‹ กลับ
จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถริยาปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 172 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๖๒๓๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๗๒] ข้าแต่พระมุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีสมภพในสกุลพราหมณ์จำนวน ๘๔,๐๐๐ มีมือและเท้าละเอียดอ่อน เกิดในศาสนาของพระองค์ ข้าแต่พระมหามุนี หญิงที่เกิดในเวสสสกุล และสุททสกุล เทวดา นาค กินนร และที่อยู่ในทวีปทั้งสี่มีมาก เกิดในศาสนาของพระองค์ หญิงบางพวกบวชแล้ว มีความเห็นธรรมทั้งปวงก็มีมาก พวกเทวดา กินนร นาค จักตรัสรู้ในอนาคต ชนทั้งหลายได้เสวยเกียรติยศ ทั้งปวง มั่งคั่งด้วยสรรพสมบัติได้ความเลื่อมใสในพระองค์ จักตรัส รู้ในอนาคต ข้าแต่พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระจักษุ ส่วนหม่อมฉัน ทั้งหลายเกิดในสกุลพราหมณ์ เป็นธิดาของพราหมณ์ เป็นผู้มีโชคดี ขอถวายบังคมพระยุคลบาท หม่อมฉันทั้งหลายกำจัดภพทั้งหมดแล้ว ถอนตัณหาอันเป็นรากเหง้าขึ้นแล้ว ตัดอนุสัยขาดแล้ว ทำลายสังขาร คือบุญหมดแล้ว หม่อมฉันทั้งปวงมีสมาธิเป็นโคจรชำนาญใน สมาบัติ จักอยู่ด้วยฌานและความยินดีในธรรมทุกเมื่อ ข้าแต่พระ- องค์ผู้นายก หม่อมฉันทั้งหลายยังตัณหาที่นำไปสู่ภพ อวิชชา และ แม้สังขารให้สิ้นไปแล้ว บรรลุถึงบทที่แสนยากจะเห็นได้แล้ว ทราบอยู่. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ท่านทั้งปวงมีอุปการะแก่เราผู้เดินทางไกลตลอดกาลนานมา จงตัด ความสงสัยของบริษัทสี่แล้วจึงถึงความดับทุกข์เถิด. พระเถรีเหล่านั้น ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระมุนีแล้วแสดง ฤทธิ์ต่างๆ บางพวกแสดงแสงสว่าง บางพวกแสดงมืด บางพวก แสดงพระจันทร์ พระอาทิตย์ บางพวกแสดงทะเล พร้อมด้วยปลา บางพวกแสดงเขาสิเนรุ บางพวกแสดงเขาสัตตบริภัณฑ์ บางพวก แสดงต้นปาริฉัตตกะ บางพวกแสดงภพดาวดึงส์ บางพวกแสดง ภพยามาด้วยฤทธิ์บางพวกแสดงเป็นเทวดาชาวดุสิต บางพวกแสดง เป็นเทวดาชาวนิมมานรดี บางพวกแสดงเป็นเทวดาชาวปรนิมมิต- วสวัตดีมีอิสระมาก บางพวกแสดงเป็นพรหม บางพวกแสดงที่ จงกรมอันควรแก่ค่ามาก บางพวกนิรมิตเพศเป็นพรหมแสดง สุญญตธรรม พระเถรีทั้งปวงครั้นแสดงฤทธิ์มีชนิดต่างๆ แล้วก็ แสดงกำลังถวายพระศาสดา ครั้นแล้ว ก็ถวายบังคมพระยุคลบาท กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหามุนีหม่อมฉันทั้งหลายเป็นผู้มีความชำนาญ ในฤทธิ์ มีความชำนาญในทิพโสตธาตุ มีความชำนาญในเจโต- ปริยญาณ รู้บุพเพนิวาสญาณและทิพจักษุอันหมดจดวิเศษ มีอาสวะ ทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มีอีก ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายมีญาณในอรรถะธรรมะนิรุตติ และปฏิภาณเกิดขึ้น แล้วในสำนักของพระองค์ ความสมาคมกับพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ เป็นนาถะของโลก พระองค์ทรงแสดงแล้ว ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีอธิการเป็นอันมาก เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ข้าแต่พระมุนีมหาวีรเจ้า ขอพระองค์จงทรงระลึกถึงกุศลกรรมก่อน ของหม่อมฉันทั้งหลาย หม่อมฉันทั้งหลายก่อสร้างบุญก็เพื่อ ประโยชน์แก่พระองค์ ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้พระมหามุนี พระนามว่าปทุมุตระ เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระนครหงสวดีเป็นที่อยู่ อาศัยแห่งสกุลของพระสัมพุทธเจ้า มีแม่น้ำคงคาไหลผ่านทางประตู พระนครหงสวดี ในกาลทั้งปวงภิกษุทั้งหลายเดือดร้อนเพราะแม่น้ำ ไปไหนไม่ได้ น้ำเต็มเปี่ยมวันหนึ่งบ้าง สองวันบ้าง สามวันบ้าง สัปดาห์หนึ่งบ้าง เดือนหนึ่งบ้าง สี่เดือนบ้าง ภิกษุเหล่านั้นจึงไป ไม่ได้ ครั้งนั้น รัฐบุรุษผู้หนึ่งมีนามว่าชัชชิยะ มีทรัพย์เป็นสาระ ของประโยชน์ของตนเห็นภิกษุทั้งหลาย ได้ให้นายช่างจัดสร้าง สะพานที่ฝั่งนี้แห่งแม่น้ำคงคา ครั้งนั้นประชาชน ให้นายช่างสร้าง สะพานที่แม่น้ำคงคาด้วยทรัพย์หลายแสนและรัฐบุรุษนั้น ได้ให้นาย ช่างสร้างวิหารที่ฝั่งโน้นถวายแก่สงฆ์ สตรี บุรุษ สกุลสูงและต่ำ เหล่านั้น ได้ ให้สร้างสะพานและวิหาร ให้มีส่วนเท่ากันกับของ รัฐบุรุษนั้นหม่อมฉันทั้งหลายและมนุษย์เหล่าอื่น ในพระนครและ ในชนบท มีจิตเลื่อมใส ย่อมเป็นธรรมทายาทแห่งพระพุทธเจ้า พระองค์นั้น สตรี บุรุษ กุมารและกุมารีมากด้วยกันต่างก็ขนเอา ทรายมาเกลี่ยลงที่สะพานและวิหาร กวาดถนนแล้วยกต้นกล้วย หม้อมีน้ำเต็มและธงขึ้น จัดธูป จุรณ และดอกไม้เป็นสักการะ แด่พระศาสดา ครั้นสร้างสะพานและวิหารแล้ว นิมนต์พระพุทธเจ้า ถวายมหาทานแล้วปรารถนาความตรัสรู้ พระมหามุนีปทุมุตระมหา- วีรเจ้าผู้เป็นที่เคารพแห่งสรรพสัตว์ ทรงทำอนุโมทนาแล้ว ตรัส- พยากรณ์ว่า เมื่อแสนกัปล่วงไปแล้ว จึงมีภัทรกัป บุรุษนี้ได้ความสุข ในภพน้อยภพใหญ่แล้ว จักบรรลุโพธิญาณ บุรุษและสตรีที่ทำ หัตถกรรมทั้งหมด จักมีในที่เฉพาะหน้าในอนาคตกาล ด้วยวิบาก แห่งกรรมนั้นและด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ ประชาชนเหล่านั้นเกิด ในเทวโลกแล้ว เป็นบริจาริกาแห่งพระองค์ เสวยทิพยสุขและ มนุษยสุขมากมายท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ตลอดกาลนาน ใน กัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ หม่อมฉันทั้งหลายมีกุศลกรรมอันทำดี แล้ว ย่อมได้รูปสมบัติ โภคสมบัติ ยศ ความสรรเสริญและ ความสุขเป็นที่รัก ซึ่งเป็นผลที่ปรารถนาทั้งปวงเนืองๆ ในหมู่มนุษย์ ที่ละเอียดอ่อน และในเทวโลก ในภพนี้ซึ่งเป็นภพหลัง หม่อมฉัน ทั้งหลายเกิดในสกุลพราหมณ์ มีมือและเท้าละเอียดอ่อน และได้ มาในพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นดังว่าพระนิเวศน์แห่งพระศากยบุตร ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายย่อมไม่เห็นแผ่นดินที่เขาไม่ ตกแต่ง และไม่เห็นภาคพื้นที่เป็นทางเดินลื่น แม้ตลอดกาลทั้งปวง เมื่อหม่อมฉันทั้งหลายอยู่ในอคารสถาน ประชุมชนก็นำสักการะทุก อย่างมาให้ตลอดกาลทั้งปวงเพราะผลแห่งกุศลกรรมในกาลก่อน หม่อมฉันทั้งหลายละอคารสถานแล้ว บวชเป็นภิกษุณีข้ามทาง สงสารได้แล้ว บัดนี้ภพใหม่มิได้มีอีก พวกทายกทายิกาหลายพัน แต่ที่นั้นๆ นำจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและเภสัชปัจจัยมาให้ เสมอไป หม่อมฉันทั้งหลายเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา หม่อมฉันทั้งหลายได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ภิกษุณีบุตรีพราหมณ์ ๘๔,๐๐๐ ได้กล่าวคาถาเหล่านี้เฉพาะพระพักตร์พระผู้มี พระภาค ด้วยประการฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (178 ประโยค)
thi-ap32:0.3 #
จูฬ✎ ร่าง
2 Caturāsītibhikkhunīsahassaapadāna
thi-ap32:1.1 #
าสีติสหสฺสานิ✎ ร่าง
“Cullāsītisahassāni,
อ้างอิงPTS 2.598 · พุทธชยันตี 37.2.186
thi-ap32:1.2 #
พฺราหฺมณกุลสมฺภวา✎ ร่าง
brāhmaññakulasambhavā;
thi-ap32:1.3 #
สุขุมาลหตฺถปาทา✎ ร่าง
Sukhumālahatthapādā,
thi-ap32:1.4 #
ปุเร ตุยฺหํ มหามุเน ฯ✎ ร่าง
pure tuyhaṁ mahāmune.
thi-ap32:2.1 #
เวสฺส สุทฺทกุเล ชาตา✎ ร่าง
Vessasuddakule jātā,
thi-ap32:2.2 #
เทวา นาคา จ กินฺนรา✎ ร่าง
devā nāgā ca kinnarā;
thi-ap32:2.3 #
จตุทฺทีปา พหู กญฺญา✎ ร่าง
Cātuddīpā bahū kaññā,
thi-ap32:2.4 #
ปุเร ตุยฺหํ มหามุเน ฯ✎ ร่าง
pure tuyhaṁ mahāmune.
thi-ap32:3.1 #
กาจิ ๒- ปพฺพชิตา อตฺถิ✎ ร่าง
Kāci pabbajitā atthi,
thi-ap32:3.2 #
สพฺพทสฺสาวิโน พหู✎ ร่าง
sabbadassāvino bahū;
thi-ap32:3.3 #
เทวา จ กินฺนรา นาคา พ✎ ร่าง
Devā ca kinnarā nāgā,
thi-ap32:3.4 #
ุชฺฌิสฺสนฺติ ๓- อนาคเต ฯ✎ ร่าง
phusissanti anāgate.
thi-ap32:4.1 #
อนุโภตฺวา ยสํ สพฺพํ✎ ร่าง
Anubhotvā yasaṁ sabbaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.378
thi-ap32:4.2 #
ปตฺวาน สพฺพสมฺปทา✎ ร่าง
Patvāna sabbasampadā;
thi-ap32:4.3 #
ตุมฺหํ ๑- ปสาทํ ปฏิลทฺธา✎ ร่าง
Tumhaṁ pasādaṁ paṭiladdhā,
thi-ap32:4.4 #
พุชฺฌิสฺสนฺติ อนาคเต ฯ✎ ร่าง
Bujjhissanti anāgate.
thi-ap32:5.1 #
อเมฺห พฺราหฺมณธีตา ตุ✎ ร่าง
Amhe brāhmaṇadhītā tu,
thi-ap32:5.2 #
พฺรหฺมญฺญกุลสมฺภวา ล✎ ร่าง
brāhmaññakulasambhavā;
thi-ap32:5.3 #
กฺขณา ๒- จ มหาวีร✎ ร่าง
Pekkhato no mahāvīra,
thi-ap32:5.4 #
ปาเท วนฺทาม จกฺขุมา ฯ✎ ร่าง
pāde vandāma cakkhuma.
thi-ap32:6.1 #
อุปาหตา ภวา สพฺเพ✎ ร่าง
Upāhatā bhavā sabbe,
thi-ap32:6.2 #
มูลตณฺหา สมูหตา✎ ร่าง
mūlataṇhā samūhatā;
thi-ap32:6.3 #
สมุจฺฉินฺนา อนุสยา✎ ร่าง
Samucchinnā anusayā,
thi-ap32:6.4 #
ปุญฺญสงฺขารทาลิตา ฯ✎ ร่าง
puññasaṅkhāradālitā.
thi-ap32:7.1 #
สมาธิโคจรา สพฺพา✎ ร่าง
Samādhigocarā sabbā,
thi-ap32:7.2 #
สมาปตฺติวสี ตถา✎ ร่าง
samāpattivasī katā;
thi-ap32:7.3 #
ฌาเนน ธมฺมรติยา✎ ร่าง
Jhānena dhammaratiyā,
thi-ap32:7.4 #
วิหริสฺสาม โน สทา ฯ✎ ร่าง
viharissāma no sadā.
thi-ap32:8.1 #
ภวเนตฺติ อวิชฺชา จ✎ ร่าง
Bhavanetti avijjā ca,
thi-ap32:8.2 #
สงฺขาราปิ จ เขปิตา✎ ร่าง
saṅkhārāpi ca khepitā;
thi-ap32:8.3 #
สุทุทฺทสํ ปทํ คนฺตฺวา✎ ร่าง
Sududdasaṁ padaṁ gantvā,
thi-ap32:8.4 #
อนุชานิมฺห ๔- นายก ฯ✎ ร่าง
anujānātha nāyaka”.
thi-ap32:9.1 #
อุปการา ๕- มมํ ตุเมฺห✎ ร่าง
“Upakārā mamaṁ tumhe,
thi-ap32:9.2 #
ทีฆรตฺตํ คตทฺธิโน✎ ร่าง
dīgharattaṁ katāvino;
thi-ap32:9.3 #
จตุนฺนํ ๖- สํสยํ เฉตฺวา✎ ร่าง
Catunnaṁ saṁsayaṁ chetvā,
thi-ap32:9.4 #
สพฺพา คจฺฉถ ๗- นิพฺพุตึ ฯ✎ ร่าง
sabbā gacchantu nibbutiṁ”.
thi-ap32:10.1 #
วนฺทิตฺวา มุนิโน ปาเท✎ ร่าง
Vanditvā munino pāde,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.269
thi-ap32:10.2 #
กตฺวา อิทฺธิวิกุพฺพนํ✎ ร่าง
katvā iddhivikubbanaṁ;
thi-ap32:10.3 #
กาจิ ทสฺเสนฺติ อาโลกํ✎ ร่าง
Kāci dassenti ālokaṁ,
thi-ap32:10.4 #
อนฺธการํ ๘- ตถาปรํ ฯ✎ ร่าง
andhakāramathāparā.
thi-ap32:11.1 #
ทสฺเสนฺติ จนฺทสุริเย✎ ร่าง
Dassenti candasūriye,
thi-ap32:11.2 #
สาครญฺจ สมจฺฉกํ✎ ร่าง
sāgarañca samacchakaṁ;
thi-ap32:11.3 #
สิเนรุํ ปริภณฺฑญฺจ✎ ร่าง
Sineruṁ paribhaṇḍañca,
thi-ap32:11.4 #
ทสฺเสนฺติ ปาริฉตฺตกํ ฯ✎ ร่าง
dassenti pārichattakaṁ.
thi-ap32:12.1 #
ตาวตึสญฺจ ภวนํ✎ ร่าง
Tāvatiṁsañca bhavanaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.188
thi-ap32:12.2 #
ยามํ ทสฺเสนฺติ อิทฺธิยา✎ ร่าง
yāmaṁ dassenti iddhiyā;
thi-ap32:12.3 #
ตุสฺสิตา ๙- นิมฺมิตา เทวา✎ ร่าง
Tusitaṁ nimmite deve,
thi-ap32:12.4 #
วสวตฺตี มหิสฺสรา ฯ✎ ร่าง
vasavattī mahissare.
thi-ap32:13.1 #
พฺรหฺมาโน กาจิ ทสฺเสนฺติ✎ ร่าง
Brahmāno kāci dassenti,
thi-ap32:13.2 #
จงฺกมญฺจ มหารหํ✎ ร่าง
caṅkamañca mahārahaṁ;
thi-ap32:13.3 #
พฺรหฺมวณฺณญฺจ มาเปตฺวา✎ ร่าง
Brahmavaṇṇañca māpetvā,
thi-ap32:13.4 #
ธมฺมํ เทเสนฺติ สุญฺญตํ ฯ✎ ร่าง
dhammaṁ desenti suññataṁ.
thi-ap32:14.1 #
นานาวิกุพฺพนํ กตฺวา✎ ร่าง
Nānāvikubbanaṁ katvā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.379
thi-ap32:14.2 #
อิทฺธึ ทสฺสิย สตฺถุโน✎ ร่าง
iddhiṁ dassiya satthuno;
thi-ap32:14.3 #
ทสฺสยึสุ พลํ สพฺพา✎ ร่าง
Dassayiṁsu balaṁ sabbā,
thi-ap32:14.4 #
ปาเท วนฺทึสุ สตฺถุโน ฯ✎ ร่าง
pāde vandiṁsu satthuno.
thi-ap32:15.1 #
อิทฺธีสุ จ วสี โหม✎ ร่าง
“Iddhīsu ca vasī homa,
อ้างอิงPTS 2.599
thi-ap32:15.2 #
ทิพฺพาย โสตธาตุยา✎ ร่าง
dibbāya sotadhātuyā;
thi-ap32:15.3 #
เจโตปริยญาณสฺส✎ ร่าง
Cetopariyañāṇassa,
thi-ap32:15.4 #
วสี โหม มหามุเน ฯ✎ ร่าง
vasī homa mahāmune.
thi-ap32:16.1 #
ปุพฺเพนิวาสํ ชานาม✎ ร่าง
Pubbenivāsaṁ jānāma,
thi-ap32:16.2 #
ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ✎ ร่าง
dibbacakkhu visodhitaṁ;
thi-ap32:16.3 #
สพฺพาสวปริกฺขีณา✎ ร่าง
Sabbāsavā parikkhīṇā,
thi-ap32:16.4 #
นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ✎ ร่าง
natthi dāni punabbhavo.
thi-ap32:17.1 #
อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ✎ ร่าง
Atthadhammaniruttīsu,
thi-ap32:17.2 #
ปฏิภาเณ ตเถว จ✎ ร่าง
paṭibhāne tatheva ca;
thi-ap32:17.3 #
ญาณํ อมฺหํ มหาวีร✎ ร่าง
Ñāṇaṁ amhaṁ mahāvīra,
thi-ap32:17.4 #
อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก ฯ✎ ร่าง
uppannaṁ tava santike.
thi-ap32:18.1 #
พุทฺธานํ โลกนาถานํ✎ ร่าง
Pubbānaṁ lokanāthānaṁ,
thi-ap32:18.2 #
สงฺคมนฺเตหิ ๑- ทสฺสิตํ✎ ร่าง
saṅgamaṁ no nidassitaṁ;
thi-ap32:18.3 #
อธิการา ๒- พหู อเมฺห✎ ร่าง
Adhikāraṁ bahuṁ amhaṁ,
thi-ap32:18.4 #
ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ✎ ร่าง
tuyhatthāya mahāmune.
thi-ap32:19.1 #
ยํ อมฺหํ ๓- ปุริมํ กมฺมํ✎ ร่าง
Yaṁ amhehi kataṁ kammaṁ,
thi-ap32:19.2 #
กุสลํ สร ตํ มุนิ✎ ร่าง
kusalaṁ sara taṁ mune;
thi-ap32:19.3 #
ตุยฺหตฺถาย มหาวีร✎ ร่าง
Tuyhatthāya mahāvīra,
thi-ap32:19.4 #
ปุญฺญานุปจิตานิ โน ฯ✎ ร่าง
puññānupacitāni no.
thi-ap32:20.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Satasahassito kappe,
thi-ap32:20.2 #
ปทุมุตฺตโร มหามุนิ✎ ร่าง
padumuttaro mahāmuni;
thi-ap32:20.3 #
ปุรํ หํสวตี นาม✎ ร่าง
Puraṁ haṁsavatī nāma,
thi-ap32:20.4 #
สมฺพุทฺธสฺส กุลาลยํ ๔- ฯ✎ ร่าง
sambuddhassa kulāsayaṁ.
thi-ap32:21.1 #
ทฺวาเรน หํสวติยํ✎ ร่าง
Dvārena haṁsavatiyā,
thi-ap32:21.2 #
คงฺคา สนฺทติ สพฺพทา✎ ร่าง
gaṅgā sandati sabbadā;
thi-ap32:21.3 #
อุพฺพาฬฺหา ๕- นทิยา ภิกฺขู✎ ร่าง
Ubbāḷhā nadiyā bhikkhū,
thi-ap32:21.4 #
คมนํ น ลภนฺติ เต ฯ✎ ร่าง
gamanaṁ na labhanti te.
thi-ap32:22.1 #
ทิวสํ เทฺว ๖- ตโย เจว✎ ร่าง
Divasaṁ dve tayo ceva,
thi-ap32:22.2 #
สตฺตาหํ มาสิกํ ตโต✎ ร่าง
sattāhaṁ māsikaṁ tato;
thi-ap32:22.3 #
จาตุมาสมฺปิ สมฺปุณฺณํ✎ ร่าง
Catumāsampi sampuṇṇaṁ,
thi-ap32:22.4 #
คมนํ น ลภนฺติ เต ฯ✎ ร่าง
gamanaṁ na labhanti te.
thi-ap32:23.1 #
ตทา อหุ สตฺตสาโร✎ ร่าง
Tadā ahu sattasāro,
thi-ap32:23.2 #
ชชฺชิโย ๗- นาม รฏฺฐโก✎ ร่าง
jaṭilo nāma raṭṭhiko;
thi-ap32:23.3 #
โอรตีเร ๘- ภิกฺขโว ทิสฺวา✎ ร่าง
Oruddhe bhikkhavo disvā,
thi-ap32:23.4 #
เสตุํ ๙- คงฺคาย การยิ ฯ✎ ร่าง
setuṁ gaṅgāya kārayi.
thi-ap32:24.1 #
ตทา สตสหสฺเสหิ✎ ร่าง
Tadā satasahassehi,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.380 · ฉัฏฐสังคายนา 58.270
thi-ap32:24.2 #
เสตุํ คงฺคาย การยึ✎ ร่าง
setuṁ gaṅgāya kārayi;
thi-ap32:24.3 #
สงฺฆสฺส ปาริเม ๑- ตีเร✎ ร่าง
Saṅghassa orime tīre,
thi-ap32:24.4 #
วิหารญฺจ อการยิ ฯ✎ ร่าง
vihārañca akārayi.
thi-ap32:25.1 #
อิตฺถิโย ปุริสา เจว✎ ร่าง
Itthiyo purisā ceva,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.2.190
thi-ap32:25.2 #
อุจฺจานีจกุลานิ จ✎ ร่าง
uccanīcakulāni ca;
thi-ap32:25.3 #
ตสฺส เสตุํ วิหารํ ๒- จ✎ ร่าง
Tassa setuṁ vihārañca,
thi-ap32:25.4 #
สมภาคํ อกํสุ เต ฯ✎ ร่าง
samabhāgaṁ akaṁsu te.
thi-ap32:26.1 #
อเมฺห อญฺเญ จ มนุชา✎ ร่าง
Amhe aññe ca mānujā,
thi-ap32:26.2 #
วิปฺปสนฺเนน เจตสา✎ ร่าง
vippasannena cetasā;
thi-ap32:26.3 #
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา✎ ร่าง
Tassa dhammesu dāyādā,
thi-ap32:26.4 #
นคเร ชนปเทสุ จ ฯ✎ ร่าง
nagare janapadesu ca.
thi-ap32:27.1 #
อิตฺถี ปุมา กุมารา จ✎ ร่าง
Itthī pumā kumārā ca,
thi-ap32:27.2 #
พหู เจว กุมาริกา✎ ร่าง
bahū ceva kumārikā;
thi-ap32:27.3 #
เสตุโน จ วิหารสฺส✎ ร่าง
Setuno ca vihārassa,
thi-ap32:27.4 #
วาลุกา อากิรึสุ เต ฯ✎ ร่าง
vālukā ākiriṁsu te.
thi-ap32:28.1 #
วีถิสมฺมชฺชนํ กตฺวา✎ ร่าง
Vīthiṁ sammajjanaṁ katvā,
อ้างอิงPTS 2.600
thi-ap32:28.2 #
กทลีปุณฺณฆฏทฺธชา✎ ร่าง
kadalīpuṇṇaghaṭe dhaje;
thi-ap32:28.3 #
ธูปํ ๔- จุณฺณญฺจ มาลญฺจ✎ ร่าง
Dhūpaṁ cuṇṇañca mālañca,
thi-ap32:28.4 #
การํ กตฺวาน สตฺถุโน ฯ✎ ร่าง
kāraṁ katvāna satthuno.
thi-ap32:29.1 #
เสตุวิหาเร กตฺวาน✎ ร่าง
Setuvihāre kāretvā,
thi-ap32:29.2 #
นิมนฺเตตฺวา วินายกํ✎ ร่าง
nimantetvā vināyakaṁ;
thi-ap32:29.3 #
มหาทานํ ททิตฺวาน✎ ร่าง
Mahādānaṁ daditvāna,
thi-ap32:29.4 #
สมฺโพธึ อภิปตฺถยึ ฯ✎ ร่าง
sambodhiṁ abhipatthayiṁ.
thi-ap32:30.1 #
ปทุมุตฺตโร มหาวีโร ค✎ ร่าง
Padumuttaro mahāvīro,
thi-ap32:30.2 #
รุโก ๕- สพฺพปาณินํ✎ ร่าง
tārako sabbapāṇinaṁ;
thi-ap32:30.3 #
อนุโมทนิยํ กตฺวา ๖- พฺยากาสิ✎ ร่าง
Anumodanīyaṅkāsi,
thi-ap32:30.4 #
มหามุนิ ฯ✎ ร่าง
jaṭilassa mahāmuni.
thi-ap32:31.1 #
สตสหสฺเส อติกฺกนฺเต✎ ร่าง
‘Satasahassātikkante,
thi-ap32:31.2 #
กปฺโป เหสฺสติ ภทฺทโก✎ ร่าง
kappo hessati bhaddako;
thi-ap32:31.3 #
ภวาภเว สุขํ ๗- ลทฺธา✎ ร่าง
Bhavābhavenubhotvāna,
thi-ap32:31.4 #
ปาปุณิสฺสติ โพธิยํ ฯ |๑๗๒.๔๓| เย ๘- เ✎ ร่าง
pāpuṇissati bodhiyaṁ.
thi-ap32:32.1 #
กจิ หตฺถกมฺมญฺจ✎ ร่าง
Kāci hatthaparikammaṁ,
thi-ap32:32.2 #
กตาวี นรนาริโย✎ ร่าง
katāvī naranāriyo;
thi-ap32:32.3 #
อนาคตสฺมิ อทฺธาเน✎ ร่าง
Anāgatamhi addhāne,
thi-ap32:32.4 #
สพฺเพ เหสฺสนฺติ สมฺมุขา ฯ✎ ร่าง
sabbā hessanti sammukhā’.
thi-ap32:33.1 #
เตน กมฺมวิปาเกน✎ ร่าง
Tena kammavipākena,
thi-ap32:33.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ✎ ร่าง
cetanāpaṇidhīhi ca;
thi-ap32:33.3 #
อุปฺปนฺนา เทวภวเน✎ ร่าง
Uppannā devabhavanaṁ,
thi-ap32:33.4 #
ตุยฺหนฺเต ๑๐- ปริจาริกา ฯ✎ ร่าง
tuyhaṁ tā paricārikā.
thi-ap32:34.1 #
ทิพฺพสุขํ อสงฺเขยฺยํ✎ ร่าง
Dibbasukhaṁ asaṅkhiyaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.381
thi-ap32:34.2 #
มานุสญฺจ อสงฺขิยํ อน✎ ร่าง
mānusañca asaṅkhiyaṁ;
thi-ap32:34.3 #
ุโภนฺติ ๑- จิรํ กาลํ✎ ร่าง
Tuyhaṁ te paricārema,
thi-ap32:34.4 #
สํสริตฺวา ภวาภเว ฯ✎ ร่าง
saṁsarimha bhavābhave.
thi-ap32:35.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Satasahassito kappe,
thi-ap32:35.2 #
สุกตํ กมฺมสมฺปทํ✎ ร่าง
sukataṁ kammasampadaṁ;
thi-ap32:35.3 #
สุขุมาลิมนุสฺเสสุ✎ ร่าง
Sukhumālī manussānaṁ,
thi-ap32:35.4 #
อโถ เทวปุเร วเร ฯ✎ ร่าง
atho devapure vare.
thi-ap32:36.1 #
รูปโภคยสญฺเจว✎ ร่าง
Rūpabhogayase ceva,
thi-ap32:36.2 #
อโถ กิตฺติสุขํ ปิยํ✎ ร่าง
atho kittiñca sakkataṁ;
thi-ap32:36.3 #
ลภาม สตตํ สพฺพํ✎ ร่าง
Labhāma satataṁ sabbaṁ,
thi-ap32:36.4 #
สุกตํ กมฺมสมฺปทํ ฯ✎ ร่าง
sukataṁ kammasampadaṁ.
thi-ap32:37.1 #
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต✎ ร่าง
Pacchime bhave sampatte,
thi-ap32:37.2 #
ชายาม ๔- พฺราหฺมเณ กุเล✎ ร่าง
jātāmha brāhmaṇe kule;
thi-ap32:37.3 #
สุขุมาลหตฺถปาทา✎ ร่าง
Sukhumālahatthapādā,
thi-ap32:37.4 #
สกฺยปุตฺตนิเวสเน ฯ✎ ร่าง
sakyaputtanivesane.
thi-ap32:38.1 #
สพฺพกาลมฺปิ ปฐวึ✎ ร่าง
Sabbakālampi pathaviṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.271 · พุทธชยันตี 37.2.192
thi-ap32:38.2 #
น ปสฺสาม นลงฺกตํ✎ ร่าง
na passāma na laṅkataṁ;
thi-ap32:38.3 #
จิกฺขลฺลํ ๕- ภูมึ คมนํ✎ ร่าง
Cikkhallabhūmimasuciṁ,
thi-ap32:38.4 #
น ปสฺสาม มหามุนิ ฯ✎ ร่าง
na passāma mahāmune.
thi-ap32:39.1 #
อคาราวสนฺเต อเมฺห✎ ร่าง
Agāraṁ vasante amhe,
thi-ap32:39.2 #
สกฺการํ สพฺพกาลิกํ✎ ร่าง
sakkāraṁ sabbakālikaṁ;
thi-ap32:39.3 #
อุปเนนฺติ สทา สพฺพํ✎ ร่าง
Upanenti sadā sabbaṁ,
thi-ap32:39.4 #
ปุพฺพกมฺมผเลน ๖- โน ฯ✎ ร่าง
pubbakammaphalena no.
thi-ap32:40.1 #
อคารํ ปชหิตฺวาน✎ ร่าง
Agāraṁ pajahitvāna,
อ้างอิงPTS 2.601
thi-ap32:40.2 #
ปพฺพชิตฺวานคาริยํ✎ ร่าง
pabbajitvānagāriyaṁ;
thi-ap32:40.3 #
สํสารปถํ นิติณฺณา น✎ ร่าง
Saṁsārapathanitthiṇṇā,
thi-ap32:40.4 #
ตฺถิ ๗- ทานิ ปุนพฺภโว ฯ✎ ร่าง
vītarāgā bhavāmase.
thi-ap32:41.1 #
จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ✎ ร่าง
Cīvaraṁ piṇḍapātañca,
thi-ap32:41.2 #
ปจฺจยํ สยนาสนํ✎ ร่าง
paccayaṁ sayanāsanaṁ;
thi-ap32:41.3 #
อุปเนนฺติ สทา อเมฺห✎ ร่าง
Upanenti sadā amhe,
thi-ap32:41.4 #
สหสฺสานิ ตโต ตโต ฯ✎ ร่าง
sahassāni tato tato.
thi-ap32:42.1 #
กิเลสา ฌาปิตามฺหากํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā amhaṁ,
thi-ap32:42.2 #
เฉตฺวา✎ ร่าง
…pe…
thi-ap32:42.3 #
วิหราม อนาสวา ฯ✎ ร่าง
viharāma anāsavā.
thi-ap32:43.1 #
สฺวาคตํ วต โน อาสิ พุทฺธ✎ ร่าง
Svāgataṁ vata no āsi,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.382
thi-ap32:43.2 #
เสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
…pe…
thi-ap32:43.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
thi-ap32:44.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
thi-ap32:44.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
…pe…
thi-ap32:44.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
thi-ap32:45.1 #
อิตฺถํ สุทํ จตุราสีติ พฺราหฺมณกญฺญาภิกฺขุนีสหสฺสานิ ภควโต สมฺมุขา อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ caturāsītibrāhmaṇakaññābhikkhunīsahassāni bhagavato sammukhā imā gāthāyo abhāsitthāti.
thi-ap32:46.1 #
จตุราสีติสหสฺสพฺราหฺมณกญฺญาเถรีนํ อปทานํ สมตฺตํ ฯ ตติยํ อุปฺปลทายิกาเถริยาปทานํ✎ ร่าง
Caturāsītibhikkhunīsahassāpadānaṁ dutiyaṁ.
thi-ap33:0.1 #
Therīapadāna
thi-ap33:0.2 #
Khattiyāvagga
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน