‹ กลับ
อุบลวรรณาเถริยาปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 159 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๕๐๗๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๙] พระอุบลวรรณาภิกษุณีถึงความสำเร็จแห่งฤทธิ์ ถวายบังคมพระ- ยุคลบาทของพระศาสดาแล้วทูลว่า ข้าแต่พระมหามุนีหม่อมฉันข้าม พ้นชาติ สงสารได้แล้วบรรลุถึงอจลบท หมดสิ้นสรรพทุกข์แล้ว ขอประชุมชนผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และพวกชนที่หม่อมฉัน ได้ทำความผิดให้ จงอดโทษให้หม่อมฉันเฉพาะพระพักตร์ พระ- พิชิตมาร ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันขอกราบทูลว่า เมื่อ หม่อมฉันท่องเที่ยวอยู่ในสงสาร ถ้ามีความผิดพลาดขอพระองค์ได้ ทรงโปรดประทานโทษแก่หม่อมฉันเถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุบลวรรณา ผู้ทำตามคำสอนของเราท่านจงแสดงฤทธิ์ตัดความ สงสัยแห่งบริษัทสี่ในวันนี้เถิด. พระอุบลวรรณาเถรีกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก มีปัญญาทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง หม่อมฉันเป็นธิดาแห่งพระองค์มีกรรมที่ทำยากมากมีกรรมที่ทำแสน ยากทำไว้แล้ว ข้าแต่พระมหาวีระผู้มีจักษุหม่อมฉันมีนามว่าอุบล วรรณา เพราะมีสีกายเหมือนสีดอกอุบล เป็นธิดาแห่งพระองค์ ขอถวายบังคมพระบาทยุคล พระราหุลเถระและหม่อมฉัน เกิดใน สมภพเดียวกันมากหลายร้อยชาติ เป็นผู้มีฉันทจิตเสมอกัน มีความ เกิดร่วมสมภพร่วมชาติกัน ในภพนี้ซึ่งเป็นภพหลังก็มีนามเหมือน กันทั้งคู่ พระราหุลเถระผู้เป็นโอรส หม่อมฉันมีนามว่าอุบลวรรณา เป็นธิดา ข้าแต่พระวีรเจ้า ขอเชิญทอดพระเนตรฤทธิ์ของหม่อมฉัน เถิด หม่อมฉันจะแสดงกำลังถวายพระศาสดา พระอุบลวรรณาเถรี เหยียดมือไปวักเอาน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ มาใส่ไว้ในฝ่ามือเหมือน เด็กลงเล่นน้ำมันที่อยู่ในฝ่ามือเหยียดฝ่ามือไปพลิกแผ่นดินแล้ว เอา มาใส่ไว้บนฝ่ามือเหมือนเด็กหนุ่มฉุดปลาเค้า ฉะนั้น เอาฝ่ามือปิด ครอบจักรวาลแล้ว ยังเม็ดฝนสีต่างๆ ให้ตกลง ณ เบื้องบนบ่อยๆ เอาแผ่นดินทำเป็นครก เอาเม็ดกรวดทำเป็นข้าวเปลือก เอาภูเขา สิเนรุทำเป็นสาก แล้วซ้อมอยู่ เหมือนเด็กหญิงซ้อมข้าว ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุหม่อมฉันมีนามว่าอุบลวรรณา เป็นธิดา แห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ มีความชำนาญในอภิญญาทั้งหลาย เป็นผู้ทำตามคำสอนของพระองค์ จักแผลงฤทธิ์ต่างๆ ถวายแด่ พระองค์ผู้เป็นนายกของโลก ประกาศนามและโคตรแล้วขอถวาย บังคมพระยุคลบาท ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความ ชำนาญในฤทธิ์ ในทิพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ รู้ปุพเพนิ- วาสญาณ ชำระทิพจักษุบริสุทธิ์อาสวะทั้งปวงหมดสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก หม่อมฉันมีญาณในอรรถะ ธรรมะ นิรุติและปฏิภาณ กว้างขวาง หมดจดตามสภาพแห่งพระองค์ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ข้าแต่พระมหามุนี อธิการเป็นอันมาก ที่หม่อมฉันแสดงแล้วใน พระพิชิตมารผู้ประเสริฐทั้งหลายในปางก่อน โดยความพินาศไปแห่ง มัจฉริยะที่สู้รบกันเพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ข้าแต่พระมหามุนีผู้มี ความเพียรมาก ขอพระองค์จงทรงระลึกถึงกุศลกรรมเก่าของหม่อม ฉัน และบุญที่หม่อมฉันสั่งสมไว้เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ข้าแต่ พระมหาวีรเจ้าเมื่อพระองค์ทรงละเว้นอนาจารในสถานที่ไม่ควรอบรม พระญาณ ให้แก่กล้าอยู่ชีวิตอันสูงสุดหม่อมฉันสละแล้ว เพื่อ ประโยชน์แก่พระองค์ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์ได้ประทานชีวิตแก่ หม่อมฉันหลายหมื่นโกฏิกัป แม้หม่อมฉันก็บริจาคชีวิตของหม่อมฉัน เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้มีฤทธิ์มิได้มีสิ่งอะไรเปรียบ ปาน มีพระวิริยะก้าวหน้าในกาลนั้นหม่อมฉันอัศจรรย์ใจทุกอย่าง ประ นมกรอัญชลีด้วยเศียรกล้า ได้ทูลว่า กรณียกิจนี้หม่อมฉันได้ทำแล้ว ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นนางนาคกัญญา มีนามว่าวิมลา คณะนาคสมมติว่า เป็นผู้ดีกว่าพวกนาคกัญญามหา- นาคราชนามว่ามโหรคะ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา นิมนต์พระ พุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระผู้มีเดชมาก พร้อมด้วยพระสาวก ตกแต่งมณฑปอันสำเร็จด้วยรัตนะบัลลังก์สำเร็จด้วยรัตนะ โปรย ทรายรัตนะ เครื่องอุปโภคสำเร็จด้วยรัตนะ และมรรคาก็ประดับด้วย ธงรัตนะ ต้อนรับพระสัมพุทธเจ้า ประโคมด้วยดนตรีหลายชนิด พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ทรงแผ่ไปด้วยบริษัท ๔ ประทับ นั่งบนอาสนะอันประเสริฐในภพนาคราชมโหรคะ นาคราชได้ถวาย ข้าวน้ำ และขาทนียโภชนียาหารอย่างดีๆ มีค่ามาก แต่พระผู้มี พระภาคผู้มีบริวารมาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ครั้น เสวยเสร็จ ทรงล้างบาตรด้วยดีแล้ว ได้ทรงทำกิจคือการอนุโมทนา นางนาคกัญญาผู้มีฤทธิ์มาก เห็นพระสัพพัญญู มีรัศมีเปล่งปลั่ง มี ยศมาก มีจิตเลื่อมใสมีใจเคารพในพระศาสดา ในขณะนั้น พระ- พุทธเจ้าผู้มีความเพียรมาก พระนามว่าปทุมุตระทรงทราบวาระจิต ของหม่อมฉันแล้ว ทรงแสดงภิกษุณีรูปหนึ่งด้วยฤทธิ์ ภิกษุณีนั้น คล่องแคล่ว แสดงฤทธิ์เป็นอเนก หม่อมฉันเกิดปีติปราโมทย์ได้ ทูลถามพระศาสดาว่า หม่อมฉันได้เห็นฤทธิ์ทั้งหลายที่ภิกษุณีรูปนี้ แสดงแล้ว ข้าแต่พระธีรเจ้า ภิกษุณีนั้นเป็นผู้คล่องแคล่วดีด้วย ฤทธิ์เพราะเหตุไร. พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นตรัสตอบว่า ภิกษุณีนั้นเป็นโอรสธิดาเกิดแต่ปากเรา มีฤทธิ์มาก ทำตาม อนุศาสนีของเรา เป็นผู้คล่องแคล่วดีด้วยฤทธิ์. หม่อมฉันได้สดับพระพุทธพจน์แล้ว มีความยินดีได้ทูลว่า แม้ หม่อมฉันก็ขอเป็นผู้คล่องแคล่วดีด้วยฤทธิ์ เหมือนภิกษุณีองค์นั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นนายก หม่อมฉันเบิกบานโสมนัสมีใจอุดมถึงที่ แล้ว ขอให้ได้เป็นเช่นภิกษุณีนี้ในอนาคตกาล หม่อมฉันตกแต่ง บัลลังก์อันงามด้วยแก้วมณีและมณฑปอันผุดผ่องแล้ว ทูลอัญเชิญ พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก พร้อมด้วยพระสงฆ์ ให้เสวย และฉัน อิ่มหนำสำราญ ด้วยข้าวและน้ำ แล้วได้บูชาพระพุทธเจ้า ด้วยดอกอุบลอันเป็นดอกไม้อย่างดี ที่พวกนาคเรียกกันในสมัยนั้น ว่าดอกอรุณ โดยตั้งความปรารถนาว่า ขอให้สีตัวของเราจงเป็น เช่นกับสีดอกอุบลนี้ ด้วยบุญกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้นและด้วยการตั้ง เจตน์จำนงไว้ หม่อมฉันละร่างกายมนุษย์แล้วได้ไปสู่สวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ จุติจากนั้นแล้วมาเกิดในมนุษย์ ได้ถวายบิณฑบาต พร้อม ด้วยดอกอุบลเป็นอันมากแก่พระสยัมภู ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี มีพระเนตรงาม มีพระญาณจักษุใน ธรรม เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้นหม่อมฉันเป็นธิดาของเศรษฐีใน เมืองพาราณสีอันอุดม ได้นิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายก ของโลก พร้อมด้วยพระสงฆ์ ถวายมหาทานและบูชาพระพุทธเจ้า นั้นด้วยดอกอุบลเป็นอันมากแล้ว ได้ปรารถนาให้มีผิวพรรณงาม เหมือนดอกอุบล ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้ามีพระนามว่ากัสสปะ ผู้เป็นพงศ์พันธุ์แห่งพราหมณ์ มีบริวารยศมากประเสริฐกว่าพวก บัณฑิต เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้นนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี ในเมืองพาราณสี อันอุดมเป็นอิสระกว่าชนทั้งหลาย เป็นอุปัฏฐาก ของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ หม่อมฉันเป็นธิดาคนที่ สองของท้าวเธอ มีนามปรากฏว่าสมณคุตตา ได้ฟังพระธรรมของ พระพิชิตมารผู้เลิศแล้ว พอใจบรรพชา แต่พระชนกนาถมิได้ทรง อนุญาตให้พวกหม่อมฉัน เมื่อต้องอยู่ในอาคารสถาน ในครั้งนั้น พวกหม่อมฉันผู้เป็นราชกัญญา ตั้งอยู่ในความสุขมิได้เกียจคร้าน ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่เป็นกุมารีอยู่สองหมื่นปี ราชธิดาทั้ง ๗ พระองค์ คือ นางสมณี ๑ นางสมณคุตตา ๑ นางภิกขุณี ๑ นาง ภิกขุทาสิกา ๑ นางธรรมา ๑ นางสุธรรมา ๑ และนางสังฆทาสี เป็นที่ ๗ เป็นผู้ยินดีพอใจในการบำรุงพระพุทธเจ้า ได้มาเป็น หม่อมฉัน เป็นพระเขมาเถรีผู้มีปัญญา เป็นพระปฏาจาราเถรี เป็น พระกิสาโคตมี เป็นพระธรรมทินนาเถรีและเป็นวิสาขาอุบาสิกาคน ที่ ๗ ด้วยบุญกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ หม่อมฉันละร่างกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์จุติจาก นั้นแล้วมาเกิดในสกุลใหญ่ในพวกมนุษย์ ได้ถวายผ้าอย่างดีมีสี เหลือง เนื้อเกลี้ยง แก่พระอรหันต์องค์หนึ่งเคลื่อนจากอัตภาพ นั้นแล้ว ไปเกิดในสกุลพราหมณ์ในเมืองอริฏฐะ เป็นธิดาของ พราหมณ์ชื่อติริฏิวัจฉะ มีชื่อว่าอุมมาทันตีมีรูปงามเป็นที่จูงใจให้ ยินดี เคลื่อนจากอัตภาพนั้นแล้วไปเกิดในสกุลหนึ่งซึ่งไม่มีความ ในชนบท เป็นผู้ขวนขวายเฝ้าไร่ข้าวสาลี ในครั้งนั้น หม่อมฉัน ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ได้ถวายข้าวตอกห้าร้อยดอกกับ ดอกปทุม ปรารถนาให้มีบุตร ๕๐๐ คน เมื่อมีบุตรเท่านั้นแล้ว ได้ถวายน้ำผึ้งแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า เคลื่อนจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ เกิดในป่าที่มีสระบัว ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้ากาสีเป็นที่ทรง สักการะโปรดปาน มีพระราชโอรสครบ ๕๐๐ องค์ เมื่อพระราชบุตร เหล่านั้นทรงเจริญวัยแล้วไปทรงเล่นน้ำ ทรงเห็นดอกบัวเข้าแล้ว ต่างก็นำมาเฉพาะองค์ละดอก หม่อมฉันนั้นไม่มีดอกบัว เพราะ พระราชบุตรเหล่านั้นเก็บเสีย ก็มีความโศก เคลื่อนจากอัตภาพนั้น แล้ว ไปเกิดในหมู่บ้านข้างภูเขาอิสิคิลิ เมื่อพวกบุตรของหม่อมฉัน รู้ธรรมของพระปัจเจกของพระพุทธเจ้าแล้ว นำยาคูไปถวาย บุตร ๘ คน ได้บวชเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ไปสู่บ้านเพื่อภิกษา ใน ขณะนั้น หม่อมฉันเห็นเข้าแล้วระลึกได้ มีขีรธาราพล่านออกเพราะ ความรักบุตร หม่อมฉันมีความเลื่อมใส ได้ถวายยาคูด้วยมือของ ตนแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น หม่อมฉันจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ไปเกิดในนันทวันในภพดาวดึงส์ ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉัน ท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ได้เสวยสุขและทุกข์และบริจาคชีวิต เพื่อประโยชน์แก่พราหมณ์ หม่อมฉันมีทุกข์ก็มาก มีสมบัติ ก็มากดังที่กราบทูลมานี้ ในภพหลังสุดที่ถึงแล้วนี้ หม่อมฉัน เกิดในสกุลเศรษฐีทรัพย์มากประกอบด้วยสุขสมบัติ มีความรุ่งเรือง ด้วยรัตนะต่างๆ มั่งคั่งด้วยกามสุขทั้งปวงในพระนครสาวัตถีเป็นผู้ที่ ประชุมชนสักการะบูชานับถือยำเกรง ประกอบด้วยรูปสมบัติ อัน พหุชนในสกุลทั้งหลายสักการะและปรารถนาอย่างยิ่ง เพราะรูปสิริ และโภคสมบัติ พวกเศรษฐีบุตรหลายร้อยต่างมุ่งหมายกัน หม่อมฉัน ละเรือนออกบวช ยังไม่ถึงกึ่งเดือนก็ได้บรรลุจตุสัจจธรรม หม่อมฉัน นิรมิตรถเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสด้วยฤทธิ์แล้ว ขอถวายบังคมพระ- ยุคลบาทของพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระโลกนาถมีพระสิริ. มารกล่าวกะหม่อมฉันว่า ท่านเข้ามาสู่กอไม้ที่มีดอกแย้มบานดี ยืนอยู่โคนต้นรังผู้เดียว มิได้มีใครเป็นเพื่อน ท่านผู้โง่เขลาท่านไม่กลัวพวกนักเลงหรือ. หม่อมฉันกล่าวว่า พวกนักเลงตั้งแสนคนมาในที่นี้เหมือนกับท่าน ก็ไม่ทำให้ขนของ เราหวั่นไหว ดูกรมาร ท่านผู้เดียวจักทำอะไรเราได้. เรานี้จักหายไปเสีย หรือว่าเข้าไปในท้องท่าน ท่านจักไม่เห็นเราแม้ ยืนอยู่ที่ระหว่างคิ้วท่าน เรามีความชำนาญในจิตเจริญอิทธิบาทดีแล้ว พ้นจากสรรพกิเลสเครื่องผูกทั้งปวงแล้วดูกรมารผู้มีอายุ เรามิได้กลัว ท่าน กามทั้งหลายเปรียบด้วยหอกและหลาว แม้ขันธ์ทั้งหลายก็ คล้ายกองไฟ ท่านกล่าวถึงความยินดีในกาม บัดนี้ เราไม่มีความ ยินดีในกาม ความเพลินในอารมณ์ทั้งปวง เรากำจัดแล้ว กองมืดเรา ทำลายแล้ว ดูกรมารผู้ลามก ท่านจงรู้อย่างนี้ ท่านจงหายไปเถิด พระพิชิตมารผู้เป็นนายกชั้นพิเศษ ทรงพอพระทัยในคุณสมบัตินั้น จึงทรงตั้งดิฉันไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะในหมู่บริษัทว่า อุบลวรรณา ภิกษุณีเป็นผู้เลิศกว่าพวกภิกษุณีที่มีฤทธิ์ ดิฉันบำรุงพระบรมศาสดา แล้ว ทำพระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพหมดแล้ว ดิฉัน บรรลุถึงประโยชน์ คือ ธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวง ที่กุลบุตร ทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตต้องการนั้นแล้ว พวกทายกน้อมเข้า มาซึ่งจีวร บิณฑบาตเสนาสนะและเภสัชปัจจัย โดยขณะหนึ่งมาก หลายพัน. ทราบว่า ท่านพระอุบลวรรณาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (338 ประโยค)
thi-ap19:0.3 #
Uppalavaṇṇātherīapadāna
thi-ap19:1.1 #
ภิกฺขุนี อุปฺปลวณฺณา✎ ร่าง
“Bhikkhunī uppalavaṇṇā,
thi-ap19:1.2 #
อิทฺธิยา ปารมึ คตา✎ ร่าง
iddhiyā pāramiṁ gatā;
thi-ap19:1.3 #
วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท✎ ร่าง
Vanditvā satthuno pāde,
thi-ap19:1.4 #
อิมํ วจนมพฺรวิ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabravi.
thi-ap19:2.1 #
นิติณฺณา ๑- ชาติสํสารํ✎ ร่าง
‘Nitthiṇṇā jātisaṁsāraṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.220
thi-ap19:2.2 #
ปตฺตาหํ อจลํ ปทํ✎ ร่าง
pattāhaṁ acalaṁ padaṁ;
thi-ap19:2.3 #
สพฺพทุกฺขํ มยา ขีณํ✎ ร่าง
Sabbadukkhaṁ mayā khīṇaṁ,
thi-ap19:2.4 #
อาโรเจมิ มหามุนิ ฯ✎ ร่าง
ārocemi mahāmuni.
thi-ap19:3.1 #
ยาวตา ปริสา อตฺถิ✎ ร่าง
Yāvatā parisā atthi,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.311
thi-ap19:3.2 #
ปสนฺนา ชินสาสเน เ✎ ร่าง
pasannā jinasāsane;
thi-ap19:3.3 #
ยสญฺจ เมปราโธตฺถิ✎ ร่าง
Yassā ca meparādhotthi,
thi-ap19:3.4 #
ขมนฺตุ ชินสมฺมุขา ฯ✎ ร่าง
khamantu jinasammukhā.
thi-ap19:4.1 #
สํสาเร สํสรนฺตา ๑- เม✎ ร่าง
Saṁsāre saṁsarantiyā,
thi-ap19:4.2 #
ขลิตํ เม สเจ ภเว✎ ร่าง
khalitaṁ me sace bhave;
thi-ap19:4.3 #
อาโรเจมิ มหาวีร✎ ร่าง
Ārocemi mahāvīra,
thi-ap19:4.4 #
อปราธํ ขมสฺสุ เม ๒- ฯ✎ ร่าง
aparādhaṁ khamassu taṁ’.
thi-ap19:5.1 #
อิทฺธิญฺจาปิ นิทสฺเสหิ✎ ร่าง
‘Iddhiñcāpi nidassehi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.88
thi-ap19:5.2 #
มม สาสนการิเก✎ ร่าง
mama sāsanakārike;
thi-ap19:5.3 #
จตสฺโส ปริสา อชฺช✎ ร่าง
Catasso parisā ajja,
thi-ap19:5.4 #
กงฺขํ ฉินฺทาหิ ยาวตา ฯ✎ ร่าง
kaṅkhaṁ chindāhi yāvatā’.
thi-ap19:6.1 #
ธีตา ตุยฺหํ มหาวีร✎ ร่าง
‘Dhītā tuyhaṁ mahāvīra,
thi-ap19:6.2 #
ปญฺญวนฺต ชุตินฺธร✎ ร่าง
paññavanta jutindhara;
thi-ap19:6.3 #
พหุญฺจ ทุกฺกรํ กมฺมํ✎ ร่าง
Bahuñca dukkaraṁ kammaṁ,
thi-ap19:6.4 #
กตํ เม อติทุกฺกรํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ me atidukkaraṁ.
thi-ap19:7.1 #
อุปฺปลสฺเสว เม วณฺโณ✎ ร่าง
Uppalasseva me vaṇṇo,
thi-ap19:7.2 #
นาเมนุปฺปลนามิกา✎ ร่าง
nāmenuppalanāmikā;
thi-ap19:7.3 #
สา ธีตา เต มหาวีร✎ ร่าง
Sāvikā te mahāvīra,
thi-ap19:7.4 #
ปาเท วนฺทามิ จกฺขุมา ฯ✎ ร่าง
pāde vandāmi cakkhuma.
thi-ap19:8.1 #
ราหุโล จ อหญฺเจว✎ ร่าง
Rāhulo ca ahañceva,
thi-ap19:8.2 #
เนกชาติสเต พหู✎ ร่าง
nekajātisate bahū;
thi-ap19:8.3 #
เอกสฺมึ สมฺภเว ชาตา✎ ร่าง
Ekasmiṁ sambhave jātā,
thi-ap19:8.4 #
สมานฉนฺทเจตสา ฯ✎ ร่าง
samānachandamānasā.
thi-ap19:9.1 #
นิพฺพตฺติ เอกโต โหติ✎ ร่าง
Nibbatti ekato hoti,
thi-ap19:9.2 #
ชาติยา จาปิ เอกโต✎ ร่าง
jātiyāpi ca ekato;
thi-ap19:9.3 #
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต✎ ร่าง
Pacchime bhave sampatte,
thi-ap19:9.4 #
อุภโย นามสมฺภวา ฯ✎ ร่าง
ubhopi nānāsambhavā.
thi-ap19:10.1 #
ปุตฺโต จ ราหุโล นาม✎ ร่าง
Putto ca rāhulo nāma,
thi-ap19:10.2 #
ธีตา อุปฺปลสวฺหยา✎ ร่าง
dhītā uppalasavhayā;
thi-ap19:10.3 #
ปสฺส วีร มม อิทฺธึ✎ ร่าง
Passa vīra mamaṁ iddhiṁ,
thi-ap19:10.4 #
พลํ ทสฺเสมิ สตฺถุโน ฯ✎ ร่าง
balaṁ dassemi satthuno’.
thi-ap19:11.1 #
มหาสมุทฺเท จตุโร✎ ร่าง
Mahāsamudde caturo,
อ้างอิงPTS 2.552
thi-ap19:11.2 #
ปกฺขิปิ หตฺถปาณิยํ✎ ร่าง
pakkhipi hatthapātiyaṁ;
thi-ap19:11.3 #
เตลํ หตฺถคตญฺเจว✎ ร่าง
Telaṁ hatthagatañceva,
thi-ap19:11.4 #
ขิฑฺโฑ โกมารโก ยถา ฯ✎ ร่าง
khiḍḍo komārako yathā.
thi-ap19:12.1 #
อุพฺพตฺตยิตฺวา ปฐวึ✎ ร่าง
Ubbattayitvā pathaviṁ,
thi-ap19:12.2 #
ปกฺขิปิ หตฺถปาณิยํ✎ ร่าง
pakkhipi hatthapātiyaṁ;
thi-ap19:12.3 #
จิตฺตมุญฺชํ ยถา นาม✎ ร่าง
Cittaṁ muñjaṁ yathā nāma,
thi-ap19:12.4 #
ลุญฺจิ โกมารโก ยุวา ฯ✎ ร่าง
luñci komārako yuvā.
thi-ap19:13.1 #
จกฺกวาฬสมํ ปาณึ✎ ร่าง
Cakkavāḷasamaṁ pāṇiṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.312
thi-ap19:13.2 #
ฉาทยิตฺวาน มตฺถเก✎ ร่าง
chādayitvāna matthake;
thi-ap19:13.3 #
วสฺสาเปตฺวาน ผุสิตํ✎ ร่าง
Vassāpetvāna phusitaṁ,
thi-ap19:13.4 #
นานาวณฺณํ ปุนปฺปุนํ ฯ✎ ร่าง
nānāvaṇṇaṁ punappunaṁ.
thi-ap19:14.1 #
ภูมึ อุทุกฺขลํ กตฺวา✎ ร่าง
Bhūmiṁ udukkhalaṁ katvā,
thi-ap19:14.2 #
ธญฺญํ กตฺวาน สกฺขรํ✎ ร่าง
dhaññaṁ katvāna sakkharaṁ;
thi-ap19:14.3 #
สิเนรุํ มุสลํ กตฺวา✎ ร่าง
Sineruṁ musalaṁ katvā,
thi-ap19:14.4 #
มทฺทิ โกมาริกา ยถา ๑- ฯ✎ ร่าง
maddi komārikā yathā.
thi-ap19:15.1 #
ธีตาหํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส✎ ร่าง
‘Dhītāhaṁ buddhaseṭṭhassa,
thi-ap19:15.2 #
นาเมนุปฺปลสวฺหยา✎ ร่าง
nāmenuppalasavhayā;
thi-ap19:15.3 #
อภิญฺญาสุ วสีภูตา✎ ร่าง
Abhiññāsu vasībhūtā,
thi-ap19:15.4 #
ตว สาสนการิกา ฯ✎ ร่าง
tava sāsanakārikā.
thi-ap19:16.1 #
นานาวิกุพฺพนํ กตฺวา✎ ร่าง
Nānāvikubbanaṁ katvā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.221
thi-ap19:16.2 #
ทสฺเสตฺวา โลกนายกํ✎ ร่าง
dassetvā lokanāyakaṁ;
thi-ap19:16.3 #
นามโคตฺตํ ปกาเสตฺวา✎ ร่าง
Nāmagottañca sāvetvā,
thi-ap19:16.4 #
ปาเท วนฺทามิ จกฺขุมา ฯ✎ ร่าง
pāde vandāmi cakkhuma.
thi-ap19:17.1 #
อิทฺธิยา จ วสี โหมิ✎ ร่าง
Iddhīsu ca vasī homi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.90
thi-ap19:17.2 #
ทิพฺพาย โสตธาตุยา✎ ร่าง
dibbāya sotadhātuyā;
thi-ap19:17.3 #
เจโตปริยญาณสฺส✎ ร่าง
Cetopariyañāṇassa,
thi-ap19:17.4 #
วสี โหมิ มหามุเน ฯ✎ ร่าง
vasī homi mahāmune.
thi-ap19:18.1 #
ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ✎ ร่าง
Pubbenivāsaṁ jānāmi,
thi-ap19:18.2 #
ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ✎ ร่าง
dibbacakkhu visodhitaṁ;
thi-ap19:18.3 #
สพฺพาสวา ปริกฺขีณา✎ ร่าง
Sabbāsavā parikkhīṇā,
thi-ap19:18.4 #
นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ✎ ร่าง
natthi dāni punabbhavo.
thi-ap19:19.1 #
อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ✎ ร่าง
Atthadhammaniruttīsu,
thi-ap19:19.2 #
ปฏิภาเณ ตเถว จ✎ ร่าง
Paṭibhāne tatheva ca;
thi-ap19:19.3 #
ญาณํ เม วิปุลํ ๓- สุทฺธ✎ ร่าง
Ñāṇaṁ me vimalaṁ suddhaṁ,
thi-ap19:19.4 #
สภาเวน มเหสิโน ฯ✎ ร่าง
Sabhāvena mahesino.
thi-ap19:20.1 #
ปุริมานํ ชินคฺคานํ✎ ร่าง
Purimānaṁ jinaggānaṁ,
thi-ap19:20.2 #
สงฺคามนฺเตน ทสฺสิตํ✎ ร่าง
saṅgamaṁ te nidassitaṁ;
thi-ap19:20.3 #
อธิการํ พหุ มยฺหํ✎ ร่าง
Adhikāraṁ bahuṁ mayhaṁ,
thi-ap19:20.4 #
ตุยฺหตฺถาย มหามุนิ ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmuni.
thi-ap19:21.1 #
ยํ มยา ปุริมํ กมฺมํ✎ ร่าง
Yaṁ mayā pūritaṁ kammaṁ,
thi-ap19:21.2 #
กุสลํ สร ๕- เม มุนิ✎ ร่าง
Kusalaṁ sara me muni;
thi-ap19:21.3 #
ตวตฺถาย มหาวีร✎ ร่าง
Tavatthāya mahāvīra,
thi-ap19:21.4 #
ปุญฺญํ อุปจิตํ มยา ฯ✎ ร่าง
Puññaṁ upacitaṁ mayā.
thi-ap19:22.1 #
อภพฺพฏฺฐาเน วชฺเชตฺวา ป✎ ร่าง
Abhabbaṭṭhāne vajjetvā,
thi-ap19:22.2 #
ริปาเจนฺโต อนาจารํ✎ ร่าง
vārayantī anācaraṁ;
thi-ap19:22.3 #
ตวตฺถาย มหาวีร✎ ร่าง
Tavatthāya mahāvīra,
thi-ap19:22.4 #
จตฺตํ ๗- เม ชีวิตุตฺตมํ ฯ✎ ร่าง
cattaṁ me jīvituttamaṁ.
thi-ap19:23.1 #
ทสโกฏิสหสฺสานิ✎ ร่าง
Dasakoṭisahassāni,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.313
thi-ap19:23.2 #
อทาสิ มม ชีวิตํ✎ ร่าง
adāsiṁ mama jīvitaṁ;
thi-ap19:23.3 #
ปริจตฺตา จ เม โหมิ✎ ร่าง
Pariccattā ca me homi,
thi-ap19:23.4 #
ตวตฺถาย มหามุนิ ฯ✎ ร่าง
tavatthāya mahāmuni’.
thi-ap19:24.1 #
ตทาติวิมฺหิตา สพฺพา✎ ร่าง
Tadātivimhitā sabbā,
thi-ap19:24.2 #
สิรสาว กตญฺชลี✎ ร่าง
sirasāva katañjalī;
thi-ap19:24.3 #
อโวจยฺเย กตํ อาสิ✎ ร่าง
‘Avocayye kathaṁ āsi,
thi-ap19:24.4 #
อตุลิทฺธิ ปรกฺกมา ฯ✎ ร่าง
atuliddhiparakkamā’.
thi-ap19:25.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Satasahassito kappe,
อ้างอิงPTS 2.553
thi-ap19:25.2 #
นาคกญฺญา อหํ ตทา✎ ร่าง
nāgakaññā ahaṁ tadā;
thi-ap19:25.3 #
วิมลา นาม นาเมน✎ ร่าง
Vimalā nāma nāmena,
thi-ap19:25.4 #
กญฺญานํ สาธุสมฺมตา ฯ✎ ร่าง
kaññānaṁ sādhusammatā.
thi-ap19:26.1 #
มโหรโค มหานาโค✎ ร่าง
Mahorago mahānāgo,
thi-ap19:26.2 #
ปสนฺโน ชินสาสเน✎ ร่าง
pasanno jinasāsane;
thi-ap19:26.3 #
ปทุมุตฺตรํ มหาเตชํ✎ ร่าง
Padumuttaraṁ mahātejaṁ,
thi-ap19:26.4 #
นิมนฺเตสิ สสาวกํ ฯ✎ ร่าง
nimantesi sasāvakaṁ.
thi-ap19:27.1 #
รตนมยญฺจ มณฺฑปํ✎ ร่าง
Ratanamayaṁ maṇḍapaṁ,
thi-ap19:27.2 #
ปลฺลงฺกํ รตนามยํ✎ ร่าง
pallaṅkaṁ ratanāmayaṁ;
thi-ap19:27.3 #
รตนวาลุกากิณฺณํ✎ ร่าง
Ratanaṁ vālukākiṇṇaṁ,
thi-ap19:27.4 #
อุปโภคํ รตนามยํ ฯ✎ ร่าง
upabhogaṁ ratanāmayaṁ.
thi-ap19:28.1 #
มคฺคญฺจ ปฏิยาเทสิ✎ ร่าง
Maggañca paṭiyādesi,
thi-ap19:28.2 #
รตนธชภูสิตํ✎ ร่าง
ratanaddhajabhūsitaṁ;
thi-ap19:28.3 #
ปจฺจุคฺคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Paccuggantvāna sambuddhaṁ,
thi-ap19:28.4 #
วชฺชนฺโต ตุริเยหิ โส ฯ✎ ร่าง
vajjanto tūriyehi so.
thi-ap19:29.1 #
ปริสาหิ จ จตูหิ ผ✎ ร่าง
Parisāhi ca catūhi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.92
thi-ap19:29.2 #
รเต ๑- โลกนายโก✎ ร่าง
parivuto lokanāyako;
thi-ap19:29.3 #
มโหรคสฺส ภวเน✎ ร่าง
Mahoragassa bhavane,
thi-ap19:29.4 #
นิสีทิ ปรมาสเน ๒- ฯ✎ ร่าง
nisīdi paramāsane.
thi-ap19:30.1 #
อนฺนปานํ ขาทนียํ✎ ร่าง
Annaṁ pānaṁ khādanīyaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.222
thi-ap19:30.2 #
โภชนญฺจ มหารหํ✎ ร่าง
bhojanañca mahārahaṁ;
thi-ap19:30.3 #
วรํ วรญฺจ ปาทาสิ✎ ร่าง
Varaṁ varañca pādāsi,
thi-ap19:30.4 #
นาคราชา มหายสํ ๓- ฯ✎ ร่าง
nāgarājā mahāyasaṁ.
thi-ap19:31.1 #
ภุญฺชิตฺวาน ส สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Bhuñjitvāna sambuddho,
thi-ap19:31.2 #
ปตฺเต โธวิตฺว โยนิโส✎ ร่าง
pattaṁ dhovitvā yoniso;
thi-ap19:31.3 #
อนุโมทนิยํกาสิ✎ ร่าง
Anumodanīyaṅkāsi,
thi-ap19:31.4 #
นาคกญฺญา มหิทฺธิกา ฯ✎ ร่าง
nāgakaññā mahiddhikā.
thi-ap19:32.1 #
สพฺพญฺญุํ ผุลฺลิตํ ทิสฺวา✎ ร่าง
Sabbaññuṁ phullitaṁ disvā,
thi-ap19:32.2 #
นาคกญฺญา มหายสํ✎ ร่าง
nāgakaññā mahāyasaṁ;
thi-ap19:32.3 #
ปสนฺนํ สตฺถุโน จิตฺตํ✎ ร่าง
Pasannaṁ satthuno cittaṁ,
thi-ap19:32.4 #
สุนิวทฺธญฺจ มานสํ ฯ✎ ร่าง
sunibandhañca mānasaṁ.
thi-ap19:33.1 #
มมญฺจ จิตฺตมญฺญาย✎ ร่าง
Mamañca cittamaññāya,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.314
thi-ap19:33.2 #
ชลชุตฺตมนามโก✎ ร่าง
jalajuttamanāmako;
thi-ap19:33.3 #
ตสฺมึ ขเณ มหาวีโร✎ ร่าง
Tasmiṁ khaṇe mahāvīro,
thi-ap19:33.4 #
ภิกฺขุนึ ทสฺสยิทฺธิยา ฯ✎ ร่าง
bhikkhuniṁ dassayiddhiyā.
thi-ap19:34.1 #
อิทฺธี อเนกา ทสฺเสสิ✎ ร่าง
Iddhī anekā dassesi,
thi-ap19:34.2 #
ภิกฺขุนี สา วิสารทา✎ ร่าง
bhikkhunī sā visāradā;
thi-ap19:34.3 #
ปโมทิตา เวทชาตา✎ ร่าง
Pamoditā vedajātā,
thi-ap19:34.4 #
สตฺถารํ เอตทพฺรวึ ฯ✎ ร่าง
satthāraṁ idamabravi.
thi-ap19:35.1 #
อทฺทสาหํ อิมา อิทฺธี✎ ร่าง
‘Addasāhaṁ imaṁ iddhiṁ,
thi-ap19:35.2 #
สุมิตา อิตรายปิ✎ ร่าง
sumanaṁ itarāyapi;
thi-ap19:35.3 #
กถํ อโหสิ สา ธีร✎ ร่าง
Kathaṁ ahosi sā vīra,
thi-ap19:35.4 #
อิทฺธิยา สุวิสารทา ฯ✎ ร่าง
iddhiyā suvisāradā’.
thi-ap19:36.1 #
โอรสามุขโต ชาตา✎ ร่าง
‘Orasā mukhato jātā,
thi-ap19:36.2 #
ธีตา มม มหิทฺธิกา✎ ร่าง
dhītā mama mahiddhikā;
thi-ap19:36.3 #
มมานุสาสนีการา✎ ร่าง
Mamānusāsanikarā,
thi-ap19:36.4 #
อิทฺธิยา สุวิสารทา ฯ✎ ร่าง
iddhiyā suvisāradā’.
thi-ap19:37.1 #
พุทฺธสฺส วจนํ สุตฺวา ตุฏฺฐา✎ ร่าง
Buddhassa vacanaṁ sutvā,
thi-ap19:37.2 #
เอวํ อโวจหํ✎ ร่าง
evaṁ patthesahaṁ tadā;
thi-ap19:37.3 #
อหํปิ ตาทิสา โหมิ✎ ร่าง
‘Ahampi tādisā homi,
thi-ap19:37.4 #
อิทฺธิยา สุวิสารทา ฯ✎ ร่าง
iddhiyā suvisāradā.
thi-ap19:38.1 #
ปโมทิตาหํ สุมนา✎ ร่าง
Pamoditāhaṁ sumanā,
อ้างอิงPTS 2.554
thi-ap19:38.2 #
ปตฺตอุตฺตมมานสา✎ ร่าง
patthe uttamamānasā;
thi-ap19:38.3 #
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน✎ ร่าง
Anāgatamhi addhāne,
thi-ap19:38.4 #
อีทิสา โหมิ นายก ฯ✎ ร่าง
īdisā homi nāyaka’.
thi-ap19:39.1 #
มณิมยญฺจ ๔- ปลฺลงฺกํ✎ ร่าง
Maṇimayamhi pallaṅke,
thi-ap19:39.2 #
มณฺฑปญฺจ ปภสฺสรํ✎ ร่าง
maṇḍapamhi pabhassare;
thi-ap19:39.3 #
อนฺนปาเนน ตปฺเปตฺวา✎ ร่าง
Annapānena tappetvā,
thi-ap19:39.4 #
สสงฺฆํ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
sasaṅghaṁ lokanāyakaṁ.
thi-ap19:40.1 #
นาคานํ ปวรํ ปุปฺผํ✎ ร่าง
Nāgānaṁ pavaraṁ pupphaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.94
thi-ap19:40.2 #
อรุณํ นาม อุปฺปลํ✎ ร่าง
aruṇaṁ nāma uppalaṁ;
thi-ap19:40.3 #
วณฺณํ เม อีทิสํ โหตุ✎ ร่าง
‘Vaṇṇaṁ me īdisaṁ hotu’,
thi-ap19:40.4 #
ปูเชสึ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
pūjesiṁ lokanāyakaṁ.
thi-ap19:41.1 #
เตน กมฺเมน สุกเตน✎ ร่าง
Tena kammena sukatena,
thi-ap19:41.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ✎ ร่าง
cetanāpaṇidhīhi ca;
thi-ap19:41.3 #
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ✎ ร่าง
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
thi-ap19:41.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ✎ ร่าง
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
thi-ap19:42.1 #
ตโต จุตาหํ มนุเช✎ ร่าง
Tato cutāhaṁ manuje,
thi-ap19:42.2 #
อุปปนฺนา สยมฺภุโน✎ ร่าง
upapannā sayambhuno;
thi-ap19:42.3 #
อุปฺปเลหิ ปฏิจฺฉนฺนํ✎ ร่าง
Uppalehi paṭicchannaṁ,
thi-ap19:42.4 #
ปิณฺฑปาตมทาสหํ ฯ✎ ร่าง
piṇḍapātamadāsahaṁ.
thi-ap19:43.1 #
เอกนวุเต อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Ekanavutito kappe,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.315
thi-ap19:43.2 #
วิปสฺสี นาม นายโก✎ ร่าง
vipassī nāma nāyako;
thi-ap19:43.3 #
อุปฺปชฺชิ จารุนยโน✎ ร่าง
Uppajji cārudassano,
thi-ap19:43.4 #
สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา ฯ✎ ร่าง
sabbadhammesu cakkhumā.
thi-ap19:44.1 #
เสฏฺฐิธีตา ตทา หุตฺวา✎ ร่าง
Seṭṭhidhītā tadā hutvā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.223
thi-ap19:44.2 #
พาราณสิปุรุตฺตเม✎ ร่าง
bārāṇasipuruttame;
thi-ap19:44.3 #
นิมนฺเตตฺวาน สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Nimantetvāna sambuddhaṁ,
thi-ap19:44.4 #
สสงฺฆํ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
sasaṅghaṁ lokanāyakaṁ.
thi-ap19:45.1 #
มหาทานํ ททิตฺวาน✎ ร่าง
Mahādānaṁ daditvāna,
thi-ap19:45.2 #
อุปฺปเลหิ วินายกํ✎ ร่าง
uppalehi vināyakaṁ;
thi-ap19:45.3 #
ปูชยิตฺวา จ เตเหว✎ ร่าง
Pūjayitvā cetasāva,
thi-ap19:45.4 #
วณฺณโสภํ อปตฺถยึ ฯ✎ ร่าง
vaṇṇasobhaṁ apatthayiṁ.
thi-ap19:46.1 #
อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป✎ ร่าง
Imamhi bhaddake kappe,
thi-ap19:46.2 #
พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส✎ ร่าง
brahmabandhu mahāyaso;
thi-ap19:46.3 #
กสฺสโป นาม นาเมน✎ ร่าง
Kassapo nāma gottena,
thi-ap19:46.4 #
อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร ฯ✎ ร่าง
uppajji vadataṁ varo.
thi-ap19:47.1 #
อุปฏฺฐาโก มเหสิสฺส✎ ร่าง
Upaṭṭhāko mahesissa,
thi-ap19:47.2 #
ตทา อาสิ นริสฺสโร✎ ร่าง
tadā āsi narissaro;
thi-ap19:47.3 #
กาสิราชา กิกี นาม✎ ร่าง
Kāsirājā kikī nāma,
thi-ap19:47.4 #
พาราณสิปุรุตฺตเม ฯ✎ ร่าง
bārāṇasipuruttame.
thi-ap19:48.1 #
ตสฺสาสึ ทุติยา ธีตา✎ ร่าง
Tassāsiṁ dutiyā dhītā,
thi-ap19:48.2 #
สมณีคุตฺตสวฺหยา✎ ร่าง
samaṇaguttasavhayā;
thi-ap19:48.3 #
ธมฺมํ สุตฺวา ชินคฺคสฺส✎ ร่าง
Dhammaṁ sutvā jinaggassa,
thi-ap19:48.4 #
ปพฺพชฺชํ สมโรจยึ ฯ✎ ร่าง
pabbajjaṁ samarocayiṁ.
thi-ap19:49.1 #
อนุชานิ น โน ตาโต✎ ร่าง
Anujāni na no tāto,
thi-ap19:49.2 #
อคาเรว ตทา มยํ✎ ร่าง
agāreva tadā mayaṁ;
thi-ap19:49.3 #
วีสํ วสฺสสหสฺสานิ✎ ร่าง
Vīsavassasahassāni,
thi-ap19:49.4 #
วิจริมฺห อตนฺทิตา ฯ✎ ร่าง
vicarimha atanditā.
thi-ap19:50.1 #
โกมาริพฺรหฺมจริยํ✎ ร่าง
Komāribrahmacariyaṁ,
thi-ap19:50.2 #
ราชกญฺญา สุเขฏฺฐิตา✎ ร่าง
rājakaññā sukhedhitā;
thi-ap19:50.3 #
พุทฺโธปฏฺฐานนิรตา✎ ร่าง
Buddhopaṭṭhānaniratā,
thi-ap19:50.4 #
มุทิตา สตฺต ธีตโร ฯ✎ ร่าง
muditā sattadhītaro.
thi-ap19:51.1 #
สมณี สมณคุตฺตา จ✎ ร่าง
Samaṇī samaṇaguttā ca,
thi-ap19:51.2 #
ภิกฺขุนี ภิกฺขุทาสิกา✎ ร่าง
bhikkhunī bhikkhudāyikā;
thi-ap19:51.3 #
ธมฺมา เจว สุธมฺมา จ✎ ร่าง
Dhammā ceva sudhammā ca,
thi-ap19:51.4 #
สตฺตมี สงฺฆทาสิกา ฯ✎ ร่าง
sattamī saṅghadāyikā.
thi-ap19:52.1 #
อหํ เขมา จ สปฺปญฺญา✎ ร่าง
Ahaṁ khemā ca sappaññā,
thi-ap19:52.2 #
ปฏาจารา จ กุณฺฑลา✎ ร่าง
paṭācārā ca kuṇḍalā;
thi-ap19:52.3 #
กิสาโคตมี ธมฺมทินฺนา✎ ร่าง
Kisāgotamī dhammadinnā,
thi-ap19:52.4 #
วิสาขา โหติ สตฺตมี ฯ✎ ร่าง
visākhā hoti sattamī.
thi-ap19:53.1 #
เตหิ กมฺเมหิ สุกเตหิ✎ ร่าง
Tehi kammehi sukatehi,
อ้างอิงPTS 2.555 · สยามรัฐ 33.316 · พุทธชยันตี 37.2.96
thi-ap19:53.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ✎ ร่าง
cetanāpaṇidhīhi ca;
thi-ap19:53.3 #
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ✎ ร่าง
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
thi-ap19:53.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ✎ ร่าง
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
thi-ap19:54.1 #
ตโต จุตา มนุสฺเสสุ✎ ร่าง
Tato cutā manussesu,
thi-ap19:54.2 #
อุปปนฺนา มหากุเล✎ ร่าง
upapannā mahākule;
thi-ap19:54.3 #
ปีตมฏฺฐวรํ ทุสฺสํ✎ ร่าง
Pītaṁ maṭṭhaṁ varaṁ dussaṁ,
thi-ap19:54.4 #
อทํ อรหโต อหํ ฯ✎ ร่าง
adaṁ arahato ahaṁ.
thi-ap19:55.1 #
ตโต จุตา อริฏฺฐปุเร✎ ร่าง
Tato cutāriṭṭhapure,
thi-ap19:55.2 #
ชาตา วิปฺปกุเล อหํ✎ ร่าง
jātā vippakule ahaṁ;
thi-ap19:55.3 #
ธีตา ติริฏิวจฺฉสฺส✎ ร่าง
Dhītā tiriṭivacchassa,
thi-ap19:55.4 #
อุมฺมาทนฺตี มโนหรา ฯ✎ ร่าง
ummādantī manoharā.
thi-ap19:56.1 #
ตโต จุตา ชนปเท✎ ร่าง
Tato cutā janapade,
thi-ap19:56.2 #
กุเล อญฺญตเร อหํ✎ ร่าง
kule aññatare ahaṁ;
thi-ap19:56.3 #
ปสุตา นาติผีตมฺหิ✎ ร่าง
Pasūtā nātiphītamhi,
thi-ap19:56.4 #
สาลึ โคเปมหนฺตทา ฯ✎ ร่าง
sāliṁ gopemahaṁ tadā.
thi-ap19:57.1 #
ทิสฺวา ปจฺเจกสมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Disvā paccekasambuddhaṁ,
thi-ap19:57.2 #
ปญฺจลาชสตานหํ✎ ร่าง
pañcalājāsatānihaṁ;
thi-ap19:57.3 #
ทตฺวา ปทุมฉนฺนานิ✎ ร่าง
Datvā padumacchannāni,
thi-ap19:57.4 #
ปญฺจ ปุตฺตสตานิปิ ๑- ฯ✎ ร่าง
pañca puttasatānihaṁ.
thi-ap19:58.1 #
ปตฺถยึ เตสุ ปุตฺเตสุ✎ ร่าง
Patthayiṁ tepi patthesuṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.224
thi-ap19:58.2 #
มธุํ ทตฺวา สยมฺภุโน✎ ร่าง
madhuṁ datvā sayambhuno;
thi-ap19:58.3 #
ตโต จุตา อรญฺเญหํ✎ ร่าง
Tato cutā araññehaṁ,
thi-ap19:58.4 #
อชายึ ปทุโมทเร ฯ✎ ร่าง
ajāyiṁ padumodare.
thi-ap19:59.1 #
กาสิรญฺโญ มเหสีหํ✎ ร่าง
Kāsirañño mahesīhaṁ,
thi-ap19:59.2 #
หุตฺวา สกฺกตปูชิตา✎ ร่าง
hutvā sakkatapūjitā;
thi-ap19:59.3 #
อชนึ ราชปุตฺตานํ✎ ร่าง
Ajaniṁ rājaputtānaṁ,
thi-ap19:59.4 #
อนูนํ สตปญฺจกํ ฯ✎ ร่าง
anūnaṁ satapañcakaṁ.
thi-ap19:60.1 #
ยทา เต โยพฺพนปฺปตฺตา✎ ร่าง
Yadā te yobbanappattā,
thi-ap19:60.2 #
กีฬนฺตา ชลกีฬิตํ✎ ร่าง
kīḷantā jalakīḷitaṁ;
thi-ap19:60.3 #
ทิสฺวาน โอปตฺตปทุมํ✎ ร่าง
Disvā opattapadumaṁ,
thi-ap19:60.4 #
อาสุํ ปจฺเจกนายกา ฯ✎ ร่าง
āsuṁ paccekanāyakā.
thi-ap19:61.1 #
สาหํ เตหิ วินาภูตา✎ ร่าง
Sāhaṁ tehi vinābhūtā,
thi-ap19:61.2 #
สุตวเรหิ ๓- โสกินี✎ ร่าง
sutavīrehi sokinī;
thi-ap19:61.3 #
จุตา อิสิคิลิปสฺเส✎ ร่าง
Cutā isigilipasse,
thi-ap19:61.4 #
คามกมฺหิ อชายิหํ ฯ✎ ร่าง
gāmakamhi ajāyihaṁ.
thi-ap19:62.1 #
ยทา พุทฺธาสุตมติ✎ ร่าง
Yadā buddhā sutamatī,
thi-ap19:62.2 #
สุตานํ อตฺตโนปิจ✎ ร่าง
sutānaṁ bhattunopi ca;
thi-ap19:62.3 #
ยาคุํ อาทาย คจฺฉนฺติ✎ ร่าง
Yāguṁ ādāya gacchantī,
thi-ap19:62.4 #
อฏฺฐ ปจฺเจกนายเก ฯ✎ ร่าง
aṭṭha paccekanāyake.
thi-ap19:63.1 #
ภิกฺขาย คามํ คจฺฉนฺเต✎ ร่าง
Bhikkhāya gāmaṁ gacchante,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.317
thi-ap19:63.2 #
ทิสฺวา ปุตฺเต อนุสฺสรึ✎ ร่าง
disvā putte anussariṁ;
thi-ap19:63.3 #
ขีรธารา วินิคฺคญฺฉิ✎ ร่าง
Khīradhārā viniggacchi,
thi-ap19:63.4 #
ตทา เม ปุตฺตเปมสา ฯ✎ ร่าง
tadā me puttapemasā.
thi-ap19:64.1 #
ตโต เตสํ อทํ ยาคุํ✎ ร่าง
Tato tesaṁ adaṁ yāguṁ,
thi-ap19:64.2 #
ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ✎ ร่าง
pasannā sehi pāṇibhi;
thi-ap19:64.3 #
ตโต จุตาหํ ติทสํ✎ ร่าง
Tato cutāhaṁ tidasaṁ,
thi-ap19:64.4 #
นนฺทนํ อุปปชฺชหํ ฯ✎ ร่าง
nandanaṁ upapajjahaṁ.
thi-ap19:65.1 #
อนุโภตฺวา สุขทุกฺขํ✎ ร่าง
Anubhotvā sukhaṁ dukkhaṁ,
thi-ap19:65.2 #
สํสริตฺวา ภวาภเว✎ ร่าง
saṁsaritvā bhavābhave;
thi-ap19:65.3 #
ตวตฺถาย มหาวีร✎ ร่าง
Tavatthāya mahāvīra,
thi-ap19:65.4 #
ปริจฺจตฺตญฺจ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
pariccattañca jīvitaṁ.
thi-ap19:66.1 #
เอวํ พหุวิธํ ทุกฺขํ✎ ร่าง
Evaṁ bahuvidhaṁ dukkhaṁ,
อ้างอิงPTS 2.556
thi-ap19:66.2 #
สมฺปตฺตี จ พหูวิธา✎ ร่าง
sampattī ca bahubbidhā;
thi-ap19:66.3 #
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต✎ ร่าง
Pacchime bhave sampatte,
thi-ap19:66.4 #
ชาตา สาวตฺถิยํ ปุเร ฯ✎ ร่าง
jātā sāvatthiyaṁ pure.
thi-ap19:67.1 #
มหทฺธเน เสฏฺฐิกุเล✎ ร่าง
Mahādhanaseṭṭhikule,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.98
thi-ap19:67.2 #
สุขิเต สชฺชิเต ตถา✎ ร่าง
sukhite sajjite tathā;
thi-ap19:67.3 #
นานารตนปชฺโชเต✎ ร่าง
Nānāratanapajjote,
thi-ap19:67.4 #
สพฺพกามสมิทฺธเน ฯ✎ ร่าง
sabbakāmasamiddhine.
thi-ap19:68.1 #
สกฺกตปูชิตา เจว✎ ร่าง
Sakkatā pūjitā ceva,
thi-ap19:68.2 #
มานิตาปจิตา ตถา✎ ร่าง
mānitāpacitā tathā;
thi-ap19:68.3 #
รูปสิรึ อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
Rūpasobhaggasampannā,
thi-ap19:68.4 #
กุเลสุ อติสกฺกตา ฯ✎ ร่าง
kulesu atisakkatā.
thi-ap19:69.1 #
อตีว ปตฺถิตา จาสึ✎ ร่าง
Atīva patthitā cāsiṁ,
thi-ap19:69.2 #
รูปโภคสิรีหิ จ✎ ร่าง
rūpabhogasirīhi ca;
thi-ap19:69.3 #
ปตฺถิตา เสฏฺฐิปุตฺเตหิ✎ ร่าง
Patthitā seṭṭhiputtehi,
thi-ap19:69.4 #
อเนเกหิ สเตหิ จ ฯ✎ ร่าง
anekehi satehipi.
thi-ap19:70.1 #
อคารํ ปชหิตฺวาน✎ ร่าง
Agāraṁ pajahitvāna,
thi-ap19:70.2 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ✎ ร่าง
pabbajiṁ anagāriyaṁ;
thi-ap19:70.3 #
อฑฺฒมาเส ๑- อสมฺปตฺเต✎ ร่าง
Aḍḍhamāse asampatte,
thi-ap19:70.4 #
จตุสจฺจํ อปาปุณึ ฯ✎ ร่าง
catusaccamapāpuṇiṁ.
thi-ap19:71.1 #
อิทฺธิยา อภินิมฺมิตฺวา✎ ร่าง
Iddhiyā abhinimmitvā,
thi-ap19:71.2 #
จตุรสฺสํ รถํ อหํ✎ ร่าง
caturassaṁ rathaṁ ahaṁ;
thi-ap19:71.3 #
พุทฺธสฺส ปาเท อวนฺทึ✎ ร่าง
Buddhassa pāde vandissaṁ,
thi-ap19:71.4 #
โลกนาถสิริมโต ๓- ฯ✎ ร่าง
lokanāthassa tādino.
thi-ap19:72.1 #
สุปุปฺผิตคฺคํ อุปคมฺม ปาทปํ✎ ร่าง
‘Supupphitaggaṁ upagamma pādapaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.318 · ฉัฏฐสังคายนา 58.225
thi-ap19:72.2 #
เอกา ตุวํ ติฏฺฐสิ สาลมูเล✎ ร่าง
Ekā tuvaṁ tiṭṭhasi sālamūle;
thi-ap19:72.3 #
น จาปิ ตุยฺหํ ทุติยตฺถิ โกจิ✎ ร่าง
Na cāpi te dutiyo atthi koci,
thi-ap19:72.4 #
พาเล น ตฺวํ ภายสิ ธุตฺตกานํ ฯ✎ ร่าง
Bāle na tvaṁ bhāyasi dhuttakānaṁ’.
thi-ap19:73.1 #
สตํ สหสฺสานิปิ ธุตฺตกานํ อิธ✎ ร่าง
‘Sataṁ sahassānipi dhuttakānaṁ,
thi-ap19:73.2 #
าคตา เอทิสกา ภเวยฺยุํ✎ ร่าง
Samāgatā edisakā bhaveyyuṁ;
thi-ap19:73.3 #
โลมํ น อิญฺเช นปิ สมฺปเวเธ✎ ร่าง
Lomaṁ na iñje na sampavedhe,
thi-ap19:73.4 #
กึ เม ตุวํ มาร กริสฺสเสโก ๔- ฯ✎ ร่าง
Kiṁ me tuvaṁ māra karissaseko.
thi-ap19:74.1 #
เอสา อนฺตรธายามิ✎ ร่าง
Esā antaradhāyāmi,
thi-ap19:74.2 #
กุจฺฉึ วา ปวิสามิ เต✎ ร่าง
kucchiṁ vā pavisāmi te;
thi-ap19:74.3 #
ภมุกนฺตริกายมฺปิ✎ ร่าง
Bhamukantarikāyampi,
thi-ap19:74.4 #
ติฏฺฐนฺตึ มํ น ทกฺขสิ ฯ✎ ร่าง
tiṭṭhantiṁ maṁ na dakkhasi.
thi-ap19:75.1 #
จิตฺตมฺหิ วสิภูตาหํ✎ ร่าง
Cittasmiṁ vasībhūtāmhi,
thi-ap19:75.2 #
อิทฺธิปาทา สุวิภาวิตา✎ ร่าง
iddhipādā subhāvitā;
thi-ap19:75.3 #
สพฺพพนฺธนมุตฺตามฺหิ✎ ร่าง
Sabbabandhanamuttāmhi,
thi-ap19:75.4 #
น ตํ ภายามิ อาวุโส ฯ✎ ร่าง
na taṁ bhāyāmi āvuso.
thi-ap19:76.1 #
สตฺติสูลูปมา กามา✎ ร่าง
Sattisūlūpamā kāmā,
thi-ap19:76.2 #
ขนฺธาปิ อธิกุณฺฑรา✎ ร่าง
khandhāsaṁ adhikuṭṭanā;
thi-ap19:76.3 #
ยตฺถ กามรตึ พฺรูสิ✎ ร่าง
Yaṁ tvaṁ kāmaratiṁ brūsi,
thi-ap19:76.4 #
อรติ ทานิ สา มม ฯ✎ ร่าง
aratī dāni sā mama.
thi-ap19:77.1 #
สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ✎ ร่าง
Sabbattha vihatā nandī,
อ้างอิงPTS 2.557
thi-ap19:77.2 #
ตโมกฺขนฺธา ปทาลิตา✎ ร่าง
tamokhandho padālito;
thi-ap19:77.3 #
เอวํ ชานาหิ ปาปิม✎ ร่าง
Evaṁ jānāhi pāpima,
thi-ap19:77.4 #
นิหโต ตฺวมสิ อนฺตก ฯ✎ ร่าง
nihato tvamasi antaka’.
thi-ap19:78.1 #
ชิโน ตสฺมึ คุเณ ตุฏฺโฐ✎ ร่าง
Jino tamhi guṇe tuṭṭho,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.100
thi-ap19:78.2 #
เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ เสฏ✎ ร่าง
etadagge ṭhapesi maṁ;
thi-ap19:78.3 #
ฺฐา ๕- อิทฺธิมตีนนฺติ✎ ร่าง
Aggā iddhimatīnanti,
thi-ap19:78.4 #
ปริสาสุ วินายโก ฯ✎ ร่าง
parisāsu vināyako.
thi-ap19:79.1 #
ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา✎ ร่าง
Pariciṇṇo mayā satthā,
thi-ap19:79.2 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ;
thi-ap19:79.3 #
โอหิโต คุรุโก ภาโร✎ ร่าง
Ohito garuko bhāro,
thi-ap19:79.4 #
ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ✎ ร่าง
bhavanettisamūhatā.
thi-ap19:80.1 #
ยสฺสตฺถาย ปพฺพชิตา✎ ร่าง
Yassatthāya pabbajitā,
thi-ap19:80.2 #
อคารสฺมา อนคาริยํ✎ ร่าง
agārasmānagāriyaṁ;
thi-ap19:80.3 #
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต✎ ร่าง
So me attho anuppatto,
thi-ap19:80.4 #
สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ✎ ร่าง
sabbasaṁyojanakkhayo.
thi-ap19:81.1 #
จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ✎ ร่าง
Cīvaraṁ piṇḍapātañca,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.319
thi-ap19:81.2 #
ปจฺจยํ สยนาสนํ✎ ร่าง
paccayaṁ sayanāsanaṁ;
thi-ap19:81.3 #
ขเณน อุปนาเมนฺติ✎ ร่าง
Khaṇena upanāmenti,
thi-ap19:81.4 #
สหสฺสานิ สมนฺตโต ฯ✎ ร่าง
sahassāni samantato.
thi-ap19:82.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
thi-ap19:82.2 #
เพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา✎ ร่าง
…pe…
thi-ap19:82.3 #
วิหรามิ อนาสวา ฯ✎ ร่าง
viharāmi anāsavā.
thi-ap19:83.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธ✎ ร่าง
Svāgataṁ vata me āsi,
thi-ap19:83.2 #
เสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
…pe…
thi-ap19:83.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
thi-ap19:84.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
thi-ap19:84.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
…pe…
thi-ap19:84.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
thi-ap19:85.1 #
อิตฺถํ สุทํ อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ uppalavaṇṇā bhikkhunī imā gāthāyo abhāsitthāti.
thi-ap19:86.1 #
อุปฺปลวณฺณาเถริยา✎ ร่าง
Uppalavaṇṇātheriyāpadānaṁ navamaṁ.
thi-ap20:0.1 #
อปทานํ✎ ร่าง
Therīapadāna
thi-ap20:0.2 #
สมตฺตํ ฯ ทสมํ ปฏาจาราเถริยาปทานํ✎ ร่าง
Ekūposathikavagga
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน