เนื้อความทั้งข้อ
[๘๘๖] คำว่า เสด็จจากภพดุสิตมาสู่ความเป็นพระคณาจารย์ ความว่า พระผู้มี
พระภาคทรงจุติจากชั้นดุสิต ทรงมีพระสติสัมปชัญญะ ลงสู่พระครรภ์พระมารดา แม้ด้วยเหตุ
อย่างนี้ ดังนี้ จึงชื่อว่า เสด็จจากภพดุสิตมาสู่ความเป็นพระคณาจารย์. อีกอย่างหนึ่ง พวก
เทวดาท่านกล่าวว่า ดุสิต. เทวดาเหล่านั้นยินดี พอใจ ชอบใจ เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส
ว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จจากดุสิตเทวโลกมาสู่ความเป็นพระคณาจารย์ แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ ดังนี้
จึงชื่อว่า เสด็จจากภพดุสิตมาสู่ความเป็นพระคณาจารย์. อีกอย่างหนึ่ง พระอรหันต์ทั้งหลาย ท่าน
กล่าวว่า ดุสิต. พระอรหันต์เหล่านั้นยินดี พอใจ ชอบใจ มีความดำริบริบูรณ์ว่า พระผู้มี
พระภาคเสด็จมาสู่ความเป็นพระคณาจารย์แห่งพระอรหันต์ทั้งหลาย แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ ดังนี้ จึงชื่อ
ว่า เสด็จจากภพดุสิตมาสู่ความเป็นพระคณาจารย์. คำว่า คณี ความว่า มีคณะ. พระผู้มีพระภาค
ชื่อว่าเป็นคณี เพราะอรรถว่า เป็นพระคณาจารย์. เพราะอรรถว่า เป็นพระศาสดาของคณะ.
เพราะอรรถว่า พระองค์ทรงบริหารคณะ. เพราะอรรถว่า พระองค์ตรัสสอนคณะ. เพราะอรรถ
ว่า พระองค์ทรงพร่ำสอนคณะ. เพราะอรรถว่า พระองค์มีความองค์อาจเสด็จเข้าไปสู่คณะ.
เพราะอรรถว่า คณะย่อมตั้งใจฟังต่อพระองค์ เงี่ยโสตลงฟัง เข้าไปตั้งจิตเพื่อความรู้. เพราะ
อรรถว่า พระองค์ทรงยังคณะให้ออกจากอกุศล ให้ตั้งอยู่ในกุศล เป็นคณาจารย์ของคณะภิกษุ
เป็นคณาจารย์ของคณะภิกษุณี เป็นคณาจารย์ของคณะอุบาสก เป็นคณาจารย์คณะอุบาสิกา เป็น
คณาจารย์ของคณะพระราชา เป็นคณาจารย์ของคณะกษัตริย์ เป็นคณาจารย์ของคณะพราหมณ์
เป็นคณาจารย์ของคณะแพศย์ เป็นคณาจารย์ของคณะศูทร เป็นคณาจารย์ของคณะเทวดา เป็น
คณาจารย์ของคณะพรหม. พระศาสดาเป็นผู้มีหมู่ มีคณะ เป็นพระคณาจารย์ เสด็จมา เข้าไป
เข้าไปพร้อม ถึงพร้อมแล้ว ซึ่งสังกัสสนคร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เสด็จจากภพดุสิตมาสู่ความ
เป็นพระคณาจารย์. เพราะเหตุนั้น พระสารีบุตรเถระจึงกล่าวว่า
(ท่านพระสารีบุตรกล่าวดังนี้ว่า) พระศาสดาผู้มีพระกระแสเสียงอัน
ไพเราะ เสด็จจากภพดุสิต มาสู่ความเป็นพระคณาจารย์อย่างนี้ ก่อน
แต่นี้ข้าพเจ้าไม่เคยเห็น ทั้งไม่เคยได้ยินต่อใครๆ เลย.
ตุสิตา คณิมาคโตติ✎ ร่าง
Tusitā gaṇimāgatoti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.630
ภควา ตุสิตา กายา จวิตฺวา
สโต สมฺปชาโน มาตุกุจฺฉึ โอกฺกนฺโตติ✎ ร่าง
Bhagavā tusitakāyā cavitvā sato sampajāno mātukucchiṁ okkantoti.
เอวมฺปิ ตุสิตา
คณิมาคโต ฯ✎ ร่าง
Evampi tusitā gaṇimāgato.
อถวา ตุสิตา วุจฺจนฺติ เทวา ฯ✎ ร่าง
Atha vā devā vuccanti tusitā.
อ้างอิงPTS 447 · สยามรัฐ 29.547 · ฉัฏฐสังคายนา 77.336
เต ตุฏฺฐา
สนฺตุฏฺฐา อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา ตุสิตเทวโลกโต ๑-
คณิมาคโตติ✎ ร่าง
Te tuṭṭhā santuṭṭhā attamanā pamuditā pītisomanassajātā devalokato gaṇiṁ āgatoti.
เอวมฺปิ ตุสิตา คณิมาคโต ฯ✎ ร่าง
Evampi tusitā gaṇimāgato.
อถวา ตุสิตา วุจฺจนฺติ
อรหนฺโต ฯ✎ ร่าง
Atha vā arahanto vuccanti tusitā.
เต ตุฏฺฐา สนฺตุฏฺฐา อตฺตมนา ปริปุณฺณสงฺกปฺปา
อรหนฺตานํ คณิมาคโตติ✎ ร่าง
Te tuṭṭhā santuṭṭhā attamanā paripuṇṇasaṅkappā arahantānaṁ gaṇiṁ āgatoti.
เอวมฺปิ ตุสิตา คณิมาคโต ฯ✎ ร่าง
Evampi tusitā gaṇimāgato.
คณีติ
คณี ฯ ภควา✎ ร่าง
Gaṇīti gaṇī bhagavā.
คณาจริโยติ คณี ฯ คณสฺส สตฺถาติ คณี ฯ
คณํ ปริหรตีติ คณี ฯ คณํ โอวทตีติ คณี ฯ คณมนุสาสตีติ
คณี ฯ วิสารโท คณํ อุปสงฺกมตีติ คณี ฯ คณสฺส สุสฺสูสติ
โสตํ โอทหติ อญฺญาจิตฺตํ อุปฏฺฐเปตีติ คณี ฯ คณํ อกุสลา
วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปตีติ คณี ฯ ภิกฺขุคณสฺส คณี ฯ
ภิกฺขุนีคณสฺส คณี ฯ อุปาสกคณสฺส คณี ฯ อุปาสิกาคณสฺส
@เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. เทวโลกโต ฯ
คณี ฯ ราชคณสฺส คณี ฯ ขตฺติยคณสฺส พฺราหฺมณคณสฺส
เวสฺสคณสฺส สุทฺทคณสฺส เทวคณสฺส พฺรหฺมคณสฺส คณี ฯ
สงฺฆี คณี คณาจริโย✎ ร่าง
Gaṇācariyoti gaṇī, gaṇassa satthāti gaṇī, gaṇaṁ pariharatīti gaṇī, gaṇaṁ ovadatīti gaṇī, gaṇamanusāsatīti gaṇī, visārado gaṇaṁ upasaṅkamatīti gaṇī, gaṇassa sussūsati sotaṁ odahati aññā cittaṁ upaṭṭhapetīti gaṇī, gaṇaṁ akusalā vuṭṭhāpetvā kusale patiṭṭhāpetīti gaṇī, bhikkhugaṇassa gaṇī, bhikkhunigaṇassa gaṇī, upāsakagaṇassa gaṇī, upāsikāgaṇassa gaṇī, rājagaṇassa gaṇī, khattiyagaṇassa … brāhmaṇagaṇassa … vessagaṇassa … suddagaṇassa … devagaṇassa … brahmagaṇassa gaṇī, saṅghī gaṇī gaṇācariyo.
อาคโต อุปคโต สมุปคโต สมฺปตฺโต ๑-
สงฺกสฺสนครนฺติ✎ ร่าง
Āgatoti upagato samupagato samupapanno saṅkassanagaranti—
ตุสิตา คณิมาคโต ฯ✎ ร่าง
tusitā gaṇimāgato.
เตนาห สารีปุตฺตตฺเถโร✎ ร่าง
Tenāha thero sāriputto—
น เม ทิฏฺโฐ อิโต ปุพฺเพ (อิจฺจายสฺมา สารีปุตฺโต✎ ร่าง
“Na me diṭṭho ito pubbe,
น สุโต อุท กสฺสจิ✎ ร่าง
Na suto uda kassaci;
เอวํ วคฺคุวโท สตฺถา✎ ร่าง
Evaṁ vagguvado satthā,
ตุสิตา คณิมาคโตติ ฯ✎ ร่าง
Tusitā gaṇimāgato”ti.