เนื้อความทั้งข้อ
[๙๕๒] ชื่อว่า ปัญญา ในคำว่า ภิกษุทำปัญญาไว้เบื้องหน้า มีปีติงาม ได้แก่ ความรู้
ทั่ว ความรู้ชัด ความเลือกเฟ้น ความเลือกเฟ้นทั่ว ความเลือกเฟ้นธรรม ฯลฯ อโมหะ
ธรรมวิจยะ สัมมาทิฏฐิ. คำว่า ทำปัญญาไว้เบื้องหน้า ความว่า ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้
ทำปัญญาไว้เบื้องหน้าประพฤติ เป็นผู้มีปัญญาเป็นธงชัย มีปัญญาเป็นยอดธง มีปัญญาเป็นใหญ่
มีความเลือกเฟ้นมาก มีความเลือกเฟ้นทั่วมาก มีปัญญาเครื่องเห็นมาก มีความเสาะหามาก
อยู่ด้วยความเป็นผู้ทำให้แจ่มแจ้ง ประพฤติด้วยปัญญา มีปัญญามาก ตระหนักอยู่ด้วยปัญญา
เอนไปในปัญญา โอนไปในปัญญา โน้มไปในปัญญา น้อมไปในปัญญา มีปัญญานั้นเป็นใหญ่
แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ ดังนี้ จึงชื่อว่า ทำปัญญาไว้เบื้องหน้า. อนึ่ง ภิกษุเมื่อเดินก็รู้ว่า เดิน เมื่อ
ยืนก็รู้ว่า ยืน เมื่อนั่งก็รู้ว่า นั่ง หรือเมื่อนอนก็รู้ว่า นอน หรือว่ากายของเธอตั้งอยู่อย่าง
ใดๆ ภิกษุนั้นก็รู้กายนั้นอย่างนั้นๆ แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ดังนี้ จึงชื่อว่า ทำปัญญาไว้เบื้อง
หน้า. อนึ่ง ภิกษุเป็นผู้ทำความรู้สึกตัวในการก้าวไป ในการถอยกลับ ทำความรู้สึกตัวในการ
แล ในการเหลียว ทำความรู้สึกตัวในการคู้เข้า ในการเหยียดออก ทำความรู้สึกตัวในการครอง
สังฆาฏิ บาตรและจีวร ทำความรู้สึกตัวในการฉัน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม ทำความรู้สึก
ตัวในการถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ทำความรู้สึกตัวในการเดิน การยืน การนั่ง การหลับ การตื่น
การพูด การนิ่ง แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ ดังนี้ จึงชื่อว่า ทำปัญญาไว้เบื้องหน้า. คำว่า มีปีติงาม
ความว่า ปีติ ปราโมทย์ ที่เกิดขึ้นด้วยความสามารถแห่งพุทธานุสสติ ชื่อว่าปีติงาม ปีติ
ปราโมทย์ ที่เกิดขึ้นด้วยสามารถธรรมานุสสติ ... สังฆานุสสติ ... สีลานุสสติ ... จาคานุสสติ ...
เทวตานุสสติ ... อานาปาณสติ ... มรณานุสสติ ... กายคตาสติ ... อุปสมานุสสติ ชื่อว่าปีติ
งาม เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภิกษุทำปัญญาไว้เบื้องหน้า มีปีติงาม.
ปญฺญํ ปุรกฺขตฺวา กลฺยาณปีตีติ✎ ร่าง
Paññaṁ purakkhatvā kalyāṇapītīti.
ปญฺญาติ ยา ปญฺญา
ปชานนา วิจโย ปวิจโย ธมฺมวิจโย ฯเปฯ✎ ร่าง
Paññāti yā paññā pajānanā vicayo pavicayo dhammavicayo …pe…
อโมโห ธมฺมวิจโย
สมฺมาทิฏฺฐิ ฯ✎ ร่าง
amoho sammādiṭṭhi.
ปญฺญํ ปุรกฺขตฺวาติ อิเธกจฺโจ ปญฺญํ ปุรโต กตฺวา
จรติ ปญฺญาธโช ปญฺญาเกตุ ปญฺญาธิปเตยฺโย วิจยพหุโล
ปวิจยพหุโล โอกฺขายนพหุโล ๑- สโมกฺขายนพหุโล ๒- วิภูตวิหารี
ตจฺจริโก ตพฺพหุโล ตคฺครุโก ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณ ตปฺปพฺภาโร
ตทธิมุตฺโต ตทาธิปเตยฺโยติ✎ ร่าง
Paññaṁ purakkhatvāti idhekacco paññaṁ purato katvā carati paññādhajo paññāketu paññādhipateyyo vicayabahulo pavicayabahulo pekkhāyanabahulo sampekkhāyanabahulo vibhūtavihārī taccariko tabbahulo taggaruko tanninno tappoṇo tappabbhāro tadadhimutto tadadhipateyyoti.
เอวมฺปิ ปญฺญํ ปุรกฺขตฺวา ฯ✎ ร่าง
Evampi paññaṁ purakkhatvā.
อถวา
คจฺฉนฺโต วา คจฺฉามีติ ปชานาติ ฐิโต วา ฐิโตมฺหีติ ปชานาติ
นิสินฺโน วา นิสินฺโนมฺหีติ ปชานาติ สยาโน วา สยาโนมฺหีติ
ปชานาติ ยถา ยถา วา ปนสฺส กาโย ปณิหิโต โหติ ตถา
ตถา นํ ปชานาตีติ✎ ร่าง
Atha vā gacchanto vā “gacchāmī”ti pajānāti, ṭhito vā “ṭhitomhī”ti pajānāti, nisinno vā “nisinnomhī”ti pajānāti, sayāno vā “sayānomhī”ti pajānāti, yathā yathā vā panassa kāyo paṇihito hoti tathā tathā naṁ pajānātīti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.700
เอวมฺปิ ปญฺญํ ปุรกฺขตฺวา ฯ✎ ร่าง
Evampi paññaṁ purakkhatvā.
อถวา อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหติ
อาโลกิเต วิโลกิเต สมฺปชานการี โหติ สมฺมิญฺชิเต ปสาริเต
สมฺปชานการี โหติ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ สมฺปชานการี โหติ
อสิเต ปีเต ขายิเต สายิเต สมฺปชานการี โหติ อุจฺจารปสฺสาวกมฺเม
สมฺปชานการี โหติ คเต ฐิเต นิสินฺเน สุตฺเต ชาคริเต ภาสิเต ตุณฺหีภาเว
@เชิงอรรถ: ๑ ม. เปกฺขายนพหุโล ฯ ๒ ม. สมเปกฺขายนพหุโล ฯ
สมฺปชานการี โหตีติ✎ ร่าง
Atha vā abhikkante paṭikkante sampajānakārī hoti, ālokite vilokite sampajānakārī hoti, samiñjite pasārite sampajānakārī hoti, saṅghāṭipattacīvaradhāraṇe sampajānakārī hoti, asite pīte khāyite sāyite sampajānakārī hoti, uccārapassāvakamme sampajānakārī hoti, gate ṭhite nisinne sutte jāgarite bhāsite tuṇhibhāve sampajānakārī hotīti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.606
เอวมฺปิ ปญฺญํ ปุรกฺขตฺวา ฯ✎ ร่าง
Evampi paññaṁ purakkhatvā.
กลฺยาณปีตีติ
พุทฺธานุสฺสติวเสน อุปฺปชฺชติ ปีติ ปามุชฺชํ✎ ร่าง
Kalyāṇapītīti buddhānussativasena uppajjati pīti pāmojjaṁ—
อ้างอิงPTS 492
กลฺยาณปีติ✎ ร่าง
kalyāṇapītīti.
ธมฺมานุสฺสติวเสน สงฺฆานุสฺสติวเสน สีลานุสฺสติวเสน
จาคานุสฺสติวเสน เทวตานุสฺสติวเสน อานาปานสฺสติวเสน
มรณานุสฺสติวเสน กายคตาสติวเสน อุปสมานุสฺสติวเสน
อุปฺปชฺชติ ปีติ ปามุชฺชํ✎ ร่าง
Dhammānussati saṅghānussati sīlānussati cāgānussati devatānussati ānāpānassati maraṇassati kāyagatāsativasena upasamānussativasena uppajjati pīti pāmojjaṁ—
กลฺยาณปีตีติ✎ ร่าง
kalyāṇapītīti—
ปญฺญํ ปุรกฺขตฺวา
กลฺยาณปีติ ฯ✎ ร่าง
paññaṁ purakkhatvā kalyāṇapīti.