‹ กลับ
เมตตคูมาณวกปัญหานิทเทส
เล่ม ๓๐ — ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส · ข้อ 198 · ขุ.ชา.๔. ๓๐/๑๒๗๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๙๘] คำว่า ติณฺโณ ในอุเทศว่า "ติณฺโณ จ ปารํ อขิโล อกงฺโข" ดังนี้ ความว่า ผู้นั้นข้ามได้แล้ว คือ ข้ามขึ้น ข้ามพ้น ล่วงพ้นแล้ว เป็นไปล่วงแล้ว ซึ่งกามโอฆะ ภวโอฆะ ทิฏฐิโอฆะ อวิชชาโอฆะ มีความอยู่จบแล้ว มีจรณะอันประพฤติแล้ว มีทางไกลอันถึงแล้ว มีทิศอันถึงแล้ว มีที่สุดอันถึงแล้ว มีพรหมจรรย์อันรักษาแล้ว ถึงแล้วซึ่งทิฏฐิอันอุดม มีมรรค อันเจริญแล้ว มีกิเลสอันละแล้ว มีอกุปปธรรมอันแทงตลอดแล้ว มีนิโรธอันทำให้แจ้งแล้ว. ผู้นั้นกำหนดรู้ทุกข์แล้ว ละสมุทัยแล้ว เจริญมรรคแล้ว ทำนิโรธให้แจ่มแจ้งแล้ว รู้ยิ่งซึ่งธรรม ที่ควรรู้ยิ่งแล้ว กำหนดรู้ซึ่งธรรมที่ควรกำหนดรู้แล้ว ละซึ่งธรรมที่ควรละแล้ว เจริญซึ่งธรรมที่ ที่ควรเจริญแล้ว ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว. ผู้นั้นมีอวิชชาเพียงดังกลอนอันถอด ออกแล้ว มีชาติสงสารเพียงดังคูอันกลบแล้ว มีตัณหาเพียงดังเสาระเนียดอันถอนขึ้นแล้ว ไม่มี ลิ่มสลัก เป็นผู้ไกลจากกิเลสดังข้าศึก มีอัสมิมานะดังว่าธงล้มไปแล้ว มีภาระปลงเสียแล้ว เป็น ผู้ไม่เกี่ยวข้อง ละนิวรณ์มีองค์ ๕ เสียแล้ว ประกอบด้วยอุเบกขามีองค์ ๖ มีสติเป็นเครื่องรักษา อย่างเอก มีธรรมเป็นที่พึ่งพิง ๔ มีทิฏฐิสัจจะเฉพาะอย่างหนึ่งๆ บรรเทาเสียแล้ว มีความ แสวงหาอันประเสริฐบริบูรณ์โดยชอบ มีความดำริไม่ขุ่นมัว มีกายสังขารระงับแล้ว มีจิตพ้น วิเศษดีแล้ว มีปัญญาพ้นวิเศษดีแล้ว เป็นผู้บริบูรณ์ อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว เป็นบุรุษอุดม เป็นบุรุษประเสริฐ เป็นผู้ถึงอรหันตผลอันประเสริฐ. ผู้นั้นย่อมไม่ก่อ ไม่ทำลาย ทำลายเสร็จแล้วดำรงอยู่ ไม่ต้องละ ไม่ต้องยึดถือ ละเสร็จ แล้วดำรงอยู่ ย่อมไม่เย็บ ไม่ยก ตัดเสร็จแล้วดำรงอยู่ ไม่ต้องกำจัด ไม่ต้องก่อ ก่อเสร็จ แล้วดำรงอยู่ ชื่อว่าดำรงอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์ วิมุตติขันธ์ วิมุตติญาณทัสสนขันธ์ อันเป็นของพระอเสขะ ยังอริยสัจทั้งปวงให้ถึงเฉพาะแล้ว ดำรงอยู่ ล่วงเสียอย่างนี้แล้วดำรงอยู่ ดับไฟกิเลสแล้วดำรงอยู่ ดำรงอยู่ในความเป็นผู้ไม่วนเวียน ยึดถือความชนะเสร็จแล้วดำรงอยู่ ดำรงอยู่ในความซ่องเสพวิมุติ ดำรงอยู่ในเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาอันบริสุทธิ์ ดำรงอยู่ในความบริสุทธิ์ส่วนเดียว ดำรงอยู่ในความเป็นผู้ไม่มี กัมมัญญะ (ตัณหา ทิฏฐิ มานะ) ดำรงอยู่เพราะความเป็นผู้พ้นวิเศษแล้ว ดำรงอยู่เพราะความ เป็นผู้มีจิตสงบ ดำรงอยู่ในที่สุดแห่งขันธ์ ดำรงอยู่ในที่สุดแห่งธาตุ ดำรงอยู่ในที่สุดแห่งอายตนะ ดำรงอยู่ในที่สุดแห่งคติ ดำรงอยู่ในที่สุดแห่งอุปบัติ ดำรงอยู่ในที่สุดแห่งปฏิสนธิ ดำรงอยู่ใน ที่สุดแห่งภพ ดำรงอยู่ในที่สุดแห่งสังขาร ดำรงอยู่ในที่สุดแห่งวัฏฏะ ดำรงอยู่ในภพอันมีในที่สุด ดำรงอยู่ในอัตภาพอันมีในที่สุด เป็นพระอรหันต์ทรงไว้ซึ่งร่างกายอันมีในที่สุด. พระขีณาสพนั้น มีภพนี้เป็นครั้งหลัง มีอัตภาพนี้และมีสงสาร คือ ชาติ ชราและมรณะเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีภพใหม่. เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า เป็นผู้ข้ามแล้ว. อมตนิพพาน ความสงบสังขารทั้งปวง ความสละคืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความสำรอกตัณหา ความดับตัณหา ความออกจากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด ตรัสว่าฝั่ง ในบทว่า ปารํ ดังนี้. ผู้นั้นถึงแล้วซึ่งฝั่ง คือ บรรลุถึงฝั่ง ไปสู่ส่วนสุด ถึงส่วนสุด ไปสู่ที่สุด ถึงที่สุด ไปสู่ส่วนสุดรอบ ถึงส่วนสุดรอบ ไปสู่ที่จบ ถึงที่จบ ไปสู่ที่ต้านทาน ถึงที่ต้านทาน ไปสู่ ที่เร้น ถึงที่เร้น ไปสู่ที่พึ่ง ถึงที่พึ่ง ไปสู่ที่ไม่มีภัย ถึงที่ไม่มีภัย ไปสู่ที่ไม่เคลื่อน ถึงที่ไม่เคลื่อน ไปสู่อมตะ ถึงอมตะ ไปสู่นิพพาน ถึงนิพพาน. ผู้นั้นมีพรหมจรรย์อันเป็นเครื่องอยู่ อยู่จบแล้ว มีจรณะประพฤติแล้ว ฯลฯ ไม่มีสงสาร คือ ชาติ ชราและมรณะ ไม่มีภพใหม่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้ข้ามแล้ว ถึงฝั่ง. คำว่า ไม่มีเสาเขื่อน คือ ราคะเป็นเสาเขื่อน โทสะเป็นเสาเขื่อน โมหะเป็นเสาเขื่อน ความโกรธเป็นเสาเขื่อน ความผูกโกรธเป็นเสาเขื่อน ฯลฯ อกุสลาภิสังขารทั้งปวงเป็นเสาเขื่อน. ผู้ใดละเสาเขื่อนเหล่านี้แล้ว ตัดขาด สงบ ระงับแล้ว ทำไม่ให้อาจเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟ คือญาณ ผู้นั้นตรัสว่า เป็นผู้ไม่มีเสาเขื่อน. คำว่าผู้ไม่มีความสงสัย คือ ความสงสัยในทุกข์ ความสงสัยในทุกขสมุทัย ความ สงสัยในทุกขนิโรธ ความสงสัยในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ความสงสัยในเงื่อนเบื้องต้น ความ สงสัยในเงื่อนเบื้องปลาย ความสงสัยในปฏิจจสมุปันนธรรม คือ ความเป็นปัจจัยแห่งสงขารา- *ทิธรรมนี้ ความสงสัย กิริยาที่สงสัย ความเป็นผู้สงสัย ความเคลือบแคลง ความไม่ตกลง ความเป็นสองแง่ ความเป็นสองทาง ความลังเล ความไม่ถือเอาโดยส่วนเดียว ความระแวง ความระแวงรอบ ความตัดสินไม่ลง ความมีจิตครั่นคร้าม ความมีใจสนเท่ห์ เห็นปานนี้. ผู้ใด ละความสงสัยเหล่านี้ ... เผาเสียแล้วด้วยไฟ คือ ญาณ ผู้นั้นตรัสว่า เป็นผู้ไม่มีความสงสัย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้ข้ามแล้ว ถึงฝั่ง ไม่มีเสาเขื่อน ไม่มีความสงสัย. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า บุคคลพึงรู้จักผู้ใดว่า เป็นพราหมณ์ ผู้ถึงเวท ไม่มีกิเลสเครื่อง กังวล ไม่ข้องเกี่ยวในกามภพ ผู้นั้นได้ข้ามแล้วซึ่งโอฆะนี้ โดยแท้ และเป็นผู้ข้ามถึงฝั่ง ไม่มีเสาเขื่อน ไม่มีความ สงสัย.
เทียบรายประโยค (60 ประโยค)
cnd8:106.1 #
ติณฺโณ จ ปารํ อขิโล อกงฺโขติ✎ ร่าง
Tiṇṇo ca pāraṁ akhilo akaṅkhoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 30.102 · ฉัฏฐสังคายนา 87.77 · พุทธชยันตี 34.184
cnd8:106.2 #
ติณฺโณติ กาโมฆํ ติณฺโณ ภโวฆํ ติณฺโณ ทิฏฺโฐฆํ ติณฺโณ อวิชฺโชฆํ ติณฺโณ อุตฺติณฺโณ นิตฺติณฺโณ ๔- อติกฺกนฺโต วีติวตฺโต✎ ร่าง
Tiṇṇoti kāmoghaṁ tiṇṇo, bhavoghaṁ tiṇṇo, diṭṭhoghaṁ tiṇṇo, avijjoghaṁ tiṇṇo, saṁsārapathaṁ tiṇṇo uttiṇṇo nitthiṇṇo atikkanto samatikkanto vītivatto.
cnd8:106.3 #
โส วุฏฺฐวาโส จิณฺณจรโณ คตทฺโธ คตทิโส คตโกฏิโก ปาลิตพฺรหฺมจริโย อุตฺตมทิฏฺฐิปฺปตฺโต ภาวิตมคฺโค ปหีนกิเลโส ปฏิวิทฺธากุปฺโป @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปุคฺคลํ ฯ ๒ ม. นิกฺขนฺตํ นิสฺสฏํ วิมุตฺตํ วิสญฺญุตํ วิมริยาทิกเตน เจตสา@วิหรนฺตนฺติ ฯ ๓ ม. อวตฺถาปนวจนเมตํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๔ ม. นิตฺถิณฺโณ ฯ สจฺฉิกตนิโรโธ ฯ✎ ร่าง
So vutthavāso ciṇṇacaraṇo gataddho gatadiso gatakoṭiko pālitabrahmacariyo uttamadiṭṭhippatto bhāvitamaggo, pahīnakileso paṭividdhākuppo sacchikatanirodho.
cnd8:106.4 #
ทุกฺขํ ตสฺส ปริญฺญาตํ สมุทโย ปหีโน มคฺโค ภาวิโต นิโรโธ สจฺฉิกโต อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาตํ ปหาตพฺพํ ปหีนํ ภาเวตพฺพํ ภาวิตํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ ฯ✎ ร่าง
Dukkhaṁ tassa pariññātaṁ, samudayo pahīno, maggo bhāvito, nirodho sacchikato, abhiññeyyaṁ abhiññātaṁ, pariññeyyaṁ pariññātaṁ, pahātabbaṁ pahīnaṁ, bhāvetabbaṁ bhāvitaṁ, sacchikātabbaṁ sacchikataṁ.
cnd8:106.5 #
โส อุกฺขิตฺตปลิโฆ สงฺกิณฺณปริกฺโข อพฺพูเฬฺหสิโก นิรคฺคโฬ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสํยุตฺโต ปญฺจงฺควิปฺปหีโน ฉฬงฺคสมนฺนาคโต เอการกฺโข จตุราปสฺเสโน ปนุณฺณปจฺเจกสจฺโจ สมวยสฏฺเฐสโน อนาวิลสงฺกปฺโป ปสฺสทฺธกายสงฺขาโร สุวิมุตฺตจิตฺโต สุวิมุตฺตปญฺโญ เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโส ปรมปุริโส ปรมปฺปตฺติปฺปตฺโต ฯ✎ ร่าง
So ukkhittapaligho saṅkiṇṇaparikkho abbuḷhesiko niraggaḷo ariyo pannaddhajo pannabhāro visaññutto pañcaṅgavippahīno chaḷaṅgasamannāgato ekārakkho caturāpasseno panuṇṇapaccekasacco samavayasaṭṭhesano anāvilasaṅkappo passaddhakāyasaṅkhāro suvimuttacitto suvimuttapañño kevalī vusitavā uttamapuriso paramapuriso paramapattippatto.
cnd8:106.6 #
โส เนว อาจินาติ น อปจินาติ อปจินิตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
So neva ācināti na apacināti, apacinitvā ṭhito.
cnd8:106.7 #
เนว ปชหติ น อุปาทิยติ ปชหิตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Neva pajahati na upādiyati, pajahitvā ṭhito.
cnd8:106.8 #
เนว วิสิเนติ น อุสฺสิเนติ วิสิเนตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Neva visineti na ussineti, visinetvā ṭhito.
cnd8:106.9 #
เนว วิธูเปติ น สนฺธูเปติ ธูเปตฺวา ๑- ฐิโต✎ ร่าง
Neva vidhūpeti na sandhūpeti, vidhūpetvā ṭhito.
cnd8:106.10 #
อเสกฺเขน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคตตฺตา ฐิโต✎ ร่าง
Asekkhena sīlakkhandhena samannāgatattā ṭhito.
cnd8:106.11 #
อเสกฺเขน สมาธิกฺขนฺเธน อเสกฺเขน✎ ร่าง
Asekkhena samādhikkhandhena …pe…
cnd8:106.12 #
ปญฺญากฺขนฺเธน อเสกฺเขน✎ ร่าง
paññākkhandhena …
cnd8:106.13 #
วิมุตฺติกฺขนฺเธน อเสกฺเขน✎ ร่าง
vimuttikkhandhena …
cnd8:106.14 #
วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธน สมนฺนาคตตฺตา ฐิโต✎ ร่าง
vimuttiñāṇadassanakkhandhena samannāgatattā ṭhito.
cnd8:106.15 #
สพฺพํ ปฏิปาทยิตฺวา ๒- ฐิโต✎ ร่าง
Saccaṁ sampaṭipādayitvā ṭhito.
cnd8:106.16 #
เอวํ ๓- สมติกฺกมิตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Ejaṁ samatikkamitvā ṭhito.
cnd8:106.17 #
กิเลสคฺคึ ปริยาทยิตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Kilesaggiṁ pariyādiyitvā ṭhito.
cnd8:106.18 #
อปริคมนตาย ฐิโต✎ ร่าง
Aparigamanatāya ṭhito.
cnd8:106.19 #
กฏํ ๔- สมาทาย ฐิโต✎ ร่าง
Kathaṁ samādāya ṭhito?
cnd8:106.20 #
วิมุตฺติปฏิเสวนตาย ฐิโต✎ ร่าง
Vimuttipaṭisevanatāya ṭhito.
cnd8:106.21 #
เมตฺตาย ปาริสุทฺธิยา ฐิโต✎ ร่าง
Mettāya pārisuddhiyā ṭhito.
cnd8:106.22 #
กรุณาย✎ ร่าง
Karuṇāya …pe…
cnd8:106.23 #
มุทิตาย✎ ร่าง
muditāya …
cnd8:106.24 #
อุเปกฺขาย ปาริสุทฺธิยา ฐิโต✎ ร่าง
upekkhāya pārisuddhiyā ṭhito.
cnd8:106.25 #
อจฺจนฺตปาริสุทฺธิยา ฐิโต✎ ร่าง
Accantapārisuddhiyā ṭhito.
cnd8:106.26 #
อกมฺมญฺญตาย ฐิโต✎ ร่าง
Atammayatāya pārisuddhiyā ṭhito.
cnd8:106.27 #
วิมุตฺตตฺตา ฐิโต✎ ร่าง
Vimuttattā ṭhito.
cnd8:106.28 #
สนฺตจิตฺตตาย ฐิโต✎ ร่าง
Santussitattā ṭhito.
cnd8:106.29 #
ขนฺธปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
Khandhapariyante ṭhito.
cnd8:106.30 #
ธาตุปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
Dhātupariyante ṭhito.
cnd8:106.31 #
อายตนปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
Āyatanapariyante ṭhito.
cnd8:106.32 #
คติปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
Gatipariyante ṭhito.
cnd8:106.33 #
อุปปตฺติปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
Upapattipariyante ṭhito.
cnd8:106.34 #
ปฏิสนฺธิปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
Paṭisandhipariyante ṭhito.
cnd8:106.35 #
ภวปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
Bhavapariyante ṭhito.
cnd8:106.36 #
สํสารปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
Saṁsārapariyante ṭhito.
cnd8:106.37 #
วฏฺฏปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
Vaṭṭapariyante ṭhito.
cnd8:106.38 #
อนฺติมภเว ฐิโต✎ ร่าง
Antimabhave ṭhito.
cnd8:106.39 #
อนฺติมสมุสฺสเย ฐิโต✎ ร่าง
Antime samussaye ṭhito.
cnd8:106.40 #
อนฺติมเทหธโร อรหา ฯ✎ ร่าง
Antimadehadharo arahā.
cnd8:107.1 #
ตสฺสายํ ปจฺฉิมโก ภโว✎ ร่าง
“Tassāyaṁ pacchimako bhavo,
cnd8:107.2 #
จริโมยํ สมุสฺสโย✎ ร่าง
Carimoyaṁ samussayo;
cnd8:107.3 #
ชาติชรามรณสํสาโร✎ ร่าง
Jātimaraṇasaṁsāro,
cnd8:107.4 #
นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ ฯ✎ ร่าง
Natthi tassa punabbhavo”ti.
cnd8:108.1 #
ติณฺโณ จ ปารนฺติ ปารํ วุจฺจติ อมตํ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Tiṇṇo ca pāranti pāraṁ vuccati amataṁ nibbānaṁ.
cnd8:108.2 #
โย โส สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ ฯ✎ ร่าง
Yo so sabbasaṅkhārasamatho sabbūpadhipaṭinissaggo taṇhakkhayo virāgo nirodho nibbānaṁ.
cnd8:108.3 #
โส ปารคโต ปารปฺปตฺโต อนฺตคโต อนฺตปฺปตฺโต โกฏิคโต โกฏิปฺปตฺโต ปริยนฺตคโต ปริยนฺตปฺปตฺโต โวสานคโต โวสานปฺปตฺโต ตาณคโต ตาณปฺปตฺโต เลณคโต เลณปฺปตฺโต สรณคโต สรณปฺปตฺโต อภยคโต อภยปฺปตฺโต อจฺจุตคโต อจฺจุตปฺปตฺโต อมตคโต อมตปฺปตฺโต นิพฺพานคโต นิพฺพานปฺปตฺโต✎ ร่าง
So pāragato pārappatto antagato antappatto koṭigato koṭippatto pariyantagato pariyantappatto vosānagato vosānappatto tāṇagato tāṇappatto leṇagato leṇappatto saraṇagato saraṇappatto abhayagato abhayappatto accutagato accutappatto amatagato amatappatto nibbānagato nibbānappatto.
cnd8:108.4 #
โส วุฏฺฐวาโส จิณฺณจรโณ ฯเปฯ ชาติชรามรณสํสาโร นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ✎ ร่าง
So vutthavāso ciṇṇacaraṇo …pe… jātimaraṇasaṁsāro, natthi tassa punabbhavoti—
cnd8:108.5 #
ติณฺโณ จ ปารํ ฯ✎ ร่าง
tiṇṇo ca pāraṁ.
cnd8:109.1 #
อขิโลติ ราโค ขิโล โทโส ขิโล โมโห ขิโล โกโธ ขิโล อุปนาโห ขิโล ฯเปฯ✎ ร่าง
Akhiloti rāgo khilo, doso khilo, moho khilo, kodho khilo, upanāho khilo …pe…
อ้างอิงสยามรัฐ 30.104 · พุทธชยันตี 34.188
cnd8:109.2 #
สพฺพากุสลาภิสงฺขารา ขิลา ฯ✎ ร่าง
sabbākusalābhisaṅkhārā khilā.
cnd8:109.3 #
ยสฺเสเต ขิลา ปหีนา สมุจฺฉินฺนา วูปสนฺตา ปฏิปฺปสฺสทฺธา อภพฺพุปฺปตฺติกา ญาณคฺคินา ทฑฺฒา โส วุจฺจติ อขิโล ฯ✎ ร่าง
Yassete khilā pahīnā samucchinnā vūpasantā paṭipassaddhā abhabbuppattikā ñāṇagginā daḍḍhā so vuccati akhilo.
cnd8:109.4 #
อกงฺโขติ ทุกฺเข กงฺขา ทุกฺขสมุทเย กงฺขา ทุกฺขนิโรเธ กงฺขา ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย กงฺขา ปุพฺพนฺเต กงฺขา อปรนฺเต กงฺขา ปุพฺพนฺตาปรนฺเต กงฺขา อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ชาตีมรณสํสาโร ฯ เอวมีทิเสสุ ปเทสุ ฯ ธมฺเมสุ กงฺขา ยา เอวรูปา กงฺขา กงฺขายนา กงฺขายิตตฺตํ วิมติ วิจิกิจฺฉา เทฺวฬฺหกํ เทฺวธาปโถ สํสโย อเนกํสคฺคาโห อาสปฺปนา ปริสปฺปนา ปริโยคาหนา ฉมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส มโนวิเลโข ฯ✎ ร่าง
Akaṅkhoti dukkhe kaṅkhā, dukkhasamudaye kaṅkhā, dukkhanirodhe kaṅkhā, dukkhanirodhagāminiyā paṭipadāya kaṅkhā, pubbante kaṅkhā, aparante kaṅkhā, pubbantāparante kaṅkhā, idappaccayatāpaṭiccasamuppannesu dhammesu kaṅkhā, yā evarūpā kaṅkhā kaṅkhāyanā kaṅkhāyitattaṁ vimati vicikicchā dveḷhakaṁ dvedhāpatho saṁsayo anekaṁsaggāho āsappanā parisappanā apariyogāhanā chambhitattaṁ cittassa manovilekho.
cnd8:109.5 #
ยสฺเสตา ๑- กงฺขา ปหีนา สมุจฺฉินฺนา วูปสนฺตา ปฏิปฺปสฺสทฺธา อภพฺพุปฺปตฺติกา ญาณคฺคินา ทฑฺฒา โส วุจฺจติ อกงฺโขติ✎ ร่าง
Yassete kaṅkhā pahīnā samucchinnā vūpasantā paṭipassaddhā abhabbuppattikā ñāṇagginā daḍḍhā so vuccati akaṅkhoti—
cnd8:109.6 #
ติณฺโณ จ ปารํ อขิโล อกงฺโข ฯ✎ ร่าง
tiṇṇo ca pāraṁ akhilo akaṅkho.
cnd8:109.7 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
cnd8:110.1 #
ยํ พฺราหฺมณํ เวทคุํ อภิชญฺญา✎ ร่าง
“Yaṁ brāhmaṇaṁ vedagumābhijaññā,
cnd8:110.2 #
อกิญฺจนํ กามภเว อสตฺตํ✎ ร่าง
Akiñcanaṁ kāmabhave asattaṁ;
cnd8:110.3 #
อทฺธา หิ โส โอฆมิมํ อตาริ✎ ร่าง
Addhā hi so oghamimaṁ atāri,
cnd8:110.4 #
ติณฺโณ จ ปารํ อขิโล อกงฺโขติ ฯ✎ ร่าง
Tiṇṇo ca pāraṁ akhilo akaṅkho”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๐ — ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน