‹ กลับ
พุทธาปทาน
เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑ · ข้อ 1 · ขุ.อป.๑. ๓๒/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑] พระอานนท์เวเทหมุนี มีอินทรีย์สำรวมแล้วได้ทูลถามพระตถาคตผู้ประทับ อยู่ ณ พระวิหารเชตวันว่า ได้ทราบว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้ามีจริงหรือ เพราะเหตุไรจึงได้เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์? ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ เป็นพระสัพพัญญูผู้ประเสริฐ ได้ตรัสกะท่านพระอานนท์ ด้วยพระสุรเสียงอันไพเราะว่า ชนเหล่าใด สร้างสมกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ยังไม่ได้โมกขธรรมใน ศาสนาของพระชินเจ้า ชนเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์โดยมุข คือ การ ตรัสรู้นั้นแล แม้มีอัธยาศัย มีกำลังมาก มีปัญญาแก่กล้า ย่อมได้บรรลุ ความเป็นพระสัพพัญญูด้วยเหตุแห่งปัญญา แม้เราเป็นธรรมราชาผู้สมบูรณ์ ด้วยบารมี ๓๐ ทัศ ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ นับไม่ถ้วน นมัสการพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพร้อมด้วยสงฆ์ด้วย นิ้วทั้ง ๑๐ แล้วกราบไหว้สัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด ทั้งหลายด้วยเศียรเกล้า รัตนะทั้งที่มีในอากาศและอยู่ที่พื้นดิน ในพุทธ- เขต มีประมาณเท่าใด เราจักนำรัตนะทั้งหมดนั้นมาด้วยใจ ณ พื้นที่เป็น รูปิยะนั้น เราได้นิรมิตปราสาทหลายชั้น อันสำเร็จด้วยรัตนะ สูง ตระหง่านจรดฟ้า มีเสาอันวิจิตร ได้สัดส่วน จัดไว้ดี ควรค่ามาก มี คันทวยทำด้วยทองคำ ประดับด้วยนกกระเรียนและฉัตร พื้นชั้นแรกเป็น แก้วไพฑูรย์ งามปราศจากมลทิน ไม่มีฝ้า เกลื่อนกลาดด้วยดอกบัวหลวง มีพื้นทองคำอย่างดี พื้นบางชั้นมีสีดังแก้วประพาฬ เป็นกิ่งน่ารื่นเริง บาง ชั้นแดงงาม บางชั้นเปล่งรัศมี ดังสีแมลงค่อมทอง บางชั้นสว่างทั่วทิศ ในปราสาทนั้น มีศาลาสี่หน้ามุข มีประตูหน้าต่างจัดไว้เรียบร้อย มีชุกชี และหลุมตาข่ายสี่แห่ง มีพวงมาลัยหอมน่ารื่นรมย์ใจห้อยอยู่ ยอด ปราสาทนั้นประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ มีสีเขียว เหลือง แดง ขาว ดำล้วน ประกอบด้วยยอดเรือนชั้นเยี่ยม มีสระประทุมชูดอกบานสะพรั่ง งามด้วยฝูงเนื้อและนก บางชั้นดาดาษด้วยดาวนักษัตร ประดับด้วยรูป ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ปกคลุมด้วยพวงดอกไม้ทอง ดาดาษด้วยตาข่าย ทองน่ารื่นรมย์ ห้อยย้อยด้วยกระดิ่งทอง เปล่งเสียงด้วยกำลังลม ปรา- สาทนั้นวิจิตรด้วยธงสีต่างๆ คือ ธงสีชมพู สีแดง สีเหลือง สีเขียว และสีทอง ปักไว้เป็นระเบียบ แผ่นกระดานต่างๆ มากหลายร้อย ทำ ด้วยเงิน ทำด้วยแก้วมณี ทับทิม ทำด้วยแก้วมรกต วิจิตรด้วยที่นอน ต่างๆ ลาดด้วยผ้าเมืองกาสีละเอียดอ่อน เราปูลาดเครื่องลาดต่างๆ ด้วยผ้ากัมพล ผ้าทุกุลพัสตร์ ผ้าเมืองจีน ผ้าเมืองแขก และผ้าห่มเหลือง ทุกแห่ง ด้วยใจ ที่พื้นนั้นๆ ประดับด้วยยอดแก้ว คนหลายร้อยยืน ถือประทีปแก้วมณีอันส่งแสงเรืองอยู่ เสาระเนียด เสาซุ้มประตู ทำด้วย ทองชมพูนุท ไม้แก่นและเงินบ้าง มีที่ต่อหลายแห่ง จัดไว้เรียบดี วิจิตร ด้วยบานประตูและกลอน ย่อมยังปราสาทให้งาม สองข้างปราสาทนั้น มีกระถางน้ำเต็มเปี่ยมหลายกระถาง ปลูกบัวหลวงและอุบลไว้เต็ม เรา นิรมิตพระพุทธเจ้าในอดีต ผู้เป็นนายกของโลกทุกพระองค์ พร้อมด้วย พระสงฆ์สาวก ด้วยวรรณและรูปตามปกติ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พร้อมด้วยพระสาวกเข้าไปทางประตูนั้น หมู่พระอริยเจ้านั่งบนตั่งอันทำ ด้วยทองคำล้วนๆ พระพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยมในโลก มีอยู่ ณ บัดนี้ก็ดี เป็นอดีตก็ดี ปัจจุบันก็ดี ทุกพระองค์ได้ขึ้นปราสาทของเรา พระสยัมภู ปัจเจกพุทธเจ้าหลายร้อย ผู้ไม่พ่ายแพ้ ทั้งในอดีตและปัจจุบันได้ขึ้น ปราสาทของเราทั้งหมด ต้นกัลปพฤกษ์ทั้งเป็นของทิพย์และของมนุษย์ มีมาก เรานำเอาผ้าทุกอย่างจากต้นกัลปพฤกษ์นั้น มาทำไตรจีวรถวายให้ ท่านเหล่านั้นครอง ของเคี้ยว ของฉัน ของลิ้ม น้ำและข้าวมีสมบูรณ์ เราใส่อาหารเต็มบาตรงามทำด้วยมณีแล้วถวายพระอริยเจ้าทั้งผองครองผ้า ทิพย์ ครองจีวรเนื้อเกลี้ยงอิ่มหนำสำราญด้วยน้ำตาลกรวด น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อยรสหวานฉ่ำและด้วยข้าวปายาส หมู่อริยเจ้าเหล่านี้เข้าห้องแก้ว สำเร็จสีหไสยาบนที่นอนอันควรค่ามาก ดังไกรสรีนอนในถ้ำที่อยู่ รู้สึกตัว ลุกขึ้นนั่งคู้บัลลังก์บนที่นอน เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความยินดีในฌานอัน เป็นโคจรของพุทธเจ้าทุกพระองค์ บางพวกแสดงธรรม บางพวกเข้าฌาน ด้วยฤทธิ์ บางพวกเข้าอัปปนาฌาน และบางพวกอบรมอภิญญาวสี บาง พวกแผลงฤทธิ์ คนเดียวเป็นได้หลายร้อยหลายพัน แม้พระพุทธเจ้าก็ถาม ปัญหาอันเป็นอารมณ์ คือ วิสัยของพระสัพพัญญูกะพระพุทธเจ้า ท่าน เหล่านั้น ย่อมตรัสรู้เหตุอันละเอียดลึกซึ้งด้วยพระปัญญา พระสาวกทูล ถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสถามพระสาวก ท่านเหล่านั้นถามกัน และกัน และพยากรณ์กันและกัน พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกต่างเป็นศิษย์ ท่านเหล่านั้นรื่นรมย์อยู่ด้วยความยินดีอย่างนี้ อภิรมย์อยู่ในปราสาทของเรา ฉัตรและฉัตรซ้อน มีรัศมีดังไม้ไผ่แก้วตั้งไว้ ทุกๆ องค์ทรงไว้ซึ่งฉัตรอันห้อยย้อยด้วยตาข่ายทอง ขจิตด้วยตาข่ายเงิน วงรอบด้วยตาข่ายมุกดา บนเศียรมีเพดานผ้า แวววาวด้วยดาวทอง งดงาม ดาดาษด้วยพวงมาลัยทุกๆ องค์ ทรงไว้รอบๆ ฉัตรดาดาษด้วยพวงมาลัย งามด้วยพวงดอกไม้หอม เกลื่อนด้วยพวงผ้า ประดับด้วยพวงแก้ว เกลื่อนกลาดด้วยดอกไม้ งดงามยิ่งนัก รมด้วยของหอมน่าพอใจ ทำด้วย ของหอมยาวห้านิ้ว มุงด้วยเครื่องมุงทอง ในสี่ทิศแห่งปราสาท มีสระ อันดาดาษด้วยปทุมและอุบล หอมตลบด้วยเกสรดอกปทุม ปรากฏ ดังสีทองคำ โดยรอบปราสาท มีต้นไม้ทุกชนิด ดอกบานสะพรั่ง และ ดอกไม้หล่นลงเอง เรี่ยรายอยู่ยังปราสาท ใกล้ๆ ปราสาทนั้นมีฝูงนกยูง รำแพนหาง ฝูงหงส์ทิพย์ส่งเสียง ฝูงนกการวิกขับขาน หมู่นกร้องอยู่ โดยรอบปราสาท เสียงกลองเภรีทุกอย่างจงเป็นไป เสียงพิณทุกชนิดจง ดีด เสียงสังคีตทุกอย่างจงขับขาน โดยรอบปราสาท ขอบัลลังก์ทองใหญ่ สมบูรณ์ด้วยรัศมี ไม่มีช่องประดับด้วยแก้ว จงตั้งอยู่ ในกำหนดพุทธเขต และในหมื่นจักรวาล ขอต้นไม้ประจำทวีปจงรุ่งเรือง เป็นไม้สว่างไสว เช่นเดียวกัน สืบต่อกันไปตั้งหมื่นต้น หญิงเต้นรำ หญิงขับร้อง จงเต้นรำ ขับร้อง หมู่นางอัปสรผู้มีอวัยวะต่างๆ กัน จงปรากฏ (ฟ้อน) อยู่โดย รอบปราสาท เราให้ชักธงทุกชนิดมีห้าสีงามวิจิตรขึ้นอยู่บนยอดไม้ ยอด ภูเขา และบนยอดสิเนรุ หมู่ชน ฝูงนาค คนธรรพ์ และเทวดาทุกท่าน นั้น จงมาประนมหัตถ์นมัสการเรา แวดล้อมปราสาทอยู่ กุศลกรรมอย่าง ใดอย่างหนึ่ง เป็นกิริยาที่เราพึงทำด้วยกาย วาจา และใจ กุศลกรรมนั้นเรา ทำแล้วไปในไตรทศ สัตว์เหล่าใดมีสัญญา และสัตว์เหล่าใดไม่มีสัญญา มีอยู่ ขอสัตว์ทั้งหมดนั้นจงเป็นผู้มีส่วนแห่งผลบุญ ที่เราทำแล้ว สัตว์ เหล่าใดทราบบุญที่เราทำแล้ว เราให้ผลบุญแก่สัตว์เหล่านั้น บรรดาสัตว์ เหล่านั้น สัตว์เหล่าใดไม่รู้ ขอทวยเทพจงไปบอกแก่สัตว์เหล่านั้น ปวง สัตว์ในโลกผู้อาศัยอาหารเป็นอยู่ทุกจำพวก ขอจงได้อาหารอันพึงใจ ด้วย ใจของเรา เรามีใจเลื่อมใสในทานที่เราให้แล้วด้วยใจอันผ่องใส เราบูชา พระสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์แล้ว บูชาแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย เพราะกุศลกรรมที่เราทำดีแล้วนั้น และเพราะความปรารถนาแห่งใจ เราละ กายมนุษย์แล้ว ได้ไปยังดาวดึงส์พิภพ เราย่อมรู้ทั่วความเป็นเทวดาและ มนุษย์ในสองภพ ย่อมไม่รู้จักคติอื่น นี้เป็นผลแห่งความปรารถนาด้วยใจ เราเป็นใหญ่กว่าเทวดา เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยรูปลักษณะ ไม่มีใครเสมอเราด้วยปัญญา โภชนะต่างๆ อย่างประเสริฐ และรัตนะ มากมาย ผ้าต่างชนิด ย่อมจากฟ้ามาหาเราพลัน เราชี้มือไปในที่ใด คือ ที่แผ่นดิน ภูเขา บนอากาศ ในน้ำและในป่า อาหารทิพย์ย่อมมาหาเรา เอง เราชี้มือไปในที่ใด คือ ที่แผ่นดิน ภูเขา บนอากาศ ในน้ำและ ในป่า รัตนะทุกอย่างย่อมมาหาเรา เราชี้มือไปในที่ใด คือ ที่แผ่นดิน ภูเขา บนอากาศ ในน้ำและในป่า ของหอมทุกชนิดย่อมมาหาเราเอง เราชี้มือไปในที่ใด คือที่แผ่นดิน ภูเขา บนอากาศ ในน้ำและในป่า ยวดยานทุกอย่างย่อมมาหาเรา เราชี้มือไปในที่ใด คือ ที่แผ่นดิน ภูเขา บนอากาศ ในน้ำและในป่า ดอกไม้ทุกชนิดย่อมมาหาเรา เราชี้มือไปใน ที่ใด คือ ที่แผ่นดิน ภูเขา บนอากาศ ในน้ำและในป่า เครื่องประดับ ย่อมมาหาเรา เราชี้มือไปในที่ใด คือ ที่แผ่นดิน ภูเขา บนอากาศ ในน้ำและในป่า ปวงนางกัญญาย่อมมาหาเรา เราชี้มือไปในที่ใด คือ ที่ แผ่นดิน ภูเขา บนอากาศ ในน้ำและในป่า น้ำผึ้งและน้ำตาลกรวด ย่อมมาหาเรา เราชี้มือไปในที่ใด คือ ที่แผ่นดิน ภูเขา บนอากาศ ใน น้ำและในป่า ของเคี้ยวทุกอย่างย่อมมาหาเรา เราได้ให้ทานอันประเสริฐ นั้นในคนไม่มีทรัพย์ คนเดินทางไกล ยาจก และคนเดินทางเปลี่ยว เพื่อต้องการบรรลุสัมโพธิญาณอันประเสริฐ เรายังภูเขาหินให้บันลืออยู่ ยังเขาอันแน่นหนาให้กระหึ่มอยู่ ยังมนุษยโลก พร้อมทั้งเทวโลกให้ร่าเริง อยู่ จะเป็นพระพุทธเจ้าในโลก ทิศ ๑๐ มีอยู่ในโลก ที่สุดไม่มีแก่บุคคล ผู้ไปอยู่ ก็ในทิศาภาคนั้น พุทธเขตนับไม่ได้ รัศมีของเราปรากฏเปล่ง ออกเป็นคู่ๆ ข่าย (หมู่,คู่) รัศมีมีอยู่ในระหว่างนี้ เราเป็นผู้มีแสง สว่างมาก ปวงชนในโลกธาตุประมาณเท่านี้จงเห็นเรา จงมีใจยินดีทั้ง หมดเทียว จงประพฤติตามเราทั้งหมด เราตีกลองอมฤต มีเสียงบันลือ ไพเราะสละสลวย ปวงชนในระหว่างนี้ จงได้ยินเสียงอันไพเราะของเรา เมื่อฝนคือธรรมเทศนาตกลง ปวงชนจงเป็นผู้ไม่มีอาสวะ บรรดาชน เหล่านั้น สัตว์ผู้เกิดสุดท้ายภายหลัง จงเป็นพระโสดาบัน เราให้ทานที่ ควรให้แล้ว บำเพ็ญศีลโดยไม่เหลือ ถึงที่สุดเนกขัมมบารมีแล้ว พึงได้ บรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม เราเรียนถามบัณฑิตแล้ว ทำความเพียรอย่าง สูงสุด ถึงที่สุดขันติบารมีแล้ว พึงได้บรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม เรา กระทำอธิษฐานจิตมั่นคงแล้ว บำเพ็ญสัจจบารมีถึงที่สุด เมตตาบารมีแล้ว พึงได้บรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม เราเป็นผู้มีใจเสมอในอารมณ์ทั้งปวง คือ ในลาภ ความเสื่อมลาภ สุข ทุกข์ สรรเสริญ และนินทา พึง ได้บรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม ท่านทั้งหลายเห็นความเกียจคร้านโดยเป็น ภัย และเห็นความเพียรโดยความเกษมแล้ว จงปรารภความเพียร นี้เป็น อนุศาสนีของพระพุทธเจ้า ท่านทั้งหลายเห็นความวิวาทโดยเป็นภัย และ เห็นความไม่วิวาทโดยเกษมแล้ว จงสมัครสมานกัน กล่าววาจาอ่อนหวาน แก่กัน นี้เป็นอนุศาสนีของพระพุทธเจ้า ท่านทั้งหลายเห็นความประมาท โดยเป็นภัย และเห็นความไม่ประมาทโดยเกษมแล้ว จงอบรมอัฏฐังคิกมรรค นี้เป็นอนุศาสนีของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลาย มาประชุมกันอยู่มาก ทุกประการ ท่านทั้งหลายจงกราบไหว้นมัสการพระ- สัมพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้ พระพุทธเจ้า (และ) ธรรมของพระพุทธเจ้า ใครๆ ไม่อาจคิดได้ เมื่อบุคคลเลื่อมใสใน พระพุทธเจ้าและพระธรรม อันใครๆ ไม่อาจคิดได้ ย่อมมีผลอันใครๆ คิดไม่ได้. ทราบว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคจะทรงให้ท่านพระอานนท์รู้พระพุทธจิตของพระองค์ จึง ได้ตรัสธรรมบรรยายชื่อพุทธาปนิยะ ด้วยประการฉะนี้.
เทียบรายประโยค (336 ประโยค)
tha-ap1:1.1 #
Namo tassa Bhagavato Arahato Sammāsambuddhassa.
tha-ap1:2.1 #
ตถาคตํ เชตวเน วสนฺตํ✎ ร่าง
Tathāgataṁ jetavane vasantaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.1 · ฉัฏฐสังคายนา 57.1 · พุทธชยันตี 36.2
tha-ap1:2.2 #
อปุจฺฉิ เวเทหมุนี นตงฺโค✎ ร่าง
Apucchi vedehamunī nataṅgo;
tha-ap1:2.3 #
สพฺพญฺญุพุทฺธา กิร นาม โหนฺติ✎ ร่าง
“Sabbaññubuddhā kira nāma honti,
tha-ap1:2.4 #
ภวนฺติ เต เหตุหิ เกหิ ธีรา ๑- ฯ✎ ร่าง
Bhavanti te hetubhi kehi vīra”.
tha-ap1:3.1 #
ตทาห สพฺพญฺญุวโร มเหสี✎ ร่าง
Tadāha sabbaññuvaro mahesī,
tha-ap1:3.2 #
อานนฺทภทฺทํ มธุรสฺสเรน✎ ร่าง
Ānandabhaddaṁ madhurassarena;
tha-ap1:3.3 #
เย สพฺพพุทฺเธสุ กตาธิการา✎ ร่าง
“Ye pubbabuddhesu katādhikārā,
tha-ap1:3.4 #
อลทฺธโมกฺขา ชินสาสเนสุ ฯ✎ ร่าง
Aladdhamokkhā jinasāsanesu.
tha-ap1:4.1 #
เตเนว สมฺโพธิมุเขน ธีรา✎ ร่าง
Teneva sambodhimukhena dhīrā,
tha-ap1:4.2 #
อชฺฌาสเยนาปิ มหาพเลน✎ ร่าง
Ajjhāsayenāpi mahābalena;
tha-ap1:4.3 #
ปญฺญาย เตเชน สุติกฺขปญฺญา✎ ร่าง
Paññāya tejena sutikkhapaññā,
tha-ap1:4.4 #
สพฺพญฺญุภาวํ อนุปาปุณนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sabbaññubhāvaṁ anupāpuṇanti.
tha-ap1:5.1 #
อหมฺปิ ปุพฺพพุทฺเธสุ✎ ร่าง
Ahampi pubbabuddhesu,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.2 · ฉัฏฐสังคายนา 57.2
tha-ap1:5.2 #
พุทฺธตฺตํ อภิปตฺถยึ✎ ร่าง
buddhattamabhipatthayiṁ;
tha-ap1:5.3 #
Manasāyeva hutvāna,
tha-ap1:5.4 #
dhammarājā asaṅkhiyā.
tha-ap1:6.1 #
Atha buddhāpadānāni,
อ้างอิงPTS 1.1
tha-ap1:6.2 #
suṇātha suddhamānasā;
tha-ap1:6.3 #
ตึส ปารมิ สมฺปุณฺณา✎ ร่าง
Tiṁsapāramisampuṇṇā,
tha-ap1:6.4 #
ธมฺมราชา อสงฺขิยา ฯ✎ ร่าง
dhammarājā asaṅkhiyā.
tha-ap1:7.1 #
สมฺโพธึ พุทฺธเสฏฺฐานํ✎ ร่าง
Sambodhiṁ buddhaseṭṭhānaṁ,
tha-ap1:7.2 #
สสงฺเฆ โลกนายเก✎ ร่าง
sasaṅghe lokanāyake;
tha-ap1:7.3 #
ทสงฺคุลี นมสฺสิตฺวา✎ ร่าง
Dasaṅgulī namassitvā,
tha-ap1:7.4 #
สิรสา อภิวาทเย ๒- ฯ✎ ร่าง
sirasā abhivādayiṁ.
tha-ap1:8.1 #
ยาวตา พุทฺธเขตฺเตสุ✎ ร่าง
Yāvatā buddhakhettesu,
tha-ap1:8.2 #
รตนา วิชฺชนฺติสงฺขิยา✎ ร่าง
ratanā vijjantisaṅkhiyā;
tha-ap1:8.3 #
อากาสฏฺฐา จ ภุมฺมฏฺฐา✎ ร่าง
Ākāsaṭṭhā ca bhūmaṭṭhā,
tha-ap1:8.4 #
มนสา สพฺพมาหเร ๓- ฯ✎ ร่าง
manasā sabbamāhariṁ.
tha-ap1:9.1 #
ตตฺถ รูปิยภูมิยํ✎ ร่าง
Tattha rūpiyabhūmiyaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.4
tha-ap1:9.2 #
ปาสาทํ มาปเย อหํ✎ ร่าง
pāsādaṁ māpayiṁ ahaṁ;
tha-ap1:9.3 #
เนกภุมฺมํ รตนมยํ✎ ร่าง
Nekabhummaṁ ratanāmayaṁ,
tha-ap1:9.4 #
อุพฺพิทฺธํ นภมุคฺคตํ ฯ✎ ร่าง
ubbiddhaṁ nabhamuggataṁ.
tha-ap1:10.1 #
วิจิตฺตถมภํ สุกตํ✎ ร่าง
Vicittathambhaṁ sukataṁ,
tha-ap1:10.2 #
สุวิภตฺตํ มหารหํ✎ ร่าง
suvibhattaṁ mahārahaṁ;
tha-ap1:10.3 #
กนกามยสงฺฆาฏํ✎ ร่าง
Kanakamayasaṅghāṭaṁ,
tha-ap1:10.4 #
โกนฺตจฺฉตฺเตหิ มณฺฑิตํ ฯ✎ ร่าง
kontacchattehi maṇḍitaṁ.
tha-ap1:11.1 #
ปฐมา เวฬุริยา ภูมิ✎ ร่าง
Paṭhamā veḷuriyā bhūmi,
tha-ap1:11.2 #
วิมลพฺภสมา สุภา✎ ร่าง
vimalabbhasamā subhā;
tha-ap1:11.3 #
นฬินาชลชากิณฺณา✎ ร่าง
Naḷinajalajākiṇṇā,
tha-ap1:11.4 #
วรกญฺจนภูมิยา ฯ✎ ร่าง
varakañcanabhūmiyā.
tha-ap1:12.1 #
ปหฏฺฐสาขาปวาฬ- วณฺณา✎ ร่าง
Pavāḷaṁsā pavāḷavaṇṇā,
tha-ap1:12.2 #
โลหิตกา สุภา✎ ร่าง
kāci lohitakā subhā;
tha-ap1:12.3 #
อินฺทโคปกวณฺณาภา✎ ร่าง
Indagopakavaṇṇābhā,
tha-ap1:12.4 #
ภูมิ โอภาสตี ทิสา ฯ✎ ร่าง
bhūmi obhāsatī disā.
tha-ap1:13.1 #
สุวิภตฺตา ฆรมุขา✎ ร่าง
Suvibhattā gharamukhā,
tha-ap1:13.2 #
นิยฺยุหา ๘- สีหปญฺชรา✎ ร่าง
niyyūhā sīhapañjarā;
tha-ap1:13.3 #
จตุโร เวทิกา ชาลา✎ ร่าง
Caturo vedikā jālā,
tha-ap1:13.4 #
คนฺธาเวฬา มโนรมา ฯ✎ ร่าง
gandhāveḷā manoramā.
tha-ap1:14.1 #
นีลา ปีตา โลหิตกา✎ ร่าง
Nīlā pītā lohitakā,
tha-ap1:14.2 #
โอทาตา สุทฺธกาฬกา✎ ร่าง
odātā suddhakāḷakā;
tha-ap1:14.3 #
กูฏาคารวรูเปตา✎ ร่าง
Kūṭāgāravarūpetā,
tha-ap1:14.4 #
สตฺตรตนภูสิตา ฯ✎ ร่าง
sattaratanabhūsitā.
tha-ap1:15.1 #
โอโลกมยา ปทุมา✎ ร่าง
Olokamayā padumā,
อ้างอิงPTS 1.2
tha-ap1:15.2 #
วาฬวิหงฺคโสภิตา✎ ร่าง
vāḷavihaṅgasobhitā;
tha-ap1:15.3 #
นกฺขตฺตตารกากิณฺณา✎ ร่าง
Nakkhattatārakākiṇṇā,
tha-ap1:15.4 #
จนฺทสุริเยหิ ๙- มณฺฑิตา ฯ✎ ร่าง
candasūrehi maṇḍitā.
tha-ap1:16.1 #
เหมชาเลน สญฺฉนฺนา✎ ร่าง
Hemajālena sañchannā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.3
tha-ap1:16.2 #
โสณฺณกึกิณิกายุตา✎ ร่าง
soṇṇakiṅkiṇikāyutā;
tha-ap1:16.3 #
วาตเวเคน กุชฺชนฺติ✎ ร่าง
Vātavegena kūjanti,
tha-ap1:16.4 #
โสณฺณชาลา ๑- มโนรมา ฯ✎ ร่าง
soṇṇamālā manoramā.
tha-ap1:17.1 #
มญฺเชฏฺฐกํ โลหิตกํ✎ ร่าง
Mañjeṭṭhakaṁ lohitakaṁ,
tha-ap1:17.2 #
ปีตกํ หริปญฺชรํ✎ ร่าง
pītakaṁ haripiñjaraṁ;
tha-ap1:17.3 #
นานารงฺเคหิ สํจิตฺตํ✎ ร่าง
Nānāraṅgehi sampītaṁ,
tha-ap1:17.4 #
อุสฺสิตทฺธชมาลินี ฯ✎ ร่าง
ussitaddhajamālinī.
tha-ap1:18.1 #
นานา ๓- พหูเนกสตา✎ ร่าง
Na naṁ bahūnekasatā,
tha-ap1:18.2 #
ผลกา ๔- รชตามยา✎ ร่าง
phalikā rajatāmayā;
tha-ap1:18.3 #
มณิมยา โลหิตงฺกา✎ ร่าง
Maṇimayā lohitaṅgā,
tha-ap1:18.4 #
มสารคลฺลมยา ตถา ฯ✎ ร่าง
masāragallamayā tathā;
tha-ap1:18.5 #
นานาสยนจิตฺติตา✎ ร่าง
Nānāsayanavicittā,
tha-ap1:18.6 #
สณฺหกาสิกสนฺถตา✎ ร่าง
saṇhakāsikasanthatā.
tha-ap1:19.1 #
กมฺพลา ทุกุลา จีนา✎ ร่าง
Kampalā dukūlā cīnā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.3
tha-ap1:19.2 #
ปตฺตุณฺณา ปณฺฑุปาวุรา ฯ✎ ร่าง
pattuṇṇā paṇḍupāvurā;
tha-ap1:19.3 #
วิวิธตฺถรณํ สพฺพํ✎ ร่าง
Vividhattharaṇaṁ sabbaṁ,
tha-ap1:19.4 #
มนสา ปญฺญเปมหํ✎ ร่าง
manasā paññapesahaṁ.
tha-ap1:20.1 #
ตาสุ ตาเสฺวว ภูมีสุ✎ ร่าง
Tāsu tāsveva bhūmīsu,
tha-ap1:20.2 #
รตนกูฏลงฺกตา ฯ✎ ร่าง
ratanakūṭalaṅkataṁ;
tha-ap1:20.3 #
มณิเวโรจนา อุกฺกา✎ ร่าง
Maṇiverocanā ukkā,
tha-ap1:20.4 #
ธารยนฺตา สุติฏฺฐเร✎ ร่าง
dhārayantā sutiṭṭhare.
tha-ap1:21.1 #
โสภนฺติ เอสิกา ถมฺภา✎ ร่าง
Sobhanti esikā thambhā,
tha-ap1:21.2 #
สุภา กญฺจนโตรณา ฯ✎ ร่าง
subhā kañcanatoraṇā;
tha-ap1:21.3 #
ชมฺโพนทา สารมยา✎ ร่าง
Jambonadā sāramayā,
tha-ap1:21.4 #
อโถ รชตมยาปิจ✎ ร่าง
atho rajatamayāpi ca.
tha-ap1:22.1 #
เนกาสนฺธี สุวิภตฺตา✎ ร่าง
Nekā sandhī suvibhattā,
tha-ap1:22.2 #
กวาฏคฺคลจิตฺติตา ฯ✎ ร่าง
kavāṭaggaḷacittitā;
tha-ap1:22.3 #
อุภโต ปุณฺณฆฏาเนกา✎ ร่าง
Ubhato puṇṇaghaṭānekā,
tha-ap1:22.4 #
ปทุมุปฺปลสํยุตา✎ ร่าง
padumuppalasaṁyutā.
tha-ap1:23.1 #
อตีเต สพฺพพุทฺเธ จ✎ ร่าง
Atīte sabbabuddhe ca,
tha-ap1:23.2 #
สสงฺเฆ โลกนายเก ฯ✎ ร่าง
sasaṅghe lokanāyake;
tha-ap1:23.3 #
ปกติวณฺณรูเปน✎ ร่าง
Pakativaṇṇarūpena,
tha-ap1:23.4 #
นิมฺมินิตฺวา สสาวเก✎ ร่าง
nimminitvā sasāvake.
tha-ap1:24.1 #
เตน ทฺวาเรน ปวีสิตฺวา✎ ร่าง
Tena dvārena pavisitvā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.6
tha-ap1:24.2 #
สพฺพพุทฺธา สสาวกา ฯ✎ ร่าง
sabbe buddhā sasāvakā;
tha-ap1:24.3 #
สพฺพโสวณฺณมเย ปีเฐ✎ ร่าง
Sabbasoṇṇamaye pīṭhe,
tha-ap1:24.4 #
นิสินฺนา อริยมณฺฑลา✎ ร่าง
nisinnā ariyamaṇḍalā.
tha-ap1:25.1 #
เย จ เอตรหิ อตฺถิ✎ ร่าง
Ye ca etarahi atthi,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.4
tha-ap1:25.2 #
พุทฺธา โลเก อนุตฺตรา ฯ✎ ร่าง
Buddhā loke anuttarā;
tha-ap1:25.3 #
อตีตา ๑- วตฺตมานา จ✎ ร่าง
Atīte vattamānā ca,
tha-ap1:25.4 #
ภวนํ สพฺเพ สมารุหุํ✎ ร่าง
Bhavanaṁ sabbe samāruhuṁ.
tha-ap1:26.1 #
ปจฺเจกพุทฺเธเนกสเต✎ ร่าง
Paccekabuddhenekasate,
tha-ap1:26.2 #
สยมฺภู อปราชิเต ฯ✎ ร่าง
Sayambhū aparājite;
tha-ap1:26.3 #
อตีเต วตฺตมาเน จ✎ ร่าง
Atīte vattamāne ca,
tha-ap1:26.4 #
ภวนํ สพฺเพ สมารุหุํ✎ ร่าง
Bhavanaṁ sabbe samāruhuṁ.
tha-ap1:27.1 #
กปฺปรุกฺขา พหู อตฺถิ✎ ร่าง
Kapparukkhā bahū atthi,
tha-ap1:27.2 #
เย ทิพฺพา เย จ มานุสา ฯ✎ ร่าง
Ye dibbā ye ca mānusā;
tha-ap1:27.3 #
สพฺพํ ทุสฺสํ สมาหนฺตฺวา✎ ร่าง
Sabbaṁ dussaṁ samāhantvā,
tha-ap1:27.4 #
อจฺฉาเทมิ ติจีวรํ✎ ร่าง
Acchādemi ticīvaraṁ.
tha-ap1:28.1 #
ขชฺชโภชฺชํ สายนิยํ✎ ร่าง
Khajjaṁ bhojjaṁ sāyanīyaṁ,
tha-ap1:28.2 #
สมฺปนฺนํ ปานโภชนํ ฯ✎ ร่าง
sampannaṁ pānabhojanaṁ;
tha-ap1:28.3 #
มณิมเย สุเภ ปตฺเต✎ ร่าง
Maṇimaye subhe patte,
tha-ap1:28.4 #
สมฺปูเรตฺวา อทาสหํ✎ ร่าง
sampūretvā adāsahaṁ.
tha-ap1:29.1 #
ทิพฺพวตฺถา สมาหุตฺวา✎ ร่าง
Dibbavatthasamā hutvā,
tha-ap1:29.2 #
มฏฺฐา จีวรสํยุตา ฯ✎ ร่าง
maṭṭhā cīvarasaṁyutā;
tha-ap1:29.3 #
มธุรา สกฺขรา เจว✎ ร่าง
Madhurā sakkharā ceva,
tha-ap1:29.4 #
เตลา จ มธุผาณิตา✎ ร่าง
telā ca madhuphāṇitā.
tha-ap1:30.1 #
ตปฺปิตา ปรมนฺเนน✎ ร่าง
Tappitā paramannena,
อ้างอิงPTS 1.3
tha-ap1:30.2 #
สพฺเพ อริยมณฺฑลา ฯ✎ ร่าง
sabbe te ariyamaṇḍalā;
tha-ap1:30.3 #
รตนคพฺภํ ปวีสิตฺวา✎ ร่าง
Ratanagabbhaṁ pavisitvā,
tha-ap1:30.4 #
เกสรีว คุหาสเย✎ ร่าง
kesarīva guhāsayā.
tha-ap1:31.1 #
มหารหมฺหิ สยเน✎ ร่าง
Mahārahamhi sayane,
tha-ap1:31.2 #
สีหเสยฺยมกปฺปยุํ ฯ✎ ร่าง
sīhaseyyamakappayuṁ;
tha-ap1:31.3 #
สมฺปชานา สมุฏฺฐาย เ✎ ร่าง
Sampajānā samuṭṭhāya,
tha-ap1:31.4 #
สยฺเย ปลฺลงฺกมาภชุํ✎ ร่าง
sayane pallaṅkamābhujuṁ.
tha-ap1:32.1 #
โคจรํ สพฺพพุทฺธานํ✎ ร่าง
Gocaraṁ sabbabuddhānaṁ,
tha-ap1:32.2 #
ฌานรติสมปฺปิตา ฯ✎ ร่าง
jhānaratisamappitā;
tha-ap1:32.3 #
อญฺเญ ธมฺมานิ เทเสนฺติ✎ ร่าง
Aññe dhammāni desenti,
tha-ap1:32.4 #
อญฺเญ กีฬนฺติ อิทฺธิยา✎ ร่าง
aññe kīḷanti iddhiyā.
tha-ap1:33.1 #
อปฺปนายปิ กีฬนฺติ✎ ร่าง
Aññe abhiññā appenti,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.4
tha-ap1:33.2 #
อภิญฺญาวสิภาวิตา ฯ✎ ร่าง
abhiññā vasibhāvitā;
tha-ap1:33.3 #
วิกุพฺพนา วิกุพฺพนฺติ✎ ร่าง
Vikubbanā vikubbanti,
tha-ap1:33.4 #
อเนกสตสหสฺสิโย✎ ร่าง
aññenekasahassiyo.
tha-ap1:34.1 #
พุทฺธาปิ พุทฺเธ ปุจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Buddhāpi buddhe pucchanti,
tha-ap1:34.2 #
วิสยํ สพฺพญฺญุมาลยํ ฯ✎ ร่าง
visayaṁ sabbaññumālayaṁ;
tha-ap1:34.3 #
คมฺภีรํ นิปุณํ ฐานํ✎ ร่าง
Gambhīraṁ nipuṇaṁ ṭhānaṁ,
tha-ap1:34.4 #
ปญฺญาย วินิพุชฺฌเร✎ ร่าง
paññāya vinibujjhare.
tha-ap1:35.1 #
สาวกา พุทฺเธ ปุจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Sāvakā buddhe pucchanti,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.5
tha-ap1:35.2 #
พุทฺธา ปุจฺฉนฺติ สาวเก ฯ✎ ร่าง
buddhā pucchanti sāvake;
tha-ap1:35.3 #
อญฺญมญฺญญฺจ ปุจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Aññamaññañca pucchitvā,
tha-ap1:35.4 #
อญฺญมญฺญํ พฺยากโรนฺติ เต✎ ร่าง
aññoññaṁ byākaronti te.
tha-ap1:36.1 #
พุทฺธา ปจฺเจกพุทฺธา จ✎ ร่าง
Buddhā paccekabuddhā ca,
tha-ap1:36.2 #
สาวกา ปริจารกา ฯ✎ ร่าง
sāvakā paricārakā;
tha-ap1:36.3 #
เอวํ รตีสุ รมมานา✎ ร่าง
Evaṁ sakāya ratiyā,
tha-ap1:36.4 #
ปาสาเทภิรมนฺติ เต |๑.๓๕| ฉตฺตาติ✎ ร่าง
pāsādebhiramanti te.
tha-ap1:37.1 #
ฉตฺตา ติฏฺฐนฺติ รตนา✎ ร่าง
Chattā tiṭṭhantu ratanā,
tha-ap1:37.2 #
เวฬุสนฺนิภา ๒- ฯ สุวณฺณชาลสํยุตฺตํ รชตชาลขจิตํ✎ ร่าง
kañcanāveḷapantikā;
tha-ap1:37.3 #
มุตฺตาชาลปริกฺขิตฺตํ✎ ร่าง
Muttājālaparikkhittā,
tha-ap1:37.4 #
สพฺเพ ธาเรนฺตุ มตฺถเก ฯ✎ ร่าง
sabbe dhārentu matthake.
tha-ap1:38.1 #
ภวนฺติ ๕- เจลวิตานา✎ ร่าง
Bhavantu ceḷavitānā,
tha-ap1:38.2 #
โสณฺณตารกจิตฺติตา✎ ร่าง
soṇṇatārakacittitā;
tha-ap1:38.3 #
วิจิตฺตา มลยวิตตา✎ ร่าง
Vicittamalyavitatā,
tha-ap1:38.4 #
สพฺเพ ธาเรนฺตุ มตฺถเก ฯ✎ ร่าง
sabbe dhārentu matthake.
tha-ap1:39.1 #
วิตตา มลยทาเมหิ✎ ร่าง
Vitatā malyadāmehi,
tha-ap1:39.2 #
คนฺธทาเมหิ โสภิตา✎ ร่าง
gandhadāmehi sobhitā;
tha-ap1:39.3 #
ทุสฺสทาเมหิ ปริกิณฺณา✎ ร่าง
Dussadāmaparikiṇṇā,
tha-ap1:39.4 #
รตนทามภูสิตา ฯ✎ ร่าง
ratanadāmabhūsitā.
tha-ap1:40.1 #
ปุปฺผาภิกิณฺณา สุวิจิตฺตา✎ ร่าง
Pupphābhikiṇṇā sucittā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.8
tha-ap1:40.2 #
สุรภิคนฺธธูปิตา✎ ร่าง
surabhigandhabhūsitā;
tha-ap1:40.3 #
คนฺธปญฺจางฺคุลงฺกตา✎ ร่าง
Gandhapañcaṅgulakatā,
tha-ap1:40.4 #
เหมจฺฉทนฉาทิตา ฯ✎ ร่าง
hemacchadanachāditā.
tha-ap1:41.1 #
จตุทฺทิสา โปกฺขรญฺโญ✎ ร่าง
Catuddisā pokkharañño,
tha-ap1:41.2 #
ปทุมุปฺปลสนฺถตา✎ ร่าง
padumuppalasanthatā;
tha-ap1:41.3 #
โสวณฺณรูเป ขายนฺตุ✎ ร่าง
Sovaṇṇarūpā khāyantu,
tha-ap1:41.4 #
ปทุมเรณุรชุคฺคตา ฯ✎ ร่าง
padmareṇurajuggatā.
tha-ap1:42.1 #
ปุปฺผนฺตุ ปาทปา สพฺเพ✎ ร่าง
Pupphantu pādapā sabbe,
tha-ap1:42.2 #
ปาสาทสฺส สมนฺตโต✎ ร่าง
pāsādassa samantato;
tha-ap1:42.3 #
สยญฺจ ปุปฺผา มุญฺจิตฺวา✎ ร่าง
Sayañca pupphā muñcitvā,
tha-ap1:42.4 #
คนฺตฺวา ภวนโมกิรุํ ฯ✎ ร่าง
gantvā bhavanamokiruṁ.
tha-ap1:43.1 #
สิขิโน ตตฺถ นจฺจนฺตุ✎ ร่าง
Sikhino tattha naccantu,
tha-ap1:43.2 #
ทิพฺพา หํสา ปกุชฺชเร✎ ร่าง
dibbahaṁsā pakūjare;
tha-ap1:43.3 #
กรวิกา จ คายนฺตุ✎ ร่าง
Karavīkā ca gāyantu,
tha-ap1:43.4 #
ทิชสงฺฆา สมนฺตโต ฯ✎ ร่าง
dijasaṅghā samantato.
tha-ap1:44.1 #
เภริโย สพฺพา วชฺชนฺตุ✎ ร่าง
Bheriyo sabbā vajjantu,
tha-ap1:44.2 #
วีณา สพฺพา รวนฺตุ ตา✎ ร่าง
vīṇā sabbā rasantu tā;
tha-ap1:44.3 #
สพฺพา สงฺคีติ วตฺตนฺตุ✎ ร่าง
Sabbā saṅgīti vattantu,
tha-ap1:44.4 #
ปาสาทสฺส สมนฺตโต ฯ✎ ร่าง
pāsādassa samantato.
tha-ap1:45.1 #
ยาวตา พุทฺธเขตฺตมฺหิ✎ ร่าง
Yāvatā buddhakhettamhi,
อ้างอิงPTS 1.4 · สยามรัฐ 32.6
tha-ap1:45.2 #
จกฺกวาฬา ๑- จมูปริ✎ ร่าง
cakkavāḷe tato pare;
tha-ap1:45.3 #
มหนฺตา โชติสมฺปนฺนา✎ ร่าง
Mahantā jotisampannā,
tha-ap1:45.4 #
อจฺฉิทฺทา รตนามยา ฯ✎ ร่าง
acchinnā ratanāmayā.
tha-ap1:46.1 #
ติฏฺฐนฺตุ โสณฺณปลฺลงฺกา✎ ร่าง
Tiṭṭhantu soṇṇapallaṅkā,
tha-ap1:46.2 #
ทีปรุกฺขา ชลนฺตุ เต✎ ร่าง
dīparukkhā jalantu te;
tha-ap1:46.3 #
ภวนฺตุ เอกปชฺโชตา✎ ร่าง
Bhavantu ekapajjotā,
tha-ap1:46.4 #
ทสสหสฺสปรมฺปรา ฯ✎ ร่าง
dasasahassiparamparā.
tha-ap1:47.1 #
คณิกา ลาสิกา เจว✎ ร่าง
Gaṇikā lāsikā ceva,
tha-ap1:47.2 #
นจฺจนฺตุ อจฺฉราคณา✎ ร่าง
naccantu accharāgaṇā;
tha-ap1:47.3 #
นานารงฺคา ปทิสฺสนฺตุ✎ ร่าง
Nānāraṅgā padissantu,
tha-ap1:47.4 #
ปาสาทสฺส สมนฺตโต ฯ✎ ร่าง
pāsādassa samantato.
tha-ap1:48.1 #
ทุมคฺเค ปพฺพตคฺเค วา✎ ร่าง
Dumagge pabbatagge vā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.5
tha-ap1:48.2 #
สิเนรุคิริมุทฺธเน✎ ร่าง
sinerugirimuddhani;
tha-ap1:48.3 #
อุสฺสาเปมิ ธชํ สพฺพํ✎ ร่าง
Ussāpemi dhajaṁ sabbaṁ,
tha-ap1:48.4 #
วิจิตฺตํ ปญฺจวณฺณิกํ ฯ✎ ร่าง
vicittaṁ pañcavaṇṇikaṁ.
tha-ap1:49.1 #
นรา นาคา จ คนฺธพฺพา✎ ร่าง
Narā nāgā ca gandhabbā,
tha-ap1:49.2 #
สพฺเพ เทวา อุเปนฺตุ เต✎ ร่าง
sabbe devā upentu te;
tha-ap1:49.3 #
นมสฺสนฺตา ปญฺชลิกา✎ ร่าง
Namassantā pañjalikā,
tha-ap1:49.4 #
ปาสาทํ ปริวารยุํ ฯ✎ ร่าง
pāsādaṁ parivārayuṁ.
tha-ap1:50.1 #
ยงฺกิญฺจิ กุสลํ กมฺมํ✎ ร่าง
Yaṁ kiñci kusalaṁ kammaṁ,
tha-ap1:50.2 #
กตฺตพฺพํ กิริยํ มม✎ ร่าง
kattabbaṁ kiriyaṁ mama;
tha-ap1:50.3 #
กาเยน วาจามนสา✎ ร่าง
Kāyena vācā manasā,
tha-ap1:50.4 #
ติทเส สุคตํ กตํ ฯ✎ ร่าง
tidase sukataṁ kataṁ.
tha-ap1:51.1 #
เย สตฺตา สญฺญิโน อตฺถิ✎ ร่าง
Ye sattā saññino atthi,
tha-ap1:51.2 #
เย จ สตฺตา อสญฺญิโน✎ ร่าง
ye ca sattā asaññino;
tha-ap1:51.3 #
กตํ ปุญฺญผลํ มยฺหํ✎ ร่าง
Kataṁ puññaphalaṁ mayhaṁ,
tha-ap1:51.4 #
สพฺเพ ภาคี ภวนฺตุ เต ฯ✎ ร่าง
sabbe bhāgī bhavantu te.
tha-ap1:52.1 #
เย ๒- ตํ กตํ สุวิทิตํ✎ ร่าง
Yesaṁ kataṁ suviditaṁ,
tha-ap1:52.2 #
ทินฺนํ ปุญฺญผลํ มยา✎ ร่าง
dinnaṁ puññaphalaṁ mayā;
tha-ap1:52.3 #
เย จ ตตฺถ น ชานนฺติ✎ ร่าง
Ye ca tattha na jānanti,
tha-ap1:52.4 #
เทวา คนฺตฺวา นิเวทยุํ ฯ✎ ร่าง
devā gantvā nivedayuṁ.
tha-ap1:53.1 #
สพฺเพ โลกมฺหิ เย สตฺตา✎ ร่าง
Sabbalokamhi ye sattā,
tha-ap1:53.2 #
ชีวนฺตาหารเหตุกา✎ ร่าง
Jīvantāhārahetukā;
tha-ap1:53.3 #
มนุญฺญํ โภชนํ สพฺเพ✎ ร่าง
Manuññaṁ bhojanaṁ sabbaṁ,
tha-ap1:53.4 #
ลภนฺตุ มม เจตสา ฯ✎ ร่าง
Labhantu mama cetasā.
tha-ap1:54.1 #
มนสา ทานํ มยา ทินฺนํ✎ ร่าง
Manasā dānaṁ mayā dinnaṁ,
tha-ap1:54.2 #
มนสา ปสาทมาทยึ✎ ร่าง
manasā pasādamāvahiṁ;
tha-ap1:54.3 #
ปูชิตฺวา ๕- สพฺพสมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Pūjitā sabbasambuddhā,
tha-ap1:54.4 #
ปจฺเจกานญฺจ ปูชยึ ฯ✎ ร่าง
paccekā jinasāvakā.
tha-ap1:55.1 #
เตน กมฺเมน สุกเตน✎ ร่าง
Tena kammena sukatena,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.7
tha-ap1:55.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ✎ ร่าง
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap1:55.3 #
ชเหตฺวา มานุสํ เทหํ✎ ร่าง
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
tha-ap1:55.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ✎ ร่าง
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
tha-ap1:56.1 #
ทุเว ภเว ปชานามิ✎ ร่าง
Duve bhave pajānāmi,
tha-ap1:56.2 #
เทวตฺตํ อถ มานุสํ✎ ร่าง
devatte atha mānuse;
tha-ap1:56.3 #
อญฺญํ คตึ น ชานามิ✎ ร่าง
Aññaṁ gatiṁ na jānāmi,
tha-ap1:56.4 #
มนสา ปตฺถนาผลํ ฯ✎ ร่าง
manasā patthanāphalaṁ.
tha-ap1:57.1 #
เทวานํ อธิโก โหมิ✎ ร่าง
Devānaṁ adhiko homi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.10
tha-ap1:57.2 #
ภวามิ มนุชาธิโป✎ ร่าง
bhavāmi manujādhipo;
tha-ap1:57.3 #
รูปลกฺขณสมฺปนฺโน✎ ร่าง
Rūpalakkhaṇasampanno,
tha-ap1:57.4 #
ปญฺญาย อสโม ภเว ฯ✎ ร่าง
paññāya asamo bhave.
tha-ap1:58.1 #
โภชนํ วิวิธํ เสฏฺฐํ✎ ร่าง
Bhojanaṁ vividhaṁ seṭṭhaṁ,
tha-ap1:58.2 #
รตนญฺจ อนปฺปกํ นานา✎ ร่าง
Ratanañca anappakaṁ;
tha-ap1:58.3 #
วิธานิ วตฺถานิ✎ ร่าง
Vividhāni ca vatthāni,
tha-ap1:58.4 #
นภสา ขิปฺปํ อุเปนฺติ มํ ฯ✎ ร่าง
Nabhā khippaṁ upenti maṁ.
tha-ap1:59.1 #
ปฐพฺยา ปพฺพเต เจว✎ ร่าง
Pathabyā pabbate ceva,
tha-ap1:59.2 #
อากาเส อุทเก วเน✎ ร่าง
ākāse udake vane;
tha-ap1:59.3 #
ยตฺถ ๑- หตฺถํ ปสาเรมิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ hatthaṁ pasāremi,
tha-ap1:59.4 #
ทิพฺพา ภกฺขา อุเปนฺติ มํ ฯ✎ ร่าง
dibbā bhakkhā upenti maṁ.
tha-ap1:60.1 #
ปฐพฺยา ปพฺพเต เจว✎ ร่าง
Pathabyā pabbate ceva,
อ้างอิงPTS 1.5
tha-ap1:60.2 #
อากาเส อุทเก วเน✎ ร่าง
ākāse udake vane;
tha-ap1:60.3 #
ยตฺถ หตฺถํ ปสาเรมิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ hatthaṁ pasāremi,
tha-ap1:60.4 #
รตนา สพฺเพ อุเปนฺติ เม ฯ✎ ร่าง
ratanā sabbe upenti maṁ.
tha-ap1:61.1 #
ปฐพฺยา ปพฺพเต เจว✎ ร่าง
Pathabyā pabbate ceva,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.6
tha-ap1:61.2 #
อากาเส อุทเก วเน✎ ร่าง
ākāse udake vane;
tha-ap1:61.3 #
ยตฺถ หตฺถํ ปสาเรมิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ hatthaṁ pasāremi,
tha-ap1:61.4 #
สพฺเพ คนฺธา อุเปนฺติ เม ฯ✎ ร่าง
sabbe gandhā upenti maṁ.
tha-ap1:62.1 #
ปฐพฺยา ปพฺพเต เจว✎ ร่าง
Pathabyā pabbate ceva,
tha-ap1:62.2 #
อากาเส อุทเก วเน✎ ร่าง
ākāse udake vane;
tha-ap1:62.3 #
ยตฺถ หตฺถํ ปสาเรมิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ hatthaṁ pasāremi,
tha-ap1:62.4 #
สพฺเพ ยานา อุเปนฺติ เม ฯ✎ ร่าง
sabbe yānā upenti maṁ.
tha-ap1:63.1 #
ปฐพฺยา ปพฺพเต เจว✎ ร่าง
Pathabyā pabbate ceva,
tha-ap1:63.2 #
อากาเส อุทเก วเน✎ ร่าง
ākāse udake vane;
tha-ap1:63.3 #
ยตฺถ หตฺถํ ปสาเรมิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ hatthaṁ pasāremi,
tha-ap1:63.4 #
สพฺเพ มาลา อุเปนฺติ เม ฯ✎ ร่าง
sabbe mālā upenti maṁ.
tha-ap1:64.1 #
ปฐพฺยา ปพฺพเต เจว✎ ร่าง
Pathabyā pabbate ceva,
tha-ap1:64.2 #
อากาเส อุทเก วเน✎ ร่าง
ākāse udake vane;
tha-ap1:64.3 #
ยตฺถ หตฺถํ ปสาเรมิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ hatthaṁ pasāremi,
tha-ap1:64.4 #
อลงฺการา อุเปนฺติ เม ฯ✎ ร่าง
alaṅkārā upenti maṁ.
tha-ap1:65.1 #
ปฐพฺยา ปพฺพเต เจว✎ ร่าง
Pathabyā pabbate ceva,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.8
tha-ap1:65.2 #
อากาเส อุทเก วเน✎ ร่าง
ākāse udake vane;
tha-ap1:65.3 #
ยตฺถ หตฺถํ ปสาเรมิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ hatthaṁ pasāremi,
tha-ap1:65.4 #
สพฺพา กญฺญา อุเปนฺติ เม ฯ✎ ร่าง
sabbā kaññā upenti maṁ.
tha-ap1:66.1 #
ปฐพฺยา ปพฺพเต เจว✎ ร่าง
Pathabyā pabbate ceva,
tha-ap1:66.2 #
อากาเส อุทเก วเน✎ ร่าง
ākāse udake vane;
tha-ap1:66.3 #
ยตฺถ หตฺถํ ปสาเรมิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ hatthaṁ pasāremi,
tha-ap1:66.4 #
มธุสกฺขรา อุเปนฺติ เม ฯ✎ ร่าง
madhusakkharā upenti maṁ.
tha-ap1:67.1 #
ปฐพฺยา ปพฺพเต เจว✎ ร่าง
Pathabyā pabbate ceva,
tha-ap1:67.2 #
อากาเส อุทเก วเน✎ ร่าง
ākāse udake vane;
tha-ap1:67.3 #
ยตฺถ หตฺถํ ปสาเรมิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ hatthaṁ pasāremi,
tha-ap1:67.4 #
สพฺเพ ขชฺชา อุเปนฺติ เม ฯ✎ ร่าง
sabbe khajjā upenti maṁ.
tha-ap1:68.1 #
อธเน อทฺธิเก ชเน✎ ร่าง
Adhane addhikajane,
tha-ap1:68.2 #
ยาจเก จ ปถาวิโน✎ ร่าง
yācake ca pathāvino;
tha-ap1:68.3 #
ททามิ ตํ ทานวรํ✎ ร่าง
Dadāmihaṁ dānavaraṁ,
tha-ap1:68.4 #
สมฺโพธิวรปตฺติยา ฯ✎ ร่าง
sambodhivarapattiyā.
tha-ap1:69.1 #
นาเทนฺโต ปพฺพตํ เสลํ✎ ร่าง
Nādento pabbataṁ selaṁ,
tha-ap1:69.2 #
คชฺเชนฺโต พหลํ คิรึ✎ ร่าง
gajjento bahalaṁ giriṁ;
tha-ap1:69.3 #
สเทวกํ หาสยนฺโต✎ ร่าง
Sadevakaṁ hāsayanto,
tha-ap1:69.4 #
พุทฺโธ โลเก ภวามหํ ฯ✎ ร่าง
buddho loke bhavāmahaṁ.
tha-ap1:70.1 #
ทิสา ทสวิธา โลเก✎ ร่าง
Disā dasavidhā loke,
tha-ap1:70.2 #
ยายโต นตฺถิ อนฺตกํ✎ ร่าง
yāyato natthi antakaṁ;
tha-ap1:70.3 #
ตสฺมิญฺจ ทิสาภาคมฺหิ✎ ร่าง
Tasmiñca disābhāgamhi,
tha-ap1:70.4 #
พุทฺธเขตฺตา อสงฺขิยา ฯ✎ ร่าง
buddhakhettā asaṅkhiyā.
tha-ap1:71.1 #
ปภา ปกิตฺติตา มยฺหํ✎ ร่าง
Pabhā pakittitā mayhaṁ,
tha-ap1:71.2 #
ยมกา รํสิวาหนา✎ ร่าง
yamakā raṁsivāhanā;
tha-ap1:71.3 #
เอตฺถนฺตเร รํสิชาลํ✎ ร่าง
Etthantare raṁsijālaṁ,
tha-ap1:71.4 #
อาโลโก วิปุโล ภเว ฯ✎ ร่าง
āloko vipulo bhave.
tha-ap1:72.1 #
เอตฺตเก โลกธาตุมฺหิ✎ ร่าง
Ettake lokadhātumhi,
tha-ap1:72.2 #
สพฺเพ ปสฺสนฺตุ มํ ชนา✎ ร่าง
sabbe passantu maṁ janā;
tha-ap1:72.3 #
สพฺเพว ๑- สุมนา โหนฺตุ สพฺเพ มํ อนุวตฺต✎ ร่าง
Sabbe maṁ anuvattantu,
tha-ap1:72.4 #
เร ฯ✎ ร่าง
yāva brahmanivesanaṁ.
tha-ap1:73.1 #
วิสิฏฺฐมธุรนาเทน✎ ร่าง
Visiṭṭhamadhunādena,
tha-ap1:73.2 #
อมตํ เภริมาหเร✎ ร่าง
amatabherimāhaniṁ;
tha-ap1:73.3 #
เอตฺถนฺตเร ชนา สพฺเพ✎ ร่าง
Etthantare janā sabbe,
tha-ap1:73.4 #
สุณนฺตุ มธุรํ คิรํ ฯ✎ ร่าง
suṇantu madhuraṁ giraṁ.
tha-ap1:74.1 #
ธมฺมเมเฆน วสฺสนฺเต✎ ร่าง
Dhammameghena vassante,
tha-ap1:74.2 #
สพฺเพ โหนฺตุ อนาสวา✎ ร่าง
sabbe hontu anāsavā;
tha-ap1:74.3 #
เย ตตฺถ ปจฺฉิมกา สตฺตา✎ ร่าง
Yettha pacchimakā sattā,
tha-ap1:74.4 #
โสตาปนฺนา ภวนฺตุ เต ฯ✎ ร่าง
sotāpannā bhavantu te.
tha-ap1:75.1 #
ทตฺวา ทาตพฺพกํ ทานํ✎ ร่าง
Datvā dātabbakaṁ dānaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.9 · ฉัฏฐสังคายนา 57.7
tha-ap1:75.2 #
สีลํ ปูเร ๑- อเสสโต✎ ร่าง
sīlaṁ pūretvā asesato;
tha-ap1:75.3 #
เนกฺขมฺมปารมึ คนฺตฺวา✎ ร่าง
Nekkhammapāramiṁ gantvā,
tha-ap1:75.4 #
ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ✎ ร่าง
patto sambodhimuttamaṁ.
tha-ap1:76.1 #
ปณฺฑิเต ปริปุจฺฉิตฺวา✎ ร่าง
Paṇḍite paripucchitvā,
อ้างอิงPTS 1.6
tha-ap1:76.2 #
กตฺวา วิริยมุตฺตมํ✎ ร่าง
katvā vīriyamuttamaṁ;
tha-ap1:76.3 #
ขนฺติยา ปารมึ คนฺตฺวา✎ ร่าง
Khantiyā pāramiṁ gantvā,
tha-ap1:76.4 #
ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ✎ ร่าง
patto sambodhimuttamaṁ.
tha-ap1:77.1 #
กตฺวา ทฬฺหมธิฏฺฐานํ✎ ร่าง
Katvā daḷhamadhiṭṭhānaṁ,
tha-ap1:77.2 #
สจฺจปารมิ ปูรเย✎ ร่าง
saccapārami pūriya;
tha-ap1:77.3 #
เมตฺตาย ปารมึ คนฺตฺวา✎ ร่าง
Mettāya pāramiṁ gantvā,
tha-ap1:77.4 #
ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ✎ ร่าง
patto sambodhimuttamaṁ.
tha-ap1:78.1 #
ลาภาลาเภ สุขทุกฺเข✎ ร่าง
Lābhālābhe sukhe dukkhe,
tha-ap1:78.2 #
สมฺมานเน วิมานเน✎ ร่าง
sammāne cāvamānane;
tha-ap1:78.3 #
สพฺพตฺถ สมโก หุตฺวา✎ ร่าง
Sabbattha samako hutvā,
tha-ap1:78.4 #
ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ✎ ร่าง
patto sambodhimuttamaṁ.
tha-ap1:79.1 #
โกสชฺชํ ภยโต ทิสฺวา✎ ร่าง
Kosajjaṁ bhayato disvā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.12
tha-ap1:79.2 #
วิริยญฺจาปิ เขมโต✎ ร่าง
vīriyañcāpi khemato;
tha-ap1:79.3 #
อารทฺธวิริยา โหถ✎ ร่าง
Āraddhavīriyā hotha,
tha-ap1:79.4 #
เอสา พุทฺธานุสาสนี ฯ✎ ร่าง
esā buddhānusāsanī.
tha-ap1:80.1 #
วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา✎ ร่าง
Vivādaṁ bhayato disvā,
tha-ap1:80.2 #
อวิวาทญฺจ เขมโต✎ ร่าง
avivādañca khemato;
tha-ap1:80.3 #
สมคฺคา สขิลา โหถ✎ ร่าง
Samaggā sakhilā hotha,
tha-ap1:80.4 #
เอสา พุทฺธานุสาสนี ฯ✎ ร่าง
esā buddhānusāsanī.
tha-ap1:81.1 #
ปมาทํ ภยโต ทิสฺวา✎ ร่าง
Pamādaṁ bhayato disvā,
tha-ap1:81.2 #
อปฺปมาทญฺจ เขมโต✎ ร่าง
appamādañca khemato;
tha-ap1:81.3 #
ภาเวถฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ✎ ร่าง
Bhāvethaṭṭhaṅgikaṁ maggaṁ,
tha-ap1:81.4 #
เอสา พุทฺธานุสาสนี ฯ✎ ร่าง
esā buddhānusāsanī.
tha-ap1:82.1 #
สมาคตา พหู พุทฺธา✎ ร่าง
Samāgatā bahū buddhā,
tha-ap1:82.2 #
อรหนฺโต จ สพฺพโส✎ ร่าง
arahantā ca sabbaso;
tha-ap1:82.3 #
สมฺพุทฺเธ อรหนฺเต จ✎ ร่าง
Sambuddhe arahante ca,
tha-ap1:82.4 #
วนฺทมานา นมสฺสถ ฯ✎ ร่าง
vandamānā namassatha.
tha-ap1:83.1 #
เอวํ อจินฺติยา พุทฺธา✎ ร่าง
Evaṁ acintiyā buddhā,
tha-ap1:83.2 #
พุทฺธธมฺมา อจินฺติยา✎ ร่าง
buddhadhammā acintiyā;
tha-ap1:83.3 #
อจินฺติเยสุ ปสนฺนานํ✎ ร่าง
Acintiye pasannānaṁ,
tha-ap1:83.4 #
วิปาโก โหตฺยจินฺติโยติ ฯ✎ ร่าง
vipāko hoti acintiyo”.
tha-ap1:84.1 #
อิตฺถํ สุทํ ภควา อตฺตโน พุทฺธจริตํ สมฺโพธยมาโน ๒- พุทฺธาปทานิยํ นาม ธมฺมปริยายํ อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ bhagavā attano buddhacariyaṁ sambhāvayamāno buddhāpadāniyaṁ nāma dhammapariyāyaṁ abhāsitthāti.
tha-ap1:85.1 #
พุทฺธาปทานํ สมตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Buddhāpadānaṁ samattaṁ.
tha-ap2:0.1 #
✎ ร่าง
Therāpadāna
tha-ap2:0.2 #
ุติยํ✎ ร่าง
Buddhavagga
tha-ap2:0.3 #
ปจฺเจกพุทฺธาปทานํ [๑]- จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๒๐๖.๑๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ตรณิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ตรณิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปจฺฉิเม จ ภเว อสฺมึ ฌาโตหํ พฺราหฺมเณ กุเล@ สทฺธึ ตีหิ สหาเยหิ ปพฺพชึ สตถุสาสเน ฯ ปญฺจมํ นิคฺคุณฺฑิปุปฺผิยตฺเถราปทานํ✎ ร่าง
Paccekabuddhaapadāna
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน