‹ กลับ
วังคีสเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 134 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๓๖๒๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๓๔] ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตระ ผู้มีจักษุ ในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระศาสนา ของ พระองค์ วิจิตรไปด้วยพระอรหันต์ทั้งหลายเหมือนคลื่น สาคร และเหมือนดาวบนท้องฟ้า พระพิชิตมารผู้สูงสุด อันมนุษย์พร้อม ทั้งทวยเทพอสูรและนาคห้อมล้อมในท่ามกลางหมู่ชนซึ่งเกลื่อนกล่น ไปด้วยสมณะและพราหมณ์ พระพิชิตมารผู้ถึงที่สุดโลก ทรงทำโลก ทั้งหลายให้ยินดีด้วยพระรัศมี พระองค์ยังดอกปทุม คือ เวไนย สัตว์ให้บานด้วยพระดำรัส ทรงสมบูรณ์ด้วยเวสารัชชธรรม ๔ เป็น อุดมบุรุษ ละความกลัวและความยินดีได้เด็ดขาด ทรงถึงธรรมอัน เกษม องอาจกล้าหาญ พระผู้เลิศโลกทรงปฏิญาณซึ่งฐานะของผู้ เป็นโจกอันประเสริฐและพุทธภูมิทั้งสิ้น ไม่มีใครจะทักท้วงได้ใน ฐานะไหนๆ เมื่อพระพุทธเจ้าผู้คงที่พระองค์นั้นบันลือสีหนาทอัน หน้าสะพรึงกลัวอยู่ ย่อมไม่มีเทวดา มนุษย์ หรือพรหมบันลือตอบได้ พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้าในบริษัท ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ ช่วยมนุษย์พร้อมทั้งเทวดาให้ข้ามวัฏสงสาร ทรงประกาศธรรมจักร พระผู้มีพระภาคตรัสสรรเสริญคุณเป็นอันมาก ของพระสาวกผู้ได้รับ สมมติดีว่า เลิศกว่าภิกษุที่มีปฏิภาณทั้งหลาย แล้วทรงตั้งท่านไว้ใน ตำแหน่งเอตทัคคะ ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์ชาวเมืองหงสวดี เป็น ผู้ได้รับสมมุติว่าเป็นคนดีรู้แจ้งพระเวททุกคัมภีร์ มีนามว่าวังคีสะ เป็นที่ไหลออกแห่งนักปราชญ์ เราเข้าไปเฝ้าพระมหาวีระเจ้าพระองค์ นั้น สดับพระธรรมเทศนานั้นแล้วได้ปีติอันประเสริฐ เป็นผู้ยินดี ในคุณของพระสาวก จึงได้นิมนต์พระสุคตผู้ทำโลกให้เพลิดเพลิน พร้อมด้วยพระสงฆ์ให้เสวยและฉัน ๗ วันแล้ว นิมนต์ให้ครองผ้า ในครั้งนั้นเราได้หมอบลงแทบพระบาททั้งสองด้วยเศียรกล้าได้โอกาส จึงยืนประนมอัญชลีอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เป็นผู้ร่าเริง กล่าว สดุดีพระชินสีห์ผู้สูงสุดว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นที่ไหลออกแห่ง นักปราชญ์ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ เป็นฤาษีสูงสุด ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ ผู้เลิศกว่าโลกทั้งปวง ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่ พระองค์ผู้ทรงทำความไม่มีภัย ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ผู้ทรงย่ำยีมาร ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ ทรงทำทิฏฐิให้ไหลออก ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่ พระองค์ผู้ทรงประทานด้วยสันติสุข ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่ พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงทำให้เป็นที่นับถือ ข้าพระองค์ขอนอบ น้อมแด่พระองค์ พระองค์เป็นที่พึ่งของชนทั้งหลายผู้ไม่มีที่พึ่ง ทรง ประทานความไม่มีภัยแก่ตนทั้งหลายที่กลัว เป็นที่คุ้นเคยของคน ทั้งหลายที่มีภูมิธรรมสงบระงับ เป็นที่พึ่งที่ระลึกของคนทั้งหลายผู้ แสวงหาที่พึ่งที่ระลึก เราได้ชมเชยพระสัมพุทธเจ้าด้วยคำกล่าวสดุดีมี อาทิ อย่างนี้ แล้วได้กล่าวสรรเสริญพระคุณอันใหญ่ จึงได้บรรลุคติ ของภิกษุผู้กล้ากว่านักพูด ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคผู้มีพระปฏิภาณไม่ มีที่สิ้นสุดได้ตรัสว่า ผู้ใดเป็นผู้เลื่อมใสนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมด้วย สาวก ให้ฉันสิ้น ๗ วัน ด้วยมือทั้งสองของตน และได้กล่าวสดุดี คุณของเรา ปรารถนาตำแหน่งแห่งภิกษุผู้กล้ากว่านักพูดในอนาคต- กาล ผู้นั้นจักได้ตำแหน่งนี้สมดังมโนรถปรารถนา เขาจักได้เสวย ทิพยสมบัติมีประมาณไม่น้อยในกัปที่แสนแต่กัปนี้ไป พระศาสดามี นามว่าโคดม ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติ ขึ้น พราหมณ์นี้จักได้เป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักเป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อ ว่าวังคีสะ เราได้สดับพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้มีความ เบิกบานมีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระพิชิตมารด้วยปัจจัย ทั้งหลายในกาลครั้งนั้น จนตราบเท่าสิ้นชีวิต เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ ในภพสุดท้ายในบัดนี้ เราเกิดในสกุลปริพาชก เมื่อเรา เกิดในครั้งหลัง มีอายุได้ ๗ ปีแต่กำเนิด เราเป็นผู้รู้เวททุกคัมภีร์ แกล้วกล้าในวาทศาสตร์ มีเสียงไพเราะ มีถ้อยคำวิจิตร ย่ำยีวาทะ ของผู้อื่นได้ เพราะเราเกิดที่วังคชนบท และเราเป็นใหญ่ในถ้อยคำ เราจึงชื่อว่าวังคีสะ เพราะฉะนั้น ถึงแม้ชื่อของเราจะเป็นเลิศ ก็ เป็นชื่อสมมติตามโลก ในเวลาที่เรารู้เรียงสาตั้งอยู่ในปฐมวัย เรา ได้พบท่านพระสารีบุตรเถระในพระนครราชคฤห์อันรื่นรมย์. ท่านถือบาตร สำรวมดี ตาไม่ลอกแลก พูดแต่พอประมาณ แลดู เพียงชั่วแอก เที่ยวบิณฑบาตอยู่ ครั้นเราเห็นท่านแล้วก็เป็นผู้ อัศจรรย์ใจ ได้กล่าวบทคาถาอันวิจิตร เป็นหมวดหมู่เหมือนดอก กรรณิการ์ เหมาะสม ท่านบอกแก่เราว่า พระสัมพุทธเจ้าผู้นำโลก เป็นศาสดาของท่าน ครั้งนั้นท่านพระสารีบุตรเถระผู้ฉลาดเป็นนัก ปราชญ์นั้น ได้พูดแก่เราเป็นอย่างดียิ่ง เราอันพระเถระผู้คงที่ให้ ยินดีด้วยปฏิภาณอันวิจิตร เพราะถ้อยคำที่ปฏิสังยุตด้วยวิราคธรรม เห็นได้ยาก สูงสุด จึงซบศีรษะลงแทบเท้าของท่านแล้วก็กล่าวว่า ขอได้โปรดให้กระผมบรรพชาเถิด ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรผู้มี ปัญญามาก ได้นำเราไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เราซบเศียร ลงแทบพระบาท นั่งลงในที่ใกล้พระศาสดา พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ กว่านักปราชญ์ทั้งหลายได้ตรัสถามเราว่า ดูกรวังคีสะ ท่านรู้ศีรษะ ของคนที่ตายไปแล้วว่า จะไปสู่สุคติหรือทุคติด้วยวิชาพิเศษของท่าน จริงหรือ ถ้าท่านสามารถก็ขอให้ท่านบอกมาเถิด เมื่อเราทูลรับรอง แล้ว พระองค์ก็ทรงแสดงศีรษะสามศีรษะ เราได้กราบทูลว่า เป็น ศีรษะของคนที่เกิดในนรกและเทวดา ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคผู้ นำของโลกได้แสดงศีรษะของพระขีณาสพ ลำดับนั้น เราหมดมานะ จึงได้ทูลอ้อนวอนขอบรรพชา ครั้นบรรพชาแล้ว ได้กล่าวสุคตเจ้า โดยไม่เลือกสถานที่ ทีนั้นแหละภิกษุทั้งหลายพากันโพนทนาว่า เราเป็นจินตกวี ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าผู้นำชั้นวิเศษได้ตรัสถามเรา เพื่อทดลองว่า คาถาเหล่านี้ย่อมแจ่มแจ้งโดยควรแก่เหตุแก่คน ทั้งหลายผู้ตรึกตรองแล้วมิใช่หรือ เราทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้มีความ เพียร ข้าพระองค์ไม่ใช่นักกาพย์กลอน แต่ว่าคาถาทั้งหลายแจ่มแจ้ง โดยควรแก่เหตุแก่ข้าพระองค์ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรวังคีสะ ถ้ากระนั้น ท่านจงกล่าวสดุดีเราโดยควรแก่เหตุในบัดนี้ ครั้งนั้น เรา ได้กล่าวคาถาสดุดีพระธีรเจ้าผู้เป็นพระฤาษีสูงสุดแล้ว พระพิชิตมาร ทรงพอพระทัยในคราวนั้น จึงทรงตั้งเราในตำแหน่งเอตทัคคะ เรา หมิ่นภิกษุอื่นๆ ก็เพราะปฏิภาณอันวิจิตร เราเป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก จึงเกิดความสลดใจเพราะเหตุนั้น ได้บรรลุอรหัต พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสว่า ไม่มีใครอื่นที่จะเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายที่มีปฏิภาณเหมือน ดังวังคีสะภิกษุนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงทรงจำไว้ อย่างนี้ กรรมที่เราได้ทำไว้ในกัปที่แสน ได้แสดงผลแก่เราแล้วใน อัตภาพนี้ เราหลุดพ้นจากกิเลส เหมือนลูกศรพ้นจากแล่ง ฉะนั้น กิเลสทั้งหลายอันเราเผาเสียแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระวังคีสเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (191 ประโยค)
tha-ap546:0.3 #
Vaṅgīsattheraapadāna
tha-ap546:1.1 #
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน✎ ร่าง
“Padumuttaro nāma jino,
tha-ap546:1.2 #
สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา✎ ร่าง
sabbadhammesu cakkhumā;
tha-ap546:1.3 #
อิโต สตสหสฺสสมฺหิ✎ ร่าง
Ito satasahassamhi,
tha-ap546:1.4 #
กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ✎ ร่าง
kappe uppajji nāyako.
tha-ap546:2.1 #
ยถาปิ สาคเร อุมฺมิ✎ ร่าง
Yathāpi sāgare ūmi,
tha-ap546:2.2 #
คคเน วิย ตารกา✎ ร่าง
gagane viya tārakā;
tha-ap546:2.3 #
เอวํ ปาวจนํ ตสฺส✎ ร่าง
Evaṁ pāvacanaṁ tassa,
tha-ap546:2.4 #
อรหนฺเตหิ จิตฺติตํ ฯ✎ ร่าง
arahantehi cittitaṁ.
tha-ap546:3.1 #
สเทวาสูรนาเคหิ✎ ร่าง
Sadevāsuranāgehi,
tha-ap546:3.2 #
มนุเชหิ ปุรกฺขโต✎ ร่าง
manujehi purakkhato;
tha-ap546:3.3 #
สมณพฺราหฺมณากิณฺเณ✎ ร่าง
Samaṇabrāhmaṇākiṇṇe,
tha-ap546:3.4 #
ชนมชฺเฌ ชินุตฺตโม ฯ✎ ร่าง
janamajjhe jinuttamo.
tha-ap546:4.1 #
ปภาหิ อนุรญฺชนฺโต✎ ร่าง
Pabhāhi anurañjanto,
tha-ap546:4.2 #
โลเก โลกนฺตคู ชิโน✎ ร่าง
loke lokantagū jino;
tha-ap546:4.3 #
วจเนน วิโพเธนฺโต✎ ร่าง
Vacanena vibodhento,
tha-ap546:4.4 #
เวเนยฺยปทุมานิ โส ฯ✎ ร่าง
veneyyapadumāni so.
tha-ap546:5.1 #
เวสารชฺเชหิ สมฺปนฺโน✎ ร่าง
Vesārajjehi sampanno,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.364
tha-ap546:5.2 #
จตูหิ ปุริสุตฺตโม✎ ร่าง
catūhi purisuttamo;
tha-ap546:5.3 #
ปหีนภยสารชฺโช✎ ร่าง
Pahīnabhayasārajjo,
tha-ap546:5.4 #
เขมปฺปตฺโต วิสารโท ฯ✎ ร่าง
khemappatto visārado.
tha-ap546:6.1 #
อาสภํ ปวรํ ฐานํ✎ ร่าง
Āsabhaṁ pavaraṁ ṭhānaṁ,
อ้างอิงPTS 2.496 · สยามรัฐ 33.230
tha-ap546:6.2 #
พุทฺธภูมิญฺจ เกวลํ✎ ร่าง
buddhabhūmiñca kevalaṁ;
tha-ap546:6.3 #
ปฏิชานาติ โลกคฺโค✎ ร่าง
Paṭijānāti lokaggo,
tha-ap546:6.4 #
นตฺถิ สญฺโจทโก กฺวจิ ฯ✎ ร่าง
natthi sañcodako kvaci.
tha-ap546:7.1 #
สีหนาทมสมฺภีตํ✎ ร่าง
Sīhanādamasambhītaṁ,
tha-ap546:7.2 #
นทโต ตสฺส ตาทิโน✎ ร่าง
nadato tassa tādino;
tha-ap546:7.3 #
เทโว นโร วา พฺรหฺมา วา✎ ร่าง
Devo naro vā brahmā vā,
tha-ap546:7.4 #
ปฏิวตฺตา น วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
paṭivattā na vijjati.
tha-ap546:8.1 #
เทเสนฺโต ปวรํ ธมฺมํ✎ ร่าง
Desento pavaraṁ dhammaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.147
tha-ap546:8.2 #
สนฺตาเรนฺโต สเทวกํ✎ ร่าง
santārento sadevakaṁ;
tha-ap546:8.3 #
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ✎ ร่าง
Dhammacakkaṁ pavatteti,
tha-ap546:8.4 #
ปริสาสุ วิสารโท ฯ✎ ร่าง
parisāsu visārado.
tha-ap546:9.1 #
ปฏิภาณวตํ อคฺคํ✎ ร่าง
Paṭibhānavataṁ aggaṁ,
tha-ap546:9.2 #
สาวกํ สาธุสมฺมตํ✎ ร่าง
sāvakaṁ sādhusammataṁ;
tha-ap546:9.3 #
คุณํ พหุํ ปกิตฺเตตฺวา✎ ร่าง
Guṇaṁ bahuṁ pakittetvā,
tha-ap546:9.4 #
เอตทคฺเค ฐเปสิ ตํ ฯ✎ ร่าง
etadagge ṭhapesi taṁ.
tha-ap546:10.1 #
ตทาหํ หํสวติยา✎ ร่าง
Tadāhaṁ haṁsavatiyaṁ,
tha-ap546:10.2 #
พฺราหฺมโณ สาธุสมฺมโต✎ ร่าง
brāhmaṇo sādhusammato;
tha-ap546:10.3 #
สพฺพเวทวิทู ชาโต✎ ร่าง
Sabbavedavidū jāto,
tha-ap546:10.4 #
วงฺคีโส ๑- วาทิสูทโน ฯ✎ ร่าง
vāgīso vādisūdano.
tha-ap546:11.1 #
อุเปจฺจ ตํ มหาวีรํ✎ ร่าง
Upecca taṁ mahāvīraṁ,
tha-ap546:11.2 #
สุตฺวา ตํ ธมฺมเทสนํ✎ ร่าง
sutvāhaṁ dhammadesanaṁ;
tha-ap546:11.3 #
ปีติวรํ ปฏิลภึ✎ ร่าง
Pītivaraṁ paṭilabhiṁ,
tha-ap546:11.4 #
สาวกสฺส คุเณ รโต ฯ✎ ร่าง
sāvakassa guṇe rato.
tha-ap546:12.1 #
นิมนฺตยิตฺวา สุคตํ✎ ร่าง
Nimantetvāva sugataṁ,
tha-ap546:12.2 #
สสงฺฆํ โลกนนฺทนํ✎ ร่าง
sasaṅghaṁ lokanandanaṁ;
tha-ap546:12.3 #
สตฺตาหํ โภชยิตฺวาหํ✎ ร่าง
Sattāhaṁ bhojayitvāhaṁ,
tha-ap546:12.4 #
ทุสฺเสหิ ฉาทยึ ตทา ฯ✎ ร่าง
dussehacchādayiṁ tadā.
tha-ap546:13.1 #
นิปจฺจ สิรสา ปาเท✎ ร่าง
Nipacca sirasā pāde,
tha-ap546:13.2 #
กโตกาโส กตญฺชลี✎ ร่าง
katokāso katañjalī;
tha-ap546:13.3 #
เอกมนฺตํ ฐิโต หฏฺโฐ✎ ร่าง
Ekamantaṁ ṭhito haṭṭho,
tha-ap546:13.4 #
สนฺถวึ ชินมุตฺตมํ ฯ✎ ร่าง
santhaviṁ jinamuttamaṁ.
tha-ap546:14.1 #
นโม เต วาทิสูทน✎ ร่าง
‘Namo te vādimaddana,
tha-ap546:14.2 #
นโม เต อิสิสตฺตม✎ ร่าง
namo te isisattama;
tha-ap546:14.3 #
นโม เต สพฺพโลกคฺค✎ ร่าง
Namo te sabbalokagga,
tha-ap546:14.4 #
นโม เต อภยํกร ฯ✎ ร่าง
namo te abhayaṁ kara.
tha-ap546:15.1 #
นโม เต มารมถน✎ ร่าง
Namo te māramathana,
tha-ap546:15.2 #
นโม เต ทิฏฺฐิสูทน✎ ร่าง
namo te diṭṭhisūdana;
tha-ap546:15.3 #
นโม เต สนฺติสุขท✎ ร่าง
Namo te santisukhada,
tha-ap546:15.4 #
นโม เต สรณํกร ๔- ฯ✎ ร่าง
namo te saraṇaṁ kara.
tha-ap546:16.1 #
อนาถานํ ภวํ นาโถ✎ ร่าง
Anāthānaṁ bhavaṁ nātho,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.231
tha-ap546:16.2 #
ภีตานํ อภยปฺปโท✎ ร่าง
bhītānaṁ abhayappado;
tha-ap546:16.3 #
วิสฺสาสํ ๑- ภูมิสนฺตานํ✎ ร่าง
Vissāmabhūmi santānaṁ,
tha-ap546:16.4 #
สรณํ สรเณสินํ ฯ✎ ร่าง
saraṇaṁ saraṇesinaṁ’.
tha-ap546:17.1 #
เอวมาทีหิ สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Evamādīhi sambuddhaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.366
tha-ap546:17.2 #
สนฺถวิตฺวา มหาคุณํ✎ ร่าง
santhavitvā mahāguṇaṁ;
tha-ap546:17.3 #
อโวจํ วาทิสูรสฺส✎ ร่าง
Avocaṁ vādisūdassa,
tha-ap546:17.4 #
คตึ ปปฺโปมิ ภิกฺขุโน ฯ✎ ร่าง
gatiṁ pappomi bhikkhuno.
tha-ap546:18.1 #
ตทา อโวจ ภควา✎ ร่าง
Tadā avoca bhagavā,
tha-ap546:18.2 #
อนนฺตปฏิภาณวา✎ ร่าง
anantapaṭibhānavā;
tha-ap546:18.3 #
โย โส พุทฺธํ อโภเชสิ✎ ร่าง
‘Yo so buddhaṁ abhojesi,
tha-ap546:18.4 #
สตฺตาหํ สหสาวกํ ฯ✎ ร่าง
sattāhaṁ sahasāvakaṁ.
tha-ap546:19.1 #
คุณญฺจ เม ปกิตฺเตสิ✎ ร่าง
Guṇañca me pakittesi,
tha-ap546:19.2 #
ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ✎ ร่าง
pasanno sehi pāṇibhi;
tha-ap546:19.3 #
เอโส ปตฺถยเต ฐานํ✎ ร่าง
Eso patthayate ṭhānaṁ,
tha-ap546:19.4 #
วาทิสูรสฺส ๔- ภิกฺขุโน ฯ✎ ร่าง
vādisūdassa bhikkhuno.
tha-ap546:20.1 #
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน✎ ร่าง
Anāgatamhi addhāne,
อ้างอิงPTS 2.497
tha-ap546:20.2 #
ลจฺฉเสตํ มโนรถํ✎ ร่าง
lacchase taṁ manorathaṁ;
tha-ap546:20.3 #
เทวมนุสฺสสมฺปตฺตึ✎ ร่าง
Devamānusasampattiṁ,
tha-ap546:20.4 #
อนุโภตฺวา อนปฺปกํ ฯ✎ ร่าง
anubhotvā anappakaṁ.
tha-ap546:21.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Satasahassito kappe,
tha-ap546:21.2 #
โอกฺกากกุลสมฺภโว✎ ร่าง
okkākakulasambhavo;
tha-ap546:21.3 #
โคตโม นาม นาเมน✎ ร่าง
Gotamo nāma gottena,
tha-ap546:21.4 #
สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
satthā loke bhavissati.
tha-ap546:22.1 #
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท✎ ร่าง
Tassa dhammesu dāyādo,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.148
tha-ap546:22.2 #
โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต✎ ร่าง
oraso dhammanimmito;
tha-ap546:22.3 #
วงฺคีโส นาม นาเมน✎ ร่าง
Vaṅgīso nāma nāmena,
tha-ap546:22.4 #
เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ✎ ร่าง
hessati satthu sāvako’.
tha-ap546:23.1 #
ตํ สุตฺวา มุทิโต หุตฺวา✎ ร่าง
Taṁ sutvā mudito hutvā,
tha-ap546:23.2 #
ยาวชีวํ ตทา ชินํ✎ ร่าง
yāvajīvaṁ tadā jinaṁ;
tha-ap546:23.3 #
ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐาสึ✎ ร่าง
Paccayehi upaṭṭhāsiṁ,
tha-ap546:23.4 #
เมตฺตจิตฺโต ตถาคตํ ฯ✎ ร่าง
mettacitto tathāgataṁ.
tha-ap546:24.1 #
เตน กมฺเมน สุกเตน✎ ร่าง
Tena kammena sukatena,
tha-ap546:24.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ✎ ร่าง
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap546:24.3 #
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ✎ ร่าง
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
tha-ap546:24.4 #
ตาวตึสํ ๕- อคญฺฉหํ ฯ✎ ร่าง
tusitaṁ agamāsahaṁ.
tha-ap546:25.1 #
ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ✎ ร่าง
Pacchime ca bhave dāni,
tha-ap546:25.2 #
ปริพฺพาชกุเล ๖- อหํ✎ ร่าง
jāto vippakule ahaṁ;
tha-ap546:25.3 #
ปจฺฉา ชาโต ยทา อาสึ✎ ร่าง
Paccājāto yadā āsiṁ,
tha-ap546:25.4 #
ชาติยา สตฺตวสฺสิโก ฯ✎ ร่าง
jātiyā sattavassiko.
tha-ap546:26.1 #
สพฺพเวทวิทู ชาโต✎ ร่าง
Sabbavedavidū jāto,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.232
tha-ap546:26.2 #
วาทสตฺถวิสารโท✎ ร่าง
vādasatthavisārado;
tha-ap546:26.3 #
วคฺคุสฺสโร ๑- จิตฺตกถี✎ ร่าง
Vādissaro cittakathī,
tha-ap546:26.4 #
ปรวาทปฺปมทฺทโน ฯ✎ ร่าง
paravādappamaddano.
tha-ap546:27.1 #
วงฺเค ชาโตติ วงฺคีโส✎ ร่าง
Vaṅge jātoti vaṅgīso,
tha-ap546:27.2 #
วจเน อิสฺสโรติ วา✎ ร่าง
vacane issaroti vā;
tha-ap546:27.3 #
วงฺคีโส อิติ เม นามํ✎ ร่าง
Vaṅgīso iti me nāmaṁ,
tha-ap546:27.4 #
อคฺคมฺปิ ๒- โลกสมฺมตํ ฯ✎ ร่าง
abhavī lokasammataṁ.
tha-ap546:28.1 #
ยทาหํ วิญฺญุตํ ปตฺโต✎ ร่าง
Yadāhaṁ viññutaṁ patto,
tha-ap546:28.2 #
ฐิโต ปฐมโยพฺพเน✎ ร่าง
ṭhito paṭhamayobbane;
tha-ap546:28.3 #
ตทา ราชคเห รมฺเม✎ ร่าง
Tadā rājagahe ramme,
tha-ap546:28.4 #
สารีปุตฺตญฺจ อทฺทสํ ๓- ฯ✎ ร่าง
sāriputtamahaddasaṁ.
tha-ap546:29.1 #
ปญฺจวีสติมํ ภาณวารํ ฯ✎ ร่าง
Pañcavīsatimaṁ bhāṇavāraṁ.
tha-ap546:30.1 #
ปิณฺฑาย วิจรนฺตํ ตํ✎ ร่าง
Piṇḍāya vicarantaṁ taṁ,
tha-ap546:30.2 #
ปตฺตปาณึ สุสํวุตํ✎ ร่าง
pattapāṇiṁ susaṁvutaṁ;
tha-ap546:30.3 #
อโลลกฺขึ มิตภาณึ✎ ร่าง
Alolakkhiṁ mitabhāṇiṁ,
tha-ap546:30.4 #
ยุคมตฺตํ อุทิกฺขตํ ๔- ฯ✎ ร่าง
yugamattaṁ nidakkhitaṁ.
tha-ap546:31.1 #
ตํ ทิสฺวา วิมฺหิโต หุตฺวา✎ ร่าง
Taṁ disvā vimhito hutvā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.368
tha-ap546:31.2 #
อโวจมนนุจฺฉวํ✎ ร่าง
avocaṁ mamanucchavaṁ;
tha-ap546:31.3 #
กณิการํว นิจิตํ✎ ร่าง
Kaṇikāraṁva nicitaṁ,
tha-ap546:31.4 #
จิตฺตํ คาถาปทํ อหํ ฯ✎ ร่าง
cittaṁ gāthāpadaṁ ahaṁ.
tha-ap546:32.1 #
อาจิกฺขิ โส เม สตฺถารํ✎ ร่าง
Ācikkhi so me satthāraṁ,
tha-ap546:32.2 #
สมฺพุทฺธํ โลกนายกํ✎ ร่าง
sambuddhaṁ lokanāyakaṁ;
tha-ap546:32.3 #
ตทา โส ปณฺฑิโต ธีโร✎ ร่าง
Tadā so paṇḍito vīro,
tha-ap546:32.4 #
อุตฺตรํ สมโวจ เม ฯ✎ ร่าง
uttariṁ samavoca me.
tha-ap546:33.1 #
วิราคสหิตํ วากฺยํ✎ ร่าง
Virāgasaṁhitaṁ vākyaṁ,
tha-ap546:33.2 #
กตฺวา ทุทฺทสมุตฺตมํ✎ ร่าง
katvā duddasamuttamaṁ;
tha-ap546:33.3 #
วิจิตฺตปฏิภาเณหิ✎ ร่าง
Vicittapaṭibhānehi,
tha-ap546:33.4 #
โตสิโต เตน ตาทินา ฯ✎ ร่าง
tosito tena tādinā.
tha-ap546:34.1 #
นิปจฺจ สิรสา ปาเท✎ ร่าง
Nipacca sirasā pāde,
tha-ap546:34.2 #
ปพฺพาเชหีติ ๕- อพฺรวึ✎ ร่าง
‘pabbājehī’ti maṁ bravi;
tha-ap546:34.3 #
ตโต มํ ส มหปฺปญฺโญ✎ ร่าง
Tato maṁ sa mahāpañño,
tha-ap546:34.4 #
พุทฺธเสฏฺฐมุปานยิ ฯ✎ ร่าง
buddhaseṭṭhamupānayi.
tha-ap546:35.1 #
นิปจฺจ สิรสา ปาเท✎ ร่าง
Nipacca sirasā pāde,
tha-ap546:35.2 #
นิสีทึ สตฺถุ สนฺติเก✎ ร่าง
nisīdiṁ satthu santike;
tha-ap546:35.3 #
มมาห วทตํ เสฏฺโฐ ส✎ ร่าง
Mamāha vadataṁ seṭṭho,
tha-ap546:35.4 #
จฺจํ วงฺคีส✎ ร่าง
‘kacci vaṅgīsa jānāsi’.
tha-ap546:36.1 #
กจฺจิ✎ ร่าง
Kiñci sippanti tassāhaṁ,
อ้างอิงPTS 2.498 · สยามรัฐ 33.233 · ฉัฏฐสังคายนา 58.149
tha-ap546:36.2 #
‘jānāmī’ti ca abraviṁ;
tha-ap546:36.3 #
‘Matasīsaṁ vanacchuddhaṁ,
tha-ap546:36.4 #
api bārasavassikaṁ;
tha-ap546:36.5 #
Tava vijjāvisesena,
tha-ap546:36.6 #
sace sakkosi vācaya’.
tha-ap546:37.1 #
เต✎ ร่าง
‘Āmoti me paṭiññāte,
tha-ap546:37.2 #
tīṇi sīsāni dassayi;
tha-ap546:37.3 #
Nirayanaradevesu,
tha-ap546:37.4 #
✎ ร่าง
upapanne avācayiṁ’.
tha-ap546:38.1 #
Tadā khīṇāsavasseva,
tha-ap546:38.2 #
sīsaṁ dassesi nāyako;
tha-ap546:38.3 #
Tatohaṁ vihatārambho,
tha-ap546:38.4 #
pabbajjaṁ samayācisaṁ.
tha-ap546:39.1 #
Pabbajitvāna sugataṁ,
tha-ap546:39.2 #
santhavāmi tahiṁ tahiṁ;
tha-ap546:39.3 #
Tato maṁ kabbavittosi,
tha-ap546:39.4 #
ujjhāyantiha bhikkhavo.
tha-ap546:40.1 #
Tato vīmaṁsanatthaṁ me,
tha-ap546:40.2 #
āha buddho vināyako;
tha-ap546:40.3 #
‘Takkikā panimā gāthā,
tha-ap546:40.4 #
ṭhānaso paṭibhanti taṁ’.
tha-ap546:41.1 #
‘Na kabbavittohaṁ vīra,
tha-ap546:41.2 #
ṭhānaso paṭibhanti maṁ’;
tha-ap546:41.3 #
‘Tena hi dāni vaṅgīsa,
tha-ap546:41.4 #
ṭhānaso santhavāhi maṁ’.
tha-ap546:42.1 #
Tadāhaṁ santhaviṁ vīraṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.370
tha-ap546:42.2 #
gāthāhi isisattamaṁ;
tha-ap546:42.3 #
Ṭhānaso me tadā tuṭṭho,
tha-ap546:42.4 #
jino agge ṭhapesi maṁ.
tha-ap546:43.1 #
Paṭibhānena cittena,
tha-ap546:43.2 #
aññesamatimaññahaṁ;
tha-ap546:43.3 #
Pesale tena saṁviggo,
tha-ap546:43.4 #
arahattamapāpuṇiṁ.
tha-ap546:44.1 #
‘Paṭibhānavataṁ aggo,
tha-ap546:44.2 #
añño koci na vijjati;
tha-ap546:44.3 #
Yathāyaṁ bhikkhu vaṅgīso,
tha-ap546:44.4 #
evaṁ dhāretha bhikkhavo’.
tha-ap546:45.1 #
Satasahasse kataṁ kammaṁ,
tha-ap546:45.2 #
phalaṁ dassesi me idha;
tha-ap546:45.3 #
Sumutto saravegova,
tha-ap546:45.4 #
kilese jhāpayiṁ mama.
tha-ap546:46.1 #
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.234
tha-ap546:46.2 #
…pe…
tha-ap546:46.3 #
viharāmi anāsavo.
tha-ap546:47.1 #
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap546:47.2 #
…pe…
tha-ap546:47.3 #
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap546:48.1 #
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap546:48.2 #
…pe…
tha-ap546:48.3 #
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap546:49.1 #
Itthaṁ sudaṁ āyasmā vaṅgīso thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap546:50.1 #
Vaṅgīsattherassāpadānaṁ catutthaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน