‹ กลับ
นันทาเถริยาปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 165 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๕๖๐๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๖๕] ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารผู้เป็นนายกของโลก พระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวงเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าผู้ฉลาดในวิธีเทศนา ตรัสสอนเหล่าสัตว์ให้ รู้แจ้ง ทรงช่วยสรรพสัตว์ให้ข้ามไป ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นได้ เป็นอันมาก ทรงพระกรุณาอนุเคราะห์ แสวงหาประโยชน์แก่สัตว์ ทั้งปวงทรงตั้งพวกเดียรถีย์ที่มาถึงแล้วทั้งหมดไว้ในเบญจศีล พระ- ศาสนาของพระองค์ไม่อากูล ว่างเปล่าจากพวกเดียรถีย์ งดงามไป ด้วยพระอรหันต์ทั้งหลายที่มีความชำนาญ เป็นผู้คงที่พระองค์เป็น พระมหามุนีมีพระกายสูง ๕๘ ศอก มีพระรัศมีงามปานทองคำที่มีค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการมีพระชนมายุแสนปี พระ- องค์ดำรงอยู่โดยกาลเท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นได้เป็นอันมาก ครั้งนั้น ดิฉันเกิดในสกุลเศรษฐีมีความรุ่งเรืองด้วยรัตนะต่างๆ ใน เมืองหงสวดี เป็นผู้เพรียบพร้อมไปด้วยความสุขมาก ดิฉัน เข้าไป เฝ้าพระมหาวีรเจ้าพระองค์นั้น ได้ฟังพระธรรมเทศนา อันประกาศ ปรมัตถธรรมอย่างจับใจยิ่ง ซึ่งเป็นอมตธรรม ครั้งนั้น ดิฉันมีความ เลื่อมใส ได้นิมนต์พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพร้อมด้วยพระ- สงฆ์ ได้ถวายมหาทานแด่พระองค์ด้วยมือของตน ได้ซบเศียรลง ใกล้พระมหาวีรเจ้าพร้อมด้วยพระสงฆ์ปรารถนาตำแหน่งที่เลิศกว่า ภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายที่มีฌาน ครั้งนั้นพระสุคตเจ้าผู้ฝึกนรชนที่ยังไม่ได้ ฝึก เป็นสรณะของโลกสามผู้เป็นใหญ่ ทรงนรชนไว้ให้ดี ทรง- พยากรณ์ว่า ท่านจักได้ตำแหน่งที่ปรารถนาดีแล้วนั้น ในกัปที่ หนึ่งแสนแต่กัปนี้พระศาสดาพระนามว่าโคดม มีสมภพในวงศ์ พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านผู้เจริญจักได้เป็น ธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมนิรมิต จักเป็นสาวิกาของพระองค์ มีนามชื่อว่านันทา ครั้งนั้น ดิฉันได้ฟัง พระพุทธพจน์นั้นแล้วมีใจยินดีมีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระ- พิชิตมารผู้เป็นนายกชั้นพิเศษ ด้วยปัจจัยทั้งหลายตลอดชีวิต ด้วย กุศลกรรมที่ได้ทำไว้ดีนั้นและด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละ ร่างกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุติจากสวรรค์ชั้น นั้นแล้ว ดิฉันไปสู่สวรรค์ชั้นยามา จุติจากนั้นแล้วไปสวรรค์ชั้น ดุสิต จุติจากนั้นแล้วไปสวรรค์ชั้นนิมมานรดี จุติจากนั้นแล้วไป สวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ด้วยอำนาจบุญกรรมนั้น ดิฉันเกิดใน ภพใดๆ ก็ได้ครองตำแหน่งราชมเหสีในภพนั้นๆ จุติจากสวรรค์ชั้น ปรนิมมิตวสวัตดีแล้วมาเกิดเป็นมนุษย์ ได้ครองตำแหน่งอัครมเหสี ของพระเจ้าจักรพรรดิ และพระเจ้าเอกราช เสวยสมบัติในเทวดา และมนุษย์เป็นผู้มีความสุขในที่ทุกสถานท่องเที่ยวไปในกัปเป็นอเนก ในภพหลังที่มาถึงบัดนี้ ดิฉันเป็นพระธิดาแห่งพระเจ้าสุทโธทนะใน กรุงกบิลพัสดุ์ เป็นผู้มีรูปสมบัติอันประชาชนสรรเสริญ ราชสกุล นั้น เห็นดิฉันมีรูปงามดังดวงอาทิตย์ จึงพากันชื่นชม เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงมีนามว่านันทา เป็นผู้มีรูปลักษณะสวยงาม ในพระนคร กบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นธานีที่รื่นรมย์นั้น นอกจากพระนางยโสธรา ปรากฏว่าดิฉันงามกว่ายุวนารีทั้งปวง พระภาดาพระองค์ใหญ่เป็น พระพุทธเจ้าผู้เลิศในไตรโลก พระภาดาองค์รองก็เป็นพระอรหันต์ ดิฉันยังเป็นคฤหัสถ์อยู่ผู้เดียว พระมารดาทรงตักเตือนว่า ดูกรพระ- ราชสุดาลูกรักเกิดในศากยสกุล เป็นพระอนุชาแห่งพระพุทธเจ้า เมื่อเว้นจากนันทกุมารแล้วจักได้ประโยชน์อะไรในวังเล่า รูปถึงมี ความเจริญ ก็มีความแก่เป็นอวสาน บัณฑิตรู้กันว่าไม่สะอาด เมื่อยังเจริญมิได้มีโรค แต่ก็มีโรคในตอนปลาย ชีวิตมีมรณะเป็น ที่สุดรูปของเธอนี้ แม้ว่าจะงามจูงใจให้นิยม ดุจดวงจันทร์ที่ใคร่กัน เมื่อตกแต่งด้วยเครื่องประดับมากอย่าง ก็ยิ่งมีความงามเปล่งปลั่ง เป็นที่กำหนด เป็นที่ยินดีแห่งนัยน์ตาทั้งหลายคล้ายกะว่าทรัพย์ของ ของโลกที่บูชากัน เป็นรูปที่ให้เกิดความสรรเสริญเพราะบุญมากที่ บำเพ็ญไว้ เป็นที่ชื่นชมแห่งวงศ์โอกกากราชไม่ช้านานเท่าไร ชรา ก็จักมาย่ำยี ลูกรักจงละพระราชฐานและรูปที่บัณฑิตตำหนิ ประพฤติ พรหมจรรย์เถิด ดิฉันผู้ยังหลงใหลด้วยความเจริญแห่งรูป ได้ฟัง พระดำรัสของพระมารดาแล้ว ก็ออกบวชแต่ร่างกาย แต่มิได้ออก บวชด้วยความเต็มใจ ดิฉันระลึกถึงตัวเองอยู่ด้วยความเพ่งฌานเป็น อันมาก พระมารดาตรัสตักเตือนเพื่อให้ประพฤติธรรม แต่ดิฉันมิได้ ขวนขวายในธรรมจริยานั้น ครั้งนั้น พระพิชิตมารผู้ทรงพระมหากรุณา ทอดพระเนตรเห็นดิฉันผู้มีผิวหน้าดังดอกบัว ทรงนิรมิตหญิงคนหนึ่ง งามน่าชม น่าชอบใจยิ่งนัก มีรูปงามกว่าดิฉัน ในคลองจักษุของ ดิฉัน ด้วยอานุภาพของพระองค์ เพื่อให้ดิฉันเบื่อหน่ายในรูป ดิฉัน เป็นคนสวย เห็นหญิงมีร่างกายสวยยิ่งกว่า คิดเพ้อไปว่าเราเห็น หญิงมนุษย์ดังนี้มีผลดี เป็นลาภนัยน์ตาของเรา เชิญเถิดแม่คนงาม แม่จงบอกสิ่งที่ต้องประสงค์แก่ฉัน ฉันจะให้แม่จงบอกสกุล นาม และโคตรของแม่ ซึ่งเป็นที่รักแห่งแม่แก่ฉันเถิด แม่คนงาม เวลานี้ ยังไม่ใช่กาลแห่งปัญหา แม่จงให้ฉันอยู่บนตัก อวัยวะทั้งหลายของ ฉันจะทับอยู่ แม่ให้ฉันหลับสักครู่เถิด แต่นั้นแม่คนสวยงามพึงพิง ศีรษะที่ตักฉันนอนไป แม่คนสวยถูกของแข็งหยาบตกลงที่หน้าผาก ต่อมก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับของแข็งตกลงถูก แตกออกแล้วก็มีเครื่อง โสโครกหนองและเลือดไหลออก หน้าแตกแล้วมีกลิ่นเน่าปฏิกูล ตัวทั่วไปก็บวมเขียว แม่คนสวยมีสรรพางค์สั่น หายใจถี่ เสวยทุกข์ ของตนอยู่ รำพันอย่างหน้าสมเพช เพราะแม่คนสวยประสบทุกข์ ฉันก็มีทุกข์ ต้องทุกขเวทนา จมอยู่ในมหาทุกข์ ขอแม่คนสวยจง เป็นที่พึ่งของฉัน หน้าที่งามของแม่หายไปไหน จมูกที่โด่งงามของ แม่หายไปไหน ริมฝีปากที่สวยเหมือนสีลูกมะพลับสุกของแม่หาย ไปไหน วงหน้างามคล้ายดวงจันทร์และลำคอละม้ายต่อมทองคำของ แม่หายไปไหน ใบหูของแม่เป็นดังว่าพวงดอกไม้ มีสีเสียไปแล้ว ถันทั้งคู่ของแม่ เหมือนดอกบัวตูม แตกแล้ว มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป คล้ายกะว่าศพเน่า แม่มีเอวกลมกล่อม มีตะโพกผึ่งผาย แม่เต็ม ไปด้วยสิ่งชั่วถ่อยโอ รูปไม่เที่ยง อวัยวะที่เนื่องในสรีระทั้งหมด มีกลิ่นปฏิกูลน่ากลัว น่าเกลียด เหมือนซากศพที่เขาทิ้งไว้ในป่าช้า เป็นที่ยินดีของพวกพาลชน ครั้งนั้น พระภาดาของดิฉันผู้เป็นนายก ของโลก ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ทอดพระเนตรเห็นดิฉัน มีจิตสลด ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ดูกรนันทาท่านจงดูรูปที่ กระสับกระส่าย เปื่อยเน่าดังซากศพ จงอบรมจิตให้ตั้งมั่น มีอารมณ์ เดียว ด้วยอสุภารมณ์ รูปนี้เป็นฉันใด รูปท่านก็เป็นฉันนั้น รูปท่าน เป็นฉันใด รูปนี้ก็เป็นฉันนั้น รูปนี้มีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไป พวกคน พาลยินดียิ่งนัก พวกบัณฑิตผู้มิได้เกียจคร้าน ย่อมพิจารณาเห็นรูป เป็นอย่างนั้นทั้งกลางคืนกลางวัน ท่านจงเบื่อหน่าย พิจารณาดูรูปนั้น ด้วยปัญญาของตน ลำดับนั้น ดิฉันได้ฟังคาถาเป็นสุภาษิต แล้วมี ความสลดใจ ตั้งอยู่ในธรรมนั้น ได้บรรลุซึ่งอรหัตผลในกาลนั้น ดิฉันนั่งอยู่ในที่ไหนๆ ก็มีฌานเป็นเบื้องหน้าพระพิชิตมารทรงพอ พระทัยในคุณสมบัตินั้น จึงทรงตั้งดิฉันไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระนันทาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (218 ประโยค)
thi-ap25:0.3 #
5 Nandātherīapadāna
thi-ap25:1.1 #
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน✎ ร่าง
“Padumuttaro nāma jino,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.134
thi-ap25:1.2 #
สพฺพธมฺมาน ปารคู✎ ร่าง
sabbadhammāna pāragū;
thi-ap25:1.3 #
อิโต สตสหสฺสมฺหิ✎ ร่าง
Ito satasahassamhi,
thi-ap25:1.4 #
กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ✎ ร่าง
kappe uppajji nāyako.
thi-ap25:2.1 #
โอวาทโก วิญฺญาปโก✎ ร่าง
Ovādako viññāpako,
thi-ap25:2.2 #
ตารโก สพฺพปาณินํ✎ ร่าง
tārako sabbapāṇinaṁ;
thi-ap25:2.3 #
เทสนากุสโล พุทฺโธ✎ ร่าง
Desanākusalo buddho,
thi-ap25:2.4 #
ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ✎ ร่าง
tāresi janataṁ bahuṁ.
thi-ap25:3.1 #
อนุกมฺปโก การุณิโก✎ ร่าง
Anukampako kāruṇiko,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.343
thi-ap25:3.2 #
หิเตสี สพฺพปาณินํ✎ ร่าง
hitesī sabbapāṇinaṁ;
thi-ap25:3.3 #
สมฺปตฺเต ติตฺถิเย สพฺเพ✎ ร่าง
Sampatte titthiye sabbe,
thi-ap25:3.4 #
ปญฺจสีเล ปติฏฺฐหิ ๑- ฯ✎ ร่าง
pañcasīle patiṭṭhapi.
thi-ap25:4.1 #
เอวํ นิรากุลํ อาสิ✎ ร่าง
Evaṁ nirākulaṁ āsi,
thi-ap25:4.2 #
สุญฺญตํ ติตฺถิเยหิ จ✎ ร่าง
suññataṁ titthiyehi ca;
thi-ap25:4.3 #
วิจิตฺตํ อรหนฺเตหิ✎ ร่าง
Vicittaṁ arahantehi,
thi-ap25:4.4 #
วสีภูเตหิ ตาทิภิ ฯ✎ ร่าง
vasībhūtehi tādibhi.
thi-ap25:5.1 #
รตนานฏฺฐปญฺญาสํ✎ ร่าง
Ratanānaṭṭhapaññāsaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.243
thi-ap25:5.2 #
อุคฺคโต ๒- โส มหามุนิ✎ ร่าง
uggatova mahāmuni;
thi-ap25:5.3 #
กญฺจนคฺฆิยสงฺกาโส ทฺว✎ ร่าง
Kañcanagghiyasaṅkāso,
thi-ap25:5.4 #
ตฺตึสวรลกฺขโณ ฯ✎ ร่าง
bāttiṁsavaralakkhaṇo.
thi-ap25:6.1 #
วสฺสสตสหสฺสานิ✎ ร่าง
Vassasatasahassāni,
thi-ap25:6.2 #
อายุ วิชฺชติ ๓- ตาวเท✎ ร่าง
āyu vijjati tāvade;
thi-ap25:6.3 #
ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส✎ ร่าง
Tāvatā tiṭṭhamāno so,
thi-ap25:6.4 #
ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ✎ ร่าง
tāresi janataṁ bahuṁ.
thi-ap25:7.1 #
ตทาหํ หํสวติยํ✎ ร่าง
Tadāhaṁ haṁsavatiyaṁ,
thi-ap25:7.2 #
ชาตา เสฏฺฐิกุเล อหุ✎ ร่าง
jātā seṭṭhikule ahuṁ;
thi-ap25:7.3 #
นานารตนปชฺโชเต✎ ร่าง
Nānāratanapajjote,
thi-ap25:7.4 #
มหาสุขสมปฺปิตา ฯ✎ ร่าง
mahāsukhasamappitā.
thi-ap25:8.1 #
อุเปตฺวา ตํ มหาวีรํ✎ ร่าง
Upetvā taṁ mahāvīraṁ,
thi-ap25:8.2 #
อสฺโสสึ ธมฺมเทสนํ✎ ร่าง
assosiṁ dhammadesanaṁ;
thi-ap25:8.3 #
อมตํ ปรมสฺสาทํ✎ ร่าง
Amataṁ paramassādaṁ,
thi-ap25:8.4 #
ปรมตฺถํ นิเวทกํ ฯ✎ ร่าง
paramatthanivedakaṁ.
thi-ap25:9.1 #
ตทา นิมนฺตยิตฺวาน✎ ร่าง
Tadā nimantayitvāna,
thi-ap25:9.2 #
สสงฺฆํ โลกนายกํ✎ ร่าง
sasaṅghaṁ lokanāyakaṁ;
thi-ap25:9.3 #
ทตฺวา ตสฺส มหาทานํ✎ ร่าง
Datvā tassa mahādānaṁ,
thi-ap25:9.4 #
ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ ฯ✎ ร่าง
pasannā sehi pāṇibhi.
thi-ap25:10.1 #
ฌายินีนํ ภิกฺขุนีนํ✎ ร่าง
Jhāyinīnaṁ bhikkhunīnaṁ,
อ้างอิงPTS 2.573
thi-ap25:10.2 #
อคฺคฏฺฐานํ อปตฺถยึ✎ ร่าง
aggaṭṭhānamapatthayiṁ;
thi-ap25:10.3 #
นิปจฺจ สิรสา วีรํ✎ ร่าง
Nipacca sirasā dhīraṁ,
thi-ap25:10.4 #
สสงฺฆํ โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
sasaṅghaṁ lokanāyakaṁ.
thi-ap25:11.1 #
ตทา อทนฺตทมโก✎ ร่าง
Tadā adantadamako,
thi-ap25:11.2 #
ติโลกสรโณ ปภู✎ ร่าง
tilokasaraṇo pabhū;
thi-ap25:11.3 #
พฺยากาสิ นรสุนฺธโร✎ ร่าง
Byākāsi narasārathi,
thi-ap25:11.4 #
ลจฺฉเสตํ สุปตฺถิตํ ฯ✎ ร่าง
‘lacchase taṁ supatthitaṁ.
thi-ap25:12.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Satasahassito kappe,
thi-ap25:12.2 #
โอกฺกากกุลสมฺภโว✎ ร่าง
okkākakulasambhavo;
thi-ap25:12.3 #
โคตโม นาม นาเมน✎ ร่าง
Gotamo nāma gottena,
thi-ap25:12.4 #
สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
satthā loke bhavissati.
thi-ap25:13.1 #
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา✎ ร่าง
Tassa dhammesu dāyādā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.344 · พุทธชยันตี 37.2.136
thi-ap25:13.2 #
โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา✎ ร่าง
orasā dhammanimmitā;
thi-ap25:13.3 #
นนฺทาติ นาม นาเมน✎ ร่าง
Nandāti nāma nāmena,
thi-ap25:13.4 #
เหสฺสติ สตฺถุสาวิกา ฯ✎ ร่าง
hessati satthu sāvikā’.
thi-ap25:14.1 #
ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา✎ ร่าง
Taṁ sutvā muditā hutvā,
thi-ap25:14.2 #
ยาวชีวํ ตทา ชินํ✎ ร่าง
yāvajīvaṁ tadā jinaṁ;
thi-ap25:14.3 #
เมตฺตจิตฺตา ปริจรึ✎ ร่าง
Mettacittā paricariṁ,
thi-ap25:14.4 #
ปจฺจเยหิ วินายกํ ฯ✎ ร่าง
paccayehi vināyakaṁ.
thi-ap25:15.1 #
เตน กมฺเมน สุกเตน✎ ร่าง
Tena kammena sukatena,
thi-ap25:15.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ✎ ร่าง
cetanāpaṇidhīhi ca;
thi-ap25:15.3 #
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ✎ ร่าง
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
thi-ap25:15.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ✎ ร่าง
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
thi-ap25:16.1 #
ตโต จุตา ยามมคํ✎ ร่าง
Tato cutā yāmamagaṁ,
thi-ap25:16.2 #
ตโตหํ ตุสิตํ คตา✎ ร่าง
tatohaṁ tusitaṁ gatā;
thi-ap25:16.3 #
ตโต จ นิมฺมานรตึ✎ ร่าง
Tato ca nimmānaratiṁ,
thi-ap25:16.4 #
วสวตฺติปุรํ คตา ฯ✎ ร่าง
vasavattipuraṁ tato.
thi-ap25:17.1 #
ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชามิ✎ ร่าง
Yattha yatthūpapajjāmi,
thi-ap25:17.2 #
ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา✎ ร่าง
tassa kammassa vāhasā;
thi-ap25:17.3 #
ตตฺถ ตตฺเถว ราชูนํ✎ ร่าง
Tattha tattheva rājūnaṁ,
thi-ap25:17.4 #
มเหสิตฺตมการยึ ฯ✎ ร่าง
mahesittamakārayiṁ.
thi-ap25:18.1 #
ตโต จุตา มนุสฺสตฺเต✎ ร่าง
Tato cutā manussatte,
thi-ap25:18.2 #
ราชูนํ จกฺกวตฺตินํ✎ ร่าง
rājānaṁ cakkavattinaṁ;
thi-ap25:18.3 #
มณฺฑลีนญฺจ ราชูนํ✎ ร่าง
Maṇḍalīnañca rājūnaṁ,
thi-ap25:18.4 #
มเหสิตฺตมการยึ ฯ✎ ร่าง
mahesittamakārayiṁ.
thi-ap25:19.1 #
สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน✎ ร่าง
Sampattiṁ anubhotvāna,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.244
thi-ap25:19.2 #
เทเวสุ มนุเชสุ จ✎ ร่าง
devesu manujesu ca;
thi-ap25:19.3 #
สพฺพตฺถ สุขิตา หุตฺวา✎ ร่าง
Sabbattha sukhitā hutvā,
thi-ap25:19.4 #
เนกกปฺเปสุ สํสรึ ฯ✎ ร่าง
nekakappesu saṁsariṁ.
thi-ap25:20.1 #
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต ป✎ ร่าง
Pacchime bhave sampatte,
thi-ap25:20.2 #
ุรสฺมึ ๒- กปิลวฺหเย✎ ร่าง
suramme kapilavhaye;
thi-ap25:20.3 #
รญฺโญ สุทฺโธทนสฺสาหํ✎ ร่าง
Rañño suddhodanassāhaṁ,
thi-ap25:20.4 #
ธีตา อาสึ อนินฺทิตา ฯ |๑๖๕.๑๘๖| รํ✎ ร่าง
dhītā āsiṁ aninditā.
thi-ap25:21.1 #
สิริว ๓- รูปินึ ทิสฺวา✎ ร่าง
Siriyā rūpiniṁ disvā,
thi-ap25:21.2 #
นนฺทิตํ อาสิ ตํ กุลํ✎ ร่าง
nanditaṁ āsi taṁ kulaṁ;
thi-ap25:21.3 #
เตน นนฺทาติ เม นามํ✎ ร่าง
Tena nandāti me nāmaṁ,
thi-ap25:21.4 #
สุนฺทรา ๔- ปวรา อหํ ฯ✎ ร่าง
sundaraṁ pavaraṁ ahu.
thi-ap25:22.1 #
ยุวตีนญฺจ สพฺพาสํ✎ ร่าง
Yuvatīnañca sabbāsaṁ,
thi-ap25:22.2 #
กลฺยาณีติ จ วิสฺสุตา✎ ร่าง
kalyāṇīti ca vissutā;
thi-ap25:22.3 #
ตสฺมึปิ นคเร รมฺเม✎ ร่าง
Tasmimpi nagare ramme,
thi-ap25:22.4 #
ฐเปตฺวา ตํ ยโสธรํ ฯ✎ ร่าง
ṭhapetvā taṁ yasodharaṁ.
thi-ap25:23.1 #
เชฏฺโฐ ภาตา ติโลกคฺโค✎ ร่าง
Jeṭṭho bhātā tilokaggo,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.345
thi-ap25:23.2 #
ปจฺฉิโม ๑- อรหา ตถา✎ ร่าง
pacchimo arahā tathā;
thi-ap25:23.3 #
เอกกินี ๒- คหฏฺฐาหํ✎ ร่าง
Ekākinī gahaṭṭhāhaṁ,
thi-ap25:23.4 #
มาตุยา ปริโจทิตา ฯ✎ ร่าง
mātarā paricoditā.
thi-ap25:24.1 #
สากิยมฺหิ กุเล ชาตา✎ ร่าง
‘Sākiyamhi kule jātā,
อ้างอิงPTS 2.574
thi-ap25:24.2 #
ปุตฺเต พุทฺธานุชา ตุวํ✎ ร่าง
putte buddhānujā tuvaṁ;
thi-ap25:24.3 #
นนฺเทนปิ วินา ภูตา✎ ร่าง
Nandenapi vinā bhūtā,
thi-ap25:24.4 #
อคาเร กึ นุ ลจฺฉสิ ๓- ฯ✎ ร่าง
agāre kiṁ nu acchasi.
thi-ap25:25.1 #
ชราวสานํ โยพฺพญฺญํ✎ ร่าง
Jarāvasānaṁ yobbaññaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.138
thi-ap25:25.2 #
รูปํ อสุจิสมฺมตํ✎ ร่าง
rūpaṁ asucisammataṁ;
thi-ap25:25.3 #
โรคนฺตมปิจาโรคฺยํ✎ ร่าง
Rogantamapicārogyaṁ,
thi-ap25:25.4 #
ชีวิตํ มรณนฺติกํ ฯ✎ ร่าง
jīvitaṁ maraṇantikaṁ.
thi-ap25:26.1 #
อิทํปิ เต สุภํ รูปํ✎ ร่าง
Idampi te subhaṁ rūpaṁ,
thi-ap25:26.2 #
สสิกนฺตํ ๔- มโนหรํ✎ ร่าง
sasīkantaṁ manoharaṁ;
thi-ap25:26.3 #
ภูสนานํ ๕- อลงฺการํ✎ ร่าง
Bhūsanānaṁ alaṅkāraṁ,
thi-ap25:26.4 #
สิริสงฺเกตสนฺนิภํ ฯ✎ ร่าง
sirisaṅghāṭasannibhaṁ.
thi-ap25:27.1 #
ปูชิตํ โลกสารํว✎ ร่าง
Puñjitaṁ lokasāraṁva,
thi-ap25:27.2 #
นยนานํ รสายนํ✎ ร่าง
nayanānaṁ rasāyanaṁ;
thi-ap25:27.3 #
ปุญฺญานํ กิตฺติชนนํ โ✎ ร่าง
Puññānaṁ kittijananaṁ,
thi-ap25:27.4 #
อกฺกากกุลนนฺทนํ ฯ✎ ร่าง
ukkākakulanandanaṁ.
thi-ap25:28.1 #
น จิเรเนว กาเลน✎ ร่าง
Na cireneva kālena,
thi-ap25:28.2 #
ชรา สมภิโภสฺสติ ๖- ป✎ ร่าง
jarā samadhisessati;
thi-ap25:28.3 #
หาย ๗- เคหํ คารยฺหํ✎ ร่าง
Vihāya gehaṁ kāruññe,
thi-ap25:28.4 #
จร ธมฺมมนินฺทิเต ฯ✎ ร่าง
cara dhammamanindite’.
thi-ap25:29.1 #
สุตฺวาหํ มาตุ วจนํ✎ ร่าง
Sutvāhaṁ mātu vacanaṁ,
thi-ap25:29.2 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ✎ ร่าง
pabbajiṁ anagāriyaṁ;
thi-ap25:29.3 #
เทเหน น ตุ จิตฺเตน✎ ร่าง
Dehena na tu cittena,
thi-ap25:29.4 #
รูปโยพฺพนโลลิตา ๘- ฯ✎ ร่าง
rūpayobbanalāḷitā.
thi-ap25:30.1 #
มหตา จ ปยตฺเตน✎ ร่าง
Mahatā ca payattena,
thi-ap25:30.2 #
ฌานชฺเฌน สรํ มมํ✎ ร่าง
jhānajjhena paraṁ mama;
thi-ap25:30.3 #
กาตุญฺจ วทเต มาตา✎ ร่าง
Kātuñca vadate mātā,
thi-ap25:30.4 #
น จาหํ ตตฺถ อุสฺสุกา ฯ✎ ร่าง
na cāhaṁ tattha ussukā.
thi-ap25:31.1 #
ตโต มหาการุณิโก✎ ร่าง
Tato mahākāruṇiko,
thi-ap25:31.2 #
ทิสฺวา มํ กมลานนํ✎ ร่าง
disvā maṁ kāmalālasaṁ;
thi-ap25:31.3 #
นิพฺพินฺทนตฺถํ รูปสฺมึ✎ ร่าง
Nibbindanatthaṁ rūpasmiṁ,
thi-ap25:31.4 #
มม จกฺขุปเถ ชิโน ฯ✎ ร่าง
mama cakkhupathe jino.
thi-ap25:32.1 #
สเกน อานุภาเวน✎ ร่าง
Sakena ānubhāvena,
thi-ap25:32.2 #
อิตฺถึ มาเปสิ โสภนํ✎ ร่าง
itthiṁ māpesi sobhiniṁ;
thi-ap25:32.3 #
ทสฺสนียํ สุรุจิรํ✎ ร่าง
Dassanīyaṁ suruciraṁ,
thi-ap25:32.4 #
มมโตปิ สุรูปินึ ฯ✎ ร่าง
mamatopi surūpiniṁ.
thi-ap25:33.1 #
ตมหํ วิมฺหิตา ทิสฺวา✎ ร่าง
Tamahaṁ vimhitā disvā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.346 · ฉัฏฐสังคายนา 58.245
thi-ap25:33.2 #
อติวิมฺหิตเทหินึ✎ ร่าง
ativimhitadehiniṁ;
thi-ap25:33.3 #
จินฺตยึ สผลํ เมติ✎ ร่าง
Cintayiṁ ‘saphalaṁ meti,
thi-ap25:33.4 #
เนตฺตลาภญฺจ มานุสํ ฯ✎ ร่าง
nettalābhañca mānusaṁ.
thi-ap25:34.1 #
ตมหํ เอหิ สุภเณ✎ ร่าง
Tamahaṁ ehi subhage,
thi-ap25:34.2 #
เยนตฺโถ ตํ วเทหิ เม✎ ร่าง
yenattho taṁ vadehi me;
thi-ap25:34.3 #
กุลนฺเต นามโคตฺตญฺจ✎ ร่าง
Kulaṁ te nāmagottañca,
thi-ap25:34.4 #
วท เม ยทิ เต ปิยํ ฯ✎ ร่าง
vada me yadi te piyaṁ.
thi-ap25:35.1 #
น ปญฺหกาโล ๓- สุภเณ✎ ร่าง
Na vañcakālo subhage,
อ้างอิงPTS 2.575
thi-ap25:35.2 #
อุจฺฉงฺเค มํ นิเวสย✎ ร่าง
ucchaṅge maṁ nivāsaya;
thi-ap25:35.3 #
สีทนฺติว มมงฺคานิ✎ ร่าง
Sīdantīva mamaṅgāni,
thi-ap25:35.4 #
ปสุปฺปย ๕- มุหุตฺตกํ ฯ✎ ร่าง
pasuppaya muhuttakaṁ’.
thi-ap25:36.1 #
ตโต สีสํ มมงฺเก สา✎ ร่าง
Tato sīsaṁ mamaṅge sā,
thi-ap25:36.2 #
กตฺวา สยิ สุโสภณา✎ ร่าง
katvā sayi sulocanā;
thi-ap25:36.3 #
ตสฺสา ลลาเต ๗- ปติตา✎ ร่าง
Tassā nalāṭe patitā,
thi-ap25:36.4 #
ลุทฺธา ปรมทารุณา ฯ✎ ร่าง
luddhā paramadāruṇā.
thi-ap25:37.1 #
สห ตสฺสา นิปาเตน✎ ร่าง
Saha tassā nipātena,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.140
thi-ap25:37.2 #
ปีฬกา อุปปชฺชถ✎ ร่าง
piḷakā upapajjatha;
thi-ap25:37.3 #
ปคฺฆรึสุ ปภินฺนา จ✎ ร่าง
Pagghariṁsu pabhinnā ca,
thi-ap25:37.4 #
กุณปา ปุพฺพโลหิตา ฯ |๑๖๕.๒๐๓| สมฺ✎ ร่าง
kuṇapā pubbalohitā.
thi-ap25:38.1 #
ภินฺนํ ๘- วทนญฺจาปิ✎ ร่าง
Pabhinnaṁ vadanañcāpi,
thi-ap25:38.2 #
กุณปปูติคนฺธิกํ✎ ร่าง
kuṇapaṁ pūtigandhanaṁ;
thi-ap25:38.3 #
อุทฺธุมาตํ วินีลญฺจ ส✎ ร่าง
Uddhumātaṁ vinilañca,
thi-ap25:38.4 #
พฺพญฺจาปิ ๑๐- สรีรกํ ฯ✎ ร่าง
pubbañcāpi sarīrakaṁ.
thi-ap25:39.1 #
สา ปเวธิตสพฺพงฺคี✎ ร่าง
Sā paveditasabbaṅgī,
thi-ap25:39.2 #
นิสฺสสนฺตี มหุํ มหุํ✎ ร่าง
nissasantī muhuṁ muhuṁ;
thi-ap25:39.3 #
เวทยนฺตี สกํ ทุกฺขํ✎ ร่าง
Vedayantī sakaṁ dukkhaṁ,
thi-ap25:39.4 #
กรุณํ ปริเทวยิ ฯ✎ ร่าง
karuṇaṁ paridevayi.
thi-ap25:40.1 #
ทุกฺเขน ทุกฺขิตา โหมิ✎ ร่าง
‘Dukkhena dukkhitā homi,
thi-ap25:40.2 #
ผุสยนฺตี จ เวทนา✎ ร่าง
phusayanti ca vedanā;
thi-ap25:40.3 #
มหาทุกฺเข นิมุคฺคมฺหิ✎ ร่าง
Mahādukkhe nimuggamhi,
thi-ap25:40.4 #
สรณํ โหหิ เม สขี ฯ✎ ร่าง
saraṇaṁ hohi me sakhī.
thi-ap25:41.1 #
กุหึ วทนโสภนฺเต✎ ร่าง
Kuhiṁ vadanasobhaṁ te,
thi-ap25:41.2 #
กุหินฺเต ตุงฺคนาสิกา✎ ร่าง
kuhiṁ te tuṅganāsikā;
thi-ap25:41.3 #
ตมฺพพิมฺพวโรฏฺฐนฺเต✎ ร่าง
Tambabimbavaroṭṭhaṁ te,
thi-ap25:41.4 #
วทนนฺเต กุหึ คตํ ฯ✎ ร่าง
vadanaṁ te kuhiṁ gataṁ.
thi-ap25:42.1 #
กุหึ สสินิภํ วณฺณํ✎ ร่าง
Kuhiṁ sasīnibhaṁ vaṇṇaṁ,
thi-ap25:42.2 #
กมฺพุคิวา กุหึ คตา✎ ร่าง
kambugīvā kuhiṁ gatā;
thi-ap25:42.3 #
ทามามาลญฺจ เต กณฺณํ✎ ร่าง
Doḷālolāva te kaṇṇā,
thi-ap25:42.4 #
เววณฺณํ สมุปาคตํ ฯ✎ ร่าง
vevaṇṇaṁ samupāgatā.
thi-ap25:43.1 #
มกุลปทุมาการา✎ ร่าง
Makuḷakhārakākārā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.347
thi-ap25:43.2 #
กลสาว ๒- ปโยธรา✎ ร่าง
kalikāva payodharā;
thi-ap25:43.3 #
ปภินฺนา ปูติกุณปา✎ ร่าง
Pabhinnā pūtikuṇapā,
thi-ap25:43.4 #
ทุฏฺฐคนฺธชมาคตา ๓- ฯ✎ ร่าง
duṭṭhagandhittamāgatā.
thi-ap25:44.1 #
เวทิมชฺฌา ๔- ปุถุสฺโสณิ✎ ร่าง
Vedimajjhāva sussoṇī,
thi-ap25:44.2 #
สุณาว นีตกิพฺพิสา✎ ร่าง
sūnāva nītakibbisā;
thi-ap25:44.3 #
ชาตา อมชฺฌภริตา✎ ร่าง
Jātā amejjhabharitā,
thi-ap25:44.4 #
อโห รูปํ อสสฺสตํ ฯ✎ ร่าง
aho rūpamasassataṁ.
thi-ap25:45.1 #
สพฺพํ สรีรสญฺชาตํ✎ ร่าง
Sabbaṁ sarīrasañjātaṁ,
thi-ap25:45.2 #
ปูติคนฺธํ ภยานกํ✎ ร่าง
pūtigandhaṁ bhayānakaṁ;
thi-ap25:45.3 #
สุสานมิว เชคุจฺฉํ✎ ร่าง
Susānamiva bībhacchaṁ,
thi-ap25:45.4 #
รมนฺเต ยตฺถ พาลิยา ๖- ฯ✎ ร่าง
ramante yattha bālisā’.
thi-ap25:46.1 #
ตทา มหาการุณิโก✎ ร่าง
Tadā mahākāruṇiko,
อ้างอิงPTS 2.576
thi-ap25:46.2 #
ภาตา เม โลกนายโก✎ ร่าง
bhātā me lokanāyako;
thi-ap25:46.3 #
ทิสฺวา สํวิคฺคจิตฺตํ มํ✎ ร่าง
Disvā saṁviggacittaṁ maṁ,
thi-ap25:46.4 #
อิมา คาถา อภาสถ ฯ✎ ร่าง
imā gāthā abhāsatha.
thi-ap25:47.1 #
อาตุรํ กุณปํ ปูตึ✎ ร่าง
‘Āturaṁ kuṇapaṁ pūtiṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.246
thi-ap25:47.2 #
ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ✎ ร่าง
passa nande samussayaṁ;
thi-ap25:47.3 #
อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ✎ ร่าง
Asubhāya cittaṁ bhāvehi,
thi-ap25:47.4 #
เอกคฺคํ สุสมาหิตํ ฯ✎ ร่าง
ekaggaṁ susamāhitaṁ.
thi-ap25:48.1 #
ยถา อิทํ ตถา เอตํ✎ ร่าง
Yathā idaṁ tathā etaṁ,
thi-ap25:48.2 #
ยถา เอตํ ตถา อิทํ✎ ร่าง
yathā etaṁ tathā idaṁ;
thi-ap25:48.3 #
ทุคฺคนฺธํ ปูติกํ วาติ✎ ร่าง
Duggandhaṁ pūtikaṁ vāti,
thi-ap25:48.4 #
พาลานํ อภินนฺทิตํ ฯ✎ ร่าง
bālānaṁ abhinanditaṁ.
thi-ap25:49.1 #
เอวเมตํ อเวกฺขนฺติ✎ ร่าง
Evametaṁ avekkhantī,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.142
thi-ap25:49.2 #
รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา✎ ร่าง
rattindivamatanditā;
thi-ap25:49.3 #
ตโต สกาย ปญฺญาย✎ ร่าง
Tato sakāya paññāya,
thi-ap25:49.4 #
อภินิพฺพิชฺช ทกฺขสิ ฯ✎ ร่าง
abhinibbijjha dakkhasi’.
thi-ap25:50.1 #
ตโตหํ อาสิ ๗- สํวิคฺคา✎ ร่าง
Tatohaṁ atisaṁviggā,
thi-ap25:50.2 #
สุตฺวา คาถา สุภาสิตา✎ ร่าง
sutvā gāthā subhāsitā;
thi-ap25:50.3 #
ตตฺรฏฺฐิตาวหํ สนฺตี✎ ร่าง
Tatraṭṭhitāvahaṁ santī,
thi-ap25:50.4 #
อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ✎ ร่าง
arahattamapāpuṇiṁ.
thi-ap25:51.1 #
ยตฺถ ยตฺถ นิสินฺนาหํ ต✎ ร่าง
Yattha yattha nisinnāhaṁ,
thi-ap25:51.2 #
ทา ฌานปรายนา✎ ร่าง
sadā jhānaparāyaṇā;
thi-ap25:51.3 #
ชิโน ตสฺมึ คุเณ ตุฏฺโฐ✎ ร่าง
Jino tasmiṁ guṇe tuṭṭho,
thi-ap25:51.4 #
เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ✎ ร่าง
etadagge ṭhapesi maṁ.
thi-ap25:52.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
thi-ap25:52.2 #
เพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา✎ ร่าง
…pe…
thi-ap25:52.3 #
วิหรามิ อนาสวา ฯ✎ ร่าง
viharāmi anāsavā.
thi-ap25:53.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธ✎ ร่าง
Svāgataṁ vata me āsi,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.348
thi-ap25:53.2 #
เสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
…pe…
thi-ap25:53.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
thi-ap25:54.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
thi-ap25:54.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
…pe…
thi-ap25:54.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
thi-ap25:55.1 #
อิตฺถํ สุทํ นนฺทา ภิกฺขุนี ชนปทกลฺยาณี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ nandā bhikkhunī janapadakalyāṇī imā gāthāyo abhāsitthāti.
thi-ap25:56.1 #
นนฺทาเถริยา✎ ร่าง
Nandātheriyāpadānaṁ pañcamaṁ.
thi-ap26:0.1 #
อปทานํ✎ ร่าง
Therīapadāna
thi-ap26:0.2 #
สมตฺตํ ฯ ฉฏฺฐํ โสณาเถริยาปทานํ✎ ร่าง
Kuṇḍalakesīvagga
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน