‹ กลับ
มัณฑเปยยกถา
เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค · ข้อ 531 · ขุ.ป. ๓๑/๗๓๗๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๓๑] สัทธินทรีย์เป็นความผ่องใสแห่งการน้อมใจเชื่อ ความไม่มี ศรัทธาเป็นกาก บุคคลทิ้งความไม่มีศรัทธาอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใส แห่งความน้อมใจเชื่อของสัทธินทรีย์ เพราะเหตุนั้น สัทธินทรีย์จึงเป็นพรหมจรรย์ มีความผ่องใสควรดื่ม วิริยินทรีย์เป็นความผ่องใสแห่งการประคองไว้ ความ เกียจคร้านเป็นกาก บุคคลทิ้งความเกียจคร้านอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความ ผ่องใสแห่งความประคองไว้ของวิริยินทรีย์ เพราะเหตุนั้น วิริยินทรีย์จึงเป็น พรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สตินทรีย์เป็นความผ่องใสแห่งความตั้งมั่น ความ ประมาทเป็นกาก บุคคลทิ้งความประมาทอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใส แห่งความตั้งมั่นของสตินทรีย์ เพราะเหตุนั้น สตินทรีย์จึงเป็นพรหมจรรย์มีความ ผ่องใสควรดื่ม สมาธินทรีย์เป็นความผ่องใสแห่งความไม่ฟุ้งซ่าน อุทธัจจะเป็น กาก บุคคลทิ้งอุทธัจจะอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความไม่ฟุ้งซ่าน ของสมาธินทรีย์ เพราะเหตุนั้น สมาธินทรีย์จึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใส ควรดื่ม ปัญญินทรีย์เป็นความผ่องใสแห่งการเห็น อวิชชาเป็นกาก บุคคลทิ้ง อวิชชาอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งการเห็นของปัญญินทรีย์ เพราะ- *เหตุนั้น ปัญญินทรีย์จึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สัทธาพละเป็น ความผ่องใสแห่งความไม่หวั่นไหวไปในความเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ความเป็นผู้ไม่มี ศรัทธาเป็นกาก บุคคลทิ้งความเป็นผู้ไม่มีศรัทธาอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความ ผ่องใสแห่งความไม่หวั่นไหว ไปในความไม่มีศรัทธาของสัทธาพละ เพราะเหตุนั้น สัทธาพละ จึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม วิริยพละเป็นความผ่องใส แห่งความไม่หวั่นไหวไปในความเกียจคร้าน ความเกียจคร้านเป็นกาก บุคคล ทิ้งความเกียจคร้านอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความไม่หวั่นไหว ไปในความเกียจคร้านของวิริยพละ เพราะเหตุนั้น วิริยพละจึงเป็นพรหมจรรย์ มีความผ่องใสควรดื่ม สติพละเป็นความผ่องใสแห่งความไม่หวั่นไหวไปในความ ประมาท ความประมาทเป็นกาก บุคคลทิ้งความประมาทอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความไม่หวั่นไหวไปในความประมาทของสติพละ เพราะ- *เหตุนั้น สติพละจึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สมาธิพละเป็นความ ผ่องใสแห่งความไม่หวั่นไหวไปในอุทธัจจะ อุทธัจจะเป็นกาก บุคคลทิ้งอุทธัจจะ อันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความไม่หวั่นไหวไปในอุทธัจจะของ สมาธิพละ เพราะเหตุนั้น สมาธิพละจึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม ปัญญาพละเป็นความผ่องใสแห่งความไม่หวั่นไหวไปในอวิชชา อวิชชาเป็นกาก บุคคลทิ้งอวิชชาอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความไม่หวั่นไหวไปใน อวิชชาของปัญญาพละ เพราะเหตุนั้น ปัญญาพละจึงเป็นพรหมจรรย์มีความ ผ่องใสควรดื่ม สติสัมโพชฌงค์เป็นความผ่องใสแห่งความตั้งมั่น ความประมาท เป็นกาก บุคคลทิ้งความประมาทอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความ ตั้งมั่นของสติสัมโพชฌงค์ เพราะเหตุนั้น สติสัมโพชฌงค์ จึงเป็นพรหมจรรย์ มีความผ่องใสควรดื่ม ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ เป็นความผ่องใสแห่งการเลือกเฟ้น อวิชชาเป็นกาก บุคคลทิ้งอวิชชาอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งการ เลือกเฟ้นของธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ เพราะเหตุนั้น ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์จึงเป็น พรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม วิริยสัมโพชฌงค์เป็นความผ่องใสแห่งการ ประคองไว้ ความเกียจคร้านเป็นกาก บุคคลทิ้งความเกียจคร้านอันเป็นกาก เสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งการประคองไว้ ของวิริยสัมโพชฌงค์ เพราะ- *เหตุนั้น วิริยสัมโพชฌงค์จึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม ปีติสัมโพชฌงค์ เป็นความผ่องใสแห่งความแผ่ซ่าน ความเร่าร้อนเป็นกาก บุคคลทิ้งความเร่าร้อน อันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความแผ่ซ่านไป ของปีติสัมโพชฌงค์ เพราะเหตุนั้น ปีติสัมโพชฌงค์จึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม ปัสสัทธิ- *สัมโพชฌงค์เป็นความผ่องใสแห่งความสงบ ความชั่วหยาบเป็นกาก บุคคลทิ้ง ความชั่วหยาบอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความสงบของปัสสัทธิ- *สัมโพชฌงค์ เพราะเหตุนั้น ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์จึงเป็นพรหมจรรย์ มีความ ผ่องใสควรดื่ม สมาธิสัมโพชฌงค์เป็นความผ่องใสแห่งความไม่ฟุ้งซ่าน อุทธัจจะ เป็นกาก บุคคลทิ้งอุทธัจจะอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความไม่ ฟุ้งซ่านของสมาธิสัมโพชฌงค์ เพราะเหตุนั้น สมาธิสัมโพชฌงค์จึงเป็นพรหม- *จรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม อุเบกขาสัมโพชฌงค์เป็นความผ่องใสแห่งการพิจารณา หาทาง การไม่พิจารณาหาทางเป็นกาก บุคคลทิ้งการไม่พิจารณาหาทางอันเป็น กากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งการพิจารณาหาทางของอุเบกขาสัมโพชฌงค์ เพราะเหตุนั้น อุเบกขาสัมโพชฌงค์จึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สัมมาทิฐิเป็นความผ่องใสแห่งการเห็น มิจฉาทิฐิเป็นกาก บุคคลทิ้งมิจฉาทิฐิ อันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งการเห็นของสัมมาทิฐิ เพราะเหตุนั้น สัมมาทิฐิจึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สัมมาสังกัปปะเป็นความผ่องใส แห่งความดำริ มิจฉาสังกัปปะเป็นกาก บุคคลทิ้งมิจฉาสังกัปปะอันเป็นกาก เสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความดำริของสัมมาสังกัปปะ เพราะเหตุนั้น สัมมา- *สังกัปปะจึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สัมมาวาจาเป็นความผ่องใส แห่งการกำหนด มิจฉาวาจาเป็นกาก บุคคลทิ้งมิจฉาวาจาอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งการกำหนดของสัมมาวาจา เพราะเหตุนั้น สัมมาวาจาจึงเป็น พรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สัมมากัมมันตะเป็นความผ่องใสแห่งสมุฏฐาน มิจฉากัมมันตะเป็นกาก บุคคลทิ้งมิจฉากัมมันตะอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความ ผ่องใสแห่งสมุฏฐานของสัมมากัมมันตะ เพราะเหตุนั้น สัมมากัมมันตะจึงเป็น พรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สัมมาอาชีวะเป็นความผ่องใสแห่งความผ่องแผ้ว มิจฉาอาชีวะเป็นกาก บุคคลทิ้งมิจฉาอาชีวะอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใส แห่งความผ่องแผ้วของสัมมาอาชีวะ เพราะเหตุนั้น สัมมาอาชีวะจึงเป็นพรหมจรรย์ มีความผ่องใสควรดื่ม สัมมาวายามะเป็นความผ่องใสแห่งการประคองไว้ มิจฉา- *วายามะเป็นกาก บุคคลทิ้งมิจฉาวายามะอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใส แห่งการประคองไว้ของสัมมาวายามะ เพราะเหตุนั้น สัมมาวายามะจึงเป็นพรหม- *จรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สัมมาสติเป็นความผ่องใสแห่งการตั้งมั่น มิจฉาสติ เป็นกาก บุคคลทิ้งมิจฉาสติอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งการตั้งมั่น ของสัมมาสติ เพราะเหตุนั้น สัมมาสติจึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใสควรดื่ม สัมมาสมาธิเป็นความผ่องใสแห่งความไม่ฟุ้งซ่าน มิจฉาสมาธิเป็นกาก บุคคล ทิ้งมิจฉาสมาธิอันเป็นกากเสียแล้ว ดื่มความผ่องใสแห่งความไม่ฟุ้งซ่านของ สัมมาสมาธิ เพราะเหตุนั้น สัมมาสมาธิจึงเป็นพรหมจรรย์มีความผ่องใส ควรดื่ม ฯ
เทียบรายประโยค (76 ประโยค)
ps1.10:5.1 #
อธิโมกฺขมณฺโฑ สทฺธินฺทฺริยํ อสฺสทฺธิยํ กสโฏ✎ ร่าง
Adhimokkhamaṇḍo saddhindriyaṁ, assaddhiyaṁ kasaṭo;
อ้างอิงPTS 2.87 · ฉัฏฐสังคายนา 79.269
ps1.10:5.2 #
อสฺสทฺธิยํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สทฺธินฺทฺริยสฺส อธิโมกฺขมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
assaddhiyaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā saddhindriyassa adhimokkhamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:5.3 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:5.4 #
ปคฺคหมณฺโฑ วิริยินฺทฺริยํ โกสชฺชํ กสโฏ✎ ร่าง
Paggahamaṇḍo vīriyindriyaṁ, kosajjaṁ kasaṭo;
ps1.10:5.5 #
โกสชฺชํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา วิริยินฺทฺริยสฺส ปคฺคหมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
kosajjaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā vīriyindriyassa paggahamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:5.6 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:5.7 #
อุปฏฺฐานมณฺโฑ สตินฺทฺริยํ ปมาโท กสโฏ✎ ร่าง
Upaṭṭhānamaṇḍo satindriyaṁ, pamādo kasaṭo;
ps1.10:5.8 #
ปมาทํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สตินฺทฺริยสฺส อุปฏฺฐานมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
pamādaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā satindriyassa upaṭṭhānamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:5.9 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:5.10 #
อวิกฺเขปมณฺโฑ สมาธินฺทฺริยํ อุทฺธจฺจํ กสโฏ✎ ร่าง
Avikkhepamaṇḍo samādhindriyaṁ, uddhaccaṁ kasaṭo;
ps1.10:5.11 #
อุทฺธจฺจํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมาธินฺทฺริยสฺส อวิกฺเขปมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
uddhaccaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā samādhindriyassa avikkhepamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:5.12 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:5.13 #
ทสฺสนมณฺโฑ ปญฺญินฺทฺริยํ อวิชฺชา กสโฏ✎ ร่าง
Dassanamaṇḍo paññindriyaṁ, avijjā kasaṭo;
ps1.10:5.14 #
อวิชฺชํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา ปญฺญินฺทฺริยสฺส ทสฺสนมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
avijjaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā paññindriyassa dassanamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:5.15 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:6.1 #
อสฺสทฺธิเย อกมฺปิยมณฺโฑ สทฺธาพลํ อสฺสทฺธิยํ กสโฏ✎ ร่าง
Assaddhiye akampiyamaṇḍo saddhābalaṁ, assaddhiyaṁ kasaṭo;
อ้างอิงสยามรัฐ 31.426
ps1.10:6.2 #
อสฺสทฺธิยํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. เย ว ฯ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สทฺธาพลสฺส อสฺสทฺธิเย อกมฺปิยมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
assaddhiyaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā saddhābalassa assaddhiye akampiyamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:6.3 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:6.4 #
โกสชฺเช อกมฺปิยมณฺโฑ วิริยพลํ โกสชฺชํ กสโฏ✎ ร่าง
Kosajje akampiyamaṇḍo vīriyabalaṁ, kosajjaṁ kasaṭo;
ps1.10:6.5 #
โกสชฺชํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา วิริยพลสฺส โกสชฺเช อกมฺปิยมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
kosajjaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā vīriyabalassa kosajje akampiyamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:6.6 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:6.7 #
ปมาเท อกมฺปิยมณฺโฑ สติพลํ ปมาโท กสโฏ✎ ร่าง
Pamāde akampiyamaṇḍo satibalaṁ, pamādo kasaṭo;
ps1.10:6.8 #
ปมาทํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สติพลสฺส ปมาเท อกมฺปิยมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
pamādaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā satibalassa pamāde akampiyamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:6.9 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:6.10 #
อุทฺธจฺเจ อกมฺปิยมณฺโฑ สมาธิพลํ อุทฺธจฺจํ กสโฏ✎ ร่าง
Uddhacce akampiyamaṇḍo samādhibalaṁ, uddhaccaṁ kasaṭo;
ps1.10:6.11 #
อุทฺธจฺจํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมาธิพลสฺส อุทฺธจฺเจ อกมฺปิยมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
uddhaccaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā samādhibalassa uddhacce akampiyamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:6.12 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:6.13 #
อวิชฺชาย อกมฺปิยมณฺโฑ ปญฺญาพลํ อวิชฺชา กสโฏ✎ ร่าง
Avijjāya akampiyamaṇḍo paññābalaṁ, avijjā kasaṭo;
ps1.10:6.14 #
อวิชฺชํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา ปญฺญาพลสฺส อวิชฺชาย อกมฺปิยมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
avijjaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā paññābalassa avijjāya akampiyamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:6.15 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:7.1 #
อุปฏฺฐานมณฺโฑ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ปมาโท กสโฏ✎ ร่าง
Upaṭṭhānamaṇḍo satisambojjhaṅgā, pamādo kasaṭo;
อ้างอิงPTS 2.88 · สยามรัฐ 31.427 · พุทธชยันตี 35.1.516
ps1.10:7.2 #
ปมาทํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฏฺฐานมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
pamādaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā satisambojjhaṅgassa upaṭṭhānamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:7.3 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:7.4 #
ปวิจยมณฺโฑ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค อวิชฺชา กสโฏ✎ ร่าง
Pavicayamaṇḍo dhammavicayasambojjhaṅgo, avijjā kasaṭo;
ps1.10:7.5 #
อวิชฺชํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ปวิจยมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
avijjaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā dhammavicayasambojjhaṅgassa pavicayamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:7.6 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:7.7 #
ปคฺคหมณฺโฑ วิริยสมฺโพชฺฌงฺโค โกสชฺชํ กสโฏ✎ ร่าง
Paggahamaṇḍo vīriyasambojjhaṅgo, kosajjaṁ kasaṭo;
ps1.10:10.5 #
✎ ร่าง
yo tattha attharaso dhammaraso vimuttiraso—
ps1.10:7.8 #
กสชฺชํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา วิริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ปคฺคหมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
kosajjaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā vīriyasambojjhaṅgassa paggahamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:7.9 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:7.10 #
ผรณมณฺโฑ ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค ปริฬาโห กสโฏ✎ ร่าง
Pharaṇamaṇḍo pītisambojjhaṅgo, pariḷāho kasaṭo;
ps1.10:7.11 #
ปริฬาหํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ผรณมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
pariḷāhaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā pītisambojjhaṅgassa pharaṇamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:7.12 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:7.13 #
อุปสมมณฺโฑ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค ทุฏฺฐุลฺลํ กสโฏ✎ ร่าง
Upasamamaṇḍo passaddhisambojjhaṅgo, duṭṭhullaṁ kasaṭo;
ps1.10:7.14 #
ทุฏฺฐุลฺลํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปสมมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
duṭṭhullaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā passaddhisambojjhaṅgassa upasamamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:7.15 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:7.16 #
อวิกฺเขปมณฺโฑ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค อุทฺธจฺจํ กสโฏ✎ ร่าง
Avikkhepamaṇḍo samādhisambojjhaṅgo, uddhaccaṁ kasaṭo;
ps1.10:7.17 #
อุทฺธจฺจํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อวิกฺเขปมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
uddhaccaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā samādhisambojjhaṅgassa avikkhepamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:7.18 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:7.19 #
ปฏิสงฺขานมณฺโฑ อุเปกฺขาสมฺโพฌงฺโค อปฺปฏิสงฺขานํ ๑- กสโฏ✎ ร่าง
Paṭisaṅkhānamaṇḍo upekkhāsambojjhaṅgo, appaṭisaṅkhā kasaṭo;
ps1.10:7.20 #
อปฺปฏิสงฺขานํ ๒- กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ปฏิสงฺขานมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
appaṭisaṅkhaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā upekkhāsambojjhaṅgassa paṭisaṅkhānamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:7.21 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:8.1 #
ทสฺสนมณฺโฑ สมฺมาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ กสโฏ✎ ร่าง
Dassanamaṇḍo sammādiṭṭhi, micchādiṭṭhi kasaṭo;
อ้างอิงสยามรัฐ 31.428 · ฉัฏฐสังคายนา 79.270
ps1.10:8.2 #
มิจฺฉาทิฏฺฐึ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมฺมาทิฏฺฐิยา ทสฺสนมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
micchādiṭṭhiṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā sammādiṭṭhiyā dassanamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:8.3 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:8.4 #
อภิโรปนมณฺโฑ สมฺมาสงฺกปฺโป มิจฺฉาสงฺกปฺโป {๕๓๑.๒} กสโฏ✎ ร่าง
Abhiniropanamaṇḍo sammāsaṅkappo, micchāsaṅkappo kasaṭo;
ps1.10:8.5 #
มิจฺฉาสงฺกปฺปํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมฺมาสงฺกปฺปสฺส อภิโรปนมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
micchāsaṅkappaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā sammāsaṅkappassa abhiniropanamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:8.6 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:8.7 #
ปริคฺคหมณฺโฑ สมฺมาวาจา มิจฺฉาวาจา กสโฏ✎ ร่าง
Pariggahamaṇḍo sammāvācā, micchāvācā kasaṭo;
ps1.10:8.8 #
มิจฺฉาวาจํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมฺมาวาจาย ปริคฺคหมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
micchāvācaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā sammāvācāya pariggahamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:8.9 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:8.10 #
สมุฏฺฐานมณฺโฑ สมฺมากมฺมนฺโต มิจฺฉากมฺมนฺโต กสโฏ✎ ร่าง
Samuṭṭhānamaṇḍo sammākammanto, micchākammanto kasaṭo;
ps1.10:8.11 #
มิจฺฉากมฺมนฺตํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมฺมากมฺมนฺตสฺส สมุฏฺฐานมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
micchākammantaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā sammākammantassa samuṭṭhānamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:8.12 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:8.13 #
โวทานมณฺโฑ สมฺมาอาชีโว มิจฺฉาอาชีโว กสโฏ✎ ร่าง
Vodānamaṇḍo sammāājīvo, micchāājīvo kasaṭo;
ps1.10:8.14 #
มิจฺฉาอาชีวํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมฺมาอาชีวสฺส โวทานมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
micchāājīvaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā sammāājīvassa vodānamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:8.15 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:8.16 #
ปคฺคหมณฺโฑ สมฺมาวายาโม มิจฺฉาวายาโม กสโฏ✎ ร่าง
Paggahamaṇḍo sammāvāyāmo, micchāvāyāmo kasaṭo;
ps1.10:8.17 #
มิจฺฉาวายามํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมฺมาวายามสฺส ปคฺคหมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
micchāvāyāmaṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā sammāvāyāmassa paggahamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:8.18 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:8.19 #
อุปฏฺฐานมณฺโฑ สมฺมาสติ มิจฺฉาสติ กสโฏ✎ ร่าง
Upaṭṭhānamaṇḍo sammāsati, micchāsati kasaṭo;
ps1.10:8.20 #
มิจฺฉาสตึ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมฺมาสติยา อุปฏฺฐานมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
micchāsatiṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā sammāsatiyā upaṭṭhānamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:8.21 #
มณฺฑเปยฺยํ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
ps1.10:8.22 #
อวิกฺเขปมณฺโฑ สมฺมาสมาธิ มิจฺฉาสมาธิ กสโฏ✎ ร่าง
Avikkhepamaṇḍo sammāsamādhi, micchāsamādhi kasaṭo;
ps1.10:8.23 #
มิจฺฉาสมาธึ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สมฺมาสมาธิสฺส อวิกฺเขปมณฺฑํ ปิวตีติ✎ ร่าง
micchāsamādhiṁ kasaṭaṁ chaḍḍetvā sammāsamādhissa avikkhepamaṇḍaṁ pivatīti—
ps1.10:8.24 #
มณฺฑเปยฺยํ ฯ✎ ร่าง
maṇḍapeyyaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน