‹ กลับ
สุจินติตเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 18 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๕๖๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘] ครั้งนั้น เราเป็นชาวนาอยู่ในพระนครหงสวดี เลี้ยงชีพด้วยกสิกรรม เลี้ยงดูเด็กๆ ก็ด้วยกสิกรรมนั้น ครั้งนั้น นาของเราสมบูรณ์ดี ข้าวของเราออกรวงแล้ว เมื่อถึงเวลาข้าวแก่ดีแล้ว เราคิดอย่างนี้ ในกาลนั้นว่า เป็นการไม่เหมาะไม่สมควรแก่เราผู้รู้คุณน้อยใหญ่ ที่เราไม่ถวายทานในสงฆ์แล้ว พึงบริโภคส่วนอันเลิศด้วยตน พระสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนในโลก มีพระลักษณะอัน ประเสริฐ ๓๒ ประการ และพระสงฆ์ผู้มีตนอันอบรมแล้ว เป็น นาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นจะยิ่งไปกว่า เราจักถวายทาน คือ ข้าวกล้าใหม่ในพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์นั้นเสียก่อน ครั้นคิดเช่นนี้ แล้ว เราเป็นผู้ร่าเริง มีใจประกอบด้วยปีติ นำเอาข้าวเปลือก มาจากนา เข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ครั้นเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน ถวายบังคมพระบาท พระศาสดาแล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่พระมุนี ข้าวกล้าสมบูรณ์ ทั้งพระองค์ก็กำลังประทับอยู่ ณ ที่นี้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีปัญญาจักษุ ขอพระองค์จงทรงพระกรุณารับเถิด พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตระ ผู้รู้แจ้งโลกสมควรรับเครื่องบูชา ทรงทราบความดำริของเราแล้ว ตรัสพระดำรัสนี้ว่า บุรุษบุคคลผู้ปฏิบัติ ๔ จำพวก ผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ จำพวก นี้ คือสงฆ์ เป็นผู้ตรง มีปัญญา ศีล และมีจิตมั่นคง บุญย่อมเป็นอันสั่งสมแล้ว ในเมื่อมนุษย์ผู้เพ่งบุญบูชากระทำอยู่ ทานที่ให้ในสงฆ์ย่อมมีผลมาก และควรให้ทานในสงฆ์นั้น ข้าวกล้า ของท่านนี้ก็เช่นเดียวกัน ควรให้ในสงฆ์ ท่านจงอุทิศแด่สงฆ์ นำเอาภิกษุทั้งหลายไปสู่เรือนของตนแล้วจงถวายสิ่งที่มีอยู่ในเรือน ซึ่งท่านได้ตกแต่งแล้วเพื่อภิกษุสงฆ์เถิด เราอุทิศแด่สงฆ์ นำภิกษุ ทั้งหลายไปในเรือน ได้ถวายสิ่งที่เราได้ตกแต่งไว้ในเรือนแด่ภิกษุ สงฆ์ เพราะกรรมที่เราได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และเพราะความตั้งเจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว จึงไปยังดาวดึงสพิภพ วิมานทองงามผุดผ่องสูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์ บุญกรรมได้สร้างไว้อย่างงามแล้วเพื่อ เรา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น. ภพของเรา เกลื่อนกล่นระคนไปด้วยเทพนารี เรากิน ดื่ม ในภพนั้น อยู่ในสวรรค์ชั้นไตรทศ เราได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓,๐๐๐ ครั้ง และได้เสวยราชสมบัติในเทวโลกอีก ๕๐๐ ครั้ง ได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราช โดย คณนานับมิได้ เราท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่ ได้ทรัพย์นับไม่ได้ เราไม่มีความบกพร่องในโภคสมบัติเลย นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ ยานช้าง ยานม้า วอ และคานหาม เราได้ทุกสิ่ง นี้เป็นผลแห่ง ข้าวใหม่ ผ้าใหม่ ผลไม้ใหม่ โภชนะมีรสอันเลิศใหม่ เราได้ทุก อย่าง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ ผ้าไหม ผ้ากัมพล ผ้าเปลือกไม้ ผ้า ฝ้าย เราได้ทุกอย่าง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ หมู่ทาสี หมู่ทาส และนารี ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม เราได้ทุกจำพวก นี้เป็นผล แห่งข้าวใหม่ หนาวหรือร้อน ไม่เบียดเบียนเรา เราไม่มีความ เร่าร้อน อนึ่ง ทุกข์ทางใจไม่มีในหทัยของเรา เชิญเคี้ยวสิ่งนี้ เชิญ บริโภคสิ่งนี้ เชิญนอนบนที่นอนนี้ คำเช่นนี้ เราได้ทุกประการ นี้ เป็นผลแห่งข้าวใหม่ บัดนี้ ชาตินี้เป็นชาติหลังสุด ภพสุดท้าย กำลังเป็นไป ถึงทุกวันนี้ ไทยธรรมของเรา ก็ทำเราให้ยินดีอยู่ทุกเมื่อ เราได้ถวายข้าวใหม่ในหมู่สงฆ์ผู้ประเสริฐสุด ย่อมเสวยอานิสงส์ ๘ ประการ อันสมควรแก่กรรมของเรา คือเราเป็นผู้มีผิวพรรณผุดผ่อง ๑ มียศ ๑ มีโภคทรัพย์มากมายใครๆ ลักไม่ได้ ๑ มีภักษามากทุก เมื่อ ๑ มีบริษัทไม่ร้าวรานกันทุกเมื่อ ๑ สัตว์ที่อาศัยแผ่นดินล้วน ยำเกรงเรา ๑ เราได้ไทยธรรมก่อน จะในท่ามกลางสงฆ์ หรือเฉพาะ พระพักตร์ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดก็ตาม พวกทายกเลยองค์ อื่นๆ เสียหมด ถวายแก่เราเท่านั้น ๑ เราได้เสวยอานิสงส์เหล่านี้ เพราะได้ถวายข้าวใหม่ในหมู่สงฆ์ผู้อุดมก่อนนี้ก็เป็นผลแห่งข้าวใหม่ ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใด ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งข้าวใหม่ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุจินติตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๑๘] ในกัปต่อมาจากพระสิทธัตถพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ มีศีลไม่มีที่สุด ทรงยศนับมิได้ เป็นนายก ชั้นเลิศของโลก พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระจักษุ ผู้ทรงอนุเคราะห์ เสด็จ อุบัติขึ้นในโลก กำจัดความมืดมน ฉายพระรัศมีให้มนุษยโลกพร้อม ทั้งเทวโลกสว่างไสว แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็ทรงมีฤทธิ์ ศีล และสมาธิ ไม่มีสิ่งอื่นเทียมถึง ทรงบรรลุถึงความสำเร็จในธรรม ทั้งปวงแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร พระองค์ทรงแสดงธรรม สั่งสอนถึงความบริสุทธิ์ไปในหมื่นโลกธาตุ ในพระธรรมเทศนาครั้ง ที่ ๑ สัตว์ได้ตรัสรู้ร้อยโกฏิ ครั้งที่ ๒ เก้าสิบโกฏิ ครั้งที่ ๓ หกสิบ โกฏิ ครั้งนั้น พระองค์ทรงเปลื้องมนุษย์และเทวดาที่มาประชุมกัน ให้หลุดพ้นจากกิเลสเครื่องผูก พระองค์ทรงมีการประชุมพระภิกษุ ขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้บานแล้วด้วยวิมุติ มาประชุม กันหนึ่งแสน ครั้งที่ ๒ เก้าโกฏิ ครั้งที่ ๓ แปดโกฏิ สมัยนั้น เราเป็นพระมหากษัตริย์พระนามว่าสุชาต ละทิ้งโภคสมบัติเป็น อันมากแล้ว ออกบวชเป็นฤาษี เมื่อเราบวชแล้ว พระพุทธเจ้าผู้เป็น นายกของโลกจึงเสด็จอุบัติ เพราะได้ฟังเสียงว่าพุทโธ ปีติจึงเกิดแก่ เรา เราผู้กำจัดมานะแล้ว เอามือทั้งสองประคองดอกมณฑารพ ดอก ปทุม และดอกปาริชาต เข้าไปเฝ้า เราเอาดอกไม้นั้นถือกั้นเป็นร่ม ให้พระติสสชินเจ้า ผู้แวดล้อมด้วยพระรัศมีอันปรากฏ ผู้เป็นนายก ชั้นเลิศของโลก ในกาลนั้น แม้พระองค์ก็ประทับนั่งท่ามกลาง ประชุมชน ทรงพยากรณ์เราว่า ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ ผู้นี้จักได้ เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ........................... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วยัง จิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการยิ่งขึ้น พระนครชื่อว่าเขมกะ พระบรมกษัตริย์พระนามว่า ชนสันทะ เป็นพระชนกของพระติสสศาสดา พระนางปทุมา เป็น พระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เจ็ดพันปี ทรงมี ปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อคุณเสลา นาทิยะ และนิสภะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสามหมื่นนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสุภัททา พระราชโอรสพระนามว่าอานันทะ พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วย อัสวราชยาน ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ครึ่งเดือนเต็ม พระติสสมหาวีรเจ้า ผู้เป็นนายกชั้นเลิศของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศ พระธรรมจักร ที่ยสวดีทายวันอันประเสริฐ ทรงมีพระพรหมเทว เถระและพระอุทยเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าสมคะ เป็น พระพุทธอุปัฏฐาก พระผุสสาเถรีและพระสุทัตตาเถรี เป็นพระอัคร สาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่าไม้ประดู่ สัมพล อุบาสกและศิริอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก กิสาโคตมีอุบาสิกาและ อุปเสนาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา แม้พระพุทธชินเจ้าพระองค์ นั้น ก็มีพระองค์สูง ๖๐ ศอก ไม่มีผู้เปรียบ ไม่มีผู้เสมอเหมือน ทรงปรากฏดังขุนเขาหิมวันต์ แม้พระองค์ผู้มีเดชหาเทียบเคียงมิได้ มีพระจักษุ ทรงมีพระชนมายุมาก ดำรงอยู่ในโลกแสนปี พระองค์ ทรงเสวยพระยศใหญ่ อุดม ประเสริฐสุด ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟ เสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระองค์เสด็จนิพพานพร้อมด้วย พระสาวกดังเมฆหายไปเพราะลม น้ำค้างหายไปเพราะพระอาทิตย์ ความมืดหายไปเพราะแสงไฟ ฉะนั้น พระติสสพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ นันทาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์ สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ที่นันทารามนั้น ฉะนี้แล. [๑๘] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นเทพบุตรชื่อว่าธัมโม มีอานุภาพมาก มีฤทธิ์มาก บริวารมากเป็นผู้อนุเคราะห์แก่โลกทั้งปวง เราชักชวนให้ มหาชนสมาทานกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ เที่ยวไปยังบ้านและนิคม มีมิตรสหาย มีบริวารชน ในกาลนั้น เทพบุตรลามก เป็นผู้ตระหนี่ แสดงอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ แม้เทพบุตรนั้น ก็เที่ยวไปใน แผ่นดินนี้ มีมิตรสหาย มีบริวารชน เราทั้งสอง คือ ธรรมวาที เทพบุตรและอธรรมวาทีเทพบุตร เป็นข้าศึกแก่กัน เราทั้งสองนั่งรถ สวนทางกันมา ชนรถของกันและกันที่แอกรถ การทะเลาะวิวาทอัน น่าสะพรึงกลัวย่อมเป็นไปแก่เทพบุตรทั้งสองผู้ประกอบด้วยกัลยาณธรรม และบาปธรรม มหาสงครามปรากฏแล้ว เพื่อต้องการจะให้กันและ กันหลีกทาง ถ้าเราพึงโกรธเคืองอธรรมเทพบุตรนั้น ถ้าเราพึงทำลาย ตบะคุณเราพึงทำอธรรมเทพบุตรนั้นพร้อมทั้งบริวารให้เป็นดุจธุลีได้ แต่เพื่อจะรักษาศีลไว้ เราจึงระงับความปรารถนาแห่งใจเสียพร้อมทั้ง บริษัท ได้หลีกทางให้แก่อธรรมวาทีเทพบุตร พร้อมกับเมื่อเราหลีก จากทาง ทำการระงับจิตได้ แผ่นดินได้ให้ช่องแก่อธรรมเทพบุตร ในขณะนั้น ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (138 ประโยค)
tha-ap430:1.1 #
นคเร หํสวติยา🤖 AI จับคู่
“Nagare haṁsavatiyā,
tha-ap430:1.2 #
อโหสึ กสโก ตทา🤖 AI จับคู่
ahosiṁ kassako tadā;
tha-ap430:1.3 #
กสิกมฺเมน ชีวามิ🤖 AI จับคู่
Kasikammena jīvāmi,
tha-ap430:1.4 #
เตน โปเสมิ ทารเก ฯ🤖 AI จับคู่
tena posemi dārake.
tha-ap430:2.1 #
สุสมฺปนฺนํ ตทา เขตฺตํ🤖 AI จับคู่
Susampannaṁ tadā khettaṁ,
อ้างอิงPTS 2.386
tha-ap430:2.2 #
ธญฺญํ เม ผลินํ อหุ🤖 AI จับคู่
Dhaññaṁ me phalinaṁ ahu;
tha-ap430:2.3 #
ปากกาเลว สมฺปตฺเต🤖 AI จับคู่
Pākakāle ca sampatte,
tha-ap430:2.4 #
เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ🤖 AI จับคู่
Evaṁ cintesahaṁ tadā.
tha-ap430:3.1 #
น ๑- เมจฺฉนฺนํ น ปฏิรูปํ🤖 AI จับคู่
Nacchannaṁ nappatirūpaṁ,
tha-ap430:3.2 #
ชานนฺตสฺส คุณาคุณํ🤖 AI จับคู่
jānantassa guṇāguṇaṁ;
tha-ap430:3.3 #
โยหํ สงฺเฆ อทตฺวาน🤖 AI จับคู่
Yohaṁ saṅghe adatvāna,
tha-ap430:3.4 #
อคฺคํ ภุญฺเชยฺยมตฺตนา ๒- ฯ |๑๘.๑๑๐| สมฺ🤖 AI จับคู่
aggaṁ bhuñjeyya ce tadā.
tha-ap430:4.1 #
พุทฺโธ อสโม โลเก🤖 AI จับคู่
Ayaṁ buddho asamasamo,
tha-ap430:4.2 #
ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ🤖 AI จับคู่
dvattiṁsavaralakkhaṇo;
tha-ap430:4.3 #
ตโต จ ภาวิโต สงฺโฆ🤖 AI จับคู่
Tato pabhāvito saṅgho,
tha-ap430:4.4 #
ปุญฺญกฺเขตฺตํ ๓- อนุตฺตรํ ฯ🤖 AI จับคู่
puññakkhetto anuttaro.
tha-ap430:5.1 #
ตตฺถ ทสฺสามิหํ ทานํ🤖 AI จับคู่
Tattha dassāmahaṁ dānaṁ,
tha-ap430:5.2 #
นวสสฺสํ ปุเร ปุเร🤖 AI จับคู่
navasassaṁ pure pure;
tha-ap430:5.3 #
เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Evāhaṁ cintayitvāna,
tha-ap430:5.4 #
หฏฺโฐ ปีติกมานโส ๔- ฯ🤖 AI จับคู่
haṭṭho pīṇitamānaso.
tha-ap430:6.1 #
เขตฺตโต ธญฺญมาหริตฺวา🤖 AI จับคู่
Khettato dhaññamāhatvā,
tha-ap430:6.2 #
สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมึ🤖 AI จับคู่
sambuddhaṁ upasaṅkamiṁ;
tha-ap430:6.3 #
อุปสงฺกมฺม สมฺพุทฺธํ🤖 AI จับคู่
Upasaṅkamma sambuddhaṁ,
tha-ap430:6.4 #
โลกเชฏฺฐํ นราสภํ ฯ🤖 AI จับคู่
lokajeṭṭhaṁ narāsabhaṁ;
tha-ap430:6.5 #
วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท🤖 AI จับคู่
Vanditvā satthuno pāde,
tha-ap430:6.6 #
อิทํ วจนมพฺรวึ🤖 AI จับคู่
idaṁ vacanamabraviṁ.
tha-ap430:7.1 #
นวสสฺสญฺจ สมฺปนฺนํ🤖 AI จับคู่
‘Navasassañca sampannaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.37
tha-ap430:7.2 #
อิธ โหสิ จ ตฺวํ ๕- มุเน ฯ🤖 AI จับคู่
āyāgosi ca tvaṁ mune;
tha-ap430:7.3 #
อนุกมฺปํ อุปาทาย🤖 AI จับคู่
Anukampamupādāya,
tha-ap430:7.4 #
อธิวาเสหิ จกฺขุม🤖 AI จับคู่
adhivāsehi cakkhuma’.
tha-ap430:8.1 #
ปทุมุตฺตโร โลกวิทู🤖 AI จับคู่
Padumuttaro lokavidū,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.11
tha-ap430:8.2 #
อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ฯ🤖 AI จับคู่
āhutīnaṁ paṭiggaho;
tha-ap430:8.3 #
มม สงฺกปฺปมญฺญาย🤖 AI จับคู่
Mama saṅkappamaññāya,
tha-ap430:8.4 #
อิทํ วจนมพฺรวิ🤖 AI จับคู่
idaṁ vacanamabravi.
tha-ap430:9.1 #
จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา🤖 AI จับคู่
‘Cattāro ca paṭipannā,
tha-ap430:9.2 #
จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา ฯ🤖 AI จับคู่
cattāro ca phale ṭhitā;
tha-ap430:9.3 #
เอส สงฺโฆ อุชุภูโต🤖 AI จับคู่
Esa saṅgho ujubhūto,
tha-ap430:9.4 #
ปญฺญาสีลสมาหิโต🤖 AI จับคู่
paññāsīlasamāhito;
tha-ap430:9.5 #
ยชนฺตานํ มนุสฺสานํ🤖 AI จับคู่
Yajantānaṁ manussānaṁ,
tha-ap430:9.6 #
ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ ฯ🤖 AI จับคู่
puññapekkhāna pāṇinaṁ.
tha-ap430:10.1 #
กโรตํ อุปจิกํ ๑- ปุญฺญํ🤖 AI จับคู่
Karotopadhikaṁ puññaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.106
tha-ap430:10.2 #
สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ🤖 AI จับคู่
saṅghe dinnaṁ mahapphalaṁ;
tha-ap430:10.3 #
ตสฺมึ สงฺเฆ จ ทาตพฺพํ🤖 AI จับคู่
Tasmiṁ saṅgheva dātabbaṁ,
tha-ap430:10.4 #
ตว สสฺสํ ตเถตรํ ฯ🤖 AI จับคู่
tava sassaṁ tathetaraṁ.
tha-ap430:11.1 #
สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Saṅghato uddisitvāna,
tha-ap430:11.2 #
ภิกฺขู เนตฺวา สกํ ฆรํ🤖 AI จับคู่
bhikkhū netvāna saṅgharaṁ;
tha-ap430:11.3 #
ปฏิยตฺตํ ฆเร สนฺตํ🤖 AI จับคู่
Paṭiyattaṁ ghare santaṁ,
tha-ap430:11.4 #
ภิกฺขุสงฺฆสฺส เทหิ ตฺวํ ฯ🤖 AI จับคู่
bhikkhusaṅghassa dehi tvaṁ’.
tha-ap430:12.1 #
สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Saṅghato uddisitvāna,
tha-ap430:12.2 #
ภิกฺขู เนตฺวานหํ ฆรํ🤖 AI จับคู่
bhikkhū netvāna saṅgharaṁ;
tha-ap430:12.3 #
ยํ ฆเร ปฏิยตฺตํ เม🤖 AI จับคู่
Yaṁ ghare paṭiyattaṁ me,
tha-ap430:12.4 #
ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ🤖 AI จับคู่
bhikkhusaṅghassadāsahaṁ.
tha-ap430:13.1 #
เตน กมฺเมน สุกเตน🤖 AI จับคู่
Tena kammena sukatena,
tha-ap430:13.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ🤖 AI จับคู่
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap430:13.3 #
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ🤖 AI จับคู่
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
tha-ap430:13.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ🤖 AI จับคู่
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
tha-ap430:14.1 #
ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ🤖 AI จับคู่
Tattha me sukataṁ byamhaṁ,
tha-ap430:14.2 #
โสวณฺณํ สุปภสฺสรํ🤖 AI จับคู่
sovaṇṇaṁ sappabhassaraṁ;
tha-ap430:14.3 #
สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ🤖 AI จับคู่
Saṭṭhiyojanamubbedhaṁ,
tha-ap430:14.4 #
ตึสโยชนวิตฺถตํ ฯ🤖 AI จับคู่
tiṁsayojanavitthataṁ.
tha-ap430:15.1 #
เอกูนวีสติมํ ภาณวารํ ฯ🤖 AI จับคู่
Ekūnavīsatimaṁ bhāṇavāraṁ.
tha-ap430:16.1 #
อากิณฺณํ ภวนํ มยฺหํ🤖 AI จับคู่
Ākiṇṇaṁ bhavanaṁ mayhaṁ,
tha-ap430:16.2 #
นารีคณสมากุลํ🤖 AI จับคู่
nārīgaṇasamākulaṁ;
tha-ap430:16.3 #
ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ🤖 AI จับคู่
Tattha bhutvā pivitvā ca,
tha-ap430:16.4 #
วสามิ ติทเส อหํ ฯ🤖 AI จับคู่
vasāmi tidase ahaṁ.
tha-ap430:17.1 #
สตานํ ตึสกฺขตฺตุํ ๑- จ🤖 AI จับคู่
Satānaṁ tīṇikkhattuñca,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.38
tha-ap430:17.2 #
เทวรชฺชมการยึ🤖 AI จับคู่
devarajjamakārayiṁ;
tha-ap430:17.3 #
สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชมการยึ ฯ |๑๘.๑๒๓| สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ🤖 AI จับคู่
Satānaṁ pañcakkhattuñca,
tha-ap430:17.4 #
จกฺกวตฺติ อโหสหํ🤖 AI จับคู่
cakkavattī ahosahaṁ;
tha-ap430:17.5 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ🤖 AI จับคู่
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
tha-ap430:17.6 #
คณนาโต อสงฺขยํ ฯ🤖 AI จับคู่
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
tha-ap430:18.1 #
ภวาภเว สํสรนฺโต🤖 AI จับคู่
Bhavābhave saṁsaranto,
อ้างอิงPTS 2.387
tha-ap430:18.2 #
ลภามิ อมิตํ ธนํ🤖 AI จับคู่
labhāmi amitaṁ dhanaṁ;
tha-ap430:18.3 #
โภเค เม อูนตา นตฺถิ🤖 AI จับคู่
Bhoge me ūnatā natthi,
tha-ap430:18.4 #
นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
navasassassidaṁ phalaṁ.
tha-ap430:19.1 #
หตฺถิยานํ อสฺสยานํ🤖 AI จับคู่
Hatthiyānaṁ assayānaṁ,
tha-ap430:19.2 #
สิวิกํ สนฺทมานิกํ🤖 AI จับคู่
sivikaṁ sandamānikaṁ;
tha-ap430:19.3 #
ลภามิ สพฺพเมเวตํ🤖 AI จับคู่
Labhāmi sabbamevetaṁ,
tha-ap430:19.4 #
นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
navasassassidaṁ phalaṁ.
tha-ap430:20.1 #
นววตฺถํ นวผลํ🤖 AI จับคู่
Navavatthaṁ navaphalaṁ,
tha-ap430:20.2 #
นวคฺครสโภชนํ🤖 AI จับคู่
navaggarasabhojanaṁ;
tha-ap430:20.3 #
ลภามิ สพฺพเมเวตํ🤖 AI จับคู่
Labhāmi sabbamevetaṁ,
tha-ap430:20.4 #
นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
navasassassidaṁ phalaṁ.
tha-ap430:21.1 #
โกเสยฺยํ กมฺพลิยานิ🤖 AI จับคู่
Koseyyakambaliyāni,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.12
tha-ap430:21.2 #
โขมกปฺปาสิกานิ จ🤖 AI จับคู่
khomakappāsikāni ca;
tha-ap430:21.3 #
ลภามิ สพฺพเมเวตํ🤖 AI จับคู่
Labhāmi sabbamevetaṁ,
tha-ap430:21.4 #
นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
navasassassidaṁ phalaṁ.
tha-ap430:22.1 #
ทาสีคณํ ทาสคณํ🤖 AI จับคู่
Dāsīgaṇaṁ dāsagaṇaṁ,
tha-ap430:22.2 #
นาริโย สมลงฺกตา🤖 AI จับคู่
nāriyo ca alaṅkatā;
tha-ap430:22.3 #
ลภามิ สพฺพเมเวตํ🤖 AI จับคู่
Labhāmi sabbamevetaṁ,
tha-ap430:22.4 #
นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
navasassassidaṁ phalaṁ.
tha-ap430:23.1 #
น มํ สีตํ ว อุณฺหํ วา🤖 AI จับคู่
Na maṁ sītaṁ vā uṇhaṁ vā,
tha-ap430:23.2 #
ปริฬาโห น วิชฺชติ🤖 AI จับคู่
pariḷāho na vijjati;
tha-ap430:23.3 #
อโถ เจตสิกํ ทุกฺขํ🤖 AI จับคู่
Atho cetasikaṁ dukkhaṁ,
tha-ap430:23.4 #
หทเย เม น วิชฺชติ ฯ🤖 AI จับคู่
hadaye me na vijjati.
tha-ap430:24.1 #
อิมํ ขาท อิมํ ภุญฺช🤖 AI จับคู่
Idaṁ khāda idaṁ bhuñja,
tha-ap430:24.2 #
อิมมฺหิ สยเน สย🤖 AI จับคู่
imamhi sayane saya;
tha-ap430:24.3 #
ลภามิ สพฺพเมเวตํ🤖 AI จับคู่
Labhāmi sabbamevetaṁ,
tha-ap430:24.4 #
นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
navasassassidaṁ phalaṁ.
tha-ap430:25.1 #
อยํ ปจฺฉิมโก ทานิ🤖 AI จับคู่
Ayaṁ pacchimako dāni,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.108
tha-ap430:25.2 #
จริโม วตฺตเต ภโว🤖 AI จับคู่
carimo vattate bhavo;
tha-ap430:25.3 #
อชฺชาปิ เทยฺยธมฺโม ๒- เม มม🤖 AI จับคู่
Ajjāpi deyyadhammo me,
tha-ap430:25.4 #
ํ ๓- โตเสติ สพฺพทา ฯ🤖 AI จับคู่
phalaṁ tosesi sabbadā.
tha-ap430:26.1 #
นวสสฺสํ ททิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Navasassaṁ daditvāna,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.39
tha-ap430:26.2 #
สงฺเฆ คณวรุตฺตเม🤖 AI จับคู่
saṅghe gaṇavaruttame;
tha-ap430:26.3 #
อฏฺฐานิสํเส อนุโภมิ🤖 AI จับคู่
Aṭṭhānisaṁse anubhomi,
tha-ap430:26.4 #
กมฺมานุจฺฉวิเก มม ฯ🤖 AI จับคู่
kammānucchavike mama.
tha-ap430:27.1 #
วณฺณวา ยสวา โหมิ🤖 AI จับคู่
Vaṇṇavā yasavā homi,
tha-ap430:27.2 #
มหาโภโค อนีติโก🤖 AI จับคู่
mahābhogo anītiko;
tha-ap430:27.3 #
มหาภกฺโข ๑- สทา โหมิ🤖 AI จับคู่
Mahāpakkho sadā homi,
tha-ap430:27.4 #
อเภชฺชปริโส สทา ฯ🤖 AI จับคู่
abhejjapariso sadā.
tha-ap430:28.1 #
สพฺเพ มํ อปจายนฺติ🤖 AI จับคู่
Sabbe maṁ apacāyanti,
tha-ap430:28.2 #
เยเกจิ ปฐวิสฺสิตา🤖 AI จับคู่
ye keci pathavissitā;
tha-ap430:28.3 #
เทยฺยธมฺโม จ โยโกจิ🤖 AI จับคู่
Deyyadhammā ca ye keci,
tha-ap430:28.4 #
ปุเร ปุเร ลภามิหํ ฯ🤖 AI จับคู่
pure pure labhāmahaṁ.
tha-ap430:29.1 #
ภิกฺขุสงฺฆสฺส วา มชฺเฌ🤖 AI จับคู่
Bhikkhusaṅghassa vā majjhe,
tha-ap430:29.2 #
พุทฺธเสฏฺฐสฺส สมฺมุขา🤖 AI จับคู่
buddhaseṭṭhassa sammukhā;
tha-ap430:29.3 #
สพฺเพปิ สมติกฺกมฺม🤖 AI จับคู่
Sabbepi samatikkamma,
tha-ap430:29.4 #
เทนฺติ มเมว ทายกา ฯ🤖 AI จับคู่
denti mameva dāyakā.
tha-ap430:30.1 #
ปฐมํ นวสสฺสญฺหิ🤖 AI จับคู่
Paṭhamaṁ navasassañhi,
tha-ap430:30.2 #
ทตฺวา สงฺเฆ คณุตฺตเม🤖 AI จับคู่
datvā saṅghe gaṇuttame;
tha-ap430:30.3 #
อิมานิสํเส อนุโภมิ🤖 AI จับคู่
Imānisaṁse anubhomi,
tha-ap430:30.4 #
นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
navasassassidaṁ phalaṁ.
tha-ap430:31.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Satasahassito kappe,
tha-ap430:31.2 #
ยํ ทานมททึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ dānamadadiṁ tadā;
tha-ap430:31.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap430:31.4 #
นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
navasassassidaṁ phalaṁ.
tha-ap430:32.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap430:32.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap430:32.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap430:33.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap430:33.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap430:33.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap430:34.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap430:34.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap430:34.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap430:35.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุจินฺติโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā sucintito thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap430:36.1 #
สุจินฺติตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มหาปกฺโข ฯ นวมํ โสณฺณกึกณิยตฺเถราปทานํ ๑- (๔๒๙) [๑๘] |๑๘.๑| สิทฺธตฺถสฺส อปเรน อสโม อปฺปฏิปุคฺคโล อนนฺตสีโล ๑- อมิตยโส ติสฺโส โลกคฺคนายโก ฯ |๑๘.๒| ตมนฺธการํ วิธมิตฺวา โอภาเสตฺวา สเทวกํ อนุกมฺปโก มหาวีโร โลเก อุปฺปชฺชิ จกฺขุมา ฯ |๑๘.๓| ตสฺสาปิ อตุลา อิทฺธิ อตุลา ๒- สีลสมาธิโย สพฺพตฺถ ปารมึ คนฺตฺวา ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ ฯ |๑๘.๔| โส พุทฺโธ ทสสหสฺสมฺหิ วิญฺญาเปสิ คิรํ สุจึ โกฏิสตานิ ๓- อภิสมึสุ ปฐเม ธมฺมเทสเน ฯ |๑๘.๕| ทุติโย นวุติโกฏีนํ ตติเย ๔- สฏฺฐิโกฏิโย พนฺธนาโต ๕- ปโมเจสิ สมฺปตฺเต ๖- นรมรู ตทา ฯ |๑๘.๖| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ติสฺสสฺส ๗- จ มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๑๘.๗| ขีณาสวสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม นวุติสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อนนฺตเตโช ฯ ๒ ม. อตุลํ สีลํ สมาธิ จ ฯ ยุ. อตุลสีลสมาธี จ ฯ@๓ ยุ. โกฏิสตสหสฺสานิ สมึสฺ ฯ ๔ ม. ตติโย ฯ ๕ ยุ. พนฺธนา โส ฯ@๖ ม. สตฺเต -- ฯ ๗ ม. ยุ. ติสฺเส โลกคฺคนายเก ฯ |๑๘.๘| อสีติสตสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม ขีณาสวานํ วิมลานํ ปุปฺผิตานํ วิมุตฺติยา ฯ |๑๘.๙| อหนฺเตน สมเยน สุชาโต นาม ขตฺติโย มหาโภคํ ฉฑฺฑยิตฺวา ปพฺพชึ อิสิปพฺพชฺชํ ฯ |๑๘.๑๐| มยิ ปพฺพชิเต สนฺเต อุปฺปชฺชิ โลกนายโก พุทฺโธติ สทฺทํ สุตฺวาน ปีติ เม อุปปชฺชถ ฯ |๑๘.๑๑| ทิพฺพํ มนฺทารวํ ปุปฺผํ ปทุมํ ปาริฉตฺตกํ อุโภ หตฺเถหิ ปคฺคยฺห ธุนมาโน อุปาคมึ ฯ |๑๘.๑๒| ปาตุวณฺณปริวุตํ ติสฺสํ โลกคฺคนายกํ ตมหํ ปุปฺผํ คเหตฺวาน มตฺถเก ธารเย ๑- ชินํ ฯ |๑๘.๑๓| โสปิ มํ ตทา ๒- พฺยากาสิ ชนมชฺเฌ นิสีทิย ทฺวานวุเต อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๑๔| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๑๘.๑๕| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๑๘.๑๖| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๑๘.๑๗| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ธารยึ ฯ ๒ ม. ยุ. พุทฺโธ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ |๑๘.๑๘| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๑๘.๑๙| โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๑๘.๒๐| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๑๘.๒๑| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๑๘.๒๒| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๑๘.๒๓| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๑๘.๒๔| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๑๘.๒๕| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๘.๒๖| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๑๘.๒๗| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๘.๒๘| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๑๘.๒๙| เขมกํ นาม นครํ ชนสนฺโท ๑- นาม ขตฺติโย ปทุมา นาม ชนิกา ติสฺสสฺส จ มเหสิโน ฯ |๑๘.๓๐| สตฺตวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส คุณเสลานาทิยนิสโภ ๒- ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๑๘.๓๑| สมตึสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา สุภทฺทา นาม ๓- สา นารี อานนฺโท นาม อตฺรโช ฯ |๑๘.๓๒| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา อสฺสยาเนน นิกฺขมิ อนูนกํ ๔- อฑฺฒมาสํ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๑๘.๓๓| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ติสฺโส โลกคฺคนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร ยสวตีทายมุตฺตเม ๕- ฯ |๑๘.๓๔| พฺรหฺมเทโว จ อุทโย จ อเหสุํ อคฺคสาวกา สมโค ๖- นามุปฏฺฐาโก ติสฺสสฺส จ มเหสิโน ฯ |๑๘.๓๕| ผุสฺสา เจว สุทตฺตา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต อสโนติ ปวุจฺจติ ฯ |๑๘.๓๖| สมฺพโล จ สิริ เจว อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา กีสาโคตมี อุปเสนา อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ชนสนฺโธ ฯ ๒ ม. คุหเสลนาริสยนิสภา ฯ ยุ. คฺหเสลนารีนิสภา ฯ@๓ ม. นามิกา ฯ ๔ ม. อนูนอฏฺฐมาสานิ ฯ ยุ. อนูนกํ อฏฺฐมาสํ ฯ ๕ ม.@ยุ. ยสวตียมุตฺตเม ฯ ๖ ม. ยุ. สมงฺโค ฯ โสปิ พุทฺโธ สฏฺฐิรตโน อหุ อุจฺจตฺตเน ชิโน อนูปโม อสทิโส หิมวา วิย ทิสฺสติ ฯ |๑๘.๓๗| ตสฺสาปิ อตุลเตชสฺส อายุ อาสิ อนุตฺตโร วสฺสสตสหสฺสานิ โลเก อฏฺฐาสิ จกฺขุมา ฯ |๑๘.๓๘| อุตฺตมํ ปวรํ เสฏฺฐํ อนุโภตฺวา มหายสํ ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ |๑๘.๓๙| วลาหโกว อนิเลน สุริเยน วิย อุสฺสโว อนฺธกาโรว ทีเปน ๑- นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ |๑๘.๔๐| ติสฺโส ชินวโร พุทฺโธ นนฺทารามมฺหิ นิพฺพุโต ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป ตีณิ โยชนสมุสฺสิโตติ ฯ ติสฺสพุทฺธวํโส สตฺตรสโม ฯ อฏฺฐารสโม ปุสฺสพุทฺธวํโส ๒- [๑๘] |๑๘.๖๕| ปุนาปรํ ยทา โหมิ มเหสกฺโข ๑- มหิทฺธิโก ธมฺโม นาม มหายกฺโข สพฺพโลกานุกมฺปโก ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. มหาปกฺโข ฯ ยุ. มหายกฺโข ฯ |๑๘.๖๖| ทส กุสลกมฺมปเถ สมาทเปนฺโต มหาชนํ จรามิ คามนิคมํ สมิตฺโต สปริชโน ฯ |๑๘.๖๗| ปาโป กทริโย ยกฺโข ทีเปนฺโต ทส ปาปเก โสเปตฺถ มหิยา จรติ สมิตฺโต สปริชโน ฯ |๑๘.๖๘| ธมฺมวาที อธมฺโม จ อุโภ ปจฺจนิกา มยํ ธุเร ธุรํ ฆฏยนฺตา สมิมฺหา ปฏิปเถ อุโภ ฯ |๑๘.๖๙| กลโห วตฺตตี เภสฺมา ๑- กลฺยาณปาปกสฺส จ มคฺคา อุกฺกมนตฺถาย ๒- มหายุทฺโธ อุปฏฺฐิโต ฯ |๑๘.๗๐| ยทิหนฺตสฺส ปกุปฺเปยฺยํ ยทิ ภินฺเท ตโปคุณํ สห ปริชนนฺตสฺส รชภูตํ กเรยฺยหํ ฯ |๑๘.๗๑| อปิจาหํ สีลรกฺขาย นิพฺพาเปตฺวาน มานสํ สห ชเนนุกฺกมิตฺวา ๓- ปถํ ปาปสฺสทาสหํ ฯ |๑๘.๗๒| สห ปถโต อุกฺกนฺเต ๔- กตฺวา จิตฺตสฺส นิพฺพุตึ วิวรํ อทาสิ ปฐวี ปาปยกฺขสฺส ตาวเทติ ฯ ธมฺมเทวปุตฺตจริยํ อฏฺฐมํ ฯ นวมํ ชยทิสจริยํ🤖 AI จับคู่
Sucintitattherassāpadānaṁ aṭṭhamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน