‹ กลับ
อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่นแปดพัน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 170 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๖๐๗๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๗๐] ภิกษุณีที่มีสมภพในศากิยสกุล ๑๘,๐๐๐ มีพระยโสธราเถรีเป็น ประธาน เข้าเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ภิกษุณีทั้ง ๑๘,๐๐๐ ล้วนแต่ผู้มี ฤทธิ์ ถวายบังคมพระยุคบาทแห่งพระมุนี ได้กราบทูลตามกำลังว่า ข้าแต่พระมหามุนีผู้นายก หม่อมฉันทั้งหลายมีชาติ ชรา พยาธิและ มรณะสิ้นแล้ว ย่อมถึงอมตบทอันสงบไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระมหา- มุนีผู้เป็นนายกชั้นพิเศษประชาชนย่อมรู้ความผิด คือ ความพลั้ง- พลาดที่มีในก่อนของหม่อมฉัน ทั้งปวง ขอพระองค์โปรดประทาน โทษแก่หม่อมฉันทั้งหลายเถิด. พระบรมศาสดาตรัสว่า ท่านทั้งหลายเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของเรา จงแสดงฤทธิ์และ ตัดความสงสัยของบริษัททั้งมวลเถิดฯ ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระยโสธราเถรีผู้เป็นปชาบดีแห่งพระองค์ เมื่อยังดำรงอยู่ในอคารวิสัย เป็นที่พอพระทัยน่ารัก น่าชมทุกอย่าง เป็นหัวหน้าแห่งสตรี ๑๙๖,๐๐๐ ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร หม่อมฉันทั้งหลายนั้นเป็นอิสระกว่าสตรีทั้งสิ้น สมบูรณ์ด้วยรูป สมาบัติและอาจารสมบัติ ดำรงอยู่ในความเจริญ มีวาจาเป็นที่รัก สตรีทั้งปวงย่อมเคารพเหมือนพวกมนุษย์เคารพเทวดา สตรีที่มี สมภพในศากิยวงศ์ ๑๘,๐๐๐ มีพระยโสธราเถรี เป็นประมุขเป็น ใหญ่ ข้าแต่พระมหามุนี พระยโสธราเถรีล่วงกามธาตุ ดำรงอยู่ ในรูปธาตุ สตรีหนึ่งพันมิได้มีคนไหนมีรูปเหมือนพระเถรีนั้น ท่าน พระยโสธราเถรีจงถวายอภิวาทพระสัมพุทธเจ้าแสดงฤทธิ์ถวายเถิด ภิกษุณีมีพระยโสธราเถรีเป็นต้นนั้นแสดงฤทธิ์ชนิดต่างๆ เป็น อันมาก แสดงกายเท่าภูเขาจักรวาล แสดงศีรษะเท่าอุตรกุรุทวีป แสดงแขนสองข้างเท่าทวีปทั้งสอง แสดงสรีระเป็นต้นหว้าประจำ ทวีป มีกิ่งด้านใต้มีลูกเป็นพวงกิ่งต่างๆ มีลูกดก แสดงดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์เป็นนัยน์ตา แสดงเขาสุเมรุเป็นกระหม่อม แสดงเขา จักรวาลเป็นหน้าเอาต้นหว้าพร้อมทั้งรากเดินพัดเข้ามาถวายบังคม พระโลกนายกแสดงเพศช้าง เพศม้า ภูเขา ทะเล ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ เขาสุเมรุและเพศท้าวสักกเทวราช ข้าแต่พระวีรเจ้าผู้มี- พระจักษุ เป็นนายกของนรชน พระยโสธราเถรีและหม่อมฉัน ทั้งหลาย ขอถวายบังคมพระยุคลบาท เป็นผู้สำเร็จแล้วด้วยกุศล ธรรมที่อบรมมานานเพื่อพระองค์ ข้าแต่พระมหามุนีหม่อมฉัน ทั้งหลายเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ มีความชำนาญในทิพโสตธาตุ มีความชำนาญในเจโตปริยญาณ รู้ปุพเพนิวาสญาณและทิพจักษุอัน หมดจดวิเศษ มีอาสวะทั้งปวงหมดสิ้นแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก ข้าแต่พระมหาวีรเจ้าหม่อมฉันทั้งหลายมีญาณในอรรถะ ธรรมะ นิรุติและปฏิญาณเกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์ หม่อมฉัน ทั้งหลายแสดงความสมาคมแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้เป็นนาถะ ของโลกแต่ข้าพระมหามุนี อธิการเป็นอันมากของหม่อมฉันทั้งหลาย ย่อมเป็นประโยชน์แก่พระองค์ ขอพระองค์ทรงระลึกถึงกุศลกรรม เก่าของหม่อมฉันทั้งหลายเถิด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้าหม่อมฉัน ทั้งหลายสั่งสมบุญ ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์หม่อมฉันทั้งหลาย งดเว้นอนาจารในสถานที่ไม่ควร แม้ชีวิตก็ยอมสละเพื่อประโยชน์ พระองค์ ข้าแต่พระมหามุนีพระองค์ประทานหม่อมฉันทั้งหลาย เพื่อต้องการให้เป็นภรรยาของผู้อื่นหลายพันโกฏิกัป ก็เพื่อประโยชน์ แก่พระองค์ หม่อมฉันทั้งหลายมิได้เสียใจ ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์ประทานหม่อมฉันทั้งหลายเพื่ออุปการะหลายพันโกฏิกับ เพื่อ ประโยชน์แก่พระองค์ หม่อมฉันทั้งหลายมิได้เสียใจในเรื่องนี้เลย ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์ประทานหม่อมฉันทั้งหลาย เพื่อ ประโยชน์เป็นอาหารหลายพันโกฏิกัป เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ หม่อมฉันทั้งหลาย มิได้เสียใจในเรื่องนี้เลยหม่อมฉันทั้งหลายยอม สละชีวิต ทำความพ้นภัยหลายพันโกฏิกัป ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายไม่เคยหวงเครื่องประดับ และผ้ามากชนิดซึ่งอยู่ที่ ตัว และภัณฑะคือ ตัวหญิงเพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ข้าแต่ พระมหามุนีมหาวีรเจ้า ทรัพย์ ข้าวเปลือก ปัจจัยเครื่องบริจาค บ้าน นิคม นา บุตร ธิดา ช้าง ม้า โค ทาสี ภรรยา มากนับไม่ ถ้วน พระองค์ทรงบริจาคแล้ว เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ พระองค์ ตรัสบอกหม่อมฉันทั้งหลายว่า เราทั้งหลายจักให้ทานกะพวกยาจก เมื่อเราให้ทานอันอุดมเราทั้งหลายก็ไม่เห็นความเสียใจกัน ข้าแต่ พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายยอมรับทุกข์มากมายหลายอย่าง นับไม่ถ้วน ในสงสารเป็นอเนก เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ หม่อมฉันทั้งหลายได้รับความสุข ย่อมอนุโมทนา และในคราวได้ รับทุกข์ก็ไม่เสียใจ เป็นผู้ยินดีแล้วในที่ทุกแห่ง เพื่อประโยชน์แก่ พระองค์ ข้าแต่พระมหามุนี พระสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโดย มรรคาอันสมควรเสวยสุขทุกข์แล้ว ได้บรรลุซึ่งโพธิญาณ หม่อมฉัน ทั้งหลายได้ร่วมกับพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ผู้เป็นนายก ของโลก เป็นเทพผู้ประเสริฐ มาเป็นอันมาก พระองค์ก็ได้ร่วมกับ พระสัมพุทธเจ้าพระองค์อื่นๆ ผู้เป็นนาถะของโลกมาเป็นอันมาก ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า อธิการของหม่อมฉันทั้งหลายมีมากเพื่อ ประโยชน์แก่พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงแสวงหาพุทธธรรมอยู่ หม่อมฉันทั้งหลายก็ยอมเป็นบริจาริการับใช้พระองค์ ในสี่อสงไขย์ แสนกัป พระพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกร เป็นพระมหาวีระ เป็น นายกของโลก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ประชาชนในปัจจันตประเทศ มีใจยินดี นิมนต์พระตถาคตเจ้าแล้ว ช่วยกันแผ้วถางหนทางเป็นที่ เสด็จพระพุทธดำเนิน กาลครั้งนั้น พระองค์เป็นพราหมณ์นามว่า สุเมธตกแต่งหนทางยาว เพื่อพระสุคตเจ้าผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวง คราวนั้น หม่อมฉันทุกคนมีสมภพในสกุลพราหมณ์ ถือดอกบัว เป็นอันมากนำไปสู่สมาคม สมัยนั้น พระพุทธเจ้าทีปังกรผู้มีบริวาร ยศมาก เป็นพระมหาวีระทรงพยากรณ์สุเมธฤาษีผู้มีมนัสสูง เมื่อพระพุทธทีปังกรกำลังทรงประกาศกรรมของสุเมธฤาษีผู้มีมนัสสูง แผ่นดินหวั่นไหวสะเทื้อนสะท้านไปในโลกพร้อมทั้งเทวโลก พวก เทพกัญญา มนุษย์ และหม่อมฉันทั้งหลายกับทั้งเทวดา พากัน บูชาพระองค์ผู้เป็นสุเมธฤาษีด้วยสิ่งของที่ควรบูชาต่างๆ แล้วก็ ปรารถนา พระพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกร ทรงพยากรณ์แก่เขา เหล่านั้นว่า ในวันนี้ ชนเหล่าใดมีความปรารถนา ชนเหล่านั้น จักมีในที่เฉพาะหน้าในกัปอันประมาณมิได้แต่กัปนี้พระพุทธเจ้าทรง พยากรณ์หม่อมฉันทั้งหลาย ด้วยพระวาจาใดหม่อมฉันทั้งหลาย เมื่ออนุโมทนาพระวาจานั้นเป็นผู้ทำกรณียกิจอย่างนี้ หม่อมฉัน ทั้งหลายยังจิตให้เลื่อมใสในกุศลกรรมที่ได้ทำไว้แล้วนั้น จึงได้เสวย สมบัติในกำเนิดเทวดาและมนุษย์นับไม่ถ้วน ครั้นได้เสวยสุขและ ทุกข์ในเทวดาและมนุษย์แล้ว ในภพนี้ซึ่งเป็นภพหลัง จึงมาเกิดใน ศากิยสกุล มีรูปสมบัติ โภคสมบัติ ยศและศีล สมบูรณ์ด้วยองค์ สมบัติทั้งปวงได้รับสักการะอย่างยิ่งในสกุลทั้งหลาย มีลาภ สรรเสริญ และสักการะ พรั่งพร้อมไปด้วยโลกธรรม มีจิตไม่ประกอบด้วยทุกข์ ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ สมจริงตามพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ในกาลนั้น ยโสธรานารี แสดงอุปการะทั้งในภายในราชฐานและแก่ พวกเจ้าในพระนคร มีอุปการะทั้งในยามสุขและในยามทุกข์ เป็นผู้ บอกประโยชน์ให้และทำความอนุเคราะห์ ควรประพฤติธรรมให้เป็น สุจริตไม่ควรประพฤติธรรมให้เป็นทุจริต เพราะว่าบุคคลผู้ประพฤติ ธรรม ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า หม่อมฉันทั้งหลาย ละอคารสถานออกบวช ยังไม่ทันถึงครึ่งเดือนก็บรรลุจตุราริยสัจ คนเป็นอันมากนำจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัชปัจจัยมา ถวาย เหมือลูกคลื่นในทะเล หม่อมฉันทั้งหลายเผากิเลสทั้งหลาย แล้ว ... พระพุทธศาสนา หม่อมฉันทั้งหลายได้ทำเสร็จแล้ว หม่อม- ฉันทั้งหลายได้ทุกขวิบัติมากอย่าง และสุขสมบัติก็มากอย่างเช่นนี้ ถึงพร้อมแล้ว ซึ่งความเป็นผู้บริสุทธิ์ สมบูรณ์ด้วยคุณทั้งปวง บุคคล ผู้ถวายตนของตนแก่พระเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เพื่อประโยชน์ แก่บุญ ก็ย่อมพรั่งพร้อมไปด้วยสหาย ลุถึงนิพพานบทเป็นอสังขตะ กรรมทั้งปวงส่วนอดีตปัจจุบันและอนาคตของหม่อมฉันทั้งหลาย หมดสิ้นไปแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ หม่อมฉันทั้งหลาย ขอถวายบังคมพระยุคลบาท. พระพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อเธอทั้งหลายบอกลาเพื่อจะนิพพาน เราจะกล่าวอะไรให้ยิ่งกะเธอ ทั้งหลายเล่า บุคคลที่เป็นทาสที่นับว่าสัตว์ก็ลุถึงอมตบทแล้ว. ทราบว่า ภิกษุณีหนึ่งหมื่นแปดพันมีพระยโสธราเถรีเป็นหัวหน้า ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ในที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาค ด้วยประการฉะนี้แล ฯ ๑. กุณฑลเกสีเถริยาปทาน ๒. กิสาโคตมีเถริยาปทาน ๓. ธรรมทินนาเถริยาปทาน ๔. สกุลาเถริยาปทาน ๕. นันทาเถริยาปทาน ๖. โสณาเถริยาปทาน ๗. ภัททกาปิลานี เถริยาปทาน ๘. ยโสธราเถริยาปทาน ๙. ทสสหัสสเถริยาปทาน ๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสาน- *มาปทาน บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๔๗๘ คาถา.
เทียบรายประโยค (257 ประโยค)
thi-ap30:0.3 #
10 Yasodharāpamukhaaṭṭhārasabhikkhunīsahassaapadāna
thi-ap30:1.1 #
อฏฺฐารสสหสฺสานิ✎ ร่าง
Aṭṭhārasasahassāni,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.262 · พุทธชยันตี 37.2.174
thi-ap30:1.2 #
ภิกฺขุนี สากิยสมฺภวา✎ ร่าง
bhikkhunī sakyasambhavā;
thi-ap30:1.3 #
ยโสธรีปมุขานิ✎ ร่าง
Yasodharāpamukhāni,
thi-ap30:1.4 #
สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมุํ ฯ✎ ร่าง
sambuddhaṁ upasaṅkamuṁ.
thi-ap30:2.1 #
อฏฺฐารสสหสฺสานิ✎ ร่าง
Aṭṭhārasasahassāni,
thi-ap30:2.2 #
สพฺพา โหนฺติ มหิทฺธิกา✎ ร่าง
sabbā honti mahiddhikā;
thi-ap30:2.3 #
วนฺทนฺติ มุนิโน ปาเท✎ ร่าง
Vandantī munino pāde,
thi-ap30:2.4 #
อาโรเจนฺติ ยถาพลํ ฯ✎ ร่าง
ārocenti yathābalaṁ.
thi-ap30:3.1 #
ชาติ ขีณา ชรา พฺยาธิ✎ ร่าง
“Jāti khīṇā jarā byādhi,
thi-ap30:3.2 #
มรณญฺจ มหามุเน✎ ร่าง
maraṇañca mahāmuni;
thi-ap30:3.3 #
อนาสวํ ปทํ สนฺตํ✎ ร่าง
Anāsavaṁ padaṁ santaṁ,
thi-ap30:3.4 #
อมตํ ยาม นายกํ ๓- ฯ✎ ร่าง
amataṁ yāma nāyaka.
thi-ap30:4.1 #
ขลิตญฺจ ปุเร อตฺถิ✎ ร่าง
Khalitañce pure atthi,
thi-ap30:4.2 #
สพฺพาสมฺปิ มหามุนิ✎ ร่าง
sabbāsampi mahāmuni;
thi-ap30:4.3 #
อปราธํ ปชานนฺติ✎ ร่าง
Aparādhamajānantī,
thi-ap30:4.4 #
ขม อมฺหํ วินายก ฯ✎ ร่าง
khama amhaṁ vināyaka”.
thi-ap30:5.1 #
อิทฺธิญฺจาปิ นิทสฺเสถ✎ ร่าง
“Iddhiñcāpi nidassetha,
thi-ap30:5.2 #
มม สาสนการิกา✎ ร่าง
mama sāsanakārikā;
thi-ap30:5.3 #
ปริสานญฺจ สพฺพาสํ✎ ร่าง
Parisānañca sabbāsaṁ,
thi-ap30:5.4 #
กงฺขํ ฉินฺทถ ยาวตา ฯ✎ ร่าง
kaṅkhaṁ chindatha yāvatā”.
thi-ap30:6.1 #
ยโสธรา ๔- มหาวีร✎ ร่าง
“Yasodharā mahāvīra,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.370
thi-ap30:6.2 #
มนาปา ปิยทสฺสนา✎ ร่าง
manāpā piyadassanā;
thi-ap30:6.3 #
สพฺพา ตุยฺหํ มหาวีร✎ ร่าง
Sabbā tuyhaṁ mahāvīra,
thi-ap30:6.4 #
อคารสฺมึ ปชาปติ ฯ✎ ร่าง
agārasmiṁ pajāpati.
thi-ap30:7.1 #
ถีนํ สตสหสฺสานํ✎ ร่าง
Thīnaṁ satasahassānaṁ,
thi-ap30:7.2 #
นวุตีนํ ฉฬุตฺตริ✎ ร่าง
navutīnaṁ chaduttari;
thi-ap30:7.3 #
อคาเร เต มยํ วีร✎ ร่าง
Agāre te mayaṁ vīra,
thi-ap30:7.4 #
ปาโมกฺขา สพฺพอิสฺสรา ฯ✎ ร่าง
pāmokkhā sabbā issarā.
thi-ap30:8.1 #
รูปาจารคุณูเปตา✎ ร่าง
Rūpācāraguṇūpetā,
thi-ap30:8.2 #
โยพฺพนฏฺฐา ปิยํวทา✎ ร่าง
yobbanaṭṭhā piyaṁvadā;
thi-ap30:8.3 #
สพฺพาโย ๑- อปจายนฺติ✎ ร่าง
Sabbā no apacāyanti,
thi-ap30:8.4 #
เทวตา วิย มานุสา ฯ✎ ร่าง
devatā viya mānusā.
thi-ap30:9.1 #
อฏฺฐารสสหสฺสานิ✎ ร่าง
Aṭṭhārasasahassāni,
thi-ap30:9.2 #
สพฺพา สากิยสมฺภวา✎ ร่าง
sabbā sākiyasambhavā;
thi-ap30:9.3 #
ยโสธรี ๓- สหสฺสานิ✎ ร่าง
Yasodharāsahassāni,
thi-ap30:9.4 #
ปาโมกฺขา อิสฺสรา ตทา ฯ✎ ร่าง
pāmokkhā issarā tadā.
thi-ap30:10.1 #
กามธาตุมติกฺกนฺตา✎ ร่าง
Kāmadhātumatikkamma,
อ้างอิงPTS 2.593
thi-ap30:10.2 #
สณฺฐิตา รูปธาตุยา✎ ร่าง
saṇṭhitā rūpadhātuyā;
thi-ap30:10.3 #
รูเปน สทิสา นตฺถิ✎ ร่าง
Rūpena sadisā natthi,
thi-ap30:10.4 #
สหสฺสานํ มหามุเน ๕- ฯ✎ ร่าง
sahassānaṁ mahāmuni”.
thi-ap30:11.1 #
สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา✎ ร่าง
Sambuddhaṁ abhivādetvā,
thi-ap30:11.2 #
อิทฺธึ เทเสสุ สตฺถุโน✎ ร่าง
iddhiṁ dassaṁsu satthuno;
thi-ap30:11.3 #
เนกา นานาวิธาการา✎ ร่าง
Nekā nānāvidhākārā,
thi-ap30:11.4 #
มหาอิทฺธีปิ ๖- ทสฺสยุํ ฯ✎ ร่าง
mahāiddhīpi dassayuṁ.
thi-ap30:12.1 #
จกฺกวาฬสมํ กายํ✎ ร่าง
Cakkavāḷasamaṁ kāyaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.176
thi-ap30:12.2 #
สีสํ อุตฺตรโต กุรุ✎ ร่าง
sīsaṁ uttarato kuru;
thi-ap30:12.3 #
อุโภ ปกฺขา ทุเว ทีปา✎ ร่าง
Ubho pakkhā duve dīpā,
thi-ap30:12.4 #
ชมฺพูทีปํ สรีรโต ฯ✎ ร่าง
jambudīpaṁ sarīrato.
thi-ap30:13.1 #
ทกฺขิณญฺจ สรํ ๗- ปิณฺฉํ✎ ร่าง
Dakkhiṇañca saraṁ piñchaṁ,
thi-ap30:13.2 #
นานาสาขา ตุ ปตฺตกา✎ ร่าง
nānāsākhā tu pattakā;
thi-ap30:13.3 #
จนฺทญฺจ สุริยญฺจกฺขี✎ ร่าง
Candañca sūriyañcakkhi,
thi-ap30:13.4 #
เมรุปพฺพตโต สิขํ ฯ✎ ร่าง
merupabbatato sikhaṁ.
thi-ap30:14.1 #
จกฺกวาฬคิรึ ตุณฺฑํ✎ ร่าง
Cakkavāḷagiriṁ tuṇḍaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.263
thi-ap30:14.2 #
ชมฺพูรุกฺขํ สมูลกํ ว✎ ร่าง
jamburukkhaṁ samūlakaṁ;
thi-ap30:14.3 #
ีชมานา ๘- อุปาคนฺตฺวา✎ ร่าง
Bījamānā upāgantvā,
thi-ap30:14.4 #
วนฺทนฺเต ๙- โลกนายกํ ฯ✎ ร่าง
vandantī lokanāyakaṁ.
thi-ap30:15.1 #
หตฺถิวณฺณํ ตเถวสฺสํ✎ ร่าง
Hatthivaṇṇaṁ tathevassaṁ,
thi-ap30:15.2 #
ปพฺพตํ ชลชนฺตทา✎ ร่าง
pabbataṁ jaladhiṁ tathā;
thi-ap30:15.3 #
จนฺทญฺจ สุริยํ เมรุํ✎ ร่าง
Candañca sūriyaṁ meruṁ,
thi-ap30:15.4 #
สกฺกวณฺณญฺจ ทสฺสยุํ ฯ✎ ร่าง
sakkavaṇṇañca dassayuṁ.
thi-ap30:16.1 #
ยโสธรา ๑- มยํ วีร✎ ร่าง
“Yasodharā mayaṁ vīra,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.371
thi-ap30:16.2 #
ปาเท วนฺทาม จกฺขุม✎ ร่าง
pāde vandāma cakkhuma;
thi-ap30:16.3 #
ตว จิรปฺปภาเวน✎ ร่าง
Tava cirapabhāvena,
thi-ap30:16.4 #
นิปฺผนฺนา นรนายก ฯ✎ ร่าง
nipphannā naranāyaka.
thi-ap30:17.1 #
อิทฺธีสุ จ วสี โหม✎ ร่าง
Iddhīsu ca vasī homa,
thi-ap30:17.2 #
ทิพฺพาย โสตธาตุยา✎ ร่าง
dibbāya sotadhātuyā;
thi-ap30:17.3 #
เจโตปริยญาณสฺส✎ ร่าง
Cetopariyañāṇassa,
thi-ap30:17.4 #
วสี โหม มหามุเน ฯ✎ ร่าง
vasī homa mahāmune.
thi-ap30:18.1 #
ปุพฺเพนิวาสํ ชานาม✎ ร่าง
Pubbenivāsaṁ jānāmi,
thi-ap30:18.2 #
ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ✎ ร่าง
dibbacakkhu visodhitaṁ;
thi-ap30:18.3 #
สพฺพาสวปริกฺขีณา✎ ร่าง
Sabbāsavā parikkhīṇā,
thi-ap30:18.4 #
นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ✎ ร่าง
natthi dāni punabbhavo.
thi-ap30:19.1 #
อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ✎ ร่าง
Atthadhammaniruttīsu,
thi-ap30:19.2 #
ปฏิภาเณ ตเถว จ✎ ร่าง
paṭibhāne tatheva ca;
thi-ap30:19.3 #
ญาณํ อมฺหํ มหาวีร✎ ร่าง
Ñāṇaṁ amhaṁ mahāvīra,
thi-ap30:19.4 #
อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก ฯ✎ ร่าง
uppannaṁ tava santike.
thi-ap30:20.1 #
พุทฺธานํ ๓- โลกนาถานํ✎ ร่าง
Pubbānaṁ lokanāthānaṁ,
thi-ap30:20.2 #
สงฺคมํ โน นิทสฺสิตํ✎ ร่าง
saṅgamaṁ no nidassitaṁ;
thi-ap30:20.3 #
อธิการา พหู อเมฺห✎ ร่าง
Adhikārā bahū amhaṁ,
thi-ap30:20.4 #
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune.
thi-ap30:21.1 #
ยํ อมฺหํ ปุริมํ กมฺมํ✎ ร่าง
Yaṁ amhaṁ pūritaṁ kammaṁ,
thi-ap30:21.2 #
กุสลํ สรเส มุเน✎ ร่าง
kusalaṁ sarase mune;
thi-ap30:21.3 #
ตุยฺหตฺถาย มหาวีร✎ ร่าง
Tuyhatthāya mahāvīra,
thi-ap30:21.4 #
ปุญฺญานุปจิตานิ ๔- โน ฯ✎ ร่าง
puññānupacitāni no.
thi-ap30:22.1 #
อภพฺพฏฺฐาเน วชฺเชตฺวา✎ ร่าง
Abhabbaṭṭhāne vajjetvā,
thi-ap30:22.2 #
วารยิมฺห ๕- อนาจรํ✎ ร่าง
vārayimha anācaraṁ;
thi-ap30:22.3 #
ตุยฺหตฺถาย มหาวีร สญฺ✎ ร่าง
Tuyhatthāya mahāvīra,
thi-ap30:22.4 #
จตฺตํ ๖- ชีวิตมฺปิ โน ฯ✎ ร่าง
cattāni jīvitāni no.
thi-ap30:23.1 #
เนกโกฏิสหสฺสานิ✎ ร่าง
Nekakoṭisahassāni,
อ้างอิงPTS 2.594
thi-ap30:23.2 #
ภิริยตฺถายทาสิ โน✎ ร่าง
bhariyatthāyadāsi no;
thi-ap30:23.3 #
น ตตฺถ วิมนา โหม✎ ร่าง
Na tattha vimanā homa,
thi-ap30:23.4 #
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune.
thi-ap30:24.1 #
เนกโกฏิสหสฺสานิ✎ ร่าง
Nekakoṭisahassāni,
thi-ap30:24.2 #
อุปการายทาสิ โน✎ ร่าง
upakārāyadāsi no;
thi-ap30:24.3 #
น ตตฺถ วิมนา โหม✎ ร่าง
Na tattha vimanā homa,
thi-ap30:24.4 #
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune.
thi-ap30:25.1 #
เนกโกฏิสหสฺสานิ✎ ร่าง
Nekakoṭisahassāni,
thi-ap30:25.2 #
โภชนตฺถายทาสิ โน✎ ร่าง
bhojanatthāyadāsi no;
thi-ap30:25.3 #
น ตตฺถ วิมนา โหม✎ ร่าง
Na tattha vimanā homa,
thi-ap30:25.4 #
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune.
thi-ap30:26.1 #
เนกโกฏิสหสฺสานิ✎ ร่าง
Nekakoṭisahassāni,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.372
thi-ap30:26.2 #
ชีวิตานิ จชิมฺหเส✎ ร่าง
jīvitāni cajimhase;
thi-ap30:26.3 #
ภยโมกฺขํ กริสฺสาม✎ ร่าง
Bhayamokkhaṁ karissāma,
thi-ap30:26.4 #
ชีวิตานิ จชิมฺหเส ๒- ฯ✎ ร่าง
jīvitāni cajimhase.
thi-ap30:27.1 #
องฺคคเต อลงฺกาเร✎ ร่าง
Aṅgagate alaṅkāre,
thi-ap30:27.2 #
วตฺเถ นานาวิเธ พหู✎ ร่าง
vatthe nānāvidhe bahū;
thi-ap30:27.3 #
อิตฺถีภณฺเฑ น คุยฺหาม✎ ร่าง
Itthibhaṇḍe na gūhāma,
thi-ap30:27.4 #
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune.
thi-ap30:28.1 #
ธนธญฺญปริจฺจาคํ✎ ร่าง
Dhanadhaññapariccāgaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.264 · พุทธชยันตี 37.2.178
thi-ap30:28.2 #
คามานิ นิคมานิ จ✎ ร่าง
gāmāni nigamāni ca;
thi-ap30:28.3 #
เขตฺตํ ปุตฺตญฺจ ๓- ธีตญฺจ✎ ร่าง
Khettaṁ puttā ca dhītā ca,
thi-ap30:28.4 #
ปริจตฺตํ มหามุเน ฯ✎ ร่าง
pariccattā mahāmune.
thi-ap30:29.1 #
หตฺถิอสฺสํ ๔- ควญฺจาปิ✎ ร่าง
Hatthī assā gavā cāpi,
thi-ap30:29.2 #
ทาสิโย ปริจาริกา✎ ร่าง
dāsiyo paricārikā;
thi-ap30:29.3 #
ตุยฺหตฺถาย มหาวีร✎ ร่าง
Tuyhatthāya mahāvīra,
thi-ap30:29.4 #
ปริจตฺตํ อสงฺขยํ ฯ✎ ร่าง
pariccattaṁ asaṅkhiyaṁ.
thi-ap30:30.1 #
ยํ อเมฺห ปฏิมนฺเตสิ✎ ร่าง
Yaṁ amhe paṭimantesi,
thi-ap30:30.2 #
ทานํ ทสฺสาม ยาจเก✎ ร่าง
‘dānaṁ dassāma yācake’;
thi-ap30:30.3 #
วิมนํ โน น ปสฺสาม✎ ร่าง
Vimanaṁ no na passāma,
thi-ap30:30.4 #
ททโต ทานมุตฺตมํ ฯ✎ ร่าง
dadato dānamuttamaṁ.
thi-ap30:31.1 #
นานาวิธํ พหุํ ทุกฺขํ✎ ร่าง
Nānāvidhaṁ bahuṁ dukkhaṁ,
thi-ap30:31.2 #
สํสาเร จ พหุพฺพิเธ✎ ร่าง
saṁsāre ca bahubbidhe;
thi-ap30:31.3 #
ตุยฺหตฺถาย มหาวีร✎ ร่าง
Tuyhatthāya mahāvīra,
thi-ap30:31.4 #
อนุภุตฺตํ ๕- อสงฺขยํ ฯ✎ ร่าง
anubhuttaṁ asaṅkhiyaṁ.
thi-ap30:32.1 #
สุขํ ปตฺตานุโมทาม✎ ร่าง
Sukhappattānumodāma,
thi-ap30:32.2 #
น จ ทุกฺเขสุ ทุมฺมนา✎ ร่าง
na ca dukkhesu dummanā;
thi-ap30:32.3 #
สพฺพตฺถ ตุสิตา โหม✎ ร่าง
Sabbattha tulitā homa,
thi-ap30:32.4 #
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune.
thi-ap30:33.1 #
อนุมคฺเคน สมฺพุทฺโธ✎ ร่าง
Anumaggena sambuddho,
thi-ap30:33.2 #
ยํ ๖- ธมฺมํ อภินีหริ✎ ร่าง
yaṁ dhammaṁ abhinīhari;
thi-ap30:33.3 #
อนุโภตฺวา สุขทุกฺขํ✎ ร่าง
Anubhotvā sukhaṁ dukkhaṁ,
thi-ap30:33.4 #
ปตฺโต โพธึ มหามุเน ฯ✎ ร่าง
patto bodhiṁ mahāmune.
thi-ap30:34.1 #
พฺรหฺมเทวญฺจ สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Brahmadevañca sambuddhaṁ,
thi-ap30:34.2 #
โคตมํ โลกนายกํ✎ ร่าง
gotamaṁ lokanāyakaṁ;
thi-ap30:34.3 #
อญฺเญสํ โลกนาถานํ✎ ร่าง
Aññesaṁ lokanāthānaṁ,
thi-ap30:34.4 #
สงฺคมนฺเตหิ โน พหุ ๗- ฯ✎ ร่าง
saṅgamaṁ tehi no bahū.
thi-ap30:35.1 #
อธิการํ พหุ อมฺหํ✎ ร่าง
Adhikāraṁ bahuṁ amhe,
thi-ap30:35.2 #
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune;
thi-ap30:35.3 #
คเวสโต ๙- พุทฺธธมฺมํ✎ ร่าง
Gavesato buddhadhamme,
thi-ap30:35.4 #
มยนฺเต ปริจาริกา ฯ✎ ร่าง
mayaṁ te paricārikā.
thi-ap30:36.1 #
กปฺเป จ สตสหสฺเส✎ ร่าง
Kappe ca satasahasse,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.373
thi-ap30:36.2 #
จตุโร จ อสงฺขเย✎ ร่าง
caturo ca asaṅkhiye;
thi-ap30:36.3 #
ทีปงฺกโร มหาวีโร✎ ร่าง
Dīpaṅkaro mahāvīro,
thi-ap30:36.4 #
อุปฺปชฺชิ โลกนายโก ฯ✎ ร่าง
uppajji lokanāyako.
thi-ap30:37.1 #
ปจฺจนฺตเทสวิสเย✎ ร่าง
Paccantadesavisaye,
thi-ap30:37.2 #
นิมนฺเตตฺวา ตถาคตํ✎ ร่าง
nimantetvā tathāgataṁ;
thi-ap30:37.3 #
ตสฺส อาคมนํ มคฺคํ✎ ร่าง
Tassa āgamanaṁ maggaṁ,
thi-ap30:37.4 #
โสเธนฺติ ตุฏฺฐมานสา ฯ✎ ร่าง
sodhenti tuṭṭhamānasā.
thi-ap30:38.1 #
เตน กาเลน โส อาสิ✎ ร่าง
Tena kālena so āsi,
อ้างอิงPTS 2.595
thi-ap30:38.2 #
สุเมโธ นาม พฺราหฺมโณ✎ ร่าง
sumedho nāma brāhmaṇo;
thi-ap30:38.3 #
มคฺคญฺจ ปฏิยาเทสิ✎ ร่าง
Maggañca paṭiyādesi,
thi-ap30:38.4 #
อายโต สพฺพทสฺสิโน ฯ✎ ร่าง
āyato sabbadassino.
thi-ap30:39.1 #
เตน กาเลน อหุมฺห✎ ร่าง
Tena kālena ahumha,
thi-ap30:39.2 #
สพฺพา พฺราหฺมณสมฺภวา ผ✎ ร่าง
sabbā brāhmaṇasambhavā;
thi-ap30:39.3 #
ลุกชาติปุปฺผานิ✎ ร่าง
Thalūdajāni pupphāni,
thi-ap30:39.4 #
อาหริมฺห สมาคมํ ฯ✎ ร่าง
āharimha samāgamaṁ.
thi-ap30:40.1 #
ตสฺมึ โส สมเย พุทฺโธ✎ ร่าง
Tasmiṁ so samaye buddho,
thi-ap30:40.2 #
ทีปงฺกโร มหายโส✎ ร่าง
dīpaṅkaro mahāyaso;
thi-ap30:40.3 #
วิยากาสิ มหาวีโร✎ ร่าง
Viyākāsi mahāvīro,
thi-ap30:40.4 #
อิสิมุคฺคตมานสํ ฯ✎ ร่าง
isimuggatamānasaṁ.
thi-ap30:41.1 #
จลติ รวติ ปฐวี✎ ร่าง
Calatī ravatī puthavī,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.180
thi-ap30:41.2 #
สงฺกมฺปติ สเทวเก✎ ร่าง
saṅkampati sadevake;
thi-ap30:41.3 #
ตสฺส กมฺมํ ปกิตฺเตนฺโต✎ ร่าง
Tassa kammaṁ pakittente,
thi-ap30:41.4 #
อิสิมุคฺคตมานสํ ฯ✎ ร่าง
isimuggatamānasaṁ.
thi-ap30:42.1 #
เทวกญฺญา มนุสฺสา จ✎ ร่าง
Devakaññā manussā ca,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.265
thi-ap30:42.2 #
มยญฺจาปิ ๓- สเทวกา✎ ร่าง
mayañcāpi sadevakā;
thi-ap30:42.3 #
นานาปูชนิยํ ภณฺฑํ✎ ร่าง
Nānāpūjanīyaṁ bhaṇḍaṁ,
thi-ap30:42.4 #
ปูชยิตฺวาน ปตฺถยุํ ฯ✎ ร่าง
pūjayitvāna patthayuṁ.
thi-ap30:43.1 #
เตสํ พุทฺโธ วิยากาสิ✎ ร่าง
Tesaṁ buddho viyākāsi,
thi-ap30:43.2 #
โชติทีปสนามโก✎ ร่าง
jotidīpa sanāmako;
thi-ap30:43.3 #
อชฺช เย ปตฺถิตา อตฺถิ✎ ร่าง
‘Ajja ye patthitā atthi,
thi-ap30:43.4 #
เต ภวิสฺสนฺติ สมฺมุขา ฯ✎ ร่าง
te bhavissanti sammukhā’.
thi-ap30:44.1 #
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Aparimeyye ito kappe,
thi-ap30:44.2 #
ยํ โน พุทฺโธ วิยากริ✎ ร่าง
yaṁ no buddho viyākari;
thi-ap30:44.3 #
ตํ วาจํ อนุโมทนฺตี✎ ร่าง
Taṁ vācamanumodentā,
thi-ap30:44.4 #
เอวํการี อหุมฺห โน ฯ✎ ร่าง
evaṅkārī ahumha no.
thi-ap30:45.1 #
ตสฺส กมฺมสฺส สุกตสฺส✎ ร่าง
Tassa kammassa sukatassa,
thi-ap30:45.2 #
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาทยุํ✎ ร่าง
tassa cittaṁ pasādayuṁ;
thi-ap30:45.3 #
เทวมานุสกํ โยนึ✎ ร่าง
Devamānusikaṁ yoniṁ,
thi-ap30:45.4 #
อนุโภตฺวา อสงฺขยํ ฯ✎ ร่าง
anubhotvā asaṅkhiyaṁ.
thi-ap30:46.1 #
สุขทุกฺเข อนุโภตฺวาน✎ ร่าง
Sukhadukkhenubhotvāna,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.374
thi-ap30:46.2 #
เทเวสุ มานุเสสุ จ✎ ร่าง
devesu mānusesu ca;
thi-ap30:46.3 #
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต✎ ร่าง
Pacchime bhave sampatte,
thi-ap30:46.4 #
ชาตามฺห สากิเย กุเล ฯ✎ ร่าง
jātāmha sākiye kule.
thi-ap30:47.1 #
รูปวตี โภควตี✎ ร่าง
Rūpavatī bhogavatī,
thi-ap30:47.2 #
ยสสีลวตี ตโต✎ ร่าง
yasasīlavatī tato;
thi-ap30:47.3 #
สพฺพงฺคสมฺปทา โหม✎ ร่าง
Sabbaṅgasampadā homa,
thi-ap30:47.4 #
กุเลสุ อติสกฺกตา ฯ✎ ร่าง
kulesu abhisakkatā.
thi-ap30:48.1 #
ลาภสิโลกสกฺการํ✎ ร่าง
Lābhaṁ silokaṁ sakkāraṁ,
thi-ap30:48.2 #
โลกธมฺมสมาคมํ✎ ร่าง
lokadhammasamāgamaṁ;
thi-ap30:48.3 #
จิตฺตญฺจ ทุกฺขิตํ นตฺถิ✎ ร่าง
Cittañca dukkhitaṁ natthi,
thi-ap30:48.4 #
วสาม อกุโตภยา ฯ✎ ร่าง
vasāma akutobhayā.
thi-ap30:49.1 #
วุตฺตํ เหตํ ภควตา✎ ร่าง
Vuttañhetaṁ bhagavatā,
thi-ap30:49.2 #
รญฺโญ อนฺเตปุเร ตทา✎ ร่าง
‘rañño antepure tadā;
thi-ap30:49.3 #
ขตฺติยานํ ปุเร ตาสํ✎ ร่าง
Khattiyānaṁ pure vīra,
thi-ap30:49.4 #
อุปการญฺจ นิทฺทิสิ ฯ✎ ร่าง
upakārañca niddisi.
thi-ap30:50.1 #
อุปการา จ ยา นารี✎ ร่าง
Upakārā ca yā nārī,
thi-ap30:50.2 #
ยา จ นารี สุเข ทุกฺเข✎ ร่าง
yā ca nārī sukhe dukhe;
thi-ap30:50.3 #
อตฺถกฺขายี จ ยา นารี✎ ร่าง
Atthakkhāyī ca yā nārī,
thi-ap30:50.4 #
ยา จ นารีนุกมฺปิกา ฯ✎ ร่าง
yā ca nārīnukampikā.
thi-ap30:51.1 #
ธมฺมญฺจเร สุจริตํ✎ ร่าง
Dhammaṁ care sucaritaṁ,
อ้างอิงPTS 2.596
thi-ap30:51.2 #
น ตํ ทุจฺจริตํ จเร✎ ร่าง
na naṁ duccaritaṁ care;
thi-ap30:51.3 #
ธมฺมจารี สุขํ เสติ✎ ร่าง
Dhammacārī sukhaṁ seti,
thi-ap30:51.4 #
อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ✎ ร่าง
asmiṁ loke paramhi ca’.
thi-ap30:52.1 #
อคารํ ปชหิตฺวาน✎ ร่าง
Agāraṁ vijahitvāna,
thi-ap30:52.2 #
ปพฺพชิมฺหานคาริยํ✎ ร่าง
pabbajimhanagāriyaṁ;
thi-ap30:52.3 #
อฑฺฒมาเส อสมฺปตฺเต✎ ร่าง
Aḍḍhamāse asampatte,
thi-ap30:52.4 #
จตุสจฺจํ ผุสิมฺห โน ฯ✎ ร่าง
catusaccaṁ phusimha no.
thi-ap30:53.1 #
จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ✎ ร่าง
Cīvaraṁ piṇḍapātañca,
thi-ap30:53.2 #
ปจฺจยํ สยนาสนํ✎ ร่าง
paccayaṁ sayanāsanaṁ;
thi-ap30:53.3 #
อุปเนนฺติ พหู อเมฺห✎ ร่าง
Upanenti bahū amhe,
thi-ap30:53.4 #
สาครสฺเสว อุมฺมิโย ฯ✎ ร่าง
sāgarasseva ūmiyo.
thi-ap30:54.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā amhaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.182
thi-ap30:54.2 #
ภวา สพฺเพ สมูหตา✎ ร่าง
bhavā sabbe samūhatā;
thi-ap30:54.3 #
นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา✎ ร่าง
Nāgīva bandhanaṁ chetvā,
thi-ap30:54.4 #
วิหราม อนาสวา ฯ✎ ร่าง
viharāma anāsavā.
thi-ap30:55.1 #
สฺวาคตํ วต โน อาสิ✎ ร่าง
Svāgataṁ vata no āsi,
thi-ap30:55.2 #
พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก✎ ร่าง
mama buddhassa santike;
thi-ap30:55.3 #
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
Tisso vijjā anuppattā,
thi-ap30:55.4 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
thi-ap30:56.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.375 · ฉัฏฐสังคายนา 58.266
thi-ap30:56.2 #
วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม✎ ร่าง
vimokkhāpi ca aṭṭhime;
thi-ap30:56.3 #
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
Chaḷabhiññā sacchikatā,
thi-ap30:56.4 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
thi-ap30:57.1 #
เอวํ พหุวิธํ ทุกฺขํ✎ ร่าง
Evaṁ bahuvidhaṁ dukkhaṁ,
thi-ap30:57.2 #
สมฺปตฺติญฺจ ๑- พหุพฺพิธํ✎ ร่าง
sampattī ca bahubbidhā;
thi-ap30:57.3 #
วิสุทฺธภาวํ สมฺปตฺตา✎ ร่าง
Visuddhabhāvaṁ sampattā,
thi-ap30:57.4 #
ลภาม สพฺพสมฺปทา ฯ✎ ร่าง
labhāma sabbasampadā.
thi-ap30:58.1 #
ยา ททนฺติ สกตฺตานํ✎ ร่าง
Yā dadanti sakattānaṁ,
thi-ap30:58.2 #
ปุญฺญตฺถาย มเหสิโน✎ ร่าง
puññatthāya mahesino;
thi-ap30:58.3 #
สหายสมฺปทา โหนฺติ✎ ร่าง
Sahāyasampadā honti,
thi-ap30:58.4 #
นิพฺพานํ ๒- ปทมสงฺขตํ ฯ✎ ร่าง
nibbānapadamasaṅkhataṁ.
thi-ap30:59.1 #
ปริกฺขีณํ อตีตญฺจ✎ ร่าง
Parikkhīṇaṁ atītañca,
thi-ap30:59.2 #
ปจฺจุปฺปนฺนํ อนาคตํ✎ ร่าง
paccuppannaṁ anāgataṁ;
thi-ap30:59.3 #
สพฺพกมฺมํปิ ๓- โน ขีณํ✎ ร่าง
Sabbakammampi no khīṇaṁ,
thi-ap30:59.4 #
ปาเท วนฺทาม จกฺขุมา ฯ✎ ร่าง
pāde vandāma cakkhuma”.
thi-ap30:60.1 #
นิพฺพานาย วทนฺตีนํ✎ ร่าง
“Nibbānāya vadantīnaṁ,
thi-ap30:60.2 #
กึ โว วกฺขาม อุตฺตรึ✎ ร่าง
Kiṁ vo vakkhāma uttari;
thi-ap30:60.3 #
สตฺตสงฺขตทาโส ๔- โย✎ ร่าง
Santasaṅkhatadosañhi,
thi-ap30:60.4 #
ปปฺโปถ อมตํปทนฺติ ฯ✎ ร่าง
Pappotha amataṁ padaṁ”.
thi-ap30:61.1 #
อิตฺถํ สุทํ ยโสธราปมุขานิ อฏฺฐารส ภิกฺขุนีสหสฺสานิ ภควโต สมฺมุขา อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ yasodharāpamukhāni aṭṭhārasabhikkhunīsahassāni bhagavato sammukhā imā gāthāyo abhāsitthāti.
thi-ap30:62.1 #
อฏฺฐารสเถรีสหสฺสานํ อปทานํ สมตฺตํ ฯ อ✎ ร่าง
Yasodharāpamukhaaṭṭhārasabhikkhunīsahassāpadānaṁ dasamaṁ.
thi-ap30:63.1 #
Kuṇḍalakesīvaggo tatiyo.
thi-ap30:64.1 #
ุทฺทานํ✎ ร่าง
Tassuddānaṁ
thi-ap30:65.1 #
กุณฺฑลา โคตมี เจว✎ ร่าง
Kuṇḍalā gotamī ceva,
thi-ap30:65.2 #
ธมฺมทินฺนา จ สกุลา✎ ร่าง
dhammadinnā ca sakulā;
thi-ap30:65.3 #
วรนนฺทา จ โสณา จ✎ ร่าง
Varanandā ca soṇā ca,
thi-ap30:65.4 #
กาปิลานี ยโสธรา ฯ✎ ร่าง
kāpilānī yasodharā.
thi-ap30:66.1 #
ทสสหสฺสภิกฺขุนี✎ ร่าง
Dasasahassabhikkhunī,
thi-ap30:66.2 #
อฏฺฐารสสหสฺสกา✎ ร่าง
aṭṭhārasasahassakā;
thi-ap30:66.3 #
สตานิ เจว จตฺตาริ อฏฺฐ✎ ร่าง
Gāthāsatāni cattāri,
thi-ap30:66.4 #
สตฺตติเมว จ ฯ กุณฺฑล✎ ร่าง
cha ca sattatimeva ca.
thi-ap31:0.1 #
เกสวคฺโค ๕- ตติโย ฯ ---------------------- @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ยุ. สมฺปตฺตี จ พหุพิธา ฯ ๒ ม. นิพฺพานปทมสงฺขตํ ฯ ยุ.@นิพฺพานมตสงฺขตํ ฯ ๓ ยุ. สจฺจํ กมฺมํปิ ... ฯ ๔ ม. สตฺตสงฺคตโทสํ หิ ฯ ยุ.@สนฺตสงฺขตโทโส โย ฯ ๕ ม. กุณฺฑลเกสิวคฺโค ฯ จตุตฺโถ✎ ร่าง
Therīapadāna
thi-ap31:0.2 #
ขตฺติยกญฺญาวคฺโค✎ ร่าง
Khattiyāvagga
thi-ap31:0.3 #
ปฐมํ อฏฺฐารสสหสฺสขตฺติยกญฺญาเถรีนมปทานํ✎ ร่าง
1 Yasavatīpamukhaaṭṭhārasabhikkhunīsahassaapadāna
thi-ap31:1.1 #
“Bhavā sabbe parikkhīṇā,
อ้างอิงPTS 2.597 · สยามรัฐ 33.376 · ฉัฏฐสังคายนา 58.267 · พุทธชยันตี 37.2.184
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน