‹ กลับ
ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 16 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๕๑๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๖] พระผู้มีพระภาคผู้มีเหตุอันทรงดำริดีแล้ว เป็นเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน เสด็จเข้าไปสู่ป่าใหญ่ ถูกอาพาธอันเกิดแต่ลม เบียดเบียน เราเห็นแล้ว จึงทำจิตให้เลื่อมใสนำเอาขี้ตะกอนเปรียง เข้าไปถวาย เพราะเราได้กระทำกุศลกรรมและได้บูชาพระพุทธเจ้า เนืองๆ แม่น้ำคงคาชื่อภาคีรสีนี้ มหาสมุทรทั้ง ๔ และพื้นปฐพี ที่น่ากลัวซึ่งจะประมาณมิได้นับไม่ถ้วนนี้ ย่อมสำเร็จเป็นเปรียงขึ้น ได้สำหรับเรา น้ำผึ้ง น้ำตาลกรวด ดังจะรู้ความดำริของเรา เกิดขึ้น ต้นไม้ที่งอกขึ้นแต่แผ่นดินในทิศทั้ง ๔ ดังจะรู้ความดำริของเรา ย่อมเกิดเป็นต้นกัลปพฤกษ์ขึ้น เราได้เป็นจอมเทวดาเสวยราช สมบัติในเทวโลก ๕๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๑ ครั้ง ได้ เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับไม่ถ้วนในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ให้ทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งขี้ตะกอนเปรียง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระฆฏมัณฑทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๑๖] ในมัณฑกัปนั้นแล มีพระพุทธเจ้าผู้มียศมากพระนามว่าธรรมทัสสี ทรงกำจัดความมืดตื้อแล้ว ทรงรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ในโลกพร้อมทั้งเทว โลก แม้ในความที่พระองค์ผู้มีเดชไม่มีเทียบนั้นทรงประกาศ พระธรรมจักร ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์แสนโกฏิ ในคราว เมื่อพระพุทธธรรมทัสสีทรงแนะนำสญชัยฤาษี ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์เก้าสิบโกฏิ ในคราวเมื่อท้าวสักกะพร้อมด้วยบริษัท เสด็จเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์แปด สิบโกฏิ แม้พระบรมศาสดาพระองค์นั้น ก็ทรงมีการประชุมพระภิกษุ ขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบ คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เมื่อ พระพุทธธรรมทัสสีทรงจำพรรษา ณ สมณนคร พระภิกษุขีณาสพ มาประชุมกันพันโกฏิ ครั้งที่ ๒ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จจากเทวโลก มายังมนุษยโลก แม้ครั้งนั้น พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันร้อยโกฏิ ครั้งที่ ๓ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประกาศธุดงคคุณ ครั้งนั้นพระภิกษุ- ขีณาสพมาประชุมกันแปดสิบโกฏิ สมัยนั้น เราเป็นท้าวปุรินททสักก- เทวราช ได้บูชาพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยของหอม มาลาและ ดนตรีทิพย์ แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นประทับนั่งท่ามกลางสงฆ์ ก็ ทรงพยากรณ์เราในกาลนั้นว่า ในพันร้อยแปดกัป ผู้นี้จักได้เป็น พระพุทธเจ้า ...... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์ แม้นั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญ บารมี ๑๐ ประการยิ่งขึ้นไป พระนครชื่อว่าสรณะ พระบรม- กษัตริย์พระนามว่าสรณะ เป็นพระชนกของพระธรรมทัสสีศาสดา พระนางสุนันทา เป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคาร สถานอยู่แปดพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่า อรชะ วิรชะ และสุทัสนะ มีพระสนมนารีกำนัลในสี่หมื่น ล้วน ประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าวิจิโกลี พระราชโอรส พระนามว่าปุญญวัฑฒนะ พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึง เสด็จออกผนวชด้วยปราสาท ได้ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ วัน พระธรรม ทัสสีนราสภมหาวีรเจ้า ผู้สูงสุดกว่านรชน อันพรหมทูลอาราธนา แล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ มฤคทายวัน พระองค์มีพระปทุม เถระและพระปุสสเทวเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่า สุทัตตะ เป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระเขมาเถรีและพระสัจจนามาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่าติมพชาละ (มะพลับ) สุภัททอุบาสกและกฏิสสหอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก สาฬิสาอุบาสิกาและกฬิสสาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา แม้ พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนพระองค์นั้นสูง ๘๐ ศอก ทรงมี พระเดชรุ่งเรืองอย่างยิ่ง แผ่ไปในหมื่นธาตุ พระองค์งามสง่า ดัง พญารังมีดอกบาน เหมือนสายฟ้าในอากาศ ดุจพระอาทิตย์ในเวลา เที่ยง ฉะนั้น แม้พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ มีพระเดชไม่มีเทียบเคียง ทรงดำรงพระชนมชีพอยู่สม่ำเสมออยู่ในโลกแสนปี ทรงแสดง พระรัศมีสว่างไสว ทำพระศาสนาให้ปราศจากมลทิน เสด็จนิพพาน พร้อมกับพระสาวก ดังพระจันทร์ลับไปในท้องฟ้า ฉะนั้น พระธรรม ทัสสีมหาวีรเจ้าเสด็จนิพพาน ณ เกสาราม พระสถูปอันประเสริฐ ของพระองค์ สูง ๓ โยชน์ ฉะนี้แล. [๑๖] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยาเนื้อชื่อรุรุ มีขนสีเหลืองคล้าย หลอมทองคำ ประกอบด้วยศีลอันบริสุทธิ์ยิ่ง เราเข้าไปอาศัยอยู่ ณ ประเทศน่ารื่นรมย์ เป็นรัมณียสถาน สงัดเงียบปราศจากมนุษย์ เป็น ที่ยินดีแห่งใจ ใกล้ฝั่งคงคา ครั้งนั้น บุรุษถูกเจ้าหนี้ทวงถาม จึงโดด ลงในแม่น้ำ ในกระแสน้ำข้างเหนือ ด้วยคิดว่า เราจะเป็นหรือตาย ก็ตามที เขาถูกกระแสน้ำพัดไปในแม่น้ำใหญ่ ตลอดคืนตลอดวัน ร้องไห้คร่ำครวญควรจะสงสาร ลอยไปในท่ามกลางคงคา เราฟังเสียง ของเขาผู้ร้องไห้คร่ำครวญควรจะสงสารแล้ว ไปยืนอยู่ที่ฝั่งคงคา ได้ถามว่า ท่านเป็นคนเช่นไร เขาอันเราถามแล้ว ได้แจ้งเหตุของตน ในกาลนั้นว่า เราเป็นผู้ถูกเจ้าหนี้ทำให้สะดุ้งกลัว จึงแล่นมายัง มหานทีนี้เราทำความกรุณาแก่เขา สละชีวิตของเราให้ว่ายน้ำไปนำเขา มาในเวลากลางคืน ข้างแรมเรารู้กาลว่า เขาหายเหน็ดเหนื่อยล้าแล้ว ได้กล่าวกะเขาดังนี้ว่า เราจะขอพรกะท่านสักข้อหนึ่ง คือ ท่านอย่า บอกเราแก่ใครๆ เขาไปยังพระนครแล้ว พระราชาตรัสถาม จึงกราบ ทูลเพราะต้องการทรัพย์ เขาได้พาพระราชาเข้ามายังที่อยู่ของเรา เรา กราบทูลเหตุการณ์ทุกอย่างแด่พระราชา พระราชาทรงสดับคำของเรา แล้วทรงสอดลูกศรจะยิงบุรุษนั้น ตรัสว่า เราจักฆ่าคนลามกผู้ประทุษ ร้ายมิตรเสียในที่นี้แหละ เราตามรักษาคนประทุษร้ายมิตรนั้น ได้ มอบตนของเราถวายว่า ข้าแต่มหาราชา ขอได้ทรงโปรดก่อนเถิด พระเจ้าข้า ข้าพระบาทจะกระทำตามพระราชประสงค์ของพระราชา เราตามรักษาศีลของเรา ไม่ใช่เราตามรักษาชีวิตของเราเพราะในกาล นั้น เราเป็นผู้มีศีลเพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (39 ประโยค)
tha-ap428:1.1 #
สุจินฺติตํ ภควนฺตํ🤖 AI จับคู่
“Sucintitaṁ bhagavantaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.8
tha-ap428:1.2 #
โลกเชฏฺฐํ นราสภํ🤖 AI จับคู่
lokajeṭṭhaṁ narāsabhaṁ;
tha-ap428:1.3 #
อุปวิฏฺฐํ มหารญฺญํ🤖 AI จับคู่
Upaviṭṭhaṁ mahāraññaṁ,
tha-ap428:1.4 #
วาตาพาเธน ปีฬิตํ ฯ🤖 AI จับคู่
vātābādhena pīḷitaṁ.
tha-ap428:2.1 #
ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาเทตฺวาน🤖 AI จับคู่
Disvā cittaṁ pasādetvā,
อ้างอิงPTS 2.384 · สยามรัฐ 33.33
tha-ap428:2.2 #
ฆฏมณฺฑํ อุปานยึ🤖 AI จับคู่
ghatamaṇḍamupānayiṁ;
tha-ap428:2.3 #
กตตฺตา อปจิตตฺตา ๑- จ🤖 AI จับคู่
Katattā ācitattā ca,
tha-ap428:2.4 #
คงฺคา ภาคีรสี ๒- อยํ ฯ🤖 AI จับคู่
gaṅgā bhāgīrathī ayaṁ.
tha-ap428:3.1 #
มหาสมุทฺทา จตฺตาโร🤖 AI จับคู่
Mahāsamuddā cattāro,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.100
tha-ap428:3.2 #
ฆฏํ สมฺปชฺชเร มม🤖 AI จับคู่
ghataṁ sampajjare mama;
tha-ap428:3.3 #
อยญฺจ ปฐวี โฆรา🤖 AI จับคู่
Ayañca pathavī ghorā,
tha-ap428:3.4 #
อปฺปมาณา อสงฺขยา ฯ🤖 AI จับคู่
appamāṇā asaṅkhiyā.
tha-ap428:4.1 #
มม สงฺกปฺปมญฺญาย🤖 AI จับคู่
Mama saṅkappamaññāya,
tha-ap428:4.2 #
ภวเต มธุสกฺขรา🤖 AI จับคู่
bhavate madhusakkarā;
tha-ap428:4.3 #
จตุทฺทิสา ๓- อิเม รุกฺขา🤖 AI จับคู่
Cātuddīpā ime rukkhā,
tha-ap428:4.4 #
ปาทปา ธรณีรุหา ฯ🤖 AI จับคู่
pādapā dharaṇīruhā.
tha-ap428:5.1 #
มม สงฺกปฺปมญฺญาย🤖 AI จับคู่
Mama saṅkappamaññāya,
tha-ap428:5.2 #
กปฺปรุกฺขา ภวนฺติ เต🤖 AI จับคู่
kapparukkhā bhavanti te;
tha-ap428:5.3 #
ปญฺญาสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท🤖 AI จับคู่
Paññāsakkhattuṁ devindo,
tha-ap428:5.4 #
เทวรชฺชมการยึ ฯ🤖 AI จับคู่
devarajjamakārayiṁ.
tha-ap428:6.1 #
เอกปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ🤖 AI จับคู่
Ekapaññāsakkhattuñca,
tha-ap428:6.2 #
จกฺกวตฺติ อโหสหํ🤖 AI จับคู่
cakkavattī ahosahaṁ;
tha-ap428:6.3 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ🤖 AI จับคู่
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
tha-ap428:6.4 #
คณนาโต อสงฺขยํ ฯ🤖 AI จับคู่
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
tha-ap428:7.1 #
จตุนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Catunnavutito kappe,
tha-ap428:7.2 #
ยํ ทานมททึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ dānamadadiṁ tadā;
tha-ap428:7.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap428:7.4 #
ฆฏมณฺฑสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
ghatamaṇḍassidaṁ phalaṁ.
tha-ap428:8.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap428:8.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap428:8.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap428:9.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap428:9.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap428:9.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap428:10.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap428:10.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap428:10.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap428:11.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ฆฏมณฺฑทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ghatamaṇḍadāyako thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap428:12.1 #
ฆฏมณฺฑทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อาจิตตฺตา จ ฯ ๒ ม. ภาคีรถี ฯ ๓ ม. ยุ. จาตุทฺทีปา ฯ สตฺตมํ เอกธมฺมสวนิยตฺเถราปทานํ (๔๒๗) [๑๖] |๑๖.๑| ตตฺเถว มณฺฑกปฺปมฺหิ ธมฺมทสฺสี มหายโส ตมนฺธการํ วิธมิตฺวา อติโรจติ สเทวเก ฯ |๑๖.๒| ตสฺสาปิ อตุลเตชสฺส ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๑๖.๓| ยทา พุทฺโธ ธมฺมทสฺสี วิเนสิ สญฺชยํ อิสี ตทา นวุติโกฏีนํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๖.๔| ยทา สกฺโก อุปคญฺฉิ สปริโส วินายกํ ตทา อสีติโกฏีนํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๖.๕| ตสฺสาปิ เทวเทวสฺส สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ๑- ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๑๖.๖| ยทา พุทฺโธ ธมฺมทสฺสี สรเณ วสฺสํ อุปาคมิ ตทา โกฏิสหสฺสานํ ๒- ปฐโม อาสิ สมาคโม ฯ |๑๖.๗| ปุนาปรํ ยทา พุทฺโธ เทวโต เอติ ๓- มานุสํ ตทาปิ สตโกฏีนํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อหุํ ฯ ๒ โป. ม. โกฏิสตสหสฺสานํ ฯ ๓ ยุ. .. เอหิ มานุเส ฯ |๑๖.๘| ปุนาปรํ ยทา พุทฺโธ ปกาเสสิ ธุเต คุเณ ตทา อสีติโกฏินํ ตติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๑๖.๙| อหนฺเตน สมเยน สกฺโก อาสึ ปุรินฺทโท ทิพฺพคนฺเธน มาเลน ตุริเยน อภิปูชยึ ฯ |๑๖.๑๐| โสปิ มํ ตทา ๑- พฺยากาสิ เทวมชฺเฌ นิสีทิย อฏฺฐารสกปฺปสเต อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๑๖.๑๑| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๑๖.๑๒| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๑๖.๑๓| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๑๖.๑๔| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๑๖.๑๕| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๑๖.๑๖| โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา |๑๖.๑๗| อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติ มํ ชินํ ฯ@เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ยุ. พุทฺโธ ฯ |๑๖.๑๘| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๑๖.๑๙| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๑๖.๒๐| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๑๖.๒๑| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๑๖.๒๒| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๑๖.๒๓| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๖.๒๔| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๑๖.๒๕| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๖.๒๖| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๑๖.๒๗| สรณํ นาม นครํ สรโณ นาม ขตฺติโย สุนนฺทา นาม ชนิกา ธมฺมทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ |๑๖.๒๘| อฏฺฐวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส อรโช วิรโช สุทสฺสโน ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๑๖.๒๙| จตฺตาฬีสหสฺสานิ ๑- นาริโย สมลงฺกตา วิจิโกลี ๒- นาม นารี อตฺรโช ปุญฺญวฑฺฒโน ฯ |๑๖.๓๐| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา ปาสาเทนาภินิกฺขมิ สตฺตาหํ ปธานจารํ อจริ ปุริสุตฺตโม ฯ |๑๖.๓๑| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ธมฺมทสฺสี นราสโภ วตฺตจกฺโก มหาวีโร มิคทาเย นรุตฺตโม ฯ |๑๖.๓๒| ปทุโม ปุสฺสเทโว ๓- จ อเหสุํ อคฺคสาวกา สุทตฺโต นามุปฏฺฐาโก ธมฺมทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ |๑๖.๓๓| เขมา จ สจฺจนามา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต ติมฺพชาโลติ ๔- วุจฺจติ ฯ |๑๖.๓๔| สุภทฺโท กฏิสฺสโห เจว อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา สาฬิสา ๕- จ กฬิสฺสา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๑๖.๓๕| โสปิ พุทฺโธ อสมสโม อสีติหตฺถมุคฺคโต อติโรจติ เตเชน ทสสหสฺสมฺหิ ธาตุยา ฯ |๑๖.๓๖| สุผุลฺโล สาลราชาว วิชฺชุว คคเน ยถา มชฺฌนฺติเกว สุริโย เอวํ โส อุปโสภถ ๖- ฯ |๑๖.๓๗| ตสฺสาปิ อตุลเตชสฺส สมกํ อาสิ ชีวิตํ วสฺสสตสหสฺสานิ โลเก อฏฺฐาสิ จกฺขุมา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ติจตฺตาฬีสสหสฺสานิ ฯ ๒ ยุ. วิจิโตฬี ฯ ๓ ม. ยุ. ผุสฺสเทโว ฯ@๔ ม. ยุ. พิมฺพชาโล ฯ ๕ ม. สาฬิยา จ กฬิยา จ ฯ ยุ. สาฬิยา จ วฬิยา จ ฯ@๖ ยุ. อุปโสภิตฺถ ฯ |๑๖.๓๘| โอภาสํ ทสฺสยิตฺวาน วิมลํ กตฺวาน สาสนํ จวิ ๑- จนฺโทว คคเน นิพฺพุโต โส สสาวโกติ ฯ |๑๖.๓๙| ธมฺมทสฺสี มหาวีโร เกสารามมฺหิ ๒- นิพฺพุโต ตสฺเสว ๓- โส ถูปวโร ตีณิ โยชนมุคฺคโตติ ฯ ธมฺมทสฺสิพุทฺธวํโส ปณฺณรสโม ฯ โสฬสโม สิทฺธตฺถพุทฺธวํโส [๑๖] |๑๖.๔๗| ปุนาปรํ ยทา โหมิ สุตตฺตกนกสนฺนิโภ มิคราชา รุรุ นาม ปรมสีลสมาหิโต ฯ |๑๖.๔๘| รมฺเม ปเทเส รมฺมณีเย วิวิตฺเต อมนุสฺสเก ตตฺถ วาสํ อุปคญฺฉึ คงฺคากูเล มโนรเม ฯ |๑๖.๔๙| อถ อุปริ คงฺคาย ธนิเกหิ ปริปีฬิโต ปุริโส คงฺคาย ปตติ ชีวามิ วา มรามิ วา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. น เมวายํ มญฺญมาโน อญฺเญเปวํ กริสฺสติ@ เตว ตสฺส วธิสฺสนฺติ สา เม มุตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๑๖.๕๐| รตฺตินฺทิวํ โส คงฺคาย วุยฺหมาโน มโหทเก รวนฺโต กรุณํ รวํ มชฺเฌ คงฺคาย คจฺฉติ ฯ |๑๖.๕๑| ตสฺสาหํ สทฺทํ สุตฺวาน กรุณํ ปริเทวโต คงฺคาย ตีเร ฐตฺวา ๑- อปุจฺฉึ โกสิ ตฺวํ นโร ฯ |๑๖.๕๒| โส เม ปุฏฺโฐ🤖 AI จับคู่
Ghatamaṇḍadāyakattherassāpadānaṁ chaṭṭhaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน