้น มีความปรารถนาอย่างนี้ว่า ในอนาคตกาล ขอเราพึงมีเวทนาอย่างนี้ ... ขอเราพึงมีสัญญา อย่างนี้ ... ขอเราพึงมีสังขารอย่างนี้ ... ขอเราพึงมีวิญญาณอย่างนี้ ก็ถึงความเพลินในวิญญาณนั้น ดูกรคฤหบดี ภิกษุเป็นผู้มุ่งหมายอัตภาพต่อไปอย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็ภิกษุเป็นผู้ไม่มุ่งหมาย อัตภาพต่อไปอย่างไร? ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไม่มีความปรารถนาอย่างนี้ว่า ในอนาคตกาล ขอเราพึงมีรูปอย่างนี้ ก็ไม่ถึงความเพลินในรูปนั้น ไม่มีความปรารถนาอย่างนี้ว่า ในอนาคตกาล ขอเราพึงมีเวทนาอย่างนี้ ... ขอเราพึงมีสัญญาอย่างนี้ ... ขอเราพึงมีสังขารอย่างนี้ ... ขอเราพึงมีวิญญาณอย่างนี้ ก็ไม่ถึงความเพลินในวิญญาณนั้น ดูกรคฤหบดี ภิกษุเป็นผู้ไม่มุ่งหมาย อัตภาพต่อไปอย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็ภิกษุเป็นผู้ทำถ้อยคำแก่งแย่งกับด้วยชนอย่างไร? ดูกรคฤหบดี ภิกษุ- *บางรูปในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ทำถ้อยคำเห็นปานนี้ว่า ท่านไม่รู้ธรรมวินัยนี้ ฯลฯ หรือจงแก้ไข เพื่อปลดเปลื้องวาทะ ถ้าท่านสามารถ ดูกรคฤหบดี ภิกษุเป็นผู้ทำถ้อยคำแก่งแย่งกับด้วยชน- *อย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี ก็ภิกษุไม่เป็นผู้ทำถ้อยคำแก่งแย่งกับด้วยชนอย่างไร? ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไม่เป็นผู้ทำถ้อยคำเห็นปานนี้ว่า ท่านไม่รู้ธรรมวินัยนี้ ฯลฯ ท่านจงแก้ไข เพื่อปลดเปลื้องวาทะ ถ้าท่านสามารถ ดูกรคฤหบดี ภิกษุเป็นผู้ไม่ทำถ้อยคำแก่งแย่งกับด้วยชน อย่างนี้แล. ดูกรคฤหบดี พระผู้มีพระภาคตรัสพระภาษิตใด ในมาคันทิยปัญหาอันมีมาในอัฏฐก วรรคว่า บุคคลละที่อาลัยแล้ว ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อยู่ มุนีไม่ทำความเยื่อใยใน กาม เปล่าจากกามทั้งหลาย ไม่มุ่งหมายอัตภาพต่อไป ไม่พึงทำถ้อยคำ แก่งแย่งกับด้วยชน ดังนี้. ดูกรคฤหบดี เนื้อความแห่งพระภาษิตที่พระผู้มีพระภาคตรัสแล้วโดยย่อนี้ จะพึงเห็นได้โดย พิสดารอย่างนี้. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า บุคคลละที่อาลัยแล้ว ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อยู่ มุนีไม่ทำความเยื่อใยใน กาม เปล่าจากกามทั้งหลาย ไม่มุ่งหมายอัตภาพต่อไป ไม่พึงทำถ้อยคำ แก่งแย่งกับด้วยชน.
เทียบรายประโยค (70 ประโยค)
mnd9:70.1 #
อถ โข หาลินฺทกานิ คหปติ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ✎ ร่าง
Atha kho hāliddakāni gahapati yenāyasmā mahākaccāno tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ mahākaccānaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
อ้างอิงPTS 197 · พุทธชยันตี 33.270
mnd9:70.2 #
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข หาลินฺทกานิ คหปติ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho hāliddakāni gahapati āyasmantaṁ mahākaccānaṁ etadavoca—
mnd9:70.3 #
วุตฺตมิทํ ภนฺเต กจฺจาน ภควตา อฏฺฐกวคฺคิเก มาคนฺทิยปเญฺห✎ ร่าง
“vuttamidaṁ, bhante kaccāna, bhagavatā aṭṭhakavaggiye māgaṇḍiyapañhe—
mnd9:71.1 #
โอกมฺปหาย อนิเกตสารี ก✎ ร่าง
‘Okaṁ pahāya aniketasārī,
mnd9:71.2 #
าเม อกุพฺพํ มุนิ สนฺถวานี✎ ร่าง
Gāme akubbaṁ muni santhavāni;
mnd9:71.3 #
กาเมหิ ริตฺโต อปุเรกฺขราโน✎ ร่าง
Kāmehi ritto apurakkharāno,
mnd9:71.4 #
กถํ น วิคฺคยฺห ชเนน กยิราติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ na viggayha janena kayirā’ti.
mnd9:72.1 #
อิมสฺส นุ โข ภนฺเต กจฺจาน ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส กถํ อตฺโถ วิตฺถาเรน ทฏฺฐพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
Imassa nu kho, bhante kaccāna, bhagavatā saṅkhittena bhāsitassa kathaṁ vitthārena attho daṭṭhabbo”ti?
mnd9:73.1 #
รูปธาตุ โข คหปติ วิญฺญาณสฺส โอโก รูปธาตุราควินิพนฺธญฺจ ปน วิญฺญาณํ โอกสารีติ วุจฺจติ✎ ร่าง
“Rūpadhātu kho, gahapati, viññāṇassa oko rūpadhāturāgavinibaddhañca pana viññāṇaṁ okasārīti vuccati.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.238
mnd9:73.2 #
เวทนาธาตุ โข คหปติ✎ ร่าง
Vedanādhātu kho, gahapati …
mnd9:73.3 #
สญฺญาธาตุ โข คหปติ✎ ร่าง
saññādhātu kho, gahapati …
mnd9:73.4 #
สงฺขารธาตุ โข คหปติ วิญฺญาณสฺส โอโก สงฺขารธาตุราควินิพนฺธญฺจ ปน วิญฺญาณํ โอกสารีติ วุจฺจติ✎ ร่าง
saṅkhāradhātu kho, gahapati, viññāṇassa oko saṅkhāradhāturāgavinibandhañca pana viññāṇaṁ okasārīti vuccati.
mnd9:73.5 #
เอวํ โข คหปติ โอกสารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, gahapati, okasārī hoti.
mnd9:74.1 #
กถญฺจ คหปติ อโนกสารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathañca, gahapati, anokasārī hoti?
อ้างอิงPTS 198 · ฉัฏฐสังคายนา 77.145
mnd9:74.2 #
รูปธาตุยา โข คหปติ โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา เย อุปายุปาทานา เจตโส อธิฏฺฐานาภินิเวสานุสยา เต ตถาคตสฺส ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา✎ ร่าง
Rūpadhātuyā kho, gahapati, yo chando yo rāgo yā nandī yā taṇhā ye upāyupādānā cetaso adhiṭṭhānābhinivesānusayā te tathāgatassa pahīnā ucchinnamūlā tālāvatthukatā anabhāvaṅkatā āyatiṁ anuppādadhammā;
mnd9:74.3 #
ตสฺมา ตถาคโต อโนกสารีติ วุจฺจติ ฯ✎ ร่าง
tasmā tathāgato anokasārīti vuccati.
mnd9:74.4 #
เวทนาธาตุยา โข คหปติ✎ ร่าง
Vedanādhātuyā kho, gahapati …
mnd9:74.5 #
สญฺญาธาตุยา โข คหปติ✎ ร่าง
saññādhātuyā kho, gahapati …
mnd9:74.6 #
สงฺขารธาตุยา โข คหปติ✎ ร่าง
saṅkhāradhātuyā kho, gahapati …
mnd9:74.7 #
วิญฺญาณธาตุยา โข คหปติ โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา เย อุปายุปาทานา เจตโส อธิฏฺฐานาภินิเวสานุสยา เต ตถาคตสฺส ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา✎ ร่าง
viññāṇadhātuyā kho, gahapati, yo chando yo rāgo yā nandī yā taṇhā ye upāyupādānā cetaso adhiṭṭhānābhinivesānusayā te tathāgatassa pahīnā ucchinnamūlā tālāvatthukatā anabhāvaṅkatā āyatiṁ anuppādadhammā;
mnd9:74.8 #
ตสฺมา ตถาคโต อโนกสารีติ วุจฺจติ✎ ร่าง
tasmā tathāgato anokasārīti vuccati.
mnd9:74.9 #
เอวํ โข คหปติ อโนกสารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, gahapati, anokasārī hoti.
mnd9:75.1 #
กถญฺจ คหปติ นิเกตสารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathañca, gahapati, niketasārī hoti?
mnd9:75.2 #
รูปนิมิตฺต- นิเกตสารวินิพนฺธํ โข คหปติ นิเกตสารีติ วุจฺจติ ฯ✎ ร่าง
Rūpanimittaniketavisāravinibandhā kho, gahapati, niketasārīti vuccati.
mnd9:75.3 #
สทฺทนิมิตฺต✎ ร่าง
Saddanimitta …
mnd9:75.4 #
คนฺธนิมิตฺต✎ ร่าง
gandhanimitta …
mnd9:75.5 #
รสนิมิตฺต✎ ร่าง
rasanimitta …
mnd9:75.6 #
โผฏฺฐพฺพนิมิตฺต✎ ร่าง
phoṭṭhabbanimitta …
mnd9:75.7 #
ธมฺมนิมิตฺตนิเกตสารวินิพนฺธํ โข คหปติ นิเกตสารีติ วุจฺจติ✎ ร่าง
dhammanimittaniketavisāravinibandhā kho, gahapati, niketasārīti vuccati.
mnd9:75.8 #
เอวํ โข คหปติ นิเกตสารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, gahapati, niketasārī hoti.
mnd9:76.1 #
กถญฺจ คหปติ อนิเกตสารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathañca, gahapati, aniketasārī hoti?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.239 · พุทธชยันตี 33.272
mnd9:76.2 #
รูปนิมิตฺต- นิเกตสารวินิพนฺธา โข คหปติ ตถาคตสฺส ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา✎ ร่าง
Rūpanimittaniketavisāravinibandhā kho, gahapati, tathāgatassa pahīnā ucchinnamūlā tālāvatthukatā anabhāvaṅkatā āyatiṁ anuppādadhammā;
mnd9:76.3 #
ตสฺมา ตถาคโต อนิเกตสารีติ วุจฺจติ ฯ✎ ร่าง
tasmā tathāgato aniketasārīti vuccati.
mnd9:76.4 #
สทฺทนิมิตฺต✎ ร่าง
Saddanimitta …
mnd9:76.5 #
คนฺธนิมิตฺต✎ ร่าง
gandhanimitta …
mnd9:76.6 #
รสนิมิตฺต✎ ร่าง
rasanimitta …
mnd9:76.7 #
โผฏฺฐพฺพนิมิตฺต✎ ร่าง
phoṭṭhabbanimitta …
mnd9:76.8 #
ธมฺมนิมิตฺตนิเกตสารวินิพนฺธา โข คหปติ ตถาคตสฺส ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา✎ ร่าง
dhammanimittaniketavisāravinibandhā kho, gahapati, tathāgatassa pahīnā ucchinnamūlā tālāvatthukatā anabhāvaṅkatā āyatiṁ anuppādadhammā;
mnd9:76.9 #
ตสฺมา ตถาคโต อนิเกตสารีติ วุจฺจติ✎ ร่าง
tasmā tathāgato aniketasārīti vuccati.
mnd9:76.10 #
เอวํ โข คหปติ อนิเกตสารี โหติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, gahapati, aniketasārī hoti.
mnd9:77.1 #
กถญฺจ คหปติ✎ ร่าง
Kathañca, gahapati, gāme santhavajāto hoti?
อ้างอิงPTS 199
mnd9:77.2 #
✎ ร่าง
Idha, gahapati, ekacco bhikkhu gihīhi saṁsaṭṭho viharati sahanandī sahasokī, sukhitesu sukhito, dukkhitesu dukkhito, uppannesu kiccakaraṇīyesu attanā voyogaṁ āpajjati.
mnd9:77.3 #
าเม สนฺถวชาโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, gahapati, gāme santhavajāto hoti.
mnd9:78.1 #
Kathañca, gahapati, gāme na santhavajāto hoti?
mnd9:78.2 #
อิธ คหปติ เอกจฺโจ✎ ร่าง
Idha, gahapati, ekacco bhikkhu gihīhi asaṁsaṭṭho viharati na sahanandī na sahasokī, na sukhitesu sukhito, na dukkhitesu dukkhito, uppannesu kiccakaraṇīyesu na attanā voyogaṁ āpajjati.
mnd9:78.3 #
Evaṁ kho, gahapati, gāme na santhavajāto hoti.
mnd9:79.1 #
Kathañca, gahapati, kāmehi aritto hoti?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.146
mnd9:79.2 #
Idha, gahapati, ekacco bhikkhu kāmesu avītarāgo hoti avigatacchando avigatapemo avigatapipāso avigatapariḷāho avigatataṇho.
mnd9:79.3 #
Evaṁ kho, gahapati, kāmehi aritto hoti.
mnd9:80.1 #
Kathañca, gahapati, kāmehi ritto hoti?
mnd9:80.2 #
Idha, gahapati, ekacco bhikkhu kāmesu vītarāgo hoti vigatacchando vigatapemo vigatapipāso vigatapariḷāho vigatataṇho.
mnd9:80.3 #
Evaṁ kho, gahapati, kāmehi ritto hoti.
mnd9:81.1 #
Kathañca, gahapati, purakkharāno hoti?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.240
mnd9:81.2 #
Idha, gahapati, ekaccassa bhikkhuno evaṁ hoti—
mnd9:81.3 #
‘evaṁrūpo siyaṁ anāgatamaddhānan’ti …
mnd9:81.4 #
‘evaṁvedano siyaṁ …
mnd9:81.5 #
evaṁsañño siyaṁ …
mnd9:81.6 #
evaṁsaṅkhāro siyaṁ …
mnd9:81.7 #
evaṁviññāṇo siyaṁ anāgatamaddhānan’ti …
mnd9:81.8 #
evaṁ kho, gahapati, purakkharāno hoti.
mnd9:82.1 #
Kathañca, gahapati, apurakkharāno hoti?
อ้างอิงPTS 200 · พุทธชยันตี 33.274
mnd9:82.2 #
Idha, gahapati, ekaccassa bhikkhuno na evaṁ hoti—
mnd9:82.3 #
‘evaṁrūpo siyaṁ anāgatamaddhānan’ti …
mnd9:82.4 #
‘evaṁvedano siyaṁ …
mnd9:82.5 #
evaṁsañño siyaṁ …
mnd9:82.6 #
evaṁsaṅkhāro siyaṁ …
mnd9:82.7 #
evaṁviññāṇo siyaṁ anāgatamaddhānan’ti …
mnd9:82.8 #
evaṁ kho, gahapati, apurakkharāno hoti.
mnd9:83.1 #
Kathañca, gahapati, kathaṁ viggayha janena kattā hoti?
mnd9:83.2 #
Idha, gahapati, ekacco evarūpiṁ kathaṁ kattā hoti—
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน