‹ กลับ
สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 14 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๔๘๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๔] มีภูเขาชื่อกทัมพะ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า ๗ องค์อาศัยอยู่ที่ข้างภูเขานั้น เราเห็นดอกกระทุ่มจึงประนมมือแล้ว หยิบเอามา ๗ ดอก ได้เรี่ยรายลงด้วยจิตอันเปี่ยม เพราะกรรมที่ เราได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และเพราะความตั้งเจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์ แล้ว ได้ไปยังดาวดึงสพิภพ ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้กระทำ กรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัตตกทัมพปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๑๔] สมัยต่อมาจากพระพุทธเจ้า พระนามว่าสุชาต พระสยัมภู พระนาม ว่าปิยทัสสี ผู้เป็นนายกของโลก ยากที่จะเทียมทันหา ผู้เสมอเหมือน มิได้ มียศมาก แม้พระพุทธเจ้าผู้ทรงยศนับมิได้พระองค์นั้น ทรง รุ่งเรืองดังพระอาทิตย์ ทรงกำจัดความมืดทั้งปวงแล้ว ทรงประกาศ พระธรรมจักร แม้พระองค์ก็ทรงสั่งสอนให้สัตว์ได้ตรัสรู้ธรรม ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์แสนโกฏิ ท้าวสุทัสนเทว- ราชมากราบทูลถึงมิจฉาทิฏฐิ เมื่อพระศาสดาจะทรงบรรเทาทิฏฐิของ ท้าวเทวราชนั้น ทรงแสดงธรรม ครั้งนั้น มหาชนมาประชุมสันนิบาต กันมากมาย ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์เก้าพันโกฏิ ในคราว ที่พระศาสดาผู้เป็นสารถีฝึกนรชน ทรงปราบช้างโทนมุข ธรรมาภิ- สมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์แปดหมื่นโกฏิ แม้พระปิยทัสสีพุทธเจ้า พระองค์นั้น ก็มีการประชุมพระภิกษุขีณาสพ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันแสนโกฏิ ครั้งที่ ๒ ต่อแต่นั้น พระ- ภิกษุขีณาสพมาประชุมกันเก้าสิบโกฏิ ครั้งที่ ๓ พระภิกษุขีณาสพ มาประชุมกันแปดสิบโกฏิ สมัยนั้น เราเป็นมาณพชื่อว่า กัสสปะ เป็นผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท เราได้ฟังธรรมของพระองค์ แล้ว เกิดความเลื่อมใส ได้บริจาคทรัพย์แสนโกฏิสร้างสังฆาราม ถวาย ครั้นถวายอารามแก่พระองค์แล้ว มีใจยินดีโสมนัส ได้สมาทาน สรณะและเบญจศีลกระทำให้มั่น แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็ ประทับนั่งท่ามกลางสงฆ์ ทรงพยากรณ์เราว่า ในพันแปดร้อยกัป ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก .......... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใส อย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้น พระนครชื่อว่าสุธัญญะ พระบรมกษัตริย์ พระนามว่าสุทัตตะ เป็น พระชนกของพระปิยทัสสีศาสดา พระนางสุจันทา เป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอัน ประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อสุนิมมิละ วิมละ และคิริคุหา ทรงมีพระ- สนมนารีกำนัลในสามหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าวิมลา พระราชโอรสพระนามว่ากัญจนาเวฬะ พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยราชรถทรง ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๖ เดือนเต็ม พระปิยทัสสีมหามุนีมหาวีรเจ้า อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ อุสภ- อุทยานอันรื่นรมย์ใจ ทรงมีพระปาลิตเถระและพระสรรพทัสสีเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าโสภิตะ เป็นพุทธอุปัฏฐาก พระสุชาตาเถรีและพระธรรมทินนาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิ พฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่าต้นกุ่ม สันทกอุบาสกและธรรมิก อุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก วิสาขาอุบาสิกาและธรรมทินนาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพุทธเจ้าผู้ทรงยศนับมิได้พระองค์นั้น ทรงมี พระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ สูง ๘๐ ศอก ปรากฏดัง พญารัง รัศมีของพระบรมศาสดาซึ่งหาผู้เสมอมิได้พระองค์นั้น แสงไฟ รัศมีพระจันทร์และพระอาทิตย์ ไม่เปรียบปานเลย แม้ พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุพระองค์นั้น ทรงดำรงอยู่ในโลกเก้าหมื่นปี เท่ากับอายุของมนุษย์ทั้งหลาย แม้พระพุทธเจ้าซึ่งหาผู้เสมอเหมือน มิได้พระองค์นั้น แม้คู่พระอัครสาวกซึ่งไม่มีผู้เทียบเคียงเหล่านั้น หายไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระปิยทัสสีมุนี ผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ อัสสัตถาราม พระสถูปของพระองค์ สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐาน ณ อัสสัตถารามนั้น ฉะนี้แล. [๑๔] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นปริพาชกชื่อจูฬโพธิ มีศีลงามเรา เห็นภพโดยเป็นสิ่งน่ากลัว จึงออกบวชเป็นดาบส นางพราหมณีผู้มี ผิวพรรณดังทองคำ ซึ่งเป็นภรรยาของเราแม้นางก็มิได้อาลัยในวัฏฏะ ออกบวชเป็นตาปสินี เราทั้งสองไม่มีความอาลัย ตัดพวกพ้องขาด ไม่ห่วงใยในตระกูลและหมู่ญาติเที่ยวไปยังบ้านและนิคม มาถึงยัง พระนครพาราณสี เราทั้งสองอยู่ ณ ที่นั้น มีปัญญาไม่เกี่ยวข้องใน ตระกูลและคณะ เราทั้งสองอยู่ในพระราชอุทยานอันไม่เกลื่อนกล่น สงัดเสียงพระราชาเสด็จทอดพระเนตรพระราชอุทยานได้ทอด พระเนตรเห็นนางพราหมณี จึงเสด็จเข้ามาหาเราแล้วตรัสถามว่า นาง พราหมณีคนนี้เป็นอะไรกับท่าน เป็นภริยาของใครเมื่อพระราชาตรัส ถามอย่างนี้เราได้ทูลแก่พระองค์ดังนี้ว่า นางพราหมณีนี้มิใช่ภริยาของ อาตภาพ เป็นผู้ประพฤติธรรมร่วมกันเป็นผู้มีคำสอนร่วมกัน พระ- ราชาทรงกำหนัดหนักหน่วงในนางพราหมณีนั้นจึงรับสั่งให้พวกราช- บุรุษจับ ทรงบีบคั้นด้วยกำลังสั่งให้นำเข้าไปยังภายในพระนคร เมื่อ ภริยาเก่าของเราเกิดร่วมกันมีคำสอนร่วมกัน ถูกฉุดคร่าไปความ โกรธพึงเกิดแก่เรา เราระลึกถึงศีลวัตรได้พร้อมกับความโกรธที่เกิดขึ้น เราข่มความโกรธได้ ณ ที่นั้นเอง ไม่ให้มันเจริญขึ้นไปอีก ถ้าใครๆ พึงเอาหอกอันคมกริบแทงนางพราหมณีนั้น เราก็ไม่พึงทำลายศีล ของเราเลย เพราะเหตุแห่งโพธิญาณเท่านั้นเราจักเกลียดนางพราหมณี นั้นก็หามิได้ และเราจะไม่มีกำลังก็หามิได้ เพราะพระสัมพัญญุตญาณ เป็นที่รักของเรา ฉะนั้นเราจึงรักษาศีลไว้ ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
tha-ap426:1.1 #
หิมวนฺตสฺส อวิทูเร🤖 AI จับคู่
“Himavantassāvidūre,
tha-ap426:1.2 #
กทมฺโพ ๒- นาม ปพฺพโต🤖 AI จับคู่
kukkuṭo nāma pabbato;
tha-ap426:1.3 #
ตสฺมึ ปพฺพตปสฺสมฺหิ🤖 AI จับคู่
Tamhi pabbatapādamhi,
tha-ap426:1.4 #
สตฺต พุทฺธา วสึสุ เต ฯ🤖 AI จับคู่
satta buddhā vasiṁsu te.
tha-ap426:2.1 #
กทมฺพปุปฺผํ ๔- ทิสฺวาน🤖 AI จับคู่
Kadambaṁ pupphitaṁ disvā,
tha-ap426:2.2 #
ปคฺคเหตฺวาน อญฺชลึ🤖 AI จับคู่
paggahetvāna añjaliṁ;
tha-ap426:2.3 #
สตฺต มาลานิ คเหตฺวา🤖 AI จับคู่
Satta mālā gahetvāna,
tha-ap426:2.4 #
ปุณฺณจิตฺเตน ๕- โอกิรึ ฯ🤖 AI จับคู่
puññacittena okiriṁ.
tha-ap426:3.1 #
เตน กมฺเมน สุกเตน🤖 AI จับคู่
Tena kammena sukatena,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.31
tha-ap426:3.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ🤖 AI จับคู่
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap426:3.3 #
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ🤖 AI จับคู่
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
tha-ap426:3.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ🤖 AI จับคู่
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
tha-ap426:4.1 #
จตุนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Catunnavutito kappe,
อ้างอิงPTS 2.383
tha-ap426:4.2 #
ยํ กมฺมมกรึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ kammamakariṁ tadā;
tha-ap426:4.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap426:4.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap426:5.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.7
tha-ap426:5.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap426:5.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap426:6.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap426:6.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap426:6.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap426:7.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap426:7.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap426:7.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap426:8.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สตฺตกทมฺพปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā sattakadambapupphiyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap426:9.1 #
สตฺตกทมฺพปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ ปญฺจมํ โกรณฺฑปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๔๒๕) [๑๔] |๑๔.๑| สุชาตสฺส อปเรน สยมฺภู โลกนายโก ทุราสโท อสมสโม ปิยทสฺสี มหายโส ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อตุลโย จ ฯ ๒ ม. โอปมฺเมหิ ฯ ยุ. โอปเมหิ ฯ ๓ โป. วิจิตฺติตํ ฯ@ม. จิตฺติตํ ฯ ยุ. วิจิตํ ฯ ๔ ม. ยุ. อยํ คาถา นตฺถิ ฯ ๕ ม. ยุ. ตตฺเถว ตสฺส@เจติโย ฯ |๑๔.๒| โสปิ พุทฺโธ อมิตยโส อาทิจฺโจว วิโรจติ นิหนฺตฺวาน ตมํ สพฺพํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ ฯ |๑๔.๓| ตสฺสาปิ อตุลเตชสฺส อเหสุํ อภิสมยา ตโย โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๑๔.๔| สุทสฺสโน เทวราชา มิจฺฉาทิฏฺฐิมโรจยิ ตสฺส ทิฏฺฐึ วิโนเทนฺโต สตฺถา ธมฺมมเทสยิ ฯ |๑๔.๕| ชนสนฺนิปาโต อตุโล มหา สนฺนิปตี ตทา นวโกฏิสหสฺสานํ ๑- ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๔.๖| ยทา โทณมุขํ หตฺถึ วิเนติ ๒- นรสารถิ อสีติโกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๔.๗| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ตสฺสาปิ ปิยทสฺสิโน โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม ฯ |๑๔.๘| ตโต ปรํ นวุติโกฏี สมึสุ เอกโต มุนี ตติเย สนฺนิปาตมฺหิ อสีติโกฏิโย อหุ ฯ |๑๔.๙| อหนฺเตน สมเยน กสฺสโป นาม มาณโว ๓- อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู ฯ |๑๔.๑๐| ตสฺส ธมฺมํ สุณิตฺวาน ปสาทํ ชนยึ อหํ โกฏิสตสหสฺเสหิ สงฺฆารามํ อมาปยึ ๔- ฯ |๑๔.๑๑| ตสฺส ทตฺวาน อารามํ หฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส สรเณ ๕- ปญฺจสีเล จ ทฬฺหํ กตฺวา สมาทยึ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นวุติโกฏิสหสฺสานํ ฯ ๒ ม. ยุ. วิเนสิ ฯ ๓ ม. ยุ. พฺราหฺมโณ ฯ@๔ โป. ยุ. อมาปยิ ฯ ๕ ยุ. สรณํ ปญฺจสีลญฺจ ฯ |๑๔.๑๒| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ สงฺฆมชฺเฌ นิสีทิย อฏฺฐารสกปฺปสเต อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๑๔.๑๓| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๑๔.๑๔| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๑๔.๑๕| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๑๔.๑๖| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๑๔.๑๗| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๑๔.๑๘| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๑๔.๑๙| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๑๔.๒๐| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๑๔.๒๑| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๑๔.๒๒| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๑๔.๒๓| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๑๔.๒๔| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๔.๒๕| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๑๔.๒๖| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๔.๒๗| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ ๑- อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๑๔.๒๘| สุธญฺญํ นาม นครํ สุทตฺโต นาม ขตฺติโย สุจนฺทา ๒- นาม ชนิกา ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ |๑๔.๒๙| นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส สุนิมฺมลวิมลคิริคูหา ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๑๔.๓๐| เตตฺตึสติสหสฺสานิ [๑๔] |๑๔.๒๖| ปุนาปรํ ยทา โหมิ จูฬโพธิ สุสีลวา ภวํ ทิสฺวาน ภยโต เนกฺขมฺมํ อภินิกฺขมึ ฯ |๑๔.๒๗| ยา เม ทุติยิกา อาสิ พฺราหฺมณี กนกสนฺนิภา สาปิ ๒- วฏฺเฏ อนเปกฺขา เนกฺขมฺมํ อภินิกฺขมิ ฯ |๑๔.๒๘| นิราลยา ฉินฺนพนฺธุ อนเปกฺขา กุเล คเณ จรนฺตา คามนิคมํ พาราณสึ อุปาคมุํ ฯ |๑๔.๒๙| ตตฺถ วสาม นิปกา อสํสฏฺฐา กุเล คเณ นิรากุเล อปฺปสทฺเท ราชุยฺยาเน วสามุโภ ฯ |๑๔.๓๐| อุยฺยานทสฺสนํ คนฺตฺวา ราชา อทฺทส พฺราหฺมณึ อุปสงฺคมฺม ๓- มํ ปุจฺฉิ ตุเยฺหสา กา กสฺส ภริยา ฯ |๑๔.๓๑| เอวํ วุตฺเต อหนฺตสฺส อิทํ วจนมพฺรวึ น มยฺหํ ภริยา เอสา สหธมฺมา เอกสาสนี ฯ |๑๔.๓๒| ตสฺสา ๔- สารตฺต ๕- คธิโต คาหาเปตฺวาน เจฏเก นิปฺปีฬยนฺโต พลสา อนฺเตปุรํ ปเวสยิ ฯ |๑๔.๓๓| โอทปตฺติกิยา ๖- มยฺหํ สหชาตา ๗- เอกสาสนี อากฑฺฒิตฺวา นยนฺติยา โกโป เม อุปฺปชฺชถ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ ฯ ๒ ยุ. สา วิวฏฺเฏ ฯ ๓ ม. ยุ. อุปคมฺม ฯ@๔ ม. ติสฺสา ฯ ๕ ยุ. สารตฺตาธิคโต ฯ ๖ ม. โอทปตฺตกิยา ฯ ๒ ม. ยุ. สหชา ฯ |๑๔.๓๔| สห โกเป สมุปฺปนฺเน สีลพฺพตมนุสฺสรึ ตตฺเถว โกปํ นิคฺคณฺหึ นาทาสึ วฑฺฒิตูปริ ๑- ฯ |๑๔.๓๕| ยทิ ตํ พฺราหฺมณึ โกจิ โกฏฺเฏยฺย ติณฺหสตฺติยา เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ โพธิยา เยว การณา ฯ |๑๔.๓๖| น เม สา พฺราหฺมณี เทสฺสา นปิ เม พลํ น วิชฺชติ สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา สีลานุรกฺขิสฺสนฺติ ฯ จูฬโพธิจริยํ จตุตฺถํ ฯ ปญฺจมํ มหิสราชจริยํ🤖 AI จับคู่
Sattakadambapupphiyattherassāpadānaṁ catutthaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน