‹ กลับ
อัตตทัณฑสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 810 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๙๐๙๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๑๐] คำว่า สัตว์อันลูกศรใดปักติดแล้ว ย่อมแล่นพล่านไปสู่ทิศทั้งปวง ความว่า สัตว์อันลูกศรราคะปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติดเสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อม ประพฤติทุจริตด้วยกาย ย่อมประพฤติทุจริตด้วยวาจา ย่อมประพฤติทุจริตด้วยใจ ย่อมฆ่าสัตว์ บ้าง ลักทรัพย์บ้าง ตัดที่ต่อบ้าง ปล้นโดยไม่เหลือบ้าง ปล้นเฉพาะเรือนหลังเดียวบ้าง ดัก แย่งชิงที่ทางเปลี่ยวบ้าง คบชู้ภรรยาบุรุษอื่นบ้าง พูดเท็จบ้าง สัตว์อันลูกศรราคะปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไปถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อมแล่น แล่นพล่าน วนเวียน ท่องเที่ยวไป แม้อย่างนี้. อนึ่ง สัตว์อันลูกศรราคะปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว เมื่อแสวงหาโภคทรัพย์ ย่อมแล่นไปสู่มหาสมุทรด้วยเรือ ฝ่าหนาว ฝ่าร้อน ถูก สัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เสือกคลานเบียดเบียน ถูกความหิวกระหาย เบียดเบียน ไปคุณพรัฐ ไปตักโกลรัฐ ไปตักกสิลรัฐ ไปกาลมุขรัฐ ไปมรณปารรัฐ ไปเวสุงครัฐ ไปเวราปถรัฐ ไปชวรัฐ ไปตัมพสิงครัฐ ไปวังกรัฐ ไปเอฬวัทธนรัฐ ไปสุวรรณกูฏรัฐ ไป สุวรรณภูมิรัฐ ไปตัมพปัณณิรัฐ ไปสุปปารรัฐ ไปภรุกรัฐ ไปสุรัทธรัฐ ไปอังคเณกรัฐ ไป คังคณรัฐ ไปปรมคังคณรัฐ ไปโยนรัฐ ไปปินกรัฐ ไปอัลลสัณฑรัฐ ไปมรุกันตารรัฐ เดินทาง ที่ต้องไปด้วยเข่า เดินทางที่ต้องไปด้วยแพะ เดินทางที่ต้องไปด้วยแกะ เดินทางที่ต้องโหนไปด้วย เชือกและหลัก เดินทางที่ต้องโดดลงด้วยร่มหนังแล้วจึงเดินไปได้ เดินทางที่ต้องไปด้วยพะอง ไม้ไผ่ เดินทางตามทางนก เดินทางตามทางหนู เดินทางตามซอกภูเขา เดินทางตามลำธารที่ต้อง ไต่ไปตามเส้นหวาย. เมื่อแสวงหาไม่ได้ ก็เสวยทุกข์โทมนัสแม้มีความไม่ได้เป็นมูล. เมื่อแสวงหา ได้ ครั้นได้แล้วก็เสวยทุกข์โทมนัสแม้มีความรักษาเป็นมูล ด้วยวิตกอยู่ว่า ด้วยอุบายอะไรหนอ พระราชาจึงจะไม่ริบทรัพย์ของเราไป พวกโจรจะไม่ลักไป ไฟจะไม่ไหม้ น้ำจะไม่พัดไป พวก ทายาทอัปรีย์ไม่เอาไปได้. เมื่อเขารักษาคุ้มครองอยู่อย่างนี้ ทรัพย์เหล่านั้นย่อมวิบัติไป. เขาก็ เสวยทุกข์โทมนัสแม้มีการพลัดพรากทรัพย์เป็นมูล. สัตว์อันลูกศรราคะปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อมแล่น แล่นพล่านวงเวียน ท่องเที่ยวไปแม้อย่างนี้. สัตว์อันลูกศรโทสะ ลูกศรโมหะ ลูกศรมานะปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อมประพฤติทุจริตด้วยกาย ย่อมประพฤติทุจริตด้วยวาจา ย่อม ประพฤติทุจริตด้วยใจ ย่อมฆ่าสัตว์บ้าง ลักทรัพย์บ้าง ตัดที่ต่อบ้าง ปล้นโดยไม่เหลือบ้าง ปล้นเฉพาะเรือนหลังเดียวบ้าง ดักแย่งชิงที่ทางเปลี่ยวบ้าง คบชู้ภรรยาบุรุษอื่นบ้าง พูดเท็จบ้าง. สัตว์อันลูกศรมานะปักติดแล้วคือแทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อมแล่น แล่นพล่าน วนเวียน ท่องเที่ยวไปแม้อย่างนี้. สัตว์อันลูกศรทิฏฐิปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อมเป็นคนเปลือยกาย ไร้มรรยาท เลียมือ เขาเชิญให้มารับภิกษาก็ไม่มา เขาเชิญให้หยุดก็ไม่ หยุด ไม่รับภิกษาที่เขาแบ่งไว้ก่อน ไม่รับภิกษาที่เขาทำเฉพาะ ไม่รับภิกษาที่เขาเชื้อเชิญ เขา ไม่รับภิกษาปากหม้อ ไม่รับภิกษาจากหม้อข้าว ไม่รับภิกษาที่บุคคลยืนคร่อมธรณีประตูนำมา ไม่ รับภิกษาที่บุคคลยืนคร่อมท่อนไม้นำมา ไม่รับภิกษาที่บุคคลยืนคร่อมสากนำมา ไม่รับภิกษาของ คน ๒ คนที่กำลังบริโภคอยู่ ไม่รับภิกษาของหญิงมีครรภ์ ไม่รับภิกษาของหญิงที่กำลังให้ลูกดูด นม ไม่รับภิกษาของหญิงที่คลอเคลียบุรุษ ไม่รับภิกษาที่นัดแนะกันทำไว้ ไม่รับภิกษาในที่ซึ่ง สุนัขได้รับเลี้ยงดู ไม่รับภิกษาในที่มีแมลงวันไต่ตอมเป็นกลุ่ม ไม่กินปลา ไม่กินเนื้อ ไม่ดื่ม สุรา ไม่ดื่มเมรัย ไม่ดื่มยาดอง. เขารับภิกษาที่เรือนหลังเดียว เยียวยาอัตภาพด้วยข้าวคำเดียว บ้าง รับภิกษาที่เรือน ๒ หลัง เยียวยาอัตภาพด้วยข้าว ๒ คำบ้าง ฯลฯ รับภิกษาที่เรือน ๗ หลัง เยียวยาอัตภาพด้วยข้าว ๗ คำบ้าง เยียวยาอัตภาพด้วยภิกษาในถาดน้อยใบเดียวบ้าง ๒ ใบ บ้าง ฯลฯ ๗ ใบบ้าง กินอาหารที่เก็บค้างไว้วันหนึ่งบ้าง ๒ วันบ้าง ฯลฯ ๗ วันบ้าง เป็น ผู้ประกอบความขวนขวายในการบริโภคอาหารที่เวียนมาตั้งกึ่งเดือนเช่นนี้บ้าง. สัตว์อันลูกศรทิฏฐิ ปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไปถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อมแล่น แล่นพล่าน วนเวียน ท่องเที่ยวไปอย่างนี้. อนึ่ง สัตว์อันลูกศรทิฏฐิปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว เป็นผู้มีผักดองเป็นภักษาบ้าง มีข้าวฟ่างเป็นภักษาบ้าง มีลูกเดือย เป็นภักษาบ้าง มีกากข้าวเป็นภักษาบ้าง มีสาหร่ายเป็นภักษาบ้าง มีข้าวตังเป็นภักษาบ้าง มี กำยานเป็นภักษาบ้าง มีหญ้าเป็นภักษาบ้าง มีโคมัยเป็นภักษาบ้าง มีเหง้าและผลไม้ในป่า เป็นอาหาร บริโภคผลไม้หล่นเยียวยาอัตภาพ. เขานุ่งห่มผ้าป่านบ้าง ผ้าแกมกันบ้าง ผ้าห่อศพ บ้าง ผ้าเปลือกไม้บ้าง หนังเสือบ้าง ผ้าบังสุกุลบ้าง หนังเสือทั้งเล็บบ้าง ผ้าคากรองบ้าง ผ้า เปลือกปอกรองบ้าง ผ้าผลไม้กรองบ้าง ผ้ากัมพลทำด้วยผมคนบ้าง ผ้ากัมพลทำด้วยขนปีกนก เค้าบ้าง เป็นผู้ถอนผมและหนวด คือ เป็นผู้ประกอบความขวนขวายในการถอนผมและหนวด บ้าง เป็นผู้ยืน คือ ห้ามอาสนะ (การนั่ง) บ้าง เป็นผู้กระโหย่ง คือ ประกอบความเพียรใน การกระโหย่งบ้าง เป็นผู้นอนบนหนาม คือ สำเร็จการนอนบนหนามบ้าง สำเร็จการนอนบน แผ่นกระดานบ้าง สำเร็จการนอนบนเนินดินบ้าง เป็นผู้นอนตะแคงข้างเดียวบ้าง เป็นผู้หมัก หมมด้วยธุลีบ้าง เป็นผู้อยู่กลางแจ้งบ้าง เป็นผู้นั่งบนอาสนะตามที่ลาดไว้บ้าง เป็นผู้บริโภคคูถ คือ ประกอบการขวนขวายในการบริโภคคูถบ้าง เป็นผู้ห้ามน้ำเย็น คือ ขวนขวายในการห้าม น้ำเย็นบ้าง เป็นผู้อาบน้ำวันละ ๓ ครั้ง คือ ประกอบความขวนขวายในการลงน้ำบ้าง เป็นผู้ ประกอบความขวนขวายในการให้กายเดือดร้อน เร่าร้อนหลายอย่างเช่นนี้. สัตว์อันลูกศรทิฏฐิ ปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อมแล่น แล่นพล่าน วนเวียน ท่องเที่ยวไปแม้อย่างนี้. สัตว์อันลูกศรความโศกปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คา อยู่แล้ว ย่อมเศร้าโศก ลำบากใจ รำพัน ทุบอกคร่ำครวญ ถึงความหลงใหล. สมจริงดังที่ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ เรื่องเคยมีมาแล้ว ในพระนครสาวัตถีนี้นี่แหละ หญิง คนหนึ่งมารดาตายไป. หญิงนั้นเป็นบ้า มีจิตฟุ้งซ่านเพราะมารดาตาย จากถนนนี้เข้าไปยังถนน โน้น จากตรอกนี้เข้าไปยังตรอกโน้น พูดอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายเห็นมารดาฉันบ้างไหม? ท่าน ทั้งหลายเห็นมารดาฉันบ้างไหม? ดูกรพราหมณ์ เรื่องเคยมีมาแล้ว ในพระนครสาวัตถีนี้ นี่แหละ หญิงคนหนึ่งบิดาตาย ... พี่ชายน้องชายตายไป ... พี่หญิงน้อง หญิงตายไป ... บุตร ตายไป ... ธิดาตายไป ... สามีตายไป หญิงนั้นเป็นบ้า มีจิตฟุ้งซ่านเพราะสามีตาย จากถนนนี้ เข้าไปยังถนนโน้น จากตรอกนี้เข้าไปยังตรอกโน้น พูดอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายเห็นสามีฉัน บ้างไหม? ท่านทั้งหลายเห็นสามีฉันบ้างไหม? ดูกรพราหมณ์ เรื่องเคยมีมาแล้ว ในพระนคร สาวัตถีนี้นี่แหละ บุรุษคนหนึ่งมารดาตายไป บุรุษนั้นเป็นบ้า มีจิตฟุ้งซ่านเพราะมารดาตาย จากถนนนี้เข้าไปยังถนนโน้น จากตรอกนี้เข้าไปยังตรอกโน้น พูดอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายเห็น มารดาฉันบ้างไหม? ท่านทั้งหลายเห็นมารดาฉันบ้างไหม? ดูกรพราหมณ์ เรื่องเคยมีมาแล้ว ในพระนครสาวัตถีนี้นี่แหละ บุรุษคนหนึ่งบิดาตายไป ... พี่ชายน้องชายตายไป ... พี่หญิงน้อง หญิงตายไป ... บุตรตายไป ... ธิดาตายไป ... ภรรยาตายไป บุรุษนั้นเป็นบ้า จิตฟุ้งซ่านเพราะ ภรรยาตาย จากถนนนี้เข้าไปยังถนนโน้น จากตรอกนี้เข้าไปยังตรอกโน้น พูดอย่างนี้ว่า ท่าน ทั้งหลายเห็นภรรยาฉันบ้างไหม? ท่านทั้งหลายเห็นภรรยาฉันบ้างไหม? ดูกรพราหมณ์ เรื่อง เคยมีมาแล้ว ในพระนครสาวัตถีนี้นี่แหละ หญิงคนหนึ่งไปสู่สกุลแห่งญาติ พวกญาติของหญิง นั้น ปรารถนาจะพรากสามีเสียแล้วยกหญิงนั้นให้แก่บุรุษอื่น. หญิงนั้นไม่พอใจบุรุษอื่นนั้น. ครั้งนั้นแหละ หญิงนั้นได้บอกกะสามีว่า ข้าแต่ท่านลูกเจ้า ญาติเหล่านี้ประสงค์จะพรากท่าน แล้วยกฉันให้บุรุษอื่น เราทั้ง ๒ จักพากันตาย. ในทันใดนั้น บุรุษก็ฟันหญิงนั้นขาดเป็น ๒ ท่อน แล้วก็ฆ่าตนเองพร้อมด้วยหวังว่า เราทั้ง ๒ จักมี (พบกัน) ในโลกหน้า. สัตว์อันลูกศรความ โศกปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อมแล่น แล่นพล่าน วนเวียน ท่องเที่ยวไปอย่างนี้. สัตว์อันลูกศรความสงสัยปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว เป็นผู้แล่นไปสู่ความสงสัยเคลือบแคลงเป็นสองทางว่า ในอดีตกาล เราได้เป็นแล้วหรือหนอ ๑- หรือเราไม่ได้เป็นแล้ว เราได้เป็นอะไรแล้วหรือหนอ เราได้เป็นแล้วอย่างไรหนอ เราได้เป็นอะไร @๑ ความสงสัย ๑๖ อย่าง คือ อดีตกาล ๕ อนาคตกาล ๕ ปัจจุบันกาล ๖ เรียกว่าโสฬสกังขา ฯ มาแล้วจึงเป็นอะไรต่อมาหนอ ในอนาคตกาล เราจักเป็นหรือหนอ หรือเราจักไม่เป็น เราจัก เป็นอะไรหรือหนอ เราจักเป็นอย่างไรหนอ เราจักเป็นอะไรแล้ว จึงจักเป็นอะไรต่อไปอีกหนอ. ในปัจจุบันกาลบัดนี้ ก็มีความสงสัยอยู่ ณ ภายในว่า เราย่อมเป็นหรือหนอ หรือเราย่อมไม่เป็น เราย่อมเป็นอะไรหรือหนอ เราย่อมเป็นอย่างไรหนอ เราเป็นสัตว์มาแต่ไหนหนอ เราจักเป็นสัตว์ ไปเกิดที่ไหนหนอ. สัตว์อันลูกศรความสงสัยปักติดแล้ว คือ แทงเข้าไป ถูกต้อง ติด เสียบแน่น คาอยู่แล้ว ย่อมแล่น แล่นพล่าน วนเวียน ท่องเที่ยวไปอย่างนี้. สัตว์นั้นย่อมปรุงแต่งให้ลูก ศรเหล่านั้นเกิด เมื่อปรุงแต่งให้ลูกศรเหล่านั้นเกิด ก็แล่นไปสู่ทิศตะวันออก แล่นไปสู่ทิศ ตะวันตก แล่นไปสู่ทิศเหนือ แล่นไปสู่ทิศใต้ ด้วยสามารถแห่งการปรุงแต่งให้ลูกศรเกิด. สัตว์เป็นผู้ละอภิสังขารคือลูกศรเหล่านั้นไม่ได้แล้ว เพราะเป็นผู้ละอภิสังขารคือลูกศรไม่ได้ จึง แล่นไปในคติ แล่นไปในนรก แล่นไปในดิรัจฉานกำเนิด แล่นไปในเปรตวิสัย แล่นไปใน มนุษยโลก แล่นไปในเทวโลก ย่อมแล่น แล่นพล่าน วนเวียน ท่องเที่ยวไปจากคตินี้สู่คติโน้น จากอุปบัตินี้สู่อุปบัติโน้น จากปฏิสนธินี้สู่ปฏิสนธิโน้น จากภพนี้สู่ภพโน้น จากสงสารนี้สู่ สงสารโน้น จากวัฏฏะนี้สู่วัฏฏะโน้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า สัตว์อันลูกศรใดปักติดแล้ว ย่อมแล่นพล่านไป สู่ทิศทั้งปวง.
เทียบรายประโยค (11 ประโยค)
mnd15:66.1 #
เยน สลฺเลน โอติณฺโณ ทิสา สพฺพา วิธาวตีติ✎ ร่าง
Yena sallena otiṇṇo, disā sabbā vidhāvatīti.
อ้างอิงPTS 415 · สยามรัฐ 29.505 · ฉัฏฐสังคายนา 77.308
mnd15:66.2 #
ราคสลฺเลน โอติณฺโณ วิทฺโธ ผุฏฺโฐ ปเรโต สโมหิโต สมนฺนาคโต กาเยน ทุจฺจริตํ จรติ วาจาย ทุจฺจริตํ จรติ มนสา ทุจฺจริตํ จรติ ปาณมฺปิ หนติ อทินฺนมฺปิ อาทิยติ สนฺธิมฺปิ ฉินฺทติ นิลฺโลปมฺปิ หรติ เอกาคาริกมฺปิ กโรติ ปริปนฺเถปิ ติฏฺฐติ ปรทารมฺปิ คจฺฉติ มุสาปิ ภณติ ฯ✎ ร่าง
Rāgasallena otiṇṇo viddho phuṭṭho pareto samohito samannāgato kāyena duccaritaṁ carati, vācāya duccaritaṁ carati, manasā duccaritaṁ carati, pāṇampi hanati, adinnampi ādiyati, sandhimpi chindati, nillopampi harati, ekāgārikampi karoti, paripanthepi tiṭṭhati, paradārampi gacchati, musāpi bhaṇati;
mnd15:66.3 #
เอวมฺปิ ราคสลฺเลน โอติณฺโณ วิทฺโธ ผุฏฺโฐ ปเรโต สโมหิโต สมนฺนาคโต ธาวติ วิธาวติ สนฺธาวติ สํสรติ ฯ✎ ร่าง
evampi rāgasallena otiṇṇo viddho phuṭṭho pareto samohito samannāgato dhāvati vidhāvati sandhāvati saṁsarati.
mnd15:66.4 #
อถวา ราคสลฺเลน โอติณฺโณ วิทฺโธ ผุฏฺโฐ ปเรโต สโมหิโต สมนฺนาคโต โภเค ปริเยสนฺโต นาวาย มหาสมุทฺทํ ปกฺขนฺทติ✎ ร่าง
Atha vā rāgasallena otiṇṇo viddho phuṭṭho pareto samohito samannāgato bhoge pariyesanto nāvāya mahāsamuddaṁ pakkhandati.
mnd15:66.5 #
สีตสฺส ปุรกฺขโต อุณฺหสฺส ปุรกฺขโต ฑํสมกสวาตาตป- สิรึสปสมฺผสฺเสหิ ริสฺสมาโน ๑- ขุปฺปิปาสาย ปีฬิยมาโน ๒- คุมฺพํ ๓- คจฺฉติ ตกฺโกลํ คจฺฉติ ตกฺกสิลํ คจฺฉติ กาลมุขํ คจฺฉติ มรณปารํ ๔- คจฺฉติ เวสุงฺคํ คจฺฉติ เวราปถํ คจฺฉติ ชวํ คจฺฉติ ตมฺพลิงฺคํ ๕- คจฺฉติ วงฺกํ คจฺฉติ เอฬวทฺธนํ ๖- คจฺฉติ สุวณฺณกูฏํ คจฺฉติ สุวณฺณภูมึ คจฺฉติ ตมฺพปณฺณึ คจฺฉติ สุปฺปารํ ๗- คจฺฉติ ภรุกํ ๘- คจฺฉติ สุรทฺธํ ๙- คจฺฉติ องฺคเณกํ ๑๐- คจฺฉติ คงฺคณํ ๑๑- คจฺฉติ ปรมคงฺคณํ ๑๒- คจฺฉติ โยนํ คจฺฉติ✎ ร่าง
Sītassa purakkhato uṇhassa purakkhato ḍaṁsamakasavātātapasarīsapasamphassehi pīḷiyamāno khuppipāsāya miyyamāno tigumbaṁ gacchati, takkolaṁ gacchati, takkasīlaṁ gacchati, kāḷamukhaṁ gacchati, purapūraṁ gacchati, vesuṅgaṁ gacchati, verāpathaṁ gacchati, javaṁ gacchati, tāmaliṁ gacchati, vaṅkaṁ gacchati, eḷabandhanaṁ gacchati, suvaṇṇakūṭaṁ gacchati, suvaṇṇabhūmiṁ gacchati, tambapaṇṇiṁ gacchati, suppārakaṁ gacchati, bhārukacchaṁ gacchati, suraṭṭhaṁ gacchati, bhaṅgalokaṁ gacchati, bhaṅgaṇaṁ gacchati, paramabhaṅgaṇaṁ gacchati, yonaṁ gacchati, paramayonaṁ gacchati, vinakaṁ gacchati, mūlapadaṁ gacchati, marukantāraṁ gacchati, jaṇṇupathaṁ gacchati, ajapathaṁ gacchati, meṇḍapathaṁ gacchati, saṅkupathaṁ gacchati, chattapathaṁ gacchati, vaṁsapathaṁ gacchati, sakuṇapathaṁ gacchati, mūsikapathaṁ gacchati, daripathaṁ gacchati, vettācāraṁ gacchati;
mnd15:66.6 #
pariyesanto na labhati, alābhamūlakampi dukkhaṁ domanassaṁ paṭisaṁvedeti, pariyesanto labhati, laddhā ārakkhamūlakampi dukkhaṁ domanassaṁ paṭisaṁvedeti “kinti me bhoge neva rājāno hareyyuṁ na corā hareyyuṁ na aggi daheyya na udakaṁ vaheyya na appiyā dāyādā hareyyun”ti.
mnd15:66.7 #
Tassa evaṁ ārakkhato gopayato te bhogā vippalujjanti, so vippayogamūlakampi dukkhaṁ domanassaṁ paṭisaṁvedeti.
อ้างอิงPTS 416
mnd15:66.8 #
Evampi rāgasallena otiṇṇo viddho phuṭṭho pareto samohito samannāgato dhāvati vidhāvati sandhāvati saṁsarati.
mnd15:67.1 #
Dosasallena …
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.580
mnd15:67.2 #
mohasallena …
mnd15:67.3 #
mānasallena otiṇṇo viddho phuṭṭho pareto samohito samannāgato kāyena duccaritaṁ carati, vācāya duccaritaṁ carati, manasā duccaritaṁ carati, pāṇampi hanati, adinnampi ādiyati, sandhimpi chindati, nillopampi harati, ekāgārikampi karoti, paripanthepi tiṭṭhati, paradārampi gacchati, musāpi bhaṇati.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน