‹ กลับ
เอกาสนทายกเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 13 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๔๓๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๓] มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อกสิกะ อยู่ในที่ไม่ไกลจากภูเขาหิมวันต์ เราสร้าง อาศรมอย่างสวยงาม สร้างบรรณศาลาไว้ที่ภูเขานั้น เรามีนามชื่อว่า นารทะ แต่คนทั้งหลายเรียกเราว่า กัสสปะ ในกาลนั้น เราแสวง หาทางบริสุทธิ์อยู่ที่ภูเขากสิกะ พระชินสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงใคร่ต่อวิเวก ได้เสด็จมาทาง อากาศ เราเห็นพระรัศมีของพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ กำลังเสด็จมาที่ชายป่า จึงตบแต่งเตียงไม้แล้วปูลาดหนังสัตว์ ครั้น ตบแต่งอาสนะเสร็จแล้ว จึงประนมกรอัญชลีขึ้นเหนือเศียรเกล้า ประกาศถึงความโสมนัสแล้ว ได้กราบทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นปราชญ์ นำสัตว์ออกจากโลก ขอพระองค์ผู้เป็นดังศัลยแพทย์ รักษาความเดือดร้อน ได้โปรดประทานการรักษาแก่ข้าพระองค์ ผู้อันความกำหนัดครอบงำเถิด ข้าแต่พระมุนี ชนเหล่าใดมีความต้อง การด้วยบุญ มองดูพระองค์ผู้เป็นพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด ชนเหล่านั้นย่อมถึงความสำเร็จแห่งประโยชน์อันยั่งยืน พึงเป็นผู้ไม่ แก่ ข้าพระองค์หามีไทยธรรมเพื่อพระองค์ไม่ เพราะข้าพระองค์ บริโภคผลไม้ที่หล่นเอง ข้าพระองค์มีแต่อาสนะนี้ ขอเชิญประทับ นั่งบนเตียงไม้เถิด พระผู้มีพระภาคผู้ไม่มีความสะดุ้งเหมือนราชสีห์ ได้ประทับนั่งบนเตียงไม้แล้ว ทรงยับยั้งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วได้ตรัส อย่างนี้ว่า ท่านจงเบาใจอย่าได้กลัวเลย แก้วมณีที่สว่างไสว ควรยินดี ท่านได้แล้ว ความปรารถนาที่ท่านได้ตั้งไว้ จักสำเร็จทุก ประการก็เพราะอาสนะ บุญที่ได้บำเพ็ญไว้ดีแล้ว ในเขตบุญอันยอด เยี่ยมหาน้อยไม่เลย อันผู้ที่ตั้งจิตไว้ดีแล้ว สามารถจะรื้อตนขึ้นได้ เพราะอาสนทานนี้ และเพราะการตั้งเจตนาไว้ ท่านจะไม่ไปสู่ วินิบาตตลอดแสนกัป จักได้เป็นจอมเทพเสวยราชสมบัติในเทว- โลก ๕๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๘๐ ครั้ง จักได้เป็น พระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ พระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระนามว่าปทุมุตระ เป็นนักปราชญ์ ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ได้ เสด็จขึ้นสู่นภากาศ ปานดังว่าพญาหงส์ในอัมพร ฉะนั้น ยานช้าง ยานม้า รถ คานหาม เราได้สิ้นทุกอย่าง นี้เป็นผลของอาสนะ อันหนึ่ง ในเมื่อเราเข้าป่าแล้วต้องการที่นั่ง บัลลังก์ดุจว่ารู้ความดำริ ของเรา ตั้งขึ้นใกล้ๆ ในเมื่อเราอยู่ท่ามกลางน้ำต้องการที่นั่ง บัลลังก์ ดังจะรู้ความดำริของเรา ตั้งขึ้นใกล้ๆ เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ เป็น เทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ บัลลังก์ตั้งแสน ย่อมแวดล้อม เราอยู่ทุกเมื่อ เราท่องเที่ยวอยู่ในสองภพ คือ ในเทวดาและมนุษย์ และเกิดในสองสกุล คือกษัตริย์และพราหมณ์ เราถวายอาสนะ อันหนึ่งในเขตบุญอันยอดเยี่ยม รู้ทั่วถึงบัลลังก์ คือ ธรรมแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ ในกัปที่แสน แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลของอาสนะ อันหนึ่ง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ แล้วดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล. [๑๓] ในมัณฑกัปนั้นแล มีพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพระนามว่า สุชาตะ มีพระหนุดังคางราชสีห์ พระองค์งาม มีพระคุณประมาณ ไม่ได้ ยากที่จะเทียมถึง พระองค์ทรงงามรุ่งเรืองด้วยพระสิริทุกเมื่อ ดังพระจันทร์หมดจดปราศจากมลทิน เหมือนพระอาทิตย์ส่องแสง พระสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุพระโพธิญาณ อันอุดมบริสุทธิ์แล้ว ทรง ประกาศพระธรรมจักร ณ สุมังคลนคร เมื่อพระสุชาตบรมศาสดา ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ ในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๑ สัตว์ได้ ตรัสรู้แปดสิบโกฏิ ในกาลเมื่อพระองค์เสด็จเข้าจำพรรษา ณ เทวโลก ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่ทวยเทพสามโกฏิเจ็ดแสน ในกาลเมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปยังสำนักพระพุทธบิดา ธรรมาภิสมัย ครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์หกโกฏิ พระสุชาตบรมศาสดา ทรงมีการ ประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุเหล่านั้นล้วนแต่บรรลุอภิญญาและพลธรรม ผู้ไม่ต้องไปในภพน้อยภพใหญ่ มาประชุมกันหกโกฏิ ครั้งที่ ๒ ในกาลนั้น พระพิชิตมารเสด็จลงจากเทวโลก พระภิกษุขีณาสพมา ประชุมกันห้าโกฏิ ครั้งที่ ๓ พระอัครสาวกของพระสัมพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐกว่านรชนเข้าเฝ้าพร้อมด้วยพระขีณาสพสี่แสน สมัยนั้น เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีพลนิกายมาก เป็นใหญ่ในทวีปทั้งสี่ เหาะ ไปในอากาศ เราถวายราชสมบัติใหญ่ในทวีปทั้งสี่ และรัตนะ ๗ ประการ อันประเสริฐในพระพุทธเจ้าแล้วออกบวชในสำนักของ พระองค์ พวกคนรักษาอารามในชนบท นำเอาบิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย มาถวายแก่ภิกษุสงฆ์เนืองๆ แม้พระพุทธเจ้าผู้เป็น ใหญ่ในหมื่นโลกธาตุพระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราในกาลนั้นว่า ในสามหมื่นกัป ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก .......... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ยัง ความยินดีให้เกิดอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรอย่างยอดเยี่ยม ในการ บำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ เราเล่าเรียนพระสูตรและพระวินัย อันเป็นนวังคสัตถุศาสน์ทั้งปวงแล้ว ทำพระศาสนาของพระพิชิต มารให้งาม เราเป็นผู้ไม่ประมาทในคำสั่งสอนนั้น เจริญพรหม วิหารภาวนา ถึงความสำเร็จในอภิญญาแล้ว ได้ไปยังพรหมโลก พระนครชื่อว่าสุมังคละ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าอุคคตะ เป็น พระพุทธบิดา พระนางประภาวดี เป็นพระพุทธมารดา พระองค์ ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อสิริ อุปสิริ และจันทะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลใน สองหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระ นามว่าสิรินันทา พระราชโอรสพระนามว่าอุปเสนะ พระพิชิตมาร ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยอัสวราชยานพระที่ นั่งต้น ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๙ เดือนเต็ม พระสุชาตมหาวีรเจ้าผู้ เป็นนายกของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศ พระธรรมจักร ณ สุมังคลอุทยานอันประเสริฐ ทรงมีพระสุทัสนเถระ และพระสุเทวเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่านารทะ เป็น พุทธอุปัฏฐาก พระนาคาเถรีและพระนาคสมานาเถรี เป็นพระ อัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกว่าไม้ไผ่ใหญ่ และ โพธิพฤกษ์นั้นลำต้นแข็ง ไม่เป็นโพรง มีใบแน่นหนา ลำต้นตรงใหญ่ น่าดูน่าชม น่ารื่นรมย์ใจ ต้นหนึ่งเจริญงอกงามแล้วแตกกิ่งสาขา ออกไป ไม้โพธิพฤกษ์ย่อมงามเหมือนดังหางนกยูงที่ผูกเป็นกำ ฉะนั้น ไม้ไผ่นั้นไม่มีหนาม แม้ช่องใหญ่ก็ไม่มี มีกิ่งชิดไม่ห่าง เงาทึบ น่ารื่นรมย์ใจ สุทัตตอุบาสกและจิตตอุบาสก เป็นอัคร- อุปัฏฐาก สุภัททาอุบาสิกาและปทุมาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพิชิตมารพระองค์นั้นมีพระองค์สูง ๕๐ ศอก ทรงประกอบด้วย พระอาการอันประเสริฐและพระคุณทุกอย่าง ทรงมีพระรัศมีหาเสมอ เหมือนมิได้ ซ่านออกโดยรอบ ไม่มีประมาณ ไม่มีเทียบเคียง หาอุปมาเปรียบมิได้ ครั้งนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุเก้าหมื่นปี พระองค์ ทรงดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏฏสงสาร ได้มากมาย ในกาลนั้น พระศาสนางามวิจิตรด้วยพระอรหันต์ ทั้งหลาย ดังคลื่นในสมุทสาคร เหมือนดาวในท้องฟ้า ฉะนั้น (พระศาสนาของพระพิชิตมารคับคั่งด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้บรรลุไตรวิชชา ฉฬภิญญาและพลธรรม ผู้คงที่) พระพุทธเจ้า พระองค์นั้น หาผู้เสมอเหมือนมิได้และพระคุณเหล่านั้นหาเทียบ เคียงมิได้ หายไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระพุทธสุชาตชินเจ้าผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ เสลาราม พระสถูปของพระองค์ สูง ๓ คาวุต ประดิษฐานอยู่ในเสลารามนั้น ฉะนี้แล. [๑๓] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยานาคชื่อจัมเปยยกะมีฤทธิ์มาก แม้ในกาลนั้น เราเป็นผู้ประพฤติธรรมเพียบพร้อมด้วยศีลวัตร หมอ งูได้จับเราผู้ประพฤติธรรม รักษาอุโบสถให้เล่นรำอยู่ที่ใกล้ประตู พระราชวัง หมองูนั้นคิดเอาสีเช่นใด คือ สีเขียว สีเหลือง หรือ สีแดง เราย่อมเปลี่ยนไปตามจิตของเขา แปลงกายให้เหมือนที่เขา คิดเราได้ทำน้ำให้เป็นบกบ้าง ได้ทำบกให้เป็นน้ำ ถ้าแหละเรา โกรธเคืองต่อหมองูนั้น ก็พึงทำเขาให้เป็นเถ้าโดยฉับพลัน ถ้าเรา จักเป็นไปตามอำนาจจิตเราก็จักเสื่อมจากศีล เมื่อเราเสื่อมจากศีล ประโยชน์อันสูงสุดจะไม่สำเร็จ กายของเรานี้จงแตกไป จงกระจัด กระจายอยู่ ณ ที่นี้ เหมือนแกลบกระจัดกระจายอยู่ก็ตามเถิด เราจะ ไม่ทำลายศีล ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (102 ประโยค)
tha-ap425:0.3 #
Ekāsanadāyakattheraapadāna
tha-ap425:1.1 #
หิมวนฺตสฺส อวิทูเร ก✎ ร่าง
“Himavantassāvidūre,
อ้างอิงPTS 2.381 · สยามรัฐ 33.28
tha-ap425:1.2 #
สิโก ๑- นาม ปพฺพโต✎ ร่าง
gosito nāma pabbato;
tha-ap425:1.3 #
อสฺสโม สุกโต มยฺหํ✎ ร่าง
Assamo sukato mayhaṁ,
tha-ap425:1.4 #
ปณฺณสาลา สุมาปิตา ฯ✎ ร่าง
paṇṇasālā sumāpitā.
tha-ap425:2.1 #
นารโท นาม นาเมน✎ ร่าง
Nārado nāma nāmena,
tha-ap425:2.2 #
กสฺสโป อิติ มํ วิทู✎ ร่าง
kassapo iti maṁ vidū;
tha-ap425:2.3 #
สุทฺธิมคฺคํ คเวสนฺโต✎ ร่าง
Suddhimaggaṁ gavesanto,
tha-ap425:2.4 #
วสามิ กสิเก ตทา ฯ✎ ร่าง
vasāmi gosite tadā.
tha-ap425:3.1 #
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน✎ ร่าง
Padumuttaro nāma jino,
tha-ap425:3.2 #
สพฺพธมฺมาน ปารคู✎ ร่าง
sabbadhammāna pāragū;
tha-ap425:3.3 #
วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Vivekakāmo sambuddho,
tha-ap425:3.4 #
อาคญฺฉิ อนิลญฺชสา ฯ✎ ร่าง
agañchi anilañjasā.
tha-ap425:4.1 #
วนคฺเค คจฺฉมานสฺส✎ ร่าง
Vanagge gacchamānassa,
tha-ap425:4.2 #
ทิสฺวา รํสึ มเหสิโน✎ ร่าง
disvā raṁsiṁ mahesino;
tha-ap425:4.3 #
กฏฺฐมญฺจํ ปญฺญาเปตฺวา✎ ร่าง
Kaṭṭhamañcaṁ paññāpetvā,
tha-ap425:4.4 #
อชินญฺจ อปตฺถรึ ฯ✎ ร่าง
ajinañca apatthariṁ.
tha-ap425:5.1 #
อาสนํ ปญฺญาเปตฺวาน✎ ร่าง
Āsanaṁ paññapetvāna,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.5
tha-ap425:5.2 #
สีเส กตฺวาน อญฺชลึ✎ ร่าง
sire katvāna añjaliṁ;
tha-ap425:5.3 #
โสมนสฺสํ ปเวเทตฺวา✎ ร่าง
Somanassaṁ paveditvā,
tha-ap425:5.4 #
อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabraviṁ.
tha-ap425:6.1 #
สลฺลกตฺโต ตุวํ ธีร✎ ร่าง
‘Sallakatto mahāvīra,
tha-ap425:6.2 #
อาตุรานํ ติกิจฺฉโก✎ ร่าง
āturānaṁ tikicchako;
tha-ap425:6.3 #
มม ราคปเรตสฺส✎ ร่าง
Mamaṁ rogaparetassa,
tha-ap425:6.4 #
ติกิจฺฉํ เทหิ นายก ฯ |๑๓.๔๒| ปุญ✎ ร่าง
tikicchaṁ dehi nāyaka.
tha-ap425:7.1 #
ฺญตฺถิกา ๓- เย ปสฺสนฺติ✎ ร่าง
Kallatthikā ye passanti,
tha-ap425:7.2 #
พุทฺธเสฏฺฐํ ตุวํ มุนิ✎ ร่าง
buddhaseṭṭha tuvaṁ mune;
tha-ap425:7.3 #
ธุวตฺถสิทฺธึ ปปฺโปนฺติ✎ ร่าง
Dhuvatthasiddhiṁ papponti,
tha-ap425:7.4 #
เอเตสํ อชโร ภเว ฯ✎ ร่าง
etesaṁ ajaro bhave.
tha-ap425:8.1 #
น เม เทยฺยํ ๔- ตว อตฺถิ✎ ร่าง
Na me deyyadhammo atthi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.94
tha-ap425:8.2 #
ปวตฺตผลโภชหํ✎ ร่าง
pavattaphalabhojihaṁ;
tha-ap425:8.3 #
อิทํ เม อาสนํ อตฺถิ✎ ร่าง
Idaṁ me āsanaṁ atthi,
tha-ap425:8.4 #
นิสีท กฏฺฐมญฺจเก ฯ✎ ร่าง
nisīda kaṭṭhamañcake’.
tha-ap425:9.1 #
นิสีทิ ตตฺถ ภควา✎ ร่าง
Nisīdi tattha bhagavā,
tha-ap425:9.2 #
อฉมฺภิโตว เกสรี✎ ร่าง
asambhītova kesarī;
tha-ap425:9.3 #
มุหุตฺตํ วีตินาเมตฺวา✎ ร่าง
Muhuttaṁ vītināmetvā,
tha-ap425:9.4 #
อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabravi.
tha-ap425:10.1 #
วิสฺสฏฺโฐ โหหิ มา ภายิ✎ ร่าง
‘Vissattho hohi mā bhāyi,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.29
tha-ap425:10.2 #
ลทฺโธ โชติรโส ตยา✎ ร่าง
laddho jotiraso tayā;
tha-ap425:10.3 #
ยํ ตุยฺหํ ปตฺถิตํ สพฺพํ✎ ร่าง
Yaṁ tuyhaṁ patthitaṁ sabbaṁ,
tha-ap425:10.4 #
ปริปูเรสฺสตาสนํ ๑- ฯ✎ ร่าง
paripūrissatināgate.
tha-ap425:11.1 #
น ๒- โถกํ สุกตํ ปุญฺญํ✎ ร่าง
Na moghaṁ taṁ kataṁ tuyhaṁ,
tha-ap425:11.2 #
ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร✎ ร่าง
puññakkhette anuttare;
tha-ap425:11.3 #
สกฺกา อุทฺธริตุํ อตฺตา✎ ร่าง
Sakkā uddharituṁ attā,
tha-ap425:11.4 #
ยสฺส จิตฺตํ สุนีหิตํ ๓- ฯ✎ ร่าง
yassa cittaṁ paṇīhitaṁ.
tha-ap425:12.1 #
อิมินา อาสนทาเนน✎ ร่าง
Imināsanadānena,
tha-ap425:12.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ✎ ร่าง
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap425:12.3 #
กปฺปสตสหสฺสานิ✎ ร่าง
Kappasatasahassāni,
tha-ap425:12.4 #
วินิปาตํ น คจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
vinipātaṁ na gacchasi.
tha-ap425:13.1 #
ปญฺญาสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท✎ ร่าง
Paññāsakkhattuṁ devindo,
tha-ap425:13.2 #
เทวรชฺชํ กริสฺสติ✎ ร่าง
devarajjaṁ karissasi;
tha-ap425:13.3 #
อสีติกฺขตฺตุํ ราชา จ✎ ร่าง
Asītikkhattuṁ rājā ca,
tha-ap425:13.4 #
จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
cakkavattī bhavissasi.
tha-ap425:14.1 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ✎ ร่าง
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
อ้างอิงPTS 2.382
tha-ap425:14.2 #
คณนาโต อสงฺขยํ✎ ร่าง
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ;
tha-ap425:14.3 #
สพฺพตฺถ สุขิโต หุตฺวา✎ ร่าง
Sabbattha sukhito hutvā,
tha-ap425:14.4 #
สํสาเร สํสริสฺสติ ฯ✎ ร่าง
saṁsāre saṁsarissasi’.
tha-ap425:15.1 #
อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Idaṁ vatvāna sambuddho,
tha-ap425:15.2 #
ชลชุตฺตมนามโก✎ ร่าง
jalajuttamanāmako;
tha-ap425:15.3 #
นภํ อพฺภุคฺคมิ ธีโร✎ ร่าง
Nabhaṁ abbhuggamī vīro,
tha-ap425:15.4 #
หํสราชาว อมฺพเร ฯ✎ ร่าง
haṁsarājāva ambare.
tha-ap425:16.1 #
หตฺถิยานํ อสฺสยานํ✎ ร่าง
Hatthiyānaṁ assayānaṁ,
tha-ap425:16.2 #
สรถํ สนฺทมานิกํ✎ ร่าง
sarathaṁ sandamānikaṁ;
tha-ap425:16.3 #
ลภามิ สพฺพเมเวตํ✎ ร่าง
Labhāmi sabbamevetaṁ,
tha-ap425:16.4 #
เอกาสนสฺสิทํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
ekāsanassidaṁ phalaṁ.
tha-ap425:17.1 #
กานนํ ปวิสิตฺวาน✎ ร่าง
Kānanaṁ pavisitvāpi,
tha-ap425:17.2 #
ยทา อิจฺฉามิ อาสนํ✎ ร่าง
yadā icchāmi āsanaṁ;
tha-ap425:17.3 #
มม สงฺกปฺปมญฺญาย✎ ร่าง
Mama saṅkappamaññāya,
tha-ap425:17.4 #
ปลฺลงฺโก อุปติฏฺฐติ ฯ✎ ร่าง
pallaṅko upatiṭṭhati.
tha-ap425:18.1 #
วาริมชฺฌคโต สนฺโต✎ ร่าง
Vārimajjhagato santo,
tha-ap425:18.2 #
ยทา อิจฺฉามิ อาสนํ✎ ร่าง
yadā icchāmi āsanaṁ;
tha-ap425:18.3 #
มม สงฺกปฺปมญฺญาย✎ ร่าง
Mama saṅkappamaññāya,
tha-ap425:18.4 #
ปลฺลงฺโก อุปติฏฺฐติ ฯ✎ ร่าง
pallaṅko upatiṭṭhati.
tha-ap425:19.1 #
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ✎ ร่าง
Yaṁ yaṁ yonupapajjāmi,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.6
tha-ap425:19.2 #
เทวตฺตํ อถ มานุสํ✎ ร่าง
devattaṁ atha mānusaṁ;
tha-ap425:19.3 #
ปลฺลงฺกสตสหสฺสานิ✎ ร่าง
Pallaṅkasatasahassāni,
tha-ap425:19.4 #
ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ✎ ร่าง
parivārenti maṁ sadā.
tha-ap425:20.1 #
ทุเว ภเว สํสรามิ✎ ร่าง
Duve bhave saṁsarāmi,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.30
tha-ap425:20.2 #
เทวตฺเต อถ มานุเส✎ ร่าง
devatte atha mānuse;
tha-ap425:20.3 #
ทุเว กุเล จ ชายามิ✎ ร่าง
Duve kule pajāyāmi,
tha-ap425:20.4 #
ขตฺติเย จาปิ พฺราหฺมเณ ฯ✎ ร่าง
khattiye atha brāhmaṇe.
tha-ap425:21.1 #
เอกาสนํ ททิตฺวาน✎ ร่าง
Ekāsanaṁ daditvāna,
tha-ap425:21.2 #
ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร✎ ร่าง
puññakkhette anuttare;
tha-ap425:21.3 #
ธมฺมปลฺลงฺกมญฺญาย✎ ร่าง
Dhammapallaṅkamādāya,
tha-ap425:21.4 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ✎ ร่าง
viharāmi anāsavo.
tha-ap425:22.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Satasahassito kappe,
tha-ap425:22.2 #
ยํ ทานมททึ ตทา✎ ร่าง
yaṁ dānamadadiṁ tadā;
tha-ap425:22.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ✎ ร่าง
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap425:22.4 #
เอกาสนสฺสิทํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
ekāsanassidaṁ phalaṁ.
tha-ap425:23.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.96
tha-ap425:23.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา✎ ร่าง
…pe…
tha-ap425:23.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ✎ ร่าง
viharāmi anāsavo.
tha-ap425:24.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ✎ ร่าง
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap425:24.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
…pe…
tha-ap425:24.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap425:25.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap425:25.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
…pe…
tha-ap425:25.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap425:26.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกาสนทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ekāsanadāyako thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap425:27.1 #
เอกาสนทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ จตุตฺถํ สตฺตกทมฺพปุปฺผิยตฺ✎ ร่าง
Ekāsanadāyakattherassāpadānaṁ tatiyaṁ.
tha-ap426:0.1 #
เถราปทานํ (๔๒๔) [๑๓] |๑๓.๑| ตตฺเถว มณฺฑ✎ ร่าง
Therāpadāna
tha-ap426:0.2 #
กปฺปมฺหิ สุชาโต นาม นายโก สีหหนุ อุสภกฺขนฺโธ ๒- อปฺปเมยฺโย ทุราสโท ฯ |๑๓.๒| จนฺโทว วิมโล สุทฺโธ สตรํสีว ปตาปวา ๓- เอวํ โสภติ สมฺพุทฺโธ ชลนฺโต สิริยา สทา ๔- ฯ |๑๓.๓| ปาปุณิตฺวาน สมฺพุทฺโธ เกวลํ โพธิมุตฺตมํ สุมงฺคลมฺหิ นคเร ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สาธุหิ ฯ ยุ. ตาทิหิ ฯ ๒ ม. สภกฺขนฺโธ ฯ ๓ ยุ. ตาปวา ฯ ๔ ยุ. ปภา ฯ |๑๓.๔| เทเสนฺโต ๑- ปวรํ ธมฺมํ สุชาโต โลกนายโก อสีติโกฏี อภิสมึสุํ ปฐเม ธมฺมเทสเน ฯ |๑๓.๕| ยทา สุชาโต อมิตยโส เทเว วสฺสมุปาคมิ สตฺตตฺตึสสตสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๓.๖| ยทา สุชาโต อสโม ๒- อุปคญฺฉิ ปิตุ สนฺติกํ สฏฺฐิสตสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๓.๗| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ สุชาตสฺส มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๑๓.๘| อภิญฺญาพลปฺปตฺตานํ อปฺปตฺตานํ ภวาภเว สฏฺฐิสตสหสฺสานิ ๓- ปฐมํ สนฺนิปตึสุ เต ฯ |๑๓.๙| ปุนาปรํ สนฺนิปาเต ติทิโวโรหเณ ชิเน ปญฺญาสสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๑๓.๑๐| อุปสงฺกมฺม ๔- นรวุสภํ ๕- ตสฺส โย อคฺคสาวโก จตูหิ สตสหสฺเสหิ สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมิ ฯ |๑๓.๑๑| อหนฺเตน สมเยน จตุทีปมฺหิ อิสฺสโร อนฺตลิกฺขจโร อาสึ จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ [๑๓] |๑๓.๒๐| ปุนาปรํ ยทา โหมิ จมฺเปยฺยโก มหิทฺธิโก ตทาปิ ธมฺมิโก อาสึ สีลพฺพตสมปฺปิโต ฯ |๑๓.๒๑| ตทาปิ มํ ธมฺมจารึ อุปวุฏฺฐํ อุโปสถํ อหิตุณฺฑิโก คเหตฺวาน ราชทฺวารมฺหิ กีฬติ ฯ |๑๓.๒๒| ยํ ๔- โส วณฺณํ จินฺตยติ นีลํ ว ปีตโลหิตํ ตสฺส จิตฺตานุวตฺเตนฺโต โหมิ จินฺติตสนฺนิโภ ฯ |๑๓.๒๓| ถลํ กเรยฺยํ อุทกํ อุทกมฺปิ ถลํ กเร ยทิหนฺตสฺส กุปฺเปยฺยํ ๕- ขเณน ฉาริกํ กเร ฯ |๑๓.๒๔| ยทิ จิตฺตวสี เหสฺสํ ปริหายิสฺสามิ สีลโต สีเลน ปริหีนสฺส อุตฺตมตฺโถ น สิชฺฌติ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ติณโก ลหุโก มม ฯ ๒ ม. อุปฺปตนํ ฯ ยุ. อุปฺปตฺตนา ฯ ๓ ม.@จมฺเปยฺยนาคจริยํ ฯ ๔ ม. ยํ ยํ โส วณฺณํ จินฺตยิ ฯ ๕ ม. ยุ. ปกุปฺเปยฺยํ ฯ |๑๓.๒๕| กามํ ภิชฺชตุ ยํ กาโย อิเธว วิกิรียตุ เนว สีลํปิ ๑- ภินฺเทยฺยํ วิกิรนฺเต ภุสํ วิยาติ ฯ จมฺเปยฺยจริยํ ตติยํ ฯ จตุตฺถํ จูฬโพธิจริยํ✎ ร่าง
Sakiṁsammajjakavagga
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน