‹ กลับ
ปัจเจกพุทธาปทาน
เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑ · ข้อ 2 · ขุ.อป.๑. ๓๒/๑๔๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒] ลำดับนี้ ขอฟังปัจเจกพุทธาปทาน พระอานนท์เวเทหมุนี ผู้มีอินทรีย์อัน สำรวมแล้ว ได้ทูลถามพระตถาคต ผู้ประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันว่า ทราบด้วยเกล้าฯ ว่า พระปัจเจกพุทธเจ้ามีจริงหรือ เพราะเหตุไรท่าน เหล่านั้นจึงได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้เป็นนักปราชญ์? ในกาลครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคสัพพัญญูผู้ประเสริฐ แสวงหาคุณใหญ่ ตรัสตอบท่าน พระอานนท์ผู้เจริญ ด้วยพระสุรเสียงไพเราะว่า พระปัจเจกพุทธเจ้า สร้างบุญในพระพุทธเจ้าทั้งปวง ยังไม่ได้โมกขธรรมในศาสนาของพระชิน เจ้า ด้วยมุข คือ ความสังเวชนั้นแล ท่านเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์ มีปัญญาแก่กล้า ถึงจะเว้นพระพุทธเจ้าก็ย่อมบรรลุปัจเจกโพธิญาณได้ แม้ด้วยอารมณ์นิดหน่อย ในโลกทั้งปวง เว้นเราแล้ว ไม่มีใครเสมอ พระปัจเจกพุทธเจ้าเลย เราจักบอกคุณเพียงสังเขปนี้ ของท่านเหล่านั้น ท่านทั้งหลาย จงฟังคุณของพระมหามุนีให้ดี ท่านทั้งปวงปรารถนานิพพาน อันเป็นโอสถวิเศษ จงมีจิตผ่องใส ฟังถ้อยคำดี อันอ่อนหวานไพเราะ ของพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณใหญ่ ตรัสรู้เอง คำพยากรณ์โดยสืบๆ กันมาเหล่าใด ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายผู้มาประชุมกัน โทษ เหตุ ปราศจากราคะ และพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย บรรลุโพธิญาณด้วย ประการใด พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย มีสัญญาในวัตถุอันมีราคะว่า ปราศจากราคะ มีจิตปราศจากกำหนัดในโลกอันกำหนัด ละธรรมเครื่อง เนิ่นช้า การแพ้และความดิ้นรน แล้ว จึงบรรลุปัจเจกโพธิญาณ ณ สถานที่ เกิดนั้นเอง ท่านวางอาญาในสรรพสัตว์ ไม่เบียดเบียนแม้ผู้หนึ่งในสัตว์ เหล่านั้น มีจิตประกอบด้วยเมตตา หวังประโยชน์เกื้อกูล เที่ยวไปผู้เดียว เปรียบเหมือนนอแรด ฉะนั้น ท่านวางอาญาในปวงสัตว์ ไม่เบียดเบียน แม้ผู้หนึ่งในสัตว์เหล่านั้น ไม่ปรารถนาบุตร ที่ไหนจะปรารถนาสหาย เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ความเสน่หาย่อมมีแก่บุคคล ผู้เกิดความเกี่ยวข้อง ทุกข์ที่อาศัยความเสน่หานี้มีมากมาย ท่านเล็งเห็น โทษอันเกิดแต่ความเสน่หา จึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ผู้มีจิตพัวพัน ช่วยอนุเคราะห์มิตรสหาย ย่อมทำตนให้เสื่อมประโยชน์ ท่านมองเห็นภัยนี้ ในความสนิทสนม จึงเที่ยวไปแต่ผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ความเสน่หาในบุตรและภรรยา เปรียบเหมือนไม้ไผ่กอใหญ่เกี่ยว กันอยู่ ท่านไม่ข้องในบุตรและภริยา ดังหน่อไม้ไผ่ เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ท่านเป็นวิญญูชนหวังความเสรี จึงเที่ยวไป ผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น เหมือนเนื้อที่ไม่ถูกผูกมัด เที่ยวหาเหยื่อ ในป่าตามความปรารถนา ฉะนั้น ต้องมีการปรึกษากันในท่ามกลางสหาย ทั้งในที่อยู่ ที่บำรุง ที่ไป ที่เที่ยว ท่านเล็งเห็นความไม่โลภ ความเสรี จึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น การเล่น (เป็น) ความยินดี มีอยู่ในท่ามกลางสหาย ส่วนความรักในบุตรเป็นกิเลสใหญ่ ท่านเกลียด ความวิปโยคเพราะของที่รัก จึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ท่านเป็นผู้แผ่เมตตาไปในสี่ทิศ และไม่โกรธเคือง ยินดีด้วยปัจจัยตามมี ตามได้ เป็นผู้อดทนต่อมวลอันตรายได้ ไม่หวาดเสียว เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น แม้บรรพชิตบางพวก และพวกคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน สงเคราะห์ได้ยาก ท่านเป็นผู้มีความขวนขวายน้อยในบุตรคนอื่น จึงเที่ยว ไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ท่านปลงเครื่องปรากฏ (ละเพศ) คฤหัสถ์ กล้าหาญ ตัดกามอันเป็นเครื่องผูกของคฤหัสถ์ เปรียบเหมือน ไม้ทองหลางมีใบขาดหมด เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ถ้า จะพึงได้สหายผู้มีปัญญารักษาตน ประพฤติเช่นเดียวกัน อยู่ด้วยกรรมดี เป็นนักปราชญ์ พึงครอบงำอันตรายทั้งสิ้นเสียแล้ว พึงดีใจ มีสติเที่ยว ไปกับสหายนั้น ถ้าจะไม่ได้สหายผู้มีปัญญารักษาตน ประพฤติเช่นเดียวกัน อยู่ด้วยกรรมดี เป็นนักปราชญ์ พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนพระราชาทรง ละแว่นแคว้นที่ทรงชนะแล้ว เที่ยวไปผู้เดียว ดังช้างมาตังคะ ละโขลง อยู่ในป่า ความจริง เราย่อมสรรเสริญสหายสมบัติ พึงซ่องเสพสหายที่ ประเสริฐกว่า หรือที่เสมอกัน (เท่านั้น) เมื่อไม่ได้สหายเหล่านี้ ก็พึง คบหากับกรรมอันไม่มีโทษ เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ท่าน เห็นกำไลมือทองคำอันผุดผ่องที่นายช่างทองทำสำเร็จสวยงาม กระทบกัน อยู่ที่แขนทั้งสอง จึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น การเปล่ง วาจา หรือวาจาเครื่องข้องของเรานั้น พึงมีกับเพื่อนอย่างนี้ ท่านเล็งเห็น ภัยนี้ต่อไป จึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ก็กามทั้งหลายอัน วิจิตร หวาน อร่อย เป็นที่รื่นรมย์ใจ ย่อมย่ำยีจิตด้วยสภาพต่างๆ ท่านเห็นโทษในกามคุณทั้งหลาย จึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ความจัญไร หัวฝี อุบาทว์ โรค กิเลสดุจลูกศร และภัยนี้ ท่านเห็น ภัยนี้ในกามคุณทั้งหลาย จึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ท่าน ครอบงำอันตรายแม้ทั้งหมดนี้ คือ หนาว ร้อน ความหิว ความกระหาย ลม แดด เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลาน แล้วเที่ยวไปผู้เดียว เช่น กับนอแรด ฉะนั้น ท่านเที่ยวไปผู้เดียว เช่นนอแรด เปรียบเหมือน ช้างละโขลงไว้แล้ว มีขันธ์เกิดพร้อมแล้ว มีสีกายดังดอกปทุมใหญ่โต อยู่ในป่านานเท่าที่ต้องการ ฉะนั้น ท่านใคร่ครวญถ้อยคำของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ว่า บุคคลพึงถูกต้องวิมุติอันเกิดเองนี้ มิใช่ ฐานะของผู้ทำความคลุกคลีด้วยหมู่ จึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ท่านเป็นไปล่วงทิฏฐิอันเป็นข้าศึก ถึงความแน่นอน มีมรรคอัน ได้แล้ว เป็นผู้มีญาณเกิดขึ้นแล้ว อันบุคคลอื่นไม่ต้องแนะนำ เที่ยวไป ผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ท่านไม่มีความโลภ ไม่โกง ไม่กระหาย ไม่ลบหลู่คุณท่าน มีโมโหดุจน้ำฝาดอันกำกัดแล้ว เป็นผู้ไม่มีตัณหาในโลก ทั้งปวง เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น กุลบุตรพึงเว้นสหาย ผู้ลามก ผู้มักชี้อนัตถะ ตั้งมั่นอยู่ในฐานะผิดธรรมดา ไม่พึงเสพสหาย ผู้ขวนขวาย ผู้ประมาทด้วยตน พึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น กุลบุตรพึงคบมิตรผู้เป็นพหูสูต ทรงธรรม มีคุณยิ่ง มีปฏิภาณ ท่านรู้ ประโยชน์ทั้งหลาย บรรเทาความสงสัยแล้ว เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับ นอแรด ฉะนั้น ท่านไม่พอใจในการเล่น ความยินดี และกามสุขในโลก ไม่เพ่งเล็งอยู่ คลายยินดีจากฐานะที่ตกแต่ง มีปกติกล่าวคำสัตย์ เที่ยวไป ผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ท่านละบุตร ภริยา บิดา มารดา ทรัพย์ ข้าวเปลือก เผ่าพันธ์ และกามทั้งหลายตามที่ตั้งลง เที่ยวไปผู้เดียว เช่น กับนอแรด ฉะนั้น ในความเกี่ยวข้องนี้มีความสุขนิดหน่อย มีความ พอใจน้อย มีทุกข์มากยิ่ง บุรุษผู้มีความรู้ทราบว่า ความเกี่ยวข้องนี้ ดุจลูก ธนู พึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น กุลบุตรพึงทำลายสังโยชน์ ทั้งหลาย เปรียบเหมือนปลาทำลายข่าย แล้วไม่กลับมา ดังไฟไหม้เชื้อ ลามไปแล้วไม่กลับมา พึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึง ทอดจักษุลง ไม่คะนองเท้า มีอินทรีย์อันคุ้มครองแล้ว รักษามนัส อัน ราคะไม่ชุ่มแล้ว อันไฟกิเลสไม่เผาลน พึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึงละเครื่องเพศคฤหัสถ์แล้ว ถึงความตัดถอน เหมือนไม้ทอง กวาวที่มีใบขาดแล้ว นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกบวชแล้ว เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ไม่พึงทำความกำหนัดในรส ไม่โลเล ไม่ต้อง เลี้ยงผู้อื่น เที่ยวบิณฑบาตตามลำดับตรอก มีจิตไม่ข้องเกี่ยวในสกุล เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึงละนิวรณ์เครื่องกั้นจิต ๕ ประการ พึงบรรเทาอุปกิเลสเสียทั้งสิ้น ไม่อาศัยตัณหาและทิฏฐิ ตัดโทษ อันเกิดแต่สิเนหาแล้ว เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึงทำสุข ทุกข์ โทมนัสและโสมนัสก่อนๆ ไว้เบื้องหลัง ได้อุเบกขา สมถะ ความหมดจดแล้ว เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึงปรารภ ความเพียรเพื่อบรรลุนิพพาน มีจิตไม่หดหู่ ไม่ประพฤติเกียจคร้าน มี ความเพียรมั่น (ก้าวออก) เข้าถึงด้วยกำลัง เรี่ยวแรง เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ไม่พึงละการหลีกเร้นและฌาน มีปกติประพฤติ ธรรมสมควรแก่ธรรมเป็นนิตย์ พิจารณาเห็นโทษในภพทั้งหลาย เที่ยว ไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึงปรารถนาความสิ้นตัณหา ไม่ ประมาท เป็นผู้ฉลาดเฉียบแหลม มีการสดับ มีสติ มีธรรมอันพิจารณา แล้ว เป็นผู้เที่ยง มีความเพียร เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ไม่พึงสะดุ้งในเพราะเสียง ดังสีหะ ไม่ขัดข้อง อยู่ในตัณหาและทิฏฐิ เหมือนลมไม่ติดตาข่าย ไม่ติดอยู่ในโลก ดุจดอกปทุม ไม่ติดน้ำ พึง เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึงเสพเสนาสนะอันสงัด เหมือนราชสีห์มีเขี้ยวเป็นกำลัง เป็นราชาของเนื้อ มีปกติประพฤติข่มขี่ ครอบงำ พึงเที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึงเจริญเมตตา วิมุติ กรุณาวิมุติ มุทิตาวิมุติ และอุเบกขาวิมุติทุกเวลา ไม่พิโรธด้วย สัตว์โลกทั้งปวง เที่ยวไปผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึงละราคะ โทสะและโมหะ พึงทำลายสังโยชน์ทั้งหลายเสีย ไม่สะดุ้งในเวลาสิ้น ชีวิต พึงเที่ยวไปแต่ผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น ชนทั้งหลายมีเหตุ เป็นประโยชน์ จึงคบหาสมาคมกัน มิตรทั้งหลายไม่มีเหตุ หาได้ยากใน วันนี้ มนุษย์ทั้งหลายมีปัญญามองประโยชน์ตน ไม่สะอาด พึงเที่ยวไป ผู้เดียว เช่นกับนอแรด ฉะนั้น พึงมีศีลบริสุทธิ์ มีปัญญาหมดจดดี มีจิตตั้งมั่น ประกอบความเพียร เจริญวิปัสสนา มีปกติเห็นธรรม วิเศษ พึงรู้แจ้งธรรมอันสัมปยุตด้วยองค์มรรคและโพชฌงค์ (พึงรู้แจ้ง องค์มรรคและโพชฌงค์) นักปราชญ์เหล่าใดเจริญสุญญตวิโมกข์ อนิมิตต- วิโมกข์ และอัปปณิหิตวิโมกข์ ไม่บรรลุความเป็นพระสาวกในศาสนา พระชินเจ้า นักปราชญ์เหล่านั้นย่อมเป็นพระสยัมภูปัจเจกพุทธเจ้า มีธรรม ใหญ่ มีธรรมกายมาก มีจิตเป็นอิสระ ข้ามห้วงทุกข์ ทั้งมวลได้ มีจิต โสมนัส มีปกติเห็นประโยชน์อย่างยิ่ง เปรียบดังราชสีห์ เช่นกับนอแรด พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านี้ มีอินทรีย์ระงับ มีใจสงบ มีจิตมั่นคง มีปกติ ประพฤติด้วยความกรุณาในสัตว์เหล่าอื่น เกื้อกูลแก่สัตว์ รุ่งเรืองในโลกนี้ และโลกหน้า เช่นกับประทีป ปฏิบัติเป็นประโยชน์แก่สัตว์ พระปัจเจก พุทธเจ้าเหล่านี้ ละกิเลสเครื่องกั้นทั้งปวงหมดแล้ว เป็นจอมแห่งชน เป็นประทีปส่องโลกให้สว่าง เช่นกับรัศมีแห่งทองชมพูนุท เป็นทักขิไณย- บุคคลชั้นดีของโลก โดยไม่ต้องสงสัย บริบูรณ์อยู่เนืองนิตย์ คำสุภาษิต ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมเป็นไปในโลกทั้งเทวโลก ชน เหล่าใดผู้เป็นพาลได้ฟังแล้ว ไม่ทำเหมือนดังนั้น ชนเหล่านั้นต้องเที่ยว ไปในสังขารทุกข์บ่อยๆ คำสุภาษิตของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็น คำไพเราะ ดังน้ำผึ้งรวงอันหลั่งออกอยู่ ชนเหล่าใดได้ฟังแล้ว ประกอบ การปฏิบัติตามนั้น ชนเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้มีปัญญา เห็นสัจจะ คาถาอัน โอฬารอันพระปัจเจกพุทธชินเจ้าออกบวชกล่าวแล้ว คาถาเหล่านั้น พระตถาคตผู้สีหวงศ์ศากยราชผู้สูงสุดกว่านรชน ทรงประกาศแล้ว เพื่อให้ รู้แจ้งธรรม คาถาเหล่านี้ พระปัจเจกเจ้าเหล่านั้นรจนาไว้อย่างวิเศษ เพื่อ ความอนุเคราะห์โลก อันพระสยัมภูผู้สีหะทรงประกาศแล้ว เพื่อยังความ สังเวช การไม่คลุกคลีและปัญญาให้เจริญ ฉะนี้แล. ลำดับนี้เชิญฟังเถราปทาน
เทียบรายประโยค (239 ประโยค)
tha-ap2:1.1 #
อถ ปจฺเจกพุทฺธาปทานํ สุณาถ ฯ✎ ร่าง
Atha paccekabuddhāpadānaṁ suṇātha—
อ้างอิงสยามรัฐ 32.10
tha-ap2:2.1 #
ตถาคตํ เชตวเน วสนฺตํ✎ ร่าง
“Tathāgataṁ jetavane vasantaṁ,
อ้างอิงPTS 1.7
tha-ap2:2.2 #
อปุจฺฉิ เวเทหมุนี นตงฺโค✎ ร่าง
Apucchi vedehamunī nataṅgo;
tha-ap2:2.3 #
ปจฺเจกพุทฺธา กิร นาม โหนฺติ✎ ร่าง
‘Paccekabuddhā kira nāma honti,
tha-ap2:2.4 #
ภวนฺติ เต เหตุหิ เกหิ ธีรา ๑- ฯ✎ ร่าง
Bhavanti te hetubhi kehi vīra’.
tha-ap2:3.1 #
ตทาห สพฺพญฺญุวโร มเหสี✎ ร่าง
Tadāha sabbaññuvaro mahesi,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.8
tha-ap2:3.2 #
อานนฺทภทฺทํ มธุรสฺสเรน✎ ร่าง
Ānandabhaddaṁ madhurassarena;
tha-ap2:3.3 #
เย สพฺพพุทฺเธสุ ๒- กตาธิการา✎ ร่าง
‘Ye pubbabuddhesu katādhikārā,
tha-ap2:3.4 #
อลทฺธโมกฺขา ชินสาสเนสุ ฯ✎ ร่าง
Aladdhamokkhā jinasāsanesu.
tha-ap2:4.1 #
เตเนว สํเวคมุเขน ธีรา✎ ร่าง
Teneva saṁvegamukhena dhīrā,
tha-ap2:4.2 #
วินาปิ พุทฺเธหิ สุติกฺขปญฺญา✎ ร่าง
Vināpi buddhehi sutikkhapaññā;
tha-ap2:4.3 #
อารมฺมเณนาปิ ปริตฺตเกน✎ ร่าง
Ārammaṇenāpi parittakena,
tha-ap2:4.4 #
ปจฺเจกโพธึ อนุปาปุณนฺติ ฯ✎ ร่าง
Paccekabodhiṁ anupāpuṇanti.
tha-ap2:5.1 #
สพฺพมฺหิ โลกมฺหิ มมํ ฐเปตฺวา✎ ร่าง
Sabbamhi lokamhi mamaṁ ṭhapetvā,
tha-ap2:5.2 #
ปจฺเจกพุทฺธาน ๓- สโมว นตฺถิ✎ ร่าง
Paccekabuddhehi samova natthi;
tha-ap2:5.3 #
เตสํ อิมํ วณฺณปเทสมตฺตํ✎ ร่าง
Tesaṁ imaṁ vaṇṇapadesamattaṁ,
tha-ap2:5.4 #
วกฺขามหํ สาธุ มหามุนีนํ ฯ✎ ร่าง
Vakkhāmahaṁ sādhu mahāmunīnaṁ.
tha-ap2:6.1 #
สยเมว พุทฺธาน มหาอิสีนํ✎ ร่าง
Sayameva buddhānaṁ mahāisīnaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.11
tha-ap2:6.2 #
สาธูนิ วากฺยานิ มธุํว ขุทฺทํ✎ ร่าง
Sādhūni vākyāni madhūva khuddaṁ;
tha-ap2:6.3 #
อนุตฺตรํ เภสชฺชํ ปตฺถยนฺตา✎ ร่าง
Anuttaraṁ bhesajaṁ patthayantā,
tha-ap2:6.4 #
สุณาถ สพฺเพ สุปสนฺนจิตฺตา ฯ✎ ร่าง
Suṇātha sabbesu pasannacittā’.
tha-ap2:7.1 #
ปจฺเจกพุทฺธาน สมาคตานํ✎ ร่าง
Paccekabuddhānaṁ samāgatānaṁ,
tha-ap2:7.2 #
ปรมฺปรํ พฺยากรณานิ ยานิ✎ ร่าง
Paramparaṁ byākaraṇāni yāni;
tha-ap2:7.3 #
อาทีนโว ยญฺจ วิราควตฺถุํ✎ ร่าง
Ādīnavo yañca virāgavatthuṁ,
tha-ap2:7.4 #
ยถา จ โพธึ อนุปาปุณึสุ ฯ✎ ร่าง
Yathā ca bodhiṁ anupāpuṇiṁsu.
tha-ap2:8.1 #
สราควตฺถูสุ วิราคสญฺญี✎ ร่าง
Sarāgavatthūsu virāgasaññī,
อ้างอิงPTS 1.8 · พุทธชยันตี 36.14
tha-ap2:8.2 #
รตฺตมฺหิ โลกมฺหิ วิรตฺตจิตฺตา✎ ร่าง
Rattamhi lokamhi virattacittā;
tha-ap2:8.3 #
หิตฺวา ปปญฺจํ ๑- ชิตผนฺทิตานิ✎ ร่าง
Hitvā papañce jiya phanditāni,
tha-ap2:8.4 #
ตตฺเถว โพธึ อนุปาปุณึสุ ฯ✎ ร่าง
Tatheva bodhiṁ anupāpuṇiṁsu.
tha-ap2:9.1 #
สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ✎ ร่าง
Sabbesu bhūtesu nidhāya daṇḍaṁ,
tha-ap2:9.2 #
อวิเหฐยํ อญฺญตรมฺปิ เตสํ✎ ร่าง
Aviheṭhayaṁ aññatarampi tesaṁ;
tha-ap2:9.3 #
เมตฺเตน จิตฺเตน หิตานุกมฺปี✎ ร่าง
Mettena cittena hitānukampī,
tha-ap2:9.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo.
tha-ap2:10.1 #
สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ✎ ร่าง
Sabbesu bhūtesu nidhāya daṇḍaṁ,
tha-ap2:10.2 #
อวิเหฐยํ อญฺญตรมฺปิ เตสํ✎ ร่าง
Aviheṭhayaṁ aññatarampi tesaṁ;
tha-ap2:10.3 #
น ปุตฺตมิจฺเฉยฺย กุโต สหายํ✎ ร่าง
Na puttamiccheyya kuto sahāyaṁ,
tha-ap2:10.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:11.1 #
สํสคฺคชาตสฺส ภวนฺติ เสฺนหา✎ ร่าง
‘Saṁsaggajātassa bhavanti snehā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.12
tha-ap2:11.2 #
เสฺนหนฺวยํ ทุกฺขมิทํ ปโหติ✎ ร่าง
Snehanvayaṁ dukkhamidaṁ pahoti;
tha-ap2:11.3 #
อาทีนวํ เสฺนหชํ เปกฺขมาโน✎ ร่าง
Ādīnavaṁ snehajaṁ pekkhamāno,
tha-ap2:11.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:12.1 #
มิตฺเต สุหชฺเช อนุกมฺปมาโน✎ ร่าง
‘Mitte suhajje anukampamāno,
tha-ap2:12.2 #
หาเปติ อตฺถํ ปฏิพนฺธจิตฺโต✎ ร่าง
Hāpeti atthaṁ paṭibaddhacitto;
tha-ap2:12.3 #
เอตํ ภยํ สนฺถเว เปกฺขมาโน✎ ร่าง
Etaṁ bhayaṁ santhave pekkhamāno,
tha-ap2:12.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:13.1 #
วํโส วิสาโลว ยถา วิสตฺโต✎ ร่าง
‘Vaṁso visālova yathā visatto,
tha-ap2:13.2 #
ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา✎ ร่าง
Puttesu dāresu ca yā apekkhā;
tha-ap2:13.3 #
วํสกฺกฬีโรว อสชฺชมาโน✎ ร่าง
Vaṁse kaḷīrova asajjamāno,
tha-ap2:13.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:14.1 #
มิโค อรญฺญมฺหิ ยถา อพนฺโธ✎ ร่าง
‘Migo araññamhi yathā abaddho,
tha-ap2:14.2 #
เยนิจฺฉกํ คจฺฉติ โคจราย✎ ร่าง
Yenicchakaṁ gacchati gocarāya;
tha-ap2:14.3 #
วิญฺญู นโร เสริตํ เปกฺขมาโน✎ ร่าง
Viññū naro seritaṁ pekkhamāno,
tha-ap2:14.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:15.1 #
อามนฺตนา โหติ สหายมชฺเฌ✎ ร่าง
‘Āmantanā hoti sahāyamajjhe,
tha-ap2:15.2 #
วาเส ฐาเน คมเน จาริกาย✎ ร่าง
Vāse ca ṭhāne gamane cārikāya;
tha-ap2:15.3 #
อนภิชฺฌิตํ เสริตํ เปกฺขมาโน✎ ร่าง
Anabhijjhitaṁ seritaṁ pekkhamāno,
tha-ap2:15.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:16.1 #
ขิฑฺฑา รตี โหติ สหายมชฺเฌ✎ ร่าง
‘Khiḍḍā ratī hoti sahāyamajjhe,
อ้างอิงPTS 1.9 · สยามรัฐ 32.13
tha-ap2:16.2 #
ปุตฺเตสุ เปมํ วิปุลญฺจ โหติ✎ ร่าง
Puttesu pemaṁ vipulañca hoti;
tha-ap2:16.3 #
ปิยวิปฺปโยคํ วิชิคุจฺฉมาโน✎ ร่าง
Piyavippayogaṁ vijigucchamāno,
tha-ap2:16.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:17.1 #
จาตุทฺทิโส อปฺปฏิโฆ จ โหติ✎ ร่าง
‘Cātuddiso appaṭigho ca hoti,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.9
tha-ap2:17.2 #
สนฺตุสฺสมาโน อิตรีตเรน✎ ร่าง
Santussamāno itarītarena;
tha-ap2:17.3 #
ปริสฺสยานํ สหิตา อฉมฺภี✎ ร่าง
Parissayānaṁ sahitā achambhī,
tha-ap2:17.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:18.1 #
ทุสฺสงฺคหา ปพฺพชิตาปิ เอเก✎ ร่าง
‘Dussaṅgahā pabbajitāpi eke,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.16
tha-ap2:18.2 #
อโถ คหฏฺฐา ฆรมาวสนฺตา✎ ร่าง
Atho gahaṭṭhā gharamāvasantā;
tha-ap2:18.3 #
อปฺโปสฺสุกฺโก ปรปุตฺเตสุ หุตฺวา✎ ร่าง
Appossukko paraputtesu hutvā,
tha-ap2:18.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:19.1 #
โอโรปยิตฺวา คิหิพฺยญฺชนานิ✎ ร่าง
‘Oropayitvā gihibyañjanāni,
tha-ap2:19.2 #
สญฺฉินฺนปตฺโต ยถา โกวิฬาโร✎ ร่าง
Sañchinnapatto yathā koviḷāro;
tha-ap2:19.3 #
เฉตฺวาน วีโร คิหิพนฺธนานิ✎ ร่าง
Chetvāna vīro gihibandhanāni,
tha-ap2:19.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:20.1 #
สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ✎ ร่าง
‘Sace labhetha nipakaṁ sahāyaṁ,
tha-ap2:20.2 #
สทฺธิญฺจรํ สาธุวิหาริธีรํ✎ ร่าง
Saddhiṁ caraṁ sādhuvihāridhīraṁ;
tha-ap2:20.3 #
อภิภุยฺย สพฺพานิ ปริสฺสยานิ✎ ร่าง
Abhibhuyya sabbāni parissayāni,
tha-ap2:20.4 #
จเรยฺย เตนตฺตมโน สติมา ฯ✎ ร่าง
Careyya tenattamano satīmā’.
tha-ap2:21.1 #
โน เจ ลเภถ นิปกํ สหายํ✎ ร่าง
‘No ce labhetha nipakaṁ sahāyaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.14
tha-ap2:21.2 #
สทฺธิญฺจรํ สาธุวิหาริธีรํ✎ ร่าง
Saddhiṁ caraṁ sādhuvihāri dhīraṁ;
tha-ap2:21.3 #
ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหาย✎ ร่าง
Rājāva raṭṭhaṁ vijitaṁ pahāya,
tha-ap2:21.4 #
เอโก จเร มาตงฺครญฺเญว นาโค ฯ✎ ร่าง
Eko care mātaṅgaraññeva nāgo’.
tha-ap2:22.1 #
อทฺธา ปสํสาม สหายสมฺปทํ✎ ร่าง
‘Addhā pasaṁsāma sahāyasampadaṁ,
tha-ap2:22.2 #
เสฏฺฐา สมา เสวิตพฺพา สหายา✎ ร่าง
Seṭṭhā samā sevitabbā sahāyā;
tha-ap2:22.3 #
เอเต อลทฺธา อนวชฺชโภชี✎ ร่าง
Ete aladdhā anavajjabhojī,
tha-ap2:22.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:23.1 #
ทิสฺวา สุวณฺณสฺส ปภสฺสรานิ✎ ร่าง
‘Disvā suvaṇṇassa pabhassarāni,
tha-ap2:23.2 #
กมฺมารปุตฺเตน สุนิฏฺฐิตานิ✎ ร่าง
Kammāraputtena suniṭṭhitāni;
tha-ap2:23.3 #
สงฺฆฏฺฏมานานิ ทุเว ภุชสฺมึ✎ ร่าง
Saṅghaṭṭamānāni duve bhujasmiṁ,
tha-ap2:23.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:24.1 #
เอวํ ทุติเยน สหา มมสฺส✎ ร่าง
‘Evaṁ dutīyena sahā mamassa,
tha-ap2:24.2 #
วาจาภิลาโป อภิสชฺชนา วา✎ ร่าง
Vācābhilāpo abhisajjanā vā;
tha-ap2:24.3 #
เอตํ ภยํ อายติ เปกฺขมาโน✎ ร่าง
Etaṁ bhayaṁ āyatiṁ pekkhamāno,
tha-ap2:24.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:25.1 #
กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา✎ ร่าง
‘Kāmā hi citrā madhurā manoramā,
อ้างอิงPTS 1.10
tha-ap2:25.2 #
วิรูปรูเปน มเถนฺติ จิตฺตํ✎ ร่าง
Virūparūpena mathenti cittaṁ;
tha-ap2:25.3 #
อาทีนวํ กามคุเณสุ ทิสฺวา✎ ร่าง
Ādīnavaṁ kāmaguṇesu disvā,
tha-ap2:25.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:26.1 #
อีตี จ คณฺโฑ จ อุปทฺทโว จ✎ ร่าง
‘Ītī ca gaṇḍo ca upaddavo ca,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.15
tha-ap2:26.2 #
โรโค จ สลฺลญฺจ ภยญฺจ เมตํ✎ ร่าง
Rogo ca sallañca bhayañca metaṁ;
tha-ap2:26.3 #
เอตํ ภยํ กามคุเณสุ ทิสฺวา✎ ร่าง
Etaṁ bhayaṁ kāmaguṇesu disvā,
tha-ap2:26.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:27.1 #
สีตญฺจ อุณฺหญฺจ ขุทํ ปิปาสํ✎ ร่าง
‘Sītañca uṇhañca khudaṁ pipāsaṁ,
tha-ap2:27.2 #
วาตาตเป ฑํสสิรึสเป จ✎ ร่าง
Vātātape ḍaṁsasarīsape ca;
tha-ap2:27.3 #
สพฺพานิเปตานิ อภิภวิตฺวา✎ ร่าง
Sabbānipetāni abhibbhavitvā,
tha-ap2:27.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:28.1 #
นาโคว ยูถานิ วิวชฺชยิตฺวา✎ ร่าง
‘Nāgova yūthāni vivajjayitvā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.18
tha-ap2:28.2 #
สญฺชาตขนฺโธ ปทุมี อุฬาโร✎ ร่าง
Sañjātakhandho padumī uḷāro;
tha-ap2:28.3 #
ยถาภิรนฺตํ วิหรํ อรญฺเญ✎ ร่าง
Yathābhirantaṁ viharaṁ araññe,
tha-ap2:28.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:29.1 #
อฏฺฐานตํ สงฺคณิการตสฺส✎ ร่าง
‘Aṭṭhāna taṁ saṅgaṇikāratassa,
tha-ap2:29.2 #
ยํ ผุสฺสเย ๑- สามยิกํ วิมุตฺตึ✎ ร่าง
Yaṁ phassaye sāmayikaṁ vimuttiṁ;
tha-ap2:29.3 #
อาทิจฺจพนฺธุสฺส วโจ นิสมฺม✎ ร่าง
Ādiccabandhussa vaco nisamma,
tha-ap2:29.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:30.1 #
ทิฏฺฐีวิสูกานิ อุปาติวตฺโต✎ ร่าง
‘Diṭṭhīvisūkāni upātivatto,
tha-ap2:30.2 #
ปตฺโต นิยามํ ปฏิลทฺธมคฺโค✎ ร่าง
Patto niyāmaṁ paṭiladdhamaggo;
tha-ap2:30.3 #
อุปฺปนฺนญาโณมฺหิ อนญฺญเนยฺโย✎ ร่าง
Uppannañāṇomhi anaññaneyyo,
tha-ap2:30.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:31.1 #
นิลฺโลลุโป นิกฺกุโห นิปฺปิปาโส✎ ร่าง
‘Nillolupo nikkuho nippipāso,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.16 · ฉัฏฐสังคายนา 57.10
tha-ap2:31.2 #
นิมฺมกฺโข นิทฺธนฺตกสาวโมโห✎ ร่าง
Nimmakkha niddhantakasāvamoho;
tha-ap2:31.3 #
นิราสโย สพฺพโลเก ภวิตฺวา✎ ร่าง
Nirāsayo sabbaloke bhavitvā,
tha-ap2:31.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:32.1 #
ปาปํ สหายํ ปริวชฺชเยถ✎ ร่าง
‘Pāpaṁ sahāyaṁ parivajjayetha,
tha-ap2:32.2 #
อนตฺถทสฺสึ วิสเม นิวิฏฺฐํ✎ ร่าง
Anatthadassiṁ visame niviṭṭhaṁ;
tha-ap2:32.3 #
สยํ น เสเว ปสุตํ ปมตฺตํ✎ ร่าง
Sayaṁ na seve pasutaṁ pamattaṁ,
tha-ap2:32.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:33.1 #
พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ ภเชถ✎ ร่าง
‘Bahussutaṁ dhammadharaṁ bhajetha,
อ้างอิงPTS 1.11
tha-ap2:33.2 #
มิตฺตํ อุฬารํ ปฏิภาณวนฺตํ✎ ร่าง
Mittaṁ uḷāraṁ paṭibhānavantaṁ;
tha-ap2:33.3 #
อญฺญาย อตฺถานิ วิเนยฺย กงฺขํ✎ ร่าง
Aññāya atthāni vineyya kaṅkhaṁ,
tha-ap2:33.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:34.1 #
ขิฑฺฑํ รตึ กามสุขญฺจ โลเก✎ ร่าง
‘Khiḍḍaṁ ratiṁ kāmasukhañca loke,
tha-ap2:34.2 #
อนลงฺกริตฺวา อนเปกฺขมาโน✎ ร่าง
Analaṅkaritvā anapekkhamāno;
tha-ap2:34.3 #
วิภูสนฏฺฐานา วิรโต สจฺจวาที✎ ร่าง
Vibhūsaṭṭhānā virato saccavādī,
tha-ap2:34.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:35.1 #
ปุตฺตญฺจ ทารํ ปิตรญฺจ มาตรํ✎ ร่าง
‘Puttañca dāraṁ pitarañca mātaraṁ,
tha-ap2:35.2 #
ธนานิ ธญฺญานิ จ พนฺธวานิ✎ ร่าง
Dhanāni dhaññāni ca bandhavāni;
tha-ap2:35.3 #
หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานิ✎ ร่าง
Hitvāna kāmāni yathodhikāni,
tha-ap2:35.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:36.1 #
สงฺโค เอโส ปริตฺตเมตฺถ โสขฺยํ✎ ร่าง
‘Saṅgo eso parittamettha sokhyaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.17
tha-ap2:36.2 #
อปฺปสฺสาโท ทุกฺขเมเวตฺถ ภิยฺ✎ ร่าง
Appassādo dukkhamevettha bhiyyo;
tha-ap2:36.3 #
โย กณฺโฑ เอโส อิติ ญตฺวา มติมา✎ ร่าง
Gaḷo eso iti ñatvā matimā,
tha-ap2:36.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:37.1 #
สนฺทาลยิตฺวาน สํโยชนานิ✎ ร่าง
‘Sandālayitvāna saṁyojanāni,
tha-ap2:37.2 #
ชาลํว ภิตฺวา สลิลมฺพุจารี✎ ร่าง
Jālaṁva bhetvā salilambucārī;
tha-ap2:37.3 #
อคฺคีว ทฑฺฒํ อนิวตฺตมาโน✎ ร่าง
Aggīva daḍḍhaṁ anivattamāno,
tha-ap2:37.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:38.1 #
โอกฺขิตฺตจกฺขู น จ ปาทโลโล✎ ร่าง
‘Okkhittacakkhū na ca pādalolo,
tha-ap2:38.2 #
คุตฺตินฺทฺริโย รกฺขิตมานสาโน✎ ร่าง
Guttindriyo rakkhitamānasāno;
tha-ap2:38.3 #
อนวสฺสุโต อปฺปริฑยฺหมาโน✎ ร่าง
Anavassuto apariḍayhamāno,
tha-ap2:38.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:39.1 #
โอหารยิตฺวา คิหิพฺยญฺชนานิ✎ ร่าง
‘Ohārayitvā gihibyañjanāni,
อ้างอิงพุทธชยันตี 36.20
tha-ap2:39.2 #
สญฺฉินฺนปตฺโต ยถา ปาริฉตฺโต✎ ร่าง
Sañchannapatto yathā pārichatto;
tha-ap2:39.3 #
กาสายวตฺโถ อภินิกฺขมิตฺวา✎ ร่าง
Kāsāyavattho abhinikkhamitvā,
tha-ap2:39.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:40.1 #
รเสสุ เคธํ อกรํ อโลโล✎ ร่าง
‘Rasesu gedhaṁ akaraṁ alolo,
tha-ap2:40.2 #
อนญฺญโปสี สปทานจารี✎ ร่าง
Anaññaposī sapadānacārī;
tha-ap2:40.3 #
กุเล กุเล อปฺปฏิพทฺธจิตฺโต✎ ร่าง
Kule kule appaṭibaddhacitto,
tha-ap2:40.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:41.1 #
ปหาย ปญฺจาวรณานิ เจตโส✎ ร่าง
‘Pahāya pañcāvaraṇāni cetaso,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.18
tha-ap2:41.2 #
อุปกฺกิเลเส พฺยปนุชฺช สพฺเพ✎ ร่าง
Upakkilese byapanujja sabbe;
tha-ap2:41.3 #
อนิสฺสิโต เฉชฺช สิเนหโทสํ✎ ร่าง
Anissito chejja sinehadosaṁ,
tha-ap2:41.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:42.1 #
วิปิฏฺฐิกตฺวาน สุขญฺจ ทุกฺขํ✎ ร่าง
‘Vipiṭṭhikatvāna sukhañca dukkhaṁ,
อ้างอิงPTS 1.12
tha-ap2:42.2 #
ปุพฺเพว โสมนสฺสํ โทมนสฺสํ✎ ร่าง
Pubbeva somanassadomanassaṁ;
tha-ap2:42.3 #
ลทฺธานุเปกฺขํ สมถํ วิสุทฺธํ✎ ร่าง
Laddhānupekkhaṁ samathaṁ visuddhaṁ,
tha-ap2:42.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:43.1 #
อารทฺธวิริโย ปรมตฺถปตฺติยา✎ ร่าง
‘Āraddhavīriyo paramatthapattiyā,
tha-ap2:43.2 #
อลีนจิตฺโต อกุสีตวุตฺติ✎ ร่าง
Alīnacitto akusītavutti;
tha-ap2:43.3 #
ทฬฺหนิกฺกโม ถามพลูปปนฺโน✎ ร่าง
Daḷhanikkamo thāmabalūpapanno,
tha-ap2:43.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:44.1 #
ปฏิสลฺลานํ ฌานมริญฺจมาโน✎ ร่าง
‘Paṭisallānaṁ jhānamariñcamāno,
tha-ap2:44.2 #
ธมฺเมสุ นิจฺจํ อนุธมฺมจารี✎ ร่าง
Dhammesu niccaṁ anudhammacārī;
tha-ap2:44.3 #
อาทีนวํ สมฺมสิตา ภเวสุ✎ ร่าง
Ādīnavaṁ sammasitā bhavesu,
tha-ap2:44.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:45.1 #
ตณฺหกฺขยํ ปตฺถยมปฺปมตฺโต✎ ร่าง
‘Taṇhakkhayaṁ patthayamappamatto,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.11
tha-ap2:45.2 #
อเนลมูโค สุตวา สติมา✎ ร่าง
Aneḷamūgo sutavā satīmā;
tha-ap2:45.3 #
สงฺขาตธมฺโม นิยโต ปธานวา✎ ร่าง
Saṅkhātadhammo niyato padhānavā,
tha-ap2:45.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:46.1 #
สีโหว สทฺเทสุ อสนฺตสนฺโต✎ ร่าง
‘Sīhova saddesu asantasanto,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.19
tha-ap2:46.2 #
วาโตว ชาลมฺหิ อสชฺชมาโน✎ ร่าง
Vātova jālamhi asajjamāno;
tha-ap2:46.3 #
ปทุมํว โตเยน อลิมฺปมาโน✎ ร่าง
Padumaṁva toyena alippamāno,
tha-ap2:46.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:47.1 #
สีโห ยถา ทาฐพลี ปสยฺห✎ ร่าง
‘Sīho yathā dāṭhabalī pasayha,
tha-ap2:47.2 #
ราชา มิคานํ อภิภุยฺยจารี✎ ร่าง
Rājā migānaṁ abhibhuyya cārī;
tha-ap2:47.3 #
เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานิ✎ ร่าง
Sevetha pantāni senāsanāni,
tha-ap2:47.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:48.1 #
เมตฺตํ อุเปกฺขํ กรุณํ วิมุตฺตึ✎ ร่าง
‘Mettaṁ upekkhaṁ karuṇaṁ vimuttiṁ,
tha-ap2:48.2 #
อาเสวมาโน มุทิตญฺจ กาเล✎ ร่าง
Āsevamāno muditañca kāle;
tha-ap2:48.3 #
สพฺเพน โลเกน อวิรุชฺฌมาโน✎ ร่าง
Sabbena lokena avirujjhamāno,
tha-ap2:48.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:49.1 #
ราคญฺจ โทสญฺจ ปหาย โมหํ✎ ร่าง
‘Rāgañca dosañca pahāya mohaṁ,
tha-ap2:49.2 #
สนฺทาลยิตฺวาน สํโยชนานิ✎ ร่าง
Sandālayitvāna saṁyojanāni;
tha-ap2:49.3 #
อสนฺตสํ ชีวิตสงฺขยมฺหิ✎ ร่าง
Asantasaṁ jīvitasaṅkhayamhi,
tha-ap2:49.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:50.1 #
ภชนฺติ เสวนฺติ จ การณตฺถา✎ ร่าง
‘Bhajanti sevanti ca kāraṇatthā,
อ้างอิงPTS 1.13 · พุทธชยันตี 36.22
tha-ap2:50.2 #
นิกฺการณา ทุลฺลภา อชฺช มิตฺตา✎ ร่าง
Nikkāraṇā dullabhā ajja mittā;
tha-ap2:50.3 #
อตฺตตฺถปญฺญา อสุจี มนุสฺสา✎ ร่าง
Attatthapaññā asucīmanussā,
tha-ap2:50.4 #
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป ฯ✎ ร่าง
Eko care khaggavisāṇakappo’.
tha-ap2:51.1 #
วิสุทฺธสีลา สุวิสุทฺธปญฺญา✎ ร่าง
Visuddhasīlā suvisuddhapaññā,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.20
tha-ap2:51.2 #
สมาหิตา ชาคริยานุยุตฺตา✎ ร่าง
Samāhitā jāgariyānuyuttā;
tha-ap2:51.3 #
วิปสฺสกา ธมฺมวิเสสทสฺสี✎ ร่าง
Vipassakā dhammavisesadassī,
tha-ap2:51.4 #
มคฺคงฺคโพชฺฌงฺคคเต วิชญฺญา ฯ✎ ร่าง
Maggaṅgabojjhaṅgagate vijaññā.
tha-ap2:52.1 #
สุญฺญปฺปณิธิญฺจ ตถานิมิตฺตํ✎ ร่าง
Suññappaṇidhiñca tathānimittaṁ,
tha-ap2:52.2 #
อาเสวยิตฺวา ชินสาสนมฺหิ✎ ร่าง
Āsevayitvā jinasāsanamhi;
tha-ap2:52.3 #
เย สาวกตฺตํ น วชนฺติ ธีรา✎ ร่าง
Ye sāvakattaṁ na vajanti dhīrā,
tha-ap2:52.4 #
ภวนฺติ ปจฺเจกชินา สยมฺภู ฯ✎ ร่าง
Bhavanti paccekajinā sayambhū.
tha-ap2:53.1 #
มหนฺตธมฺมา พหุธมฺมกายา✎ ร่าง
Mahantadhammā bahudhammakāyā,
tha-ap2:53.2 #
จิตฺติสฺสรา สพฺพทุกฺโขฆติณฺณา✎ ร่าง
Cittissarā sabbadukkhoghatiṇṇā;
tha-ap2:53.3 #
อุทคฺคจิตฺตา ปรมตฺถทสฺสี✎ ร่าง
Udaggacittā paramatthadassī,
tha-ap2:53.4 #
สีโหปมา ขคฺควิสาณกปฺปา ฯ✎ ร่าง
Sīhopamā khaggavisāṇakappā.
tha-ap2:54.1 #
สนฺตินฺทฺริยา สนฺตมนา สมาธี✎ ร่าง
Santindriyā santamanā samādhī,
tha-ap2:54.2 #
ปจฺจนฺตสตฺเตสุ มติปฺปจารา✎ ร่าง
Paccantasattesu patippacārā;
tha-ap2:54.3 #
ทีปา ปรตฺถ อิธ วิชฺชลนฺตา✎ ร่าง
Dīpā parattha idha vijjalantā,
tha-ap2:54.4 #
ปจฺเจกพุทฺธา สตฺตหิตาเม ๑- ฯ✎ ร่าง
Paccekabuddhā satataṁ hitāme.
tha-ap2:55.1 #
ปหีนสพฺพาวรณา ชนินฺทา✎ ร่าง
Pahīnasabbāvaraṇā janindā,
tha-ap2:55.2 #
โลกปฺปทีปา ฆนกญฺจนาภา✎ ร่าง
Lokappadīpā ghanakañcanābhā;
tha-ap2:55.3 #
นิสฺสํสยํ โลกสุทกฺขิเณยฺยา✎ ร่าง
Nissaṁsayaṁ lokasudakkhiṇeyyā,
tha-ap2:55.4 #
ปจฺเจกพุทฺธา สตตปฺปิตาเม ฯ✎ ร่าง
Paccekabuddhā satatappitāme.
tha-ap2:56.1 #
ปจฺเจกพุทฺธาน สุภาสิตานิ✎ ร่าง
Paccekabuddhānaṁ subhāsitāni,
อ้างอิงสยามรัฐ 32.21
tha-ap2:56.2 #
จรนฺติ โลกมฺหิ สเทวกมฺหิ✎ ร่าง
Caranti lokamhi sadevakamhi;
tha-ap2:56.3 #
สุตฺวา ตถา เย น กโรนฺติ พาลา วชฺช✎ ร่าง
Sutvā tathā ye na karonti bālā,
tha-ap2:56.4 #
นฺติ ๑- ทุกฺเขสุ ปุนปฺปุนนฺเต ฯ✎ ร่าง
Caranti dukkhesu punappunaṁ te.
tha-ap2:57.1 #
ปจฺเจกพุทฺธาน สุภาสิตานิ✎ ร่าง
Paccekabuddhāna subhāsitāni,
tha-ap2:57.2 #
มธุํ ยถา ขุทฺทมิวสฺสวนฺตํ✎ ร่าง
Madhuṁ yathā khuddamavassavantaṁ;
tha-ap2:57.3 #
สุตฺวา ตถา เย ปฏิปตฺติยุตฺตา✎ ร่าง
Sutvā tathā ye paṭipattiyuttā,
tha-ap2:57.4 #
ภวนฺติ เต สจฺจทสา สปญฺญา ฯ✎ ร่าง
Bhavanti te saccadasā sapaññā.
tha-ap2:58.1 #
ปจฺเจกพุทฺเธหิ ชิเนหิ ภาสิตา คา✎ ร่าง
Paccekabuddhehi jinehi bhāsitā,
อ้างอิงPTS 1.14
tha-ap2:58.2 #
ถา ๒- อุฬารา อภินิกฺขมิตฺวา✎ ร่าง
Kathā uḷārā abhinikkhamitvā;
tha-ap2:58.3 #
ตา สกฺยสีเหน นรุตฺตเมน✎ ร่าง
Tā sakyasīhena naruttamena,
tha-ap2:58.4 #
ปกาสิตา ธมฺมวิชานนตฺถํ ฯ✎ ร่าง
Pakāsitā dhammavijānanatthaṁ.
tha-ap2:59.1 #
โลกานุกมฺปาย อิมานิ เตสํ✎ ร่าง
Lokānukampāya imāni tesaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.12
tha-ap2:59.2 #
ปจฺเจกพุทฺธาน วิกุพฺพิตานิ✎ ร่าง
Paccekabuddhāna vikubbitāni;
tha-ap2:59.3 #
สํเวคสงฺคมติวฑฺฒนตฺถํ✎ ร่าง
Saṁvegasaṅgamativaḍḍhanatthaṁ,
tha-ap2:59.4 #
สยมฺภุสีเหน ปกาสิตานีติ ฯ✎ ร่าง
Sayambhusīhena pakāsitānī”ti.
tha-ap2:60.1 #
ปจฺเจกพุทฺธาปทานํ สมตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Paccekabuddhāpadānaṁ samattaṁ.
tha-ap3:0.1 #
✎ ร่าง
Therāpadāna
tha-ap3:0.2 #
ุติยํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. จรนฺติ ฯ ๒ ม. กถา ฯ ตติยํ✎ ร่าง
Buddhavagga
tha-ap3:0.3 #
สารีปุตฺตตฺเถราปทานํ✎ ร่าง
Sāriputtattheraapadāna
tha-ap3:1.1 #
อถ เถราปทานํ สุณาถ✎ ร่าง
Atha therāpadānaṁ suṇātha—
อ้างอิงสยามรัฐ 32.22 · พุทธชยันตี 36.24
tha-ap3:2.1 #
ตสฺสา สญฺญาย วาหสา ปตฺโต เม อาสวกฺขโย ฯ |๒๑๘.๒๙| อิโต เตรสกปฺปมฺหิ วนิทฺโธ ๓- นาม ขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๒๑๘.๓๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สนฺธิโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สนฺธิตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ สตฺตมํ ตาลวณฺฏทายกตฺเถราปทานํ✎ ร่าง
“Himavantassa avidūre,
อ้างอิงPTS 1.15
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๒ — ขุททกนิกาย อปทาน ๑
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน