‹ กลับ
โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 15 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๔๙๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕] เมื่อก่อน เรากับบิดาและปู่ เป็นคนทำการงานในป่า เลี้ยงชีพ ด้วยการฆ่าปศุสัตว์ กุศลกรรมของเราไม่มี ใกล้กับที่อยู่ของเรา พระพุทธเจ้าผู้นำชั้นเลิศของโลก พระนามว่าติสสะ ผู้มีพระปัญญา จักษุ ได้ทรงแสดงรอยพระบาทไว้ ๓ รอย เพื่ออนุเคราะห์ ก็เรา ได้เห็นรอยพระบาทของพระศาสดาพระนามว่าติสสะ ที่พระองค์ ทรงเหยียบไว้ เป็นผู้ร่าเริงมีจิตยินดียังจิตให้เลื่อมใสในรอยพระบาท เราเห็นต้นหงอนไก่ ที่ขึ้นมาจากแผ่นดิน มีดอกบานแล้ว จึงเด็ด มาพร้อมทั้งยอด บูชารอยพระบาทอันประเสริฐสุด เพราะกรรมที่ เราได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และเพราะความตั้งเจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์ แล้ว ไปสู่ดาวดึงสพิภพ เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ เป็นเทวดา หรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ เรามีผิวกายเหมือนสีดอกหงอนไก่ มี รัศมีเป็นแดนซ่านออกจากตน ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้ทำ กรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการบูชารอยพระพุทธบาท เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโกรัณฑปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๑๕] ในมัณฑกัปนั้นแล มีพระพุทธเจ้าผู้มียศมากนามว่าอัตถทัสสี ทรง กำจัดความมืดใหญ่ออกแล้ว ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด พรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ทรงยังหมื่นโลก ธาตุพร้อมทั้งเทวโลก ให้ดื่มน้ำอมฤตธรรมจนอิ่มหนำสำราญ แม้ พระองค์ผู้เป็นนาถะของโลกนั้น ก็ทรงมีการแสดงธรรมให้สัตว์ได้ ตรัสรู้ ๓ ครั้ง ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์แสนโกฏิ ในกาล เมื่อพระพุทธอัตถทัสสีเสด็จจาริกไปในเทวโลก ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่ทวยเทพแสนโกฏิอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าทรง แสดงธรรมในสำนักพระพุทธบิดา ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่ สัตว์แสนโกฏิ และพระบรมศาสดาพระองค์นั้น ก็ทรงมีการประชุม พระภิกษุขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ผู้หลุดพ้น เพราะไม่ถือมั่น ผู้แสวงหาประโยชน์ใหญ่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุ ขีณาสพมาประชุมกันเก้าหมื่นแปดพัน ครั้งที่ ๒ พระภิกษุขีณาสพ มาประชุมกันแปดหมื่นแปดพัน ครั้งที่ ๓ พระภิกษุขีณาสพมาประชุม กันเจ็ดหมื่นแปดพัน สมัยนั้น เราเป็นชฎิลผู้มีตบะอันรุ่งเรือง มีนาม ชื่อว่าสุสิมะ ประชาชนยกย่องว่าเป็นผู้ประเสริฐสุดในแผ่นดิน เรา นำดอกมณฑารพ ดอกประทุม ดอกปาริชาตอันเป็นทิพย์ จากเทวโลก มาบูชาพระสัมพุทธเจ้า แม้พระพุทธอัตถทัสสีมหามุนีพระองค์นั้นก็ ทรงพยากรณ์เราว่า ในพันแปดร้อยกัป ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าใน โลก ................. ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธ พยากรณ์แม้นั้นแล้ว ก็มีใจยินดีโสมนัส ได้อธิษฐานวัตรในการ บำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้น พระนครชื่อว่าโสภณะ พระบรม กษัตริย์พระนามว่าสาคระ เป็นพระชนกของพระอัตถทัสสีศาสดา พระนางสุทัสนา เป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถาน อยู่หมื่นปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่ออมรคิ สุรคิ และคิริพาหนะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสามหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าวิสาขาพระราช- โอรสพระนามว่าเสละ พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการจึงเสด็จ ออกผนวชด้วยอัสวราชยาน ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม พระนราสภอัตถทัสสีมหาวีรเจ้า ผู้มีพระยศใหญ่ อันพรหมทูลอาราธนา แล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ อโนมอุทยานทรงมีพระสันต เถระและพระอุปสันตเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าอภัย เป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระธรรมาเถรีและสุธรรมาเถรี เป็นพระอัคร- สาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่าจำปา นกุลอุบาสกและ นิสภอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก มกิลาอุบาสิกาและสุนันทาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพุทธเจ้าซึ่งไม่มีผู้เสมอเหมือนพระองค์นั้น สูง ๘๐ ศอก ทรงสง่างามดังพญารัง เหมือนพระจันทร์เต็มดวง มี พระรัศมีอันประเสริฐหลายร้อยเป็นปกติ แผ่ไปโยชน์หนึ่ง ทั้งเบื้องบนเบื้องต่ำ ทั้งทิศน้อยทิศใหญ่ทุกเมื่อ แม้พระพุทธมุนีผู้ ประเสริฐกว่านรชน สูงสุดกว่าสรรพสัตว์ ผู้มีจักษุ พระองค์นั้น ทรงดำรงอยู่ในโลกแสนปี แม้พระองค์ทรงแสดงพระรัศมีอันไม่มี สิ่งอื่นเทียมทันให้สว่างไสว ไพโรจน์ในโลกพร้อมทั้งเทวโลกแล้ว ก็เสด็จนิพพานดับไป ดังไฟสิ้นเชื้อ ฉะนั้น พระอัตถทัสสีชินเจ้า ผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ อโนมาราม พระธาตุเรี่ยรายแผ่กว้าง ไปในประเทศนั้นๆ ฉะนี้แล. [๑๕] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นกระบือ เที่ยวอยู่ในป่าใหญ่มีกาย อ้วนพี มีกำลังมากใหญ่โต ดูหน้ากลัวพิลึก ประเทศไรๆ ในป่า ใหญ่นี้อันเป็นที่อยู่ของฝูงกระบือ มีอยู่ที่เงื้อมเขาก็ดี ที่ซอกห้วยธาร- เขาก็ดี ที่โคนไม้ก็ดีที่ใกล้บึงก็ดี เราเที่ยวไปในที่นั้นๆ เมื่อเราเที่ยว ไปในป่าใหญ่ ได้เห็นสถานที่อันเจริญเราจึงเข้าไปสู่ที่นั้น แล้วยืน พักอยู่และนอนอยู่ ครั้งนั้น ลิงป่าผู้ลามก หลุกหลิก ลอกแลกมา ณ ที่นั้น ถ่ายอุจจาระปัสสาวะรดเราที่คอที่หน้าผาก ที่คิ้ว ย่อม เบียดเบียนเราวันหนึ่งครั้งหนึ่ง วันที่ ๒ วันที่ ๓ แม้วันที่ ๔ ก็วัน ละครั้ง เราจึงเป็นผู้อันลิงนั้นเบียดเบียนตลอดกาลทั้งปวง เทวดา เห็นเราถูกลิงเบียดเบียน ได้กล่าวกะเราดังนี้ว่า ท่านจงยังลิงลามก ตัวนี้ให้ฉิบหายตายโหงเสีย ด้วยเขาและกีบเถิด เมื่อเทวดากล่าว อย่างนี้ในครั้งนั้นแล้ว เราได้ตอบเทวดานั้นว่าเหตุไร ท่านจะให้เรา เปื้อนซากศพอันลามกไม่เจริญเล่า ถ้าเราพึงโกรธต่อลิงนั้น เราก็พึง เป็นผู้เลวกว่ามัน ศีลของเราก็จะพึงแตก และวิญญูชนทั้งหลายก็จะ พึงติเตียนเรา เราเป็นผู้บริสุทธิ์ ตายเสียยังประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ ที่น่าละอายอีกอย่างไรเราจักเบียดเบียนผู้อื่นแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต บุคคลผู้มีปัญญา อดกลั้นคำดูหมิ่นในเพราะของคนเลวคนปานกลาง และคนชั้นสูง ย่อมได้อย่างนี้ตามใจปรารถนา ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (39 ประโยค)
tha-ap427:1.1 #
วนกมฺมิโก ปุเร อาสึ🤖 AI จับคู่
“Vanakammiko pure āsiṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.98
tha-ap427:1.2 #
ปิตุเปตามเหนหํ🤖 AI จับคู่
pitumātumatenahaṁ;
tha-ap427:1.3 #
ปสุมาเรน ๒- ชีวามิ🤖 AI จับคู่
Pasumārena jīvāmi,
tha-ap427:1.4 #
กุสลํ เม น วิชฺชติ ฯ🤖 AI จับคู่
kusalaṁ me na vijjati.
tha-ap427:2.1 #
มม อาสยสามนฺตา🤖 AI จับคู่
Mama āsayasāmantā,
tha-ap427:2.2 #
ติสฺโส โลกคฺคนายโก🤖 AI จับคู่
tisso lokagganāyako;
tha-ap427:2.3 #
ปทานิ ตีณิ ทสฺเสสิ🤖 AI จับคู่
Padāni tīṇi dassesi,
tha-ap427:2.4 #
อนุกมฺปาย จกฺขุมา ฯ🤖 AI จับคู่
anukampāya cakkhumā.
tha-ap427:3.1 #
อกฺกนฺเต จ ปเท ทิสฺวา🤖 AI จับคู่
Akkante ca pade disvā,
tha-ap427:3.2 #
ติสฺสนามสฺส สตฺถุโน🤖 AI จับคู่
tissanāmassa satthuno;
tha-ap427:3.3 #
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน🤖 AI จับคู่
Haṭṭho haṭṭhena cittena,
tha-ap427:3.4 #
ปเท จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ🤖 AI จับคู่
pade cittaṁ pasādayiṁ.
tha-ap427:4.1 #
โกรณฺฑํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา🤖 AI จับคู่
Koraṇḍaṁ pupphitaṁ disvā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.32
tha-ap427:4.2 #
ปาทปํ ธรณีรุหํ🤖 AI จับคู่
pādapaṁ dharaṇīruhaṁ;
tha-ap427:4.3 #
สโกฏิกํ ๑- คเหตฺวาน🤖 AI จับคู่
Sakosakaṁ gahetvāna,
tha-ap427:4.4 #
ปทเสฏฺฐํ อปูชยึ ฯ🤖 AI จับคู่
padaseṭṭhamapūjayiṁ.
tha-ap427:5.1 #
เตน กมฺเมน สุกเตน🤖 AI จับคู่
Tena kammena sukatena,
tha-ap427:5.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ🤖 AI จับคู่
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap427:5.3 #
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ🤖 AI จับคู่
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
tha-ap427:5.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ🤖 AI จับคู่
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
tha-ap427:6.1 #
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ🤖 AI จับคู่
Yaṁ yaṁ yonupapajjāmi,
tha-ap427:6.2 #
เทวตฺตํ อถ มานุสํ🤖 AI จับคู่
devattaṁ atha mānusaṁ;
tha-ap427:6.3 #
โกรณฺฑวณฺณโกเยว🤖 AI จับคู่
Koraṇḍavaṇṇakoyeva,
tha-ap427:6.4 #
สปฺปภาโส ๒- ภวามหํ ฯ🤖 AI จับคู่
suppabhāso bhavāmahaṁ.
tha-ap427:7.1 #
เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Dvenavute ito kappe,
tha-ap427:7.2 #
ยํ กมฺมมกรึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ kammamakariṁ tadā;
tha-ap427:7.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap427:7.4 #
ปทปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
padapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap427:8.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap427:8.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap427:8.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap427:9.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap427:9.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap427:9.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap427:10.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap427:10.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap427:10.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap427:11.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โกรณฺฑปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā koraṇḍapupphiyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap427:12.1 #
โกรณฺฑปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ ฉฏฺฐํ ฆฏมณฺฑทายกตฺเถราปทานํ (๔๒๖) [๑๕] |๑๕.๑| ตตฺเถว มณฺฑกปฺปมฺหิ อตฺถทสฺสี มหายโส มหาตมํ นิหนฺตฺวาน ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ |๑๕.๒| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ อมเตน ตปฺปยี โลกํ ทสสหสฺสี สเทวกา ๑- ฯ |๑๕.๓| ตสฺสาปิ โลกนาถสฺส อเหสุํ อภิสมยา ตโย โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๑๕.๔| ยทา พุทฺโธ อตฺถทสฺสี จรติ เทวจาริกํ โกฏิสตสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๕.๕| ปุนาปรํ ยทา พุทฺโธ เทเสสิ ปิตุ สนฺติเก โกฏิสตสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๕.๖| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ตสฺสาปิ จ มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๑๕.๗| อฏฺฐนวุติสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม อฏฺฐาสีติสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๑๕.๘| อฏฺฐสตฺตติสหสฺสานํ ๒- ตติโย อาสิ สมาคโม อนุปาทาวิมุตฺตานํ วิมลานํ มเหสินํ ฯ |๑๕.๙| อหนฺเตน สมเยน ชฏิโล อุคฺคตาปโน สุสิโม นาม นาเมน มหิยา เสฏฺฐสมฺมโต ฯ @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ยุ. สเทวกํ ฯ ๒ ยุ. อฏฺฐตึสสหสฺสานํ ฯ |๑๕.๑๐| ทิพฺพํ มนฺทารวํ ปุปฺผํ ปทุมํ ปาริฉตฺตกํ เทวโลกา อาหริตฺวา สมฺพุทฺธํ อภิปูชยึ ฯ |๑๕.๑๑| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ อตฺถทสฺสี มหามุนิ อฏฺฐารเส กปฺปสเต อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๑๕.๑๒| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๑๕.๑๓| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๑๕.๑๔| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๑๕.๑๕| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๑๕.๑๖| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๑๕.๑๗| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๑๕.๑๘| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๑๕.๑๙| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา ฯ |๑๕.๒๐| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๑๕.๒๑| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๑๕.๒๒| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๑๕.๒๓| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๕.๒๔| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๑๕.๒๕| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๕.๒๖| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ตุฏฺโฐ ๑- สํวิคฺคมานโส อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๑๕.๒๗| โสภณํ นาม นครํ สาคโร นาม ขตฺติโย สุทสฺสนา นาม ชนิกา อตฺถทสฺสิสฺส มเหสิโน ๒- ฯ |๑๕.๒๘| ทสวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส อมรคิสุรคิคิริพาหนา ๓- ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. หฏฺโฐ ฯ ๒ ม. ยุ. สตฺถุโน ฯ ๓ ม. อมรคิริสุคิริวาหนา ฯ@ยุ. อมรคิริสุรคิริ คิริวาหนา ฯ |๑๕.๒๙| เตตฺตึสติสหสฺสานิ ๑- นาริโย สมลงฺกตา วิสาขา นาม สา นารี เสโล นามาสิ อตฺรโช ฯ |๑๕.๓๐| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา อสฺสยาเนน นิกฺขมิ อนูนอฏฺฐมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๑๕.๓๑| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต อตฺถทสฺสี มหายโส วตฺตจกฺโก มหาวีโร อโนมุยฺยาเน นราสโภ ฯ |๑๕.๓๒| สนฺโต จ อุปสนฺโต จ อเหสุํ อคฺคสาวกา อภโย นามุปฏฺฐาโก อตฺถทสฺสิสฺส มเหสิโน ฯ |๑๕.๓๓| ธมฺมา เจว สุธมฺมา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต จมฺปโกติ ปวุจฺจติ ฯ |๑๕.๓๔| นกุโล ๒- เจว นิสโภ จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา มกิลา จ สุนนฺทา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๑๕.๓๕| โสปิ พุทฺโธ อสมสโม อสีติรตนมุคฺคโต ๓- โสภติ สาลราชาว อุฬุราชาว ปูริโต ฯ |๑๕.๓๖| ตสฺส ปากฏิกา รํสิ อเนกสตโกฏิโย อุทฺธํ อโธ ทสทิสา ผรนฺติ โยชนํ สทา ๔- ฯ |๑๕.๓๗| โสปิ พุทฺโธ นรวุสโภ ๕- สพฺพสตฺตุตฺตโม มุนิ วสฺสสตสหสฺสานิ โลเก อฏฺฐาสิ จกฺขุมา ฯ |๑๕.๓๘| อตุลํ ทสฺเสตฺวา ๖- โอภาสํ วิโรเจตฺวา สเทวเก โสปิ อนิจฺจตํ ปตฺโต ยถคฺคุปาทานสงฺขยา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เตตฺตึสญฺจ สหสฺสานิ ฯ ๒ โป. อาลา เจว นิลโภ จ ฯ ๓ ม. ยุ.@อสีติหตฺถมุคฺคโต ฯ ๔ ยุ. ตทา ฯ ๕ ม. ยุ. นราสโภ ๖ ยุ. ทตฺวาน ฯ |๑๕.๓๙| อตฺถทสฺสี ชินวโร อโนมารามมฺหิ นิพฺพุโต ธาตุวิตฺถารกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโตติ ฯ อตฺถทสฺสิพุทฺธวํโส จุทฺทสโม ฯ ปณฺณรสโม ธมฺมทสฺสิพุทฺธวํโส [๑๕] |๑๕.๓๗| ปุนาปรํ ยทา โหมิ มหิโส ๒- ปวนจารโณ ปวฑฺฒกาโย พลวา มหนฺโต ภีมทสฺสโน ฯ |๑๕.๓๘| ปพฺภาเร คิริทุคฺเค จ รุกฺขมูเล ทกาสเย โหเตตฺถ ฐานํ มหิสานํ โกจิ โกจิ ตหึ ตหึ ฯ |๑๕.๓๙| วิจรนฺโต พฺรหารญฺเญ ฐานมทฺทส ภทฺทกํ ตํ ฐานํ อุปคนฺตฺวาน ติฏฺฐามิ จ สยามิ จ ฯ |๑๕.๔๐| อเถตฺถ กปิมาคนฺตฺวา ปาโป อนริโย ลหุ ขนฺเธ นลาเต ภมุเก มุตฺเตติ โอหเนติ ตํ ฯ |๑๕.๔๑| สกึปิ ทิวสํ ทุติยํ ตติยํ จตุตฺถํปิจ ทูเสติ มํ สพฺพกาลํ เตน โหมิ อุปทฺทุโต ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. วุฑฺฒิตุํ ปริ ฯ ๒ ม. ยุ. มหีโส ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ |๑๕.๔๒| มมํ อุปทฺทุตํ ทิสฺวา ยกฺโข มํ อิทมพฺรวิ นาเสเหตํ ฉวํ ปาปํ สงฺเคหิ จ ขุเรหิ จ ฯ |๑๕.๔๓| เอวํ วุตฺเต ตทา ยกฺเข อหํ ตํ อิทมพฺรวึ กึ ตฺวํ มกฺเขสิ กุณเปน ปาเปน อนริเยน มํ ฯ |๑๕.๔๔| ยทิหนฺตสฺส ปกุปฺเปยฺยํ ตโต หีนตโร ภเว สีลญฺจ เม ปภิชฺเชยฺย วิญฺญู จ ครเหยฺยุ มํ ฯ |๑๕.๔๕| หิฬิตา ชีวิตา วาปิ ปริสุทฺเธน มตํ วรํ กฺยาหํ ชีวิตเหตูปิ กาหามิ ปรเหธนํ ฯ🤖 AI จับคู่
Koraṇḍapupphiyattherassāpadānaṁ pañcamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน