‹ กลับ
เอกทุสสทายกเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 12 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๔๐๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒] เราเป็นคนเกี่ยวหญ้าขายอยู่ในพระนครหงสวดี เลี้ยงชีพด้วยการ เกี่ยวหญ้า เลี้ยงดูเด็กๆ ก็ด้วยการเกี่ยวหญ้านั้น พระชินเจ้า พระนามว่าปทุมุตระผู้รู้จบธรรมทั้งปวง เป็นนายกของโลก เสด็จ อุบัติขึ้น กำจัดความมืดมนให้พินาศ ครั้งนั้นเรานั่งอยู่ในเรือน ของตน คิดอย่างนี้ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ไทยธรรมของเราไม่มี เรามีแต่ผ้าสาฎกผืนเดียวนี้ ไม่มีใครจะให้เรา การถูกต้องนรกนำความทุกข์มาให้ เราจะปลูกฝังทักษิณา ครั้นคิด ได้เช่นนี้แล้ว เราจึงได้ยังจิตของเราให้เลื่อมใส ได้ถือผ้าผืนหนึ่งไป ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ครั้นถวายผ้าแล้วได้ประกาศ เสียงก้องว่า ข้าแต่พระมหามุนีวีระเจ้า ถ้าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า ก็ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้ข้าด้วยเถิด พระพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เมื่อจะทรงประกาศ ทานของเรา ได้ทรงทำอนุโมทนาแก่เราว่า ด้วยการถวายผ้าผืนหนึ่งนี้ และด้วยความตั้งเจตนาไว้ บุรุษนี้จะไม่ไปสู่วินิบาตเลยตลอดแสนกัป เขาจักได้เป็นจอมเทพเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓๖ ครั้ง จักได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิราช ๓๓ ครั้ง และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราช อันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เมื่อเธอท่องเที่ยวอยู่ในภพ คือ ในเทวโลกหรือมนุษย์โลก จักเป็นผู้มีรูปสวยงาม สมบูรณ์ด้วยคุณ มีกายสง่า จักได้ผ้าร้อยล้านแสนโกฏินับไม่ได้ ตามความปรารถนา ครั้นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ผู้เป็นนักปราชญ์ตรัสดังนี้ แล้ว ได้เสด็จเหาะขึ้นสู่อากาศเหมือนพญาหงส์ในอัมพร ฉะนั้น เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ เราไม่มีความบกพร่องในโภคสมบัติเลย นี้เป็นผลแห่งผ้าผืนหนึ่ง ผ้าเกิดแก่เราทุกๆ ย่างก้าว ข้างล่างเรายืนอยู่บนผ้า ข้างบนเรามีผ้า เป็นเครื่องบัง ทุกวันนี้จักรวาลพร้อมทั้งป่า ภูเขา เมื่อเราปรารถนา จะถือเอา ก็พึงคลุมได้ด้วยผ้า เพราะผ้าผืนเดียวนั่นแหละ เมื่อยัง ท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่ เราเป็นผู้มีผิวพรรณเหมือนทองคำ ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ เราได้ถึงความเป็นภิกษุเพราะวิบาก แห่งผ้าผืนเดียว ถึงชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้าย แม้ในชาตินี้ผ้าก็ยังให้ ผลแก่เราอยู่ ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ถวายผ้าใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผ้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งผ้าผืนเดียว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกทุสสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๑๒] ในสมัยต่อมาจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ พระพิชิตมาร พระนามว่าสุเมธ ผู้เป็นนายกของโลก ยากที่จะเทียมถึง ทรงมีเดช รุ่งเรือง อุดมกว่าสัตวโลกทั้งปวง ทรงมีพระเนตรแจ่มใส พระพักตร์ แช่มชื่น พระองค์สูงใหญ่ ตรง มีสง่า ทรงแสวงหาประโยชน์เพื่อ สรรพสัตว์ ทรงเปลื้องสัตว์ให้พ้นจากเครื่องผูกเป็นอันมาก ในกาล เมื่อพระพุทธเจ้าทรงบรรลุพระโพธิญาณอันอุดมบริสุทธิ์แล้ว ทรง ประกาศธรรมจักร ณ สุทัสนนคร แม้ในกาลที่พระองค์ทรงแสดง พระธรรมเทศนา มีธรรมาภิสมัย ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ธรรมาภิสมัยได้ มีแก่สัตว์แสนโกฏิ ครั้งที่ ๒ ในกาลเมื่อพระพิชิตมารทรงทรมาน ยักษ์ชื่อว่า กุมภกรรณ์ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์เก้าหมื่นโกฏิ ครั้งที่ ๓ ในกาลเมื่อพระองค์ผู้ทรงยศนับไม่ได้ ทรงประกาศจตุราริยสัจ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์แปดหมื่นโกฏิ พระสุเมธศาสดาทรงมีการ ประชุมพระภิกษุขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง ในกาลเมื่อพระพิชิตมารเสด็จเข้าไปในสุทัสนนคร พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันร้อยโกฏิ ในกาลเมื่อภิกษุทั้งหลาย กรานกฐิน ณ เทวกูฏ พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันครั้งที่ ๒ เก้าสิบ โกฏิ ในกาลเมื่อพระทศพลเสด็จจาริกไปอีกครั้งหนึ่ง พระภิกษุ- ขีณาสพมาประชุมกันครั้งที่ ๓ แปดสิบโกฏิ สมัยนั้น เราเป็นมาณพ มีนามว่าอุตระ มีทรัพย์ที่เก็บสะสมไว้ในเรือนแปดสิบโกฏิ เราได้ ถวายทรัพย์แก่พระศาสดา พร้อมด้วยพระสาวกหมดสิ้น แล้วถึง พระองค์เป็นสรณะ ชอบใจ (ออก) บรรพชา แม้พระพุทธเจ้า พระองค์นั้น เมื่อทรงทำอนุโมทนา ก็ทรงพยากรณ์เราในกาลนั้นว่า ในสามหมื่นกัป ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ......... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ ให้ยิ่งขึ้นไป เราเล่าเรียนพระสูตรและพระวินัย อันเป็น นวังคสัตถุศาสน์ทั้งปวงแล้ว ทำพระศาสนาของพระพิชิตมารให้งาม เราเป็นผู้ไม่ประมาทในคำสั่งสอนนั้น ทั้งในเวลานั่งยืนและเดิน ถึง ความสำเร็จในอภิญญาแล้ว ได้ไปยังพรหมโลก พระนครชื่อว่า สุทัสนะ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าสุทัตตะ เป็นพระชนกของ พระสุเมธศาสดา พระนางสุทัตตาเป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบ ครองอาคารสถานอยู่เก้าหมื่นปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่าสุจันทะ กัญจนะ และสิริวัฑฒะ มีพระสนมนารีกำนัลในสี่หมื่น แปดพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสุมนา พระราชโอรสพระนามว่าปุนัพพะ พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยคชสารอันเป็นยานพระที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญ เพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม พระสุเมธมหาวีรชินเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศธรรมจักร ณ สุทัสนอุทยาน อันประเสริฐ ทรงมีพระสรณเถระและสรรพกามเถระ เป็นพระอัคร- สาวก พระเถระชื่อว่าสาคระ เป็นพุทธอุปัฏฐาก พระรามาเถรีและ พระสุรามาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์ เรียกชื่อว่าต้นสะเดา อุรุเวลาอุบาสกและยสวาอุบาสก เป็นอัคร- อุปัฏฐาก ยสาอุบาสิกาและสิริวาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระมหามุนีทรงมีพระองค์สูง ๘๘ ศอก มีพระรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เปรียบดังพระจันทร์ในหมู่ดาว ฉะนั้น พระรัศมีของพระองค์แผ่ไป ตลอดโยชน์หนึ่งโดยรอบ เหมือนแก้วมณีของพระเจ้าจักรพรรดิ แผ่ไปโยชน์หนึ่ง ฉะนั้น ในกาลนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุเก้าหมื่นปี พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้น วัฏฏสงสารได้มากมาย พระศาสนาของพระองค์ คับคั่งไปด้วยพระ อรหันต์ทั้งหลาย ล้วนแต่ผู้บรรลุไตรวิชชา ฉฬภิญญา และพลธรรม คงที่ แม้ท่านทั้งหมดนั้น ล้วนมียศศักดิ์มากนับไม่ได้ หลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิ แสดงแสงสว่างแห่งญาณแล้วนิพพาน พระพุทธสุเมธ ชินเจ้าผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ เมธาราม พระธาตุของพระองค์ แผ่กระจัดกระจายไปในประเทศนั้นๆ ฉะนี้แล. [๑๒] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยานาคชื่อภูริทัต มีฤทธิ์มาก เราไปยังเทวโลกพร้อมกับท้าววิรูปักข์มหาราช ในเทวโลกนั้น เรา ได้เห็นทวยเทพผู้สมบูรณ์ด้วยความสุขโดยส่วนเดียว จึงสมาทาน ศีลวัตร เพื่อต้องการจะไปยังสวรรค์นั้น เราชำระร่างกาย บริโภค อาหารพอเป็นเครื่องเลี้ยงอาชีพแล้ว อธิษฐานอุโบสถมีองค์ ๔ ประการว่าผู้ใดพึงทำกิจด้วยผิวหนังก็ดี ด้วยเนื้อก็ดี ด้วยเอ็นก็ดี ด้วยกระดูกก็ดี ขอผู้นั้นจงนำเอาอวัยวะที่เราให้นี้ไปเถิด แล้วนอน อยู่บนยอดจอมปลวก พราหมณ์อาลัมพาน อันบุคคลผู้ไม่รู้อุปการะที่ บุคคลอื่นทำแล้ว บอกแล้ว ได้จับเราใส่ไว้ในตะกร้า ให้เราเล่น ในที่นั้นๆ แม้เมื่อพราหมณ์อาลัมพานใส่เราไว้ในตะกร้า แม้เมื่อ บีบเราด้วยฝ่ามือ เราก็ไม่โกรธเพราะเรากลัวศีลของเราจะขาด การ ที่เราบริจาคชีวิตของตนเป็นของเบาแม้กว่าหญ้า การล่วงศีลของเรา เป็นเหมือนดังว่าแผ่นดิน เราพึงสละชีวิตของเราสิ้นร้อยชาติเนืองๆ เราไม่พึงทำลายศีลแม้เพราะเหตุแห่งทวีปทั้ง ๔ ถึงแม้เราจะถูก พราหมณ์อาลัมพานใส่ไว้ในตะกร้าเราก็มิได้ทำจิตให้โกรธเคือง เพื่อ รักษาศีลเพื่อบำเพ็ญศีลบารมีให้เต็ม ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (83 ประโยค)
tha-ap424:1.1 #
นคเร หํสวติยา🤖 AI จับคู่
“Nagare haṁsavatiyā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.3
tha-ap424:1.2 #
อโหสึ ติณหารโก🤖 AI จับคู่
ahosiṁ tiṇahārako;
tha-ap424:1.3 #
ติณหาเรน ชีวามิ🤖 AI จับคู่
Tiṇahārena jīvāmi,
tha-ap424:1.4 #
เตน โปเสมิ ทารเก ฯ🤖 AI จับคู่
tena posemi dārake.
tha-ap424:2.1 #
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน🤖 AI จับคู่
Padumuttaro nāma jino,
tha-ap424:2.2 #
สพฺพธมฺมาน ปารคู🤖 AI จับคู่
sabbadhammāna pāragū;
tha-ap424:2.3 #
ตมนฺธการํ นาเสตฺวา🤖 AI จับคู่
Tamandhakāraṁ nāsetvā,
tha-ap424:2.4 #
อุปฺปชฺชิ โลกนายโก ฯ🤖 AI จับคู่
uppajji lokanāyako.
tha-ap424:3.1 #
สเก ฆเร นิสีทิตฺวา🤖 AI จับคู่
Sake ghare nisīditvā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.26 · พุทธชยันตี 37.1.90
tha-ap424:3.2 #
เอวํ จินฺเตสิ ตาวเท🤖 AI จับคู่
evaṁ cintesi tāvade;
tha-ap424:3.3 #
พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน🤖 AI จับคู่
‘Buddho loke samuppanno,
tha-ap424:3.4 #
เทยฺยธมฺโม น วิชฺชติ ฯ🤖 AI จับคู่
deyyadhammo na vijjati.
tha-ap424:4.1 #
อิทํ เม สาฏกํ เอกํ🤖 AI จับคู่
Idaṁ me sāṭakaṁ ekaṁ,
tha-ap424:4.2 #
นตฺถิ เม โกจิ ทายโก🤖 AI จับคู่
natthi me koci dāyako;
tha-ap424:4.3 #
ทุกฺโข นิรยสมฺผสฺโส🤖 AI จับคู่
Dukkho nirayasamphasso,
tha-ap424:4.4 #
โรปยิสฺสามิ ทกฺขิณํ ฯ🤖 AI จับคู่
ropayissāmi dakkhiṇaṁ’.
tha-ap424:5.1 #
เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Evāhaṁ cintayitvāna,
tha-ap424:5.2 #
สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ🤖 AI จับคู่
sakaṁ cittaṁ pasādayiṁ;
tha-ap424:5.3 #
เอกํ ทุสฺสํ คเหตฺวาน🤖 AI จับคู่
Ekaṁ dussaṁ gahetvāna,
tha-ap424:5.4 #
พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhaseṭṭhassadāsahaṁ.
tha-ap424:6.1 #
เอกํ ทุสฺสํ ททิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Ekaṁ dussaṁ daditvāna,
อ้างอิงPTS 2.380
tha-ap424:6.2 #
อุกฺกุฏฺฐึ สมฺปวตฺตยึ🤖 AI จับคู่
ukkuṭṭhiṁ sampavattayiṁ;
tha-ap424:6.3 #
ยทิ พุทฺโธ ตุวํ วีร🤖 AI จับคู่
‘Yadi buddho tuvaṁ vīra,
tha-ap424:6.4 #
ตาเรหิ มํ มหามุนิ ฯ🤖 AI จับคู่
tārehi maṁ mahāmuni’.
tha-ap424:7.1 #
ปทุมุตฺตโร โลกวิทู🤖 AI จับคู่
Padumuttaro lokavidū,
tha-ap424:7.2 #
อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห🤖 AI จับคู่
āhutīnaṁ paṭiggaho;
tha-ap424:7.3 #
มมํ ทานํ ปกิตฺเตนฺโต🤖 AI จับคู่
Mama dānaṁ pakittento,
tha-ap424:7.4 #
อกา เม อนุโมทนํ ฯ🤖 AI จับคู่
akā me anumodanaṁ.
tha-ap424:8.1 #
อิมินา เอกทุสฺเสน🤖 AI จับคู่
‘Iminā ekadussena,
tha-ap424:8.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ🤖 AI จับคู่
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap424:8.3 #
กปฺปสตสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Kappasatasahassāni,
tha-ap424:8.4 #
วินิปาตํ น คจฺฉติ ฯ🤖 AI จับคู่
vinipātaṁ na gacchasi.
tha-ap424:9.1 #
ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท🤖 AI จับคู่
Chattiṁsakkhattuṁ devindo,
tha-ap424:9.2 #
เทวรชฺชํ กริสฺสติ🤖 AI จับคู่
devarajjaṁ karissasi;
tha-ap424:9.3 #
เตตฺตึสกฺขตฺตุํ ราชา จ🤖 AI จับคู่
Tettiṁsakkhattuṁ rājā ca,
tha-ap424:9.4 #
จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ🤖 AI จับคู่
cakkavattī bhavissasi.
tha-ap424:10.1 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ🤖 AI จับคู่
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
tha-ap424:10.2 #
คณนาโต อสงฺขยํ🤖 AI จับคู่
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ;
tha-ap424:10.3 #
เทวโลเก มนุสเส วา🤖 AI จับคู่
Devaloke manusse vā,
tha-ap424:10.4 #
สํสรนฺโต ตุวํ ภเว ฯ🤖 AI จับคู่
saṁsaranto tuvaṁ bhave.
tha-ap424:11.1 #
รูปวา คุณสมฺปนฺโน🤖 AI จับคู่
Rūpavā guṇasampanno,
tha-ap424:11.2 #
อนุวตฺตนฺตเทหวา🤖 AI จับคู่
anavakkantadehavā;
tha-ap424:11.3 #
อกฺโขภํ อมิตํ ทุสฺสํ🤖 AI จับคู่
Akkhobhaṁ amitaṁ dussaṁ,
tha-ap424:11.4 #
ลภิสฺสติ ยถิจฺฉกํ ฯ🤖 AI จับคู่
labhissasi yadicchakaṁ’.
tha-ap424:12.1 #
อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ🤖 AI จับคู่
Idaṁ vatvāna sambuddho,
tha-ap424:12.2 #
ชลชุตฺตมนามโก🤖 AI จับคู่
jalajuttamanāmako;
tha-ap424:12.3 #
นภํ อพฺภุคฺคมิ ธีโร🤖 AI จับคู่
Nabhaṁ abbhuggamī vīro,
tha-ap424:12.4 #
หํสราชาว อมฺพเร ฯ🤖 AI จับคู่
haṁsarājāva ambare.
tha-ap424:13.1 #
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ🤖 AI จับคู่
Yaṁ yaṁ yonupapajjāmi,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.27
tha-ap424:13.2 #
เทวตฺตํ อถ มานุสํ🤖 AI จับคู่
devattaṁ atha mānusaṁ;
tha-ap424:13.3 #
โภเค เม อูนตา นตฺถิ🤖 AI จับคู่
Bhoge me ūnatā natthi,
tha-ap424:13.4 #
เอกทุสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
ekadussassidaṁ phalaṁ.
tha-ap424:14.1 #
ปทุทฺธาเร ปทุทฺธาเร🤖 AI จับคู่
Paduddhāre paduddhāre,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.4
tha-ap424:14.2 #
ทุสฺสํ นิพฺพตฺตเต มม🤖 AI จับคู่
dussaṁ nibbattate mamaṁ;
tha-ap424:14.3 #
เหฏฺฐา ทุสฺสมฺหิ ติฏฺฐาหิ🤖 AI จับคู่
Heṭṭhā dussamhi tiṭṭhāmi,
tha-ap424:14.4 #
อุปริจฺฉทนํ มม ฯ🤖 AI จับคู่
uparicchadanaṁ mama.
tha-ap424:15.1 #
จกฺกวาฬํ อุปาทาย🤖 AI จับคู่
Cakkavāḷaṁ upādāya,
tha-ap424:15.2 #
สกานนํ สปพฺพตํ🤖 AI จับคู่
sakānanaṁ sapabbataṁ;
tha-ap424:15.3 #
อิจฺฉมาโน อหํ อชฺช🤖 AI จับคู่
Icchamāno cahaṁ ajja,
tha-ap424:15.4 #
ทุสฺเสนจฺฉาทเยยฺย ตํ ฯ🤖 AI จับคู่
dussehacchādayeyya taṁ.
tha-ap424:16.1 #
เตเนว เอกทุสฺเสน🤖 AI จับคู่
Teneva ekadussena,
tha-ap424:16.2 #
สํสรนฺโต ภวาภเว🤖 AI จับคู่
saṁsaranto bhavābhave;
tha-ap424:16.3 #
สุวณฺณวณฺโณ หุตฺวาน🤖 AI จับคู่
Suvaṇṇavaṇṇo hutvāna,
tha-ap424:16.4 #
สํสรามิ ภวาภเว ฯ🤖 AI จับคู่
saṁsarāmi bhavābhave.
tha-ap424:17.1 #
วิปากํ เอกทุสฺสสฺส อ🤖 AI จับคู่
Vipākaṁ ekadussassa,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.92
tha-ap424:17.2 #
ชฺฌคํ ๑- ตตฺถ ภิกฺขุตํ🤖 AI จับคู่
nājjhagaṁ katthacikkhayaṁ;
tha-ap424:17.3 #
อยํปิ ๒- ปจฺฉิมา ชาติ🤖 AI จับคู่
Ayaṁ me antimā jāti,
tha-ap424:17.4 #
วิปจฺจติ อิธาปิ เม ฯ🤖 AI จับคู่
vipaccati idhāpi me.
tha-ap424:18.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Satasahassito kappe,
tha-ap424:18.2 #
ยํ ทุสฺสมททึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ dussamadadiṁ tadā;
tha-ap424:18.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap424:18.4 #
เอกทุสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
ekadussassidaṁ phalaṁ.
tha-ap424:19.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap424:19.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap424:19.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap424:20.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap424:20.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap424:20.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap424:21.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap424:21.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap424:21.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap424:22.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกทุสฺสทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ekadussadāyako thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap424:23.1 #
เอกทุสฺสทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นาชฺฌคํ กตฺถ จิกฺขยํ ฯ ๒ ม. อยํ เม อนฺติมา ชาติ ฯ ตติยํ เอกาสนทายกตฺเถราปทานํ (๔๒๓) [๑๒] |๑๒.๑| ปทุมุตฺตรสฺส อปเรน สุเมโธ นาม นายโก ทุราสโท อุคฺคเตโช สพฺพโลกุตฺตโม ชิโน ๑- ฯ |๑๒.๒| ปสนฺนเนตฺโต สุมุโข พฺรหา อุชุ ปตาปวา หิเตสี สพฺพสตฺตานํ พหู โมเจสิ พนฺธนา ฯ |๑๒.๓| ยทา พุทฺโธ ปาปุณิตฺวา เกวลํ โพธิมุตฺตมํ สุทสฺสนมฺหิ นคเร ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ ฯ |๑๒.๔| ตสฺสาปิ อภิสมยา ตีณิ อเหสุํ ธมฺมเทสเน โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๑๒.๕| ปุนาปรํ กุมฺภกณฺณํ ยกฺขญฺจ ๒- ทมยี ชิโน นวุติโกฏิสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๒.๖| ปุนาปรํ อมิตยโส จตุสจฺจํ ปกาสยิ อสีติโกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๒.๗| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ สุเมธสฺส มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๑๒.๘| สุทสฺสนมฺหิ นคเร ๓- อุปคญฺฉิ ชิโน ยทา ตทา ขีณาสวา ภิกฺขู สมึสุ สตโกฏิโย ฯ |๑๒.๙| ปุนาปรํ เทวกูเฏ ภิกฺขูนํ กฐินตฺถเต ตทา นวุติโกฏีนํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. มุนิ ฯ ยุ. สพฺพโลกุตฺตโร มุนิ ฯ ๒ ม. ยุ. ยกฺขํ โส ฯ ๓ ม. สุทสฺสนํ นาม@นครํ ฯ ยุ. สุทสฺสนํ นครํ วรํ ฯ |๑๒.๑๐| ปุนาปรํ ทสพโล ยทา จรติ จาริกํ ตทา อสีติโกฏีนํ ตติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๑๒.๑๑| อหนฺเตน สมเยน อุตฺตโร นาม มาณโว อสีติโกฏิโย มยฺหํ ฆเร สนฺนิจฺจิตํ ธนํ ฯ |๑๒.๑๒| เกวลํ สพฺพํ ทตฺวาน สสงฺเฆ โลกนายเก ๑- สรณํ ตสฺส อุปคญฺฉึ ปพฺพชฺชํ อภิโรจยึ ฯ |๑๒.๑๓| โสปิ มํ ตทา ๒- พฺยากาสิ กโรนฺโต อนุโมทนํ ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๑๒.๑๔| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๑๒.๑๕| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๑๒.๑๖| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๑๒.๑๗| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถ รุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๑๒.๑๘| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๑๒.๑๙| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติ มํ ชินํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. สสงฺฆํ โลกนายก ฯ ๒ ม. ยุ. พุทฺโธ ฯ |๑๒.๒๐| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๑๒.๒๑| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๑๒.๒๒| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๑๒.๒๓| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๑๒.๒๔| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๑๒.๒๕| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๒.๒๖| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐา ติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๑๒.๒๗| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๒.๒๘| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ ๑- วตฺตมธิฏฺฐาสี ทสปารมิปูริยา ฯ |๑๒.๒๙| สุตฺตนฺตํ วินยญฺจาปิ นวงฺคสตฺถุสาสนํ สพฺพํ ปริยาปุณิตฺวาน โสภยึ ชินสาสนํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อุตฺตริวตมธิฏฺฐาสึ ฯ |๑๒.๓๐| ตตฺถปฺปมตฺโต วิหรนฺโต นิสชฺชฏฺฐานจงฺกเม อภิญฺญาปารมึ ๑- ปตฺวา พฺรหฺมโลกมคญฺฉิหํ ฯ |๑๒.๓๑| สุทสฺสนํ นาม นครํ สุทตฺโต นาม ขตฺติโย สุทตฺตา นาม ชนิกา สุเมธสฺส มเหสิโน ฯ |๑๒.๓๒| นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส สุจนฺโท กญฺจโน สิริวฑฺโฒ ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๑๒.๓๓| ติโสฬสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา สุมนา นาม สา นารี ปุนพฺโพ ๒- นาม อตฺรโช ฯ |๑๒.๓๔| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา หตฺถิยาเนน นิกฺขมิ อนูนกํ อฏฺฐมาสํ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๑๒.๓๕| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต สุเมโธ โลกนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร สุทสฺสนุยฺยานมุตฺตเม ฯ |๑๒.๓๖| สรโณ จ สพฺพกาโม จ อเหสุํ อคฺคสาวกา สาคโร นามุปฏฺฐาโก สุเมธสฺส มเหสิโน ฯ |๑๒.๓๗| รามา เจว สุรามา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต นิมฺพรุกฺโขติ ๓- ปวุจฺจติ ฯ |๑๒.๓๘| อุรุเวลา ๔- เจว ยสวา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา ยสา ๕- นาม สิริวา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๑๒.๓๙| อฏฺฐาสีติรตนานิ อจฺจุคฺคโต มหามุนิ โอภาเสติ ทิสา สพฺพา จนฺโท ตารคเณ ยถา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อภิญฺญาสุ ปารมึ คนฺตฺวา ฯ ๒ ม. ปุนพฺพสุ นาม ฯ ยุ. สุมิตฺโต นาม ฯ@๓ ม. มหานิโปติ ฯ ยุ. มหานิมฺโพติ ฯ ๔ ม. อุรุเวลา ยสวา จ ฯ ยุ. อุรุเวโฬ จ@ยสโว จ ฯ ๕ ม. ยุ. ยโสธรา สิริมา จ ฯ |๑๒.๔๐| จกฺกวตฺติมณิ นาม ยถา ตปติ โยชนํ ตเถว ตสฺส รตนํ สมนฺตา ผรติ โยชนํ ฯ |๑๒.๔๑| นวุติวสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๑๒.๔๒| เตวิชฺชา ฉฬภิญฺญาหิ พลปฺปตฺเตหิ ตาทิหิ สมากุลมิทํ อาสิ อรหนฺเตหิ สาสนํ ๑- ฯ |๑๒.๔๓| เตปิ สพฺเพ อมิตยสา วิปฺปมุตฺตา นิรูปธี ญาณาโลกํ ทสฺสยิตฺวา นิพฺพุตา เต มหายสา ฯ |๑๒.๔๔| สุเมโธ ชินวโร พุทฺโธ เมธารามมฺหิ นิพฺพุโต ธาตุ วิตฺถาริกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโตติ ฯ สุเมธพุทฺธวํโส เอกาทสโม ฯ ทฺวาทสโม สุชาตพุทฺธวํโส [๑๒] |๑๒.๑๑| ปุนาปรํ ยทา โหมิ ภูริทตฺโต มหิทฺธิโก วิรูปกฺเขน มหารญฺญา เทวโลกมคจฺฉหํ ฯ |๑๒.๑๒| ตตฺถ ปสฺสิตฺวาหํ เทเว เอกนฺตํ สุขสมปฺปิเต ตํ สคฺคํ คมนตฺถาย สีลพฺพตํ สมาทยึ ฯ |๑๒.๑๓| สรีรกิจฺจํ กตฺวาน ภุตฺวา ยาปนมตฺตกํ จตุโร องฺเค อธิฏฺฐาย เสมิ วมฺมิกมุทฺธนิ ฯ |๑๒.๑๔| ฉวิยา จมฺเมน มํเสน นฺหารูหิ อฏฺฐิเกหิ วา ยสฺส เอเตน กรณียํ ทินฺนํเยว หราตุ โส ฯ |๑๒.๑๕| สํสิโต อกตญฺญุนา อาลมฺพาโน มมคฺคหิ เปฬาย ปกฺขิปิตฺวาน กีเฬติ มํ ตหึ ตหึ ฯ |๑๒.๑๖| เปฬาย ปกฺขิปนฺเตปิ มํ มทฺทนฺเตปิ ๓- ปาณินา อาลมฺพาเน น กุปฺปามิ สีลขณฺฑภยา มม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มมาฬเก ฯ ๒ ม. มาตุโปสกจริยํ ฯ ๓ ม. ยุ. สมฺมทฺทนฺเตปิ ปาณินา ฯ |๑๒.๑๗| สกชีวิตปริจฺจาโค ติณโตปิ ๑- ลหุโก มยิ สีลวีติกฺกโม มยฺหํ ปฐวี อุพฺพตฺตนา ๒- วิย ฯ |๑๒.๑๘| นิรนฺตรํ ชาติสตํ จเชยฺยํ มม ชีวิตํ เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ จตุนฺนํ ทีปาน เหตุปิ ฯ |๑๒.๑๙| อปิจาหํ สีลรกฺขาย สีลปารมิปูริยา น กโรมิ จิตฺเต อญฺญถตฺตํ ปกฺขิปนฺตํปิ เปฬเกติ ฯ ภูริทตฺตจริยํ ทุติยํ ฯ ตติยํ จมฺเปยฺยจริยํ🤖 AI จับคู่
Ekadussadāyakattherassāpadānaṁ dutiyaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน