เนื้อความทั้งข้อ
[๑๗๑] ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีภพทั้งปวงสิ้นไปแล้ว ปลด-
เปลื้องที่ต่อแห่งภพแล้ว มิได้มีอาสวะทั้งปวงเลย ขอกราบทูลว่า
ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีกรรมเก่า ส่วนกุศลทุกอย่าง
บำเพ็ญไว้ดีแล้ว วัตถุเครื่องบริโภคก็ให้แล้วเพื่อประโยชน์แก่
พระองค์ ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายบำเพ็ญกุศลกรรม
ถวายเครื่องบริโภคแก่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และ
พระสาวกทั้งหลายเพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ข้าแต่พระมหามุนี
หม่อมฉันทั้งหลายมีกรรมอย่างสูงและอย่างต่ำบำเพ็ญดีแล้ว แก่ภิกษุ
ทั้งหลายมีกรรมเก่าทั้งส่วนสูงทั้งส่วนต่ำทำไว้แล้ว หม่อมฉัน
ทั้งหลายอันกรรมเดิม ที่เป็นกุศลนั้นนั่นแหละเตือนแล้ว เป็นผู้
พรั่งพร้อมไปด้วยกุศลกรรม ล่วงวิบัติของมนุษย์แล้ว มาเกิดใน
สกุลกษัตริย์ เพราะหม่อมฉันทั้งหลายร่วมก่อสร้างกรรมโดยชาติ
เดียวกันจึงได้มาเกิดมีสมภพในตระกูลกษัตริย์ร่วมกัน ในภพหลัง
ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายเป็นผู้มีรูปสมบัติ มีโภค-
สมบัติ มีลาภสักการะ อันมหาชนบูชาแล้ว ณ ภายในบุรี เหมือน
นันทนวันของทวยเทพ หม่อมฉันทั้งหลายเบื่อหน่ายจึงพากันออก
บวชเป็นภิกษุณี มีอุปาทานอยู่สองสามวัน ก็บรรลุถึงความดับ
ทุกข์ทั้งหมดด้วยกัน หม่อมฉันทั้งหลาย อันชนเป็นอันมากนำจีวร
บิณฑบาต เสนาสนะเภสัชปัจจัยเข้ามาสักการะบูชาแล้ว หม่อมฉัน
ทั้งหลายเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาหม่อมฉันทั้งหลาย
ได้ทำเสร็จแล้ว.
ทราบว่า ภิกษุณีผู้เคยเป็นขัตติยกัญญา ๑๘,๐๐๐ มีพระยสวดีเถรีเป็นหัวหน้า ได้กล่าว
คาถานี้เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาค ด้วยประการฉะนี้แล.
ภวา สพฺเพ ปริกฺขีณา ภวสนฺธิ ๑- วิโมจิตา✎ ร่าง
bhavā santi vimocitā;
สพฺพาสวา จ โน นตฺถิ✎ ร่าง
Sabbāsavā ca no natthi,
อาโรเจม มหามุเน ฯ✎ ร่าง
ārocema mahāmune.
ปริกมฺมญฺจ ๒- กุสลํ✎ ร่าง
Purimaṁ kusalaṁ kammaṁ,
ยงฺกิญฺจิ สาธุ ๓- ปตฺถิตํ✎ ร่าง
yaṁ kiñci sādhupatthitaṁ;
ปริโภคํ ๔- มยา ทินฺนํ✎ ร่าง
Paribhogamayaṁ dinnaṁ,
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune.
พุทฺธปจฺเจกพุทฺธานํ✎ ร่าง
Buddhapaccekabuddhānaṁ,
สาวกานญฺจ ปตฺถิตํ✎ ร่าง
sāvakānañca patthitaṁ;
ปริโภคํ มยา ทินฺนํ✎ ร่าง
Paribhogamayaṁ dinnaṁ,
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune.
อุจฺจานีจํ มยา กมฺมํ✎ ร่าง
Uccanīcamayaṁ kammaṁ,
ภิกฺขูนํ สาธุ ปตฺถิตํ✎ ร่าง
bhikkhūnaṁ sādhupatthitaṁ;
อุจฺจากุลปริกฺกมฺมํ✎ ร่าง
Uccākulaparikammaṁ,
กตเมฺหหิ ๕- มหามุเน ฯ✎ ร่าง
katametaṁ mahāmune.
เตเนว สุกฺกมูเลน✎ ร่าง
Teneva sukkamūlena,
โจทิตา กมฺมสมฺปทา✎ ร่าง
coditā kammasampadā;
มานุสิกมติกฺกนฺตา✎ ร่าง
Mānusikamatikkantā,
ชายึสุ ขตฺติเย กุเล ฯ✎ ร่าง
jāyiṁsu khattiye kule.
อุปจิเต ๖- กเต กมฺเม✎ ร่าง
Uppatte ca kate kamme,
ชาติยา จาปิ ๗- เอกโต✎ ร่าง
jātiyā vāpi ekato;
ปจฺฉิเม เอกโต ชาตา✎ ร่าง
Pacchime ekato jātā,
ขตฺติยา กุลสมฺภวา ฯ✎ ร่าง
khattiyā kulasambhavā.
รูปวตี โภควตี✎ ร่าง
Rūpavatī bhogavatī,
ลาภสกฺการปูชิตา✎ ร่าง
lābhasakkārapūjitā;
อนฺเตปุเร มหาวีร✎ ร่าง
Antepure mahāvīra,
เทวานํ อิว นนฺทเน ฯ✎ ร่าง
devānaṁ viya nandane.
นิพฺพินฺทิตฺวา อคารมฺหา✎ ร่าง
Nibbinditvā agāramhā,
ปพฺพชิมฺหานคาริยํ✎ ร่าง
pabbajimhanagāriyaṁ;
กติปาหํ อุปาทาย✎ ร่าง
Katipāhaṁ upādāya,
สพฺพา ปตฺตามฺห นิพฺพุตึ ฯ✎ ร่าง
sabbā pattāmha nibbutiṁ.
จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ✎ ร่าง
Cīvaraṁ piṇḍapātañca,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.377
ปจฺจยํ สยนาสนํ✎ ร่าง
paccayaṁ sayanāsanaṁ;
อุปเนนฺติ พหู อเมฺห✎ ร่าง
Upanenti bahū amhe,
สทา สกฺกตปูชิตา ฯ✎ ร่าง
sadā sakkatapūjitā.
กิเลสา ฌาปิตา อมฺหํ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā amhaṁ,
ภวา สพฺเพ สมูหตา✎ ร่าง
bhavā sabbe samūhatā;
นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา✎ ร่าง
Nāgīva bandhanaṁ chetvā,
วิหราม อนาสวา ฯ✎ ร่าง
viharāma anāsavā.
สฺวาคตํ วต โน อาสิ✎ ร่าง
Svāgataṁ vata no āsi,
พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก✎ ร่าง
mama buddhassa santike;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
Tisso vijjā anuppattā,
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.268
วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม✎ ร่าง
vimokkhāpi ca aṭṭhime;
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
Chaḷabhiññā sacchikatā,
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
อิตฺถํ สุทํ ยสวตีปมุขานิ ขตฺติยกญฺญา ภิกฺขุนิโย อฏฺฐารสสหสฺสานิ
ภควโต สมฺมุขา อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ yasavatīpamukhāni khattiyakaññābhikkhuniyo aṭṭhārasasahassāni bhagavato sammukhā imā gāthāyo abhāsitthāti.
อฏฺฐารสสหสฺส✎ ร่าง
Yasavatīpamukhaaṭṭhārasabhikkhunīsahassāpadānaṁ paṭhamaṁ.
ขตฺติยกญฺญาเถรีนํ อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ทุติยํ จตุราสีติสหสฺสพฺราหฺมณกญฺญาเถรีนมปทานํ✎ ร่าง
Khattiyāvagga