‹ กลับ
เอกธัมมสวนิยเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 17 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๕๓๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๗] พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวงประกาศ สัจจะ ๔ ทรงยังชนเป็นอันมากให้ข้ามพ้นดีแล้ว สมัยนั้น เราเป็น ชฎิลมีตบะใหญ่ สลัดผ้าคากรองเปลือกไม้ เหาะไปในอัมพร ในกาลนั้น เราไม่สามารถจะเหาะไปได้เหนือพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ สุด เราเหาะไปไม่ได้ เหมือนนกเข้าไปใกล้ภูเขาแล้วไปไม่ได้ ฉะนั้น เราบังหวนเป็นไอน้ำลอยอยู่ในอัมพรเช่นนี้ ด้วยคิดว่า เหตุเครื่องทำให้อิริยาบถกำเริบเช่นนี้ มิได้เคยมีแก่เรา เอาละ เราจักค้นหาเหตุนั้น บางทีเราจักพึงได้ผล เราลงจากอากาศ ก็ได้ สดับพระสุรเสียงของพระศาสดา เมื่อพระศาสดาตรัสถึงว่าสังขาร ไม่เที่ยง ด้วยพระสุรเสียงที่น่ายินดี น่าฟัง กลมกล่อม ขณะนั้นเราได้เรียนเอาอนิจจลักษณะนั่นแหละ ครั้นเรียนอนิจจ- ลักษณะได้แล้ว ก็ไปสู่อาศรมของตน เราอยู่ในอาศรมนั้นแหละ ตราบเท่าสิ้นอายุ ตายไปแล้ว เมื่อกาลที่สุดกำลังเป็นไป เราระลึก ถึงการฟังพระสัทธรรม เพราะกรรมที่เราได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และ เพราะความตั้งเจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ดาวดึงสพิภพ รื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ๓ หมื่นกัป ได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๑ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๑ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศ ราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เราเสวยบุญของตน ถึงความสุข ในภพน้อยภพใหญ่ เราท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ ก็ยังระลึก ได้ถึงสัญญานั้น บทอันไม่เคลื่อน คือ นิพพาน เราหาได้แทงตลอด ด้วยธรรมอันหนึ่งไม่ สมณะผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว นั่งในเรือน บิดา เมื่อจะแสดงธรรมกถา ท่านได้ยกอนิจจลักษณะขึ้นมาใน ธรรมกถานั้น พร้อมกับที่ได้ฟังคาถาว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับเป็นความสุข ดังนี้เราจึงนึกถึง สัญญาขึ้นได้ทุกอย่าง เรานั่ง ณ อาสนะเดียว บรรลุอรหัตแล้ว เราได้บรรลุอรหัตโดยเกิดได้ ๗ ปี พระพุทธเจ้าทรงให้เราอุปสมบท แล้ว นี้เป็นผลแห่งการฟังธรรม ในกัปที่แสน แต่กัปนี้ เราได้ ฟังธรรมใด ในกาลนั้น ด้วยการฟังธรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งการฟังธรรม เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกธัมมสวนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๑๗] สมัยต่อมาจากพระธรรมทัสสีพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ทรงกำจัดความมืดทั้งปวง เหมือนพระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น แม้พระองค์ทรงบรรลุสัมโพธิญาณแล้ว ก็ทรงช่วยหมู่มนุษย์ พร้อม ด้วยเทวดาให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสาร ทรงยังฝนคือธรรมให้ตก ดับความ ร้อนให้แก่โลกพร้อมด้วยเทวโลก แม้พระองค์ผู้มีเดชไม่มีเทียบเคียง ก็ตรัสพระธรรมเทศนาให้สัตว์ได้ตรัสรู้ธรรม ๓ ครั้ง ธรรมาภิสมัย ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์แสนโกฏิ ในคราวเมื่อพระพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงตีกลองอมฤตเภรีที่ภีมรัฐ ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่ สัตว์เก้าสิบโกฏิ ในคราวเมื่อพระพุทธเจ้าผู้อุดมกว่านรชนพระองค์ นั้นทรงแสดงธรรมที่เวภารบรรพต ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่ สัตว์เก้าสิบโกฏิ พระสิทธัตถบรมศาสดาทรงมีการประชุมพระภิกษุ- ขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง สถานที่ ที่พระภิกษุผู้ปราศจากมลทิน มาประชุมกัน ๓ แห่ง แห่งที่ ๑ พระภิกษุร้อยโกฏิ แห่งที่ ๒ เก้าสิบโกฏิ และแห่งที่ ๓ แปดสิบโกฏิ สมัยนั้น เราเป็นดาบสชื่อว่ามงคล มีเดชอันรุ่งเรืองยากที่ผู้อื่นจะข่มได้ ประกอบด้วยกำลังแห่งอภิญญา เราได้นำเอาผลหว้ามาถวายแด่ พระสิทธัตถสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงรับแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า จงดูชฎิลดาบสผู้มีตบะรุ่งเรืองนี้ ในกัปที่ ๙๔ แก่กัปนี้ ดาบสนี้จัก ได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ................. ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใส อย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการยิ่งขึ้น พระนครชื่อว่าเวภาระ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าอุเทน เป็น พระชนกของพระสิทธัตถบรมศาสดา พระนางสุผัสสา เป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่หมื่นปี ทรงมีปราสาทอัน ประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อโกกาสะ อุปละ และโกกนุทะ ทรงมี พระสนมนารีกำนัลในสี่หมื่นแปดพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสุมนา พระราชโอรสพระนามว่าอนูปมะ พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยวอทอง ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม พระสิทธัตถมหาวีรเจ้าผู้เป็น นายกของโลก อุดมกว่านรชน อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรง ประกาศพระธรรมจักรที่มฤคทายวัน ทรงมีพระสัมพลเถระและพระ สุมิตตเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าเรวตะ เป็นพระพุทธ อุปัฏฐาก พระสีวลาเถรีและพระสุรามาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่ากรรณิการ์ สุปปิยอุบาสกและ สัมพุทธอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก รัมมาอุบาสิกาและสุรัมมา อุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น สูง ๖๐ ศอก พระองค์งามเปล่งปลั่งดั่งทองคำล้ำค่า รุ่งเรืองไปในหมื่นโลกธาตุ พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ ทรงพระคุณไม่มีผู้เสมอเหมือน ไม่มีบุคคล เปรียบเทียบถึง ทรงดำรงอยู่ในโลกแสนปี พระองค์ทรงแสดง พระรัศมีอันไพบูลย์ ทรงยังพระสาวกทั้งหลายให้บานสะพรั่ง ทรงเยื้องกรายงดงามด้วยสมาบัติอันประเสริฐ แล้วเสด็จนิพพาน พร้อมด้วยพระสาวก พระสิทธัตถพุทธเจ้าผู้เป็นมุนีประเสริฐเสด็จ นิพพาน ณ อโนมาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์ สูง ๔ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ที่อโนมาราม ฉะนี้แล. [๑๗] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นชฎิล มีความเพียรอันแรงกล้า มีนาม ชื่อว่ามาตังคะ เป็นผู้มีศีล มีจิตมั่นคงดี เราและพราหมณ์คนหนึ่ง อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา เราอยู่ข้างเหนือ พราหมณ์อยู่ข้างใต้ พราหมณ์ เที่ยวไปตามริมฝั่ง ได้เห็นอาศรมของเราข้างเหนือน้ำบริภาษเราใน ที่นั้น แล้วแช่งให้เราศีรษะแตกถ้าเราพึงโกรธต่อพราหมณ์นั้น ถ้า เราไม่คุ้มครองศีล เราแลดูพราหมณ์นั้นแล้ว พึงทำให้เป็นดังเถ้าได้ ครั้งนั้นพราหมณ์นั้นโกรธเคืองมีใจประทุษร้าย แช่งเรามุ่งหมายจะให้ ศีรษะแตก คำแช่งนั้นจะตกลงบนศีรษะของเขาเอง เราช่วยเปลื้อง เขาให้พ้นโดยควร เราตามรักษาศีลของเรา มิใช่เรารักษาชีวิตของเรา เพราะในกาลนั้น เราเป็นผู้มีศีลเพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (79 ประโยค)
tha-ap429:1.1 #
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน🤖 AI จับคู่
“Padumuttaro nāma jino,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.34
tha-ap429:1.2 #
สพฺพธมฺมาน ปารคู🤖 AI จับคู่
sabbadhammāna pāragū;
tha-ap429:1.3 #
จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต🤖 AI จับคู่
Catusaccaṁ pakāsento,
tha-ap429:1.4 #
สนฺตาเรสิ พหุํ ชนํ ฯ🤖 AI จับคู่
santāresi bahuṁ janaṁ.
tha-ap429:2.1 #
อหํ เตน สมเยน🤖 AI จับคู่
Ahaṁ tena samayena,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.9
tha-ap429:2.2 #
ชฏิโล อุคฺคตาปโน🤖 AI จับคู่
jaṭilo uggatāpano;
tha-ap429:2.3 #
ธุนนฺโต วากจีรานิ🤖 AI จับคู่
Dhunanto vākacīrāni,
tha-ap429:2.4 #
คจฺฉามิ อมฺพเร ตทา ฯ🤖 AI จับคู่
gacchāmi ambare tadā.
tha-ap429:3.1 #
พุทฺธเสฏฺฐสฺส อุปริ🤖 AI จับคู่
Buddhaseṭṭhassa upari,
tha-ap429:3.2 #
คนฺตุํ น วิสหามหํ🤖 AI จับคู่
gantuṁ na visahāmahaṁ;
tha-ap429:3.3 #
ปกฺขีว เสลมาสชฺช🤖 AI จับคู่
Pakkhīva selamāsajja,
tha-ap429:3.4 #
คมนํ น ลภามหํ ฯ🤖 AI จับคู่
gamanaṁ na labhāmahaṁ.
tha-ap429:4.1 #
อุทเก โธปยิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Udake vokkamitvāna,
tha-ap429:4.2 #
เอวํ คจฺฉามิ อมฺพเร🤖 AI จับคู่
evaṁ gacchāmi ambare;
tha-ap429:4.3 #
น เม อิทํ ภูตปุพฺพํ🤖 AI จับคู่
Na me idaṁ bhūtapubbaṁ,
tha-ap429:4.4 #
อิริยาปถวิโกปนํ ฯ🤖 AI จับคู่
iriyāpathavikopanaṁ.
tha-ap429:5.1 #
หนฺท เม ตํ คเวสิสฺสํ🤖 AI จับคู่
Handa metaṁ gavesissaṁ,
tha-ap429:5.2 #
อปฺเปวตฺถํ ลเภยฺยหํ🤖 AI จับคู่
appevatthaṁ labheyyahaṁ;
tha-ap429:5.3 #
โอโรหนฺโต อนฺตลิกฺขา🤖 AI จับคู่
Orohanto antalikkhā,
tha-ap429:5.4 #
สทฺทมสฺโสสิ สตฺถุโน ฯ🤖 AI จับคู่
saddamassosi satthuno.
tha-ap429:6.1 #
สเรน รชนีเยน🤖 AI จับคู่
Sarena rajanīyena,
อ้างอิงPTS 2.385 · พุทธชยันตี 37.1.102
tha-ap429:6.2 #
สวนีเยน วตฺตุนา🤖 AI จับคู่
savanīyena vaggunā;
tha-ap429:6.3 #
อนิจฺจตํ กเถนฺตสฺส🤖 AI จับคู่
Aniccataṁ kathentassa,
tha-ap429:6.4 #
ตญฺเญว อุคฺคหึ ตทา ฯ🤖 AI จับคู่
taññeva uggahiṁ tadā;
tha-ap429:6.5 #
อนิจฺจสญฺญมุคฺคยฺห🤖 AI จับคู่
Aniccasaññamuggayha,
tha-ap429:6.6 #
อคมาสึ มมสฺสมํ🤖 AI จับคู่
agamāsiṁ mamassamaṁ.
tha-ap429:7.1 #
ยาวตายุํ วสิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Yāvatāyuṁ vasitvāna,
tha-ap429:7.2 #
ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ🤖 AI จับคู่
tattha kālaṅkato ahaṁ;
tha-ap429:7.3 #
จริเม วตฺตมานมฺหิ🤖 AI จับคู่
Carime vattamānamhi,
tha-ap429:7.4 #
สทฺธมฺมสฺสวนํ สรึ🤖 AI จับคู่
saddhammassavanaṁ sariṁ.
tha-ap429:8.1 #
เตน กมฺเมน สุกเตน🤖 AI จับคู่
Tena kammena sukatena,
tha-ap429:8.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ ฯ🤖 AI จับคู่
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap429:8.3 #
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ🤖 AI จับคู่
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
tha-ap429:8.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ🤖 AI จับคู่
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
tha-ap429:9.1 #
ตึสกปฺปสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Tiṁsakappasahassāni,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.35
tha-ap429:9.2 #
เทวโลเก รมึ อหํ ฯ🤖 AI จับคู่
devaloke ramiṁ ahaṁ;
tha-ap429:9.3 #
เอกปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ🤖 AI จับคู่
Ekapaññāsakkhattuñca,
tha-ap429:9.4 #
เทวรชฺชมการยึ🤖 AI จับคู่
devarajjamakārayiṁ.
tha-ap429:10.1 #
เอกตึสติกฺขตฺตุญฺจ🤖 AI จับคู่
Ekavīsatikkhattuñca,
tha-ap429:10.2 #
จกฺกวตฺติ อโหสหํ ฯ🤖 AI จับคู่
cakkavattī ahosahaṁ;
tha-ap429:10.3 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ🤖 AI จับคู่
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
tha-ap429:10.4 #
คณนาโต อสงฺขยํ🤖 AI จับคู่
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
tha-ap429:11.1 #
อนุโภมิ สกํ ปุญฺญํ🤖 AI จับคู่
Anubhomi sakaṁ puññaṁ,
tha-ap429:11.2 #
สุขิโตหํ ภวาภเว ฯ🤖 AI จับคู่
sukhitohaṁ bhavābhave;
tha-ap429:11.3 #
อนุสฺสรามิ ตํ สญฺญํ🤖 AI จับคู่
Anussarāmi taṁ saññaṁ,
tha-ap429:11.4 #
สํสรนฺโต ภวาภเว🤖 AI จับคู่
saṁsaranto bhavābhave;
tha-ap429:11.5 #
น เกนจิหํ ๒- วิชฺฌามิ🤖 AI จับคู่
Na koṭiṁ paṭivijjhāmi,
tha-ap429:11.6 #
นิพฺพานํ อจฺจุตํ ปทํ ฯ🤖 AI จับคู่
nibbānaṁ accutaṁ padaṁ.
tha-ap429:12.1 #
ปิตุ เคเห นิสีทิตฺวา🤖 AI จับคู่
Pitugehe nisīditvā,
tha-ap429:12.2 #
สมโณ ภาวิตินฺทฺริโย🤖 AI จับคู่
samaṇo bhāvitindriyo;
tha-ap429:12.3 #
กถํ โส ปริทีเปนฺโต🤖 AI จับคู่
Kathaṁsa paridīpento,
tha-ap429:12.4 #
อนิจฺจํ ๓- ตตฺถุทาหริ ฯ🤖 AI จับคู่
aniccatamudāhari.
tha-ap429:13.1 #
อนิจฺจา วต สงฺขารา🤖 AI จับคู่
‘Aniccā vata saṅkhārā,
tha-ap429:13.2 #
อุปฺปาทวยธมฺมิโน🤖 AI จับคู่
uppādavayadhammino;
tha-ap429:13.3 #
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ🤖 AI จับคู่
Uppajjitvā nirujjhanti,
tha-ap429:13.4 #
เตสํ วูปสโม สุโข ฯ🤖 AI จับคู่
tesaṁ vūpasamo sukho’.
tha-ap429:14.1 #
สห คาถํ สุณิตฺวาน ส🤖 AI จับคู่
Saha gāthaṁ suṇitvāna,
tha-ap429:14.2 #
พฺพสญฺญํ ๔- อนุสฺสรึ🤖 AI จับคู่
pubbasaññamanussariṁ;
tha-ap429:14.3 #
เอกาสเน นิสีทิตฺวา🤖 AI จับคู่
Ekāsane nisīditvā,
tha-ap429:14.4 #
อรหตฺตมปาปุณึ ฯ🤖 AI จับคู่
arahattamapāpuṇiṁ.
tha-ap429:15.1 #
ชาติยา สตฺตวสฺเสน🤖 AI จับคู่
Jātiyā sattavassena,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.10
tha-ap429:15.2 #
อรหตฺตํ อปาปุณึ🤖 AI จับคู่
arahattamapāpuṇiṁ;
tha-ap429:15.3 #
อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ🤖 AI จับคู่
Upasampādayī buddho,
tha-ap429:15.4 #
ธมฺมสฺสวนสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
dhammassavanassidaṁ phalaṁ.
tha-ap429:16.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Satasahassito kappe,
tha-ap429:16.2 #
ยํ ธมฺมํ อสุณึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ dhammamasuṇiṁ tadā;
tha-ap429:16.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap429:16.4 #
ธมฺมสฺสวนสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
dhammassavanassidaṁ phalaṁ.
tha-ap429:17.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap429:17.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap429:17.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap429:18.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap429:18.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap429:18.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap429:19.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.36 · พุทธชยันตี 37.1.104
tha-ap429:19.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap429:19.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap429:20.1 #
อตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกธมฺมสวนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ekadhammassavaniyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap429:21.1 #
เอกธมฺมสวนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อฏฺฐมํ สุจินฺติตตฺเถราปทานํ (๔๒๘) [๑๗] |๑๗.๑| ธมฺมทสฺสิสฺส อปเรน สิทฺธตฺโถ โลกนายโก ๔- นิหนฺตฺวาน ๕- ตมํ สพฺพํ สุริโย อพฺภุคฺคโต ยถา ฯ |๑๗.๒| โสปิ ปตฺวาน สมฺโพธึ สนฺตาเรนฺโต สเทวกํ อภิวสฺสิ ธมฺมเมเฆน นิพฺพาเปนฺโต สเทวกํ ฯ |๑๗.๓| ตสฺสาปิ อตุลเตชสฺส อเหสุํ อภิสมยา ตโย โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๑๗.๔| ปุนาปรํ ภีมรฏฺเฐ ยทา ๖- อาหนิ ทุนฺทุภึ ตทา นวุติโกฏีนํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๗.๕| ยทา พุทฺโธ ธมฺมํ เทเสสิ เวภาเร โส นรุตฺตโม ๗- ตทา นวุติโกฏีนํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๗.๖| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ สิทฺธตฺถสฺส ๘- มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. วิโรจยิ ฯ ๒ ม. สาลารามมฺหิ ฯ ๓ ม. ตตฺเถวสฺส ถูปวโร ฯ ๔ โป.@ม. ยุ. - นาม นายโก ฯ ๕ ม. นีหินิตฺวา ฯ ยุ. นีหริตฺวา ฯ ๖ ยุ. ยทิ อาหนิ@ทุทฺทภึ ฯ ๗ ม. ปุรุตฺตเม ฯ ๘ ม. ยุ. ตสฺมิมฺปิ ทฺวิปทุตฺตเม ฯ |๑๗.๗| โกฏิสตานํ นวุติยา ๑- อสีติยาปิจ โกฏินํ เอเต อาสุํ ตโย ฐานา วิมลานํ สมาคเม ฯ |๑๗.๘| อหนฺเตน สมเยน มงฺคโล นาม ตาปโส อุคฺคเตโช ทุปฺปสโห อภิญฺญาพลสมาหิโต ฯ |๑๗.๙| ชมฺพุโต ผลมาหตฺวา ๒- สิทฺธตฺถสฺส อทาสหํ ปฏิคฺคเหตฺวาน สมฺพุทฺโธ อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๑๗.๑๐| ปสฺสถ อิมํ ตาปสํ ชฏิลํ อุคฺคตาปนํ จตุนวุติ อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๑๗.๑๑| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๑๗.๑๒| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๑๗.๑๓| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๑๗.๑๔| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๑๗.๑๕| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๑๗.๑๖| โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ยุ. นวุตีนํ ฯ ๒ โป. ผลสมาหนฺตฺวา ฯ ม. ผลมาเนตฺวา ฯ |๑๗.๑๗| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๑๗.๑๘| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๑๗.๑๙| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๑๗.๒๐| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๑๗.๒๑| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ สหนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๑๗.๒๒| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๗.๒๓| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๑๗.๒๔| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๗.๒๕| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๑๗.๒๖| เวภารํ นาม นครํ อุเทโน นาม ขตฺติโย สุผสฺสา นาม ชนิกา สิทฺธตฺถสฺส มเหสิโน ฯ |๑๗.๒๗| ทสวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส โกกาสุปฺปลโกกนุทา ๑- ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๑๗.๒๘| ติโสฬสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา สุมนา ๒- นาม สา นารี อนุปโม นาม อตฺรโช ฯ |๑๗.๒๙| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา สิวิกายาภินิกฺขมิ อนูนทสมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๑๗.๓๐| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต สิทฺธตฺโถ โลกนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร มิคทาเย นรุตฺตโม ฯ |๑๗.๓๑| สมฺพโล จ สุมิตฺโต จ อเหสุํ อคฺคสาวกา เรวโต นามุปฏฺฐาโก สิทฺธตฺถสฺส มเหสิโน ฯ |๑๗.๓๒| สีวลา จ สุรามา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต กณฺณิกาโรติ ๓- วุจฺจติ ฯ |๑๗.๓๓| สุปฺปิโย จ สมฺพุทฺโธ จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา รมฺมา เจว สุรมฺมา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๑๗.๓๔| โส พุทฺโธ สฏฺฐิรตนํ อโหสิ นภมุคฺคโต กญฺจนคฺฆิกสงฺกาโส ทสสหสฺสี วิโรจติ ฯ |๑๗.๓๕| โสปิ พุทฺโธ อสมสโม อตุโล อปฺปฏิปุคฺคโล วสฺสสตสหสฺสานิ โลเก อฏฺฐาสิ จกฺขุมา ฯ |๑๗.๓๖| วิปุลปฺปภํ ๔- ทสฺสยิตฺวา ปุปฺผาเปตฺวาน สาวเก วิลาเสตฺวา วรสมาปตฺติยา ๕- นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. -- โกกนทา ฯ ๒ ม. โสมนสฺสา ฯ ๓ ม. ยุ. กณิกาโรติ ฯ@๔ ยุ. วิมลํ ปุปฺผํ ฯ ๕ ม. สมาปตฺยา ฯ ยุ. -- จ สมาปตฺติยา ฯ |๑๗.๓๗| สิทฺธตฺโถ มุนิวโร พุทฺโธ อโนมารามมฺหิ นิพฺพุโต ตตฺเถว ตสฺส ถูปวโร จตุโยชนมุคฺคโตติ ฯ สิทฺธตฺถพุทฺธวํโส โสฬสโม ฯ สตฺตรสโม ติสฺสพุทฺธวํโส [๑๗] |๑๗.๕๙| ปุนาปรํ ยทา โหมิ ชฏิโล อุคฺคตาปโน มาตงฺโค นาม นาเมน สีลวา สุสมาหิโต ฯ |๑๗.๖๐| อหญฺจ พฺราหฺมโณ เอโก คงฺคากูเล วสามุโภ อหํ วสามิ อุปริ เหฏฺฐา วสติ พฺราหฺมโณ ฯ |๑๗.๖๑| วิจรนฺโต อนุกูลมฺหิ อุทฺธมฺเม อสฺสมทฺทส ตตฺถ มํ ปริภาสิตฺวา อภิสปิ มุทฺธผาลนํ ฯ |๑๗.๖๒| ยทิหนฺตสฺส ปกุปฺเปยฺยํ ยทิ สีลํ น โคปเย โอโลเกตฺวานหนฺตสฺส กเรยฺยํ ฉาริกํ วิย ฯ |๑๗.๖๓| ยํ โส ตทา มํ อภิสปิ กุปิโต ทุฏฺฐมานโส ตสฺเสว มตฺถเก นิปติ โยเคน ตํ ปโมจยึ ฯ |๑๗.๖๔| อนุรกฺขึ มม สีลํ นารกฺขึ มม ชีวิตํ สีลวา หิ ตทา อาสึ โพธิยาเยว การณาติ ฯ มาตงฺคจริยํ สตฺตมํ ฯ อฏฺฐมํ ธมฺมเทวปุตฺตจริยํ🤖 AI จับคู่
Ekadhammassavaniyattherassāpadānaṁ sattamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน