‹ กลับ
โสณณกิงกณิยเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 19 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๖๒๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๙] เราได้ออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา เรานุ่งห่มผ้าเปลือกไม้กรอง เห็นกรรมคือตบะ ก็สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ พระนามว่าอัตถทัสสีเสด็จอุบัติขึ้นช่วยมหาชน ให้ข้าม ก็เราสิ้นกำลังเพราะพยาธิอย่างหนัก เรานึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด ก่อพระสถูปอันอุดมที่หาดทราย ครั้นแล้ว เป็นผู้มี จิตยินดี มีใจโสมนัส เรี่ยรายดอกกะดึงทองโดยพลัน เราบำเรอ พระสถูปของพระพุทธเจ้า พระนามว่าอัตถทัสสีผู้คงที่ ด้วยใจอัน เลื่อมใสนั้น ปานดังบำเรอพระพุทธเจ้าเฉพาะพระพักตร์ เราไป สู่เทวโลกแล้ว ได้ความสุขอันไพบูลย์ ในเทวโลกนั้น เรามี ผิวพรรณปานทองคำ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เทพนารีของเรามี ประมาณ ๘๐ โกฏิ ประดับประดาสวยงาม บำรุงเราอยู่ทุกเมื่อ นี้ เป็นผลแห่งพุทธบูชา ดนตรี ๖ หมื่น คือ กลอง ตะโพน สังข์ บัณเฑาะว์ มโหระทึก บรรเลงอย่างไพเราะในเทวโลกนั้น ช้าง กุญชรตระกูลมาตังคะแตกมัน ๓ ครั้ง อายุ ๖๐ ปี ๘,๔๐๐ เชือก ประดับสวยงามคลุมด้วยตาข่ายทอง ทำการบำรุงเรา ความเป็นผู้ บกพร่องในพลกายและที่อยู่ ไม่มีแก่เรา เราเสวยผลของดอก กะดึงทองได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๘ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๗๑ ครั้ง และได้เสวยราชสมบัติในมหาปฐพี ๑๐๑ ครั้ง บัดนี้ เราได้บรรลุอมตบทอันลึกซึ้ง ยากที่จะเห็นได้ สังโยชน์หมด สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี ในกัปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัปนี้ เราได้เอา ดอกไม้บูชาใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้วดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโสณณกิงกณิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๑๙] ในมัณฑกัปนั้นแล ได้มีพระศาสดาผู้ยอดเยี่ยม ผู้ไม่มีใครเปรียบ เสมอเหมือน พระนามว่าปุสสะ เป็นนายกชั้นเลิศของโลก แม้ พระองค์ก็ทรงกำจัดความมืดทั้งปวง ทรงสางความรกชัฏเป็นอันมาก แล้ว ทรงยังน้ำอมฤตให้ตก ช่วยให้มนุษย์พร้อมด้วยเทวดาได้ดื่ม จนสำราญ เมื่อพระองค์ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ เดือน ผุสสนักขัตมงคล ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้แก่สัตว์แปดโกฏิ ครั้งที่ ๒ เก้าโกฏิ ครั้งที่ ๓ แปดโกฏิ พระปุสสบรมศาสดา ทรง มีการประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพผู้หลุดพ้นเพราะไม่ถือมั่น ผู้ตัด ธรรมเครื่องสืบต่อขาด มาประชุมกันหกโกฏิ ครั้งที่ ๒ ห้าโกฏิ ครั้งที่ ๓ สี่โกฏิ สมัยนั้น เราเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่าวิชิต ละทิ้ง ราชสมบัติเป็นอันมากแล้วออกผนวช ในสำนักของพระองค์ แม้ พระปุสสพุทธเจ้าผู้เป็นนายกชั้นเลิศของโลกพระองค์นั้น ก็ทรง พยากรณ์เราว่า ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้า ในโลก ....... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์ แม้นั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการ บำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการยิ่งขึ้น เราเล่าเรียนพระสูตรและพระวินัย อันเป็นนวังคสัตถุศาสน์จบทุกอย่างแล้ว ยังพระศาสนาของ พระชินเจ้าให้งาม เราเป็นผู้ไม่ประมาทในคำสั่งสอนนั้น เจริญพรหม วิหารภาวนา ถึงความสำเร็จในอภิญญาแล้ว ได้ไปยังพรหมโลก พระนครชื่อว่ากาสิกะ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าชยเสนะ เป็น พระชนกของพระปุสสศาสดา พระนางสิริมา เป็นพระชนนี พระองค์ ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่าคุฬะ หังสะ และสุวรรณดารา มีพระสนมนารีกำนัล ในสองหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสี พระนามว่ากีสาโคตมี พระราชโอรสพระนามว่าอานันทะ พระองค์ ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยคชสารราชยาน ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ วัน พระปุสสมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายกชั้นเลิศ ของโลก อุดมกว่านรชน อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศ พระธรรมจักร ณ มฤคทายวัน ทรงมีพระสุรักขิตเถระและพระธรรม เสนเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อสภิยะ เป็นพระพุทธ อุปัฏฐาก พระจาลาเถรีและพระอุปจาลาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา ไม้ โพธิพฤกษ์เรียกกันว่าไม้มะขามป้อม อนัญชยอุบาสกและวิสาขอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก ปทุมาอุบาสิกาและสิรินาคาอุบาสิกา เป็นอัคร- อุปัฏฐายิกา พระมุนีพระองค์นั้นมีพระองค์สูง ๕๘ ศอก ทรงงาม สง่าดังพระอาทิตย์ เหมือนพระจันทร์เต็มดวง ฉะนั้น ในกาลนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุเก้าหมื่นปี พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุอยู่ เพียงนั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้มากมาย พระศาสดาผู้มีพระยศไม่มีเทียมพระองค์นั้น ตรัสสอนสัตว์เป็น อันมาก ทรงช่วยให้ประชาชนมากมายข้ามไปแล้ว พระองค์ เสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระปุสสชินศาสดาผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ เสนาราม พระธาตุของพระองค์แผ่ไพศาลไปใน ประเทศนั้นฉะนี้แล. [๑๙] พระราชาทรงพระนามว่าชัยทิศ ทรงประกอบด้วยศีลคุณเสวยสมบัติ ในพระนครอันประเสริฐชื่อกัปปิลาเป็นนครอุดมในปัญจาลรัฐ เรา เป็นโอรสของพระราชาพระองค์นั้น มีธรรมอันสดับแล้ว มีศีลงาม มีพระนามว่าอลีนสัตตกุมารมีคุณสงเคราะห์บริวารชนทุกเมื่อ พระบิดาของเราเสด็จไปประพาศเนื้อ ได้ทรงพบพระยาโปริสาท พระยาโปริสาทนั้นได้จับพระบิดาของเราแล้วกล่าวว่า ท่านเป็นอาหาร ของเราอย่าดิ้นรน พระบิดาของเราทรงสดับคำของพระยาโปริสาทนั้น ทรงกลัวสะดุ้งหวาดหวั่น พระองค์มีพระเพลาแข็งกระด้างเพราะทอด พระเนตรเห็นพระยาโปริสาท พระยาโปริสาทรับเอาเนื้อแล้วปล่อย ไปโดยบังคับให้กลับมาอีก พระราชบิดา พระราชทานทรัพย์แก่ พราหมณ์ แล้วตรัสเรียกเรามาว่าพ่อลูกชาย จงปกครองราชสมบัติ อย่าประมาทปกครองนครนี้ พระยาโปริสาทบังคับเราให้เรากลับไป หาอีก เราถวายบังคมพระมารดาพระบิดาแล้ว ตกแต่งร่างกายสะพาย ธนูเหน็บ พระแสงขรรค์ ออกไปหาพระยาโปริสาท (เราคิดว่า) พระยาโปริสาทเห็นมีมือถืออาวุธ บางทีจักสะดุ้งกลัว แต่เพราะ เมื่อเราทำความสะดุ้งกลัวแก่พระยาโปริสาท ศีลของเราจะเศร้าหมอง เพราะเรากลัวศีลจะขาดจึงไม่นำสิ่งที่น่าเกลียด (อาวุธ) เข้าไปใกล้ พระยาโปริสาทนั้น เรามีเมตตาจิต กล่าวคำเป็นประโยชน์ ได้กล่าว คำนี้ว่า ท่านจงเอาแก่นไม้มาก่อไฟให้เป็นกองใหญ่ เราจะโดดเข้า ไฟท่านผู้เป็นพระปิตุจฉาทราบเวลาว่าเราสุกดีแล้วจงกินเถิด เราไม่ ได้รักษาชีวิตของเราเพราะเหตุแห่งพระบิดาผู้ทรงศีล เราได้ให้ พระยาโปริสาทผู้ฆ่าสัตว์เป็นปรกติทุกเมื่อนั้นบวชแล้ว ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (67 ประโยค)
tha-ap431:1.1 #
สทฺธาย อภินิกฺขมฺม🤖 AI จับคู่
“Saddhāya abhinikkhamma,
อ้างอิงPTS 2.388 · สยามรัฐ 33.40 · ฉัฏฐสังคายนา 58.13
tha-ap431:1.2 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ🤖 AI จับคู่
pabbajiṁ anagāriyaṁ;
tha-ap431:1.3 #
วากจีรธโร อาสึ🤖 AI จับคู่
Vākacīradharo āsiṁ,
tha-ap431:1.4 #
ตโปกมฺมมปสฺสิโต ฯ🤖 AI จับคู่
tapokammamapassito.
tha-ap431:2.1 #
อตฺถทสฺสี ตุ ภควา🤖 AI จับคู่
Atthadassī tu bhagavā,
tha-ap431:2.2 #
โลกเชฏฺโฐ นราสโภ🤖 AI จับคู่
lokajeṭṭho narāsabho;
tha-ap431:2.3 #
อุปฺปชฺชิ ตมฺหิ สมเย🤖 AI จับคู่
Uppajji tamhi samaye,
tha-ap431:2.4 #
ตารยนฺโต มหาชนํ ฯ🤖 AI จับคู่
tārayanto mahājanaṁ.
tha-ap431:3.1 #
พลญฺจ วต เม ขีณํ🤖 AI จับคู่
Balañca vata me khīṇaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.110
tha-ap431:3.2 #
พฺยาธินา ปรเมนหํ🤖 AI จับคู่
byādhinā paramena taṁ;
tha-ap431:3.3 #
พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน🤖 AI จับคู่
Buddhaseṭṭhaṁ saritvāna,
tha-ap431:3.4 #
ปุฬิเน ถูปมุตฺตมํ ฯ🤖 AI จับคู่
puline thūpamuttamaṁ.
tha-ap431:4.1 #
กริตฺวา หฏฺฐจิตฺโตหํ🤖 AI จับคู่
Karitvā haṭṭhacittohaṁ,
tha-ap431:4.2 #
สหเสน ๓- สโมกิรึ🤖 AI จับคู่
sahatthena samokiriṁ;
tha-ap431:4.3 #
โสณฺณกึกณิปุปฺผานิ🤖 AI จับคู่
Soṇṇakiṅkaṇipupphāni,
tha-ap431:4.4 #
อุทคฺคมนโส อหํ ฯ🤖 AI จับคู่
udaggamanaso ahaṁ.
tha-ap431:5.1 #
สมฺมุขา วิย สมฺพุทฺธํ🤖 AI จับคู่
Sammukhā viya sambuddhaṁ,
tha-ap431:5.2 #
ถูปํ ปริจรึ อหํ🤖 AI จับคู่
thūpaṁ paricariṁ ahaṁ;
tha-ap431:5.3 #
เตน เจโตปสาเทน🤖 AI จับคู่
Tena cetopasādena,
tha-ap431:5.4 #
อตฺถทสฺสิสฺส ตาทิโน ฯ🤖 AI จับคู่
atthadassissa tādino.
tha-ap431:6.1 #
เทวโลกํ คโต สนฺโต🤖 AI จับคู่
Devalokaṁ gato santo,
tha-ap431:6.2 #
ลภามิ วิปุลํ สุขํ🤖 AI จับคู่
labhāmi vipulaṁ sukhaṁ;
tha-ap431:6.3 #
สุวณฺณวณฺโณ ตตฺถาสิ🤖 AI จับคู่
Suvaṇṇavaṇṇo tatthāsiṁ,
tha-ap431:6.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap431:7.1 #
อสีติโกฏิโย มยฺหํ🤖 AI จับคู่
Asītikoṭiyo mayhaṁ,
tha-ap431:7.2 #
นาริโย สมลงฺกตา🤖 AI จับคู่
nāriyo samalaṅkatā;
tha-ap431:7.3 #
สทา มยฺหํ อุปฏฺฐนฺติ🤖 AI จับคู่
Sadā mayhaṁ upaṭṭhanti,
tha-ap431:7.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap431:8.1 #
สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Saṭṭhituriyasahassāni,
tha-ap431:8.2 #
เภริโย ปณวาปิจ🤖 AI จับคู่
bheriyo paṇavāni ca;
tha-ap431:8.3 #
สงฺขา จ เทณฺฑิมา ตตฺถ🤖 AI จับคู่
Saṅkhā ca ḍiṇḍimā tattha,
tha-ap431:8.4 #
วคฺคู วชฺชนฺติ ทุนฺทุภิ ฯ🤖 AI จับคู่
vaggū vajjanti dundubhī.
tha-ap431:9.1 #
จุลฺลาสีติสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Cullāsītisahassāni,
tha-ap431:9.2 #
หตฺถิโย สมลงฺกตา🤖 AI จับคู่
hatthino samalaṅkatā;
tha-ap431:9.3 #
ติธปฺปภินฺนา มาตงฺคา🤖 AI จับคู่
Tidhāpabhinnamātaṅgā,
tha-ap431:9.4 #
กุญฺชรา สฏฺฐิหายนา ฯ🤖 AI จับคู่
kuñjarā saṭṭhihāyanā.
tha-ap431:10.1 #
เหมชาลาภิสญฺฉนฺนา🤖 AI จับคู่
Hemajālābhisañchannā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.41
tha-ap431:10.2 #
อุปฏฺฐานํ กโรนฺติ เม🤖 AI จับคู่
upaṭṭhānaṁ karonti me;
tha-ap431:10.3 #
พลกาเย ภเว ๑- เจว🤖 AI จับคู่
Balakāye gaje ceva,
tha-ap431:10.4 #
อูนตา เม น วิชฺชติ ฯ🤖 AI จับคู่
ūnatā me na vijjati.
tha-ap431:11.1 #
โสณฺณกึกณิปุปฺผานํ🤖 AI จับคู่
Soṇṇakiṅkaṇipupphānaṁ,
tha-ap431:11.2 #
วิปากํ อนุโภมิหํ🤖 AI จับคู่
vipākaṁ anubhomahaṁ;
tha-ap431:11.3 #
อฏฺฐปญฺญาสกฺขตฺตุํ จ🤖 AI จับคู่
Aṭṭhapaññāsakkhattuñca,
tha-ap431:11.4 #
เทวรชฺชมการยึ ฯ🤖 AI จับคู่
devarajjamakārayiṁ.
tha-ap431:12.1 #
เอกสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ🤖 AI จับคู่
Ekasattatikkhattuñca,
tha-ap431:12.2 #
จกฺกวตฺติ อโหสหํ🤖 AI จับคู่
cakkavattī ahosahaṁ;
tha-ap431:12.3 #
ปฐพฺยา รชฺชํ เอกสตํ🤖 AI จับคู่
Pathabyā rajjaṁ ekasataṁ,
tha-ap431:12.4 #
มหิยา การยึ อหํ ฯ🤖 AI จับคู่
mahiyā kārayiṁ ahaṁ.
tha-ap431:13.1 #
โส ทานิ ปตฺโต🤖 AI จับคู่
So dāni amataṁ patto,
tha-ap431:13.2 #
อมตํ คมฺภีรํ ๒- ทุทฺทสํ ปทํ🤖 AI จับคู่
asaṅkhataṁ sududdasaṁ;
tha-ap431:13.3 #
สํโยชนา ปริกฺขีณา🤖 AI จับคู่
Saṁyojanaparikkhīṇo,
tha-ap431:13.4 #
นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ🤖 AI จับคู่
natthi dāni punabbhavo.
tha-ap431:14.1 #
อฏฺฐารเส กปฺปสเต🤖 AI จับคู่
Aṭṭhārase kappasate,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.14
tha-ap431:14.2 #
ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ🤖 AI จับคู่
yaṁ pupphamabhiropayiṁ;
tha-ap431:14.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap431:14.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap431:15.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงPTS 2.389
tha-ap431:15.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap431:15.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap431:16.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap431:16.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap431:16.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap431:17.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap431:17.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap431:17.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap431:18.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โสณฺณกึกณิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā sovaṇṇakiṅkaṇiyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap431:19.1 #
โสณฺณกึกณิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. คเช ฯ ๒ ม. ยุ. อสงฺขตํ สุทุทฺทสํ ฯ ทสมํ โสวณฺณโกนฺตริกตฺเถราปทานํ ๑- (๔๓๐) [๑๙] |๑๙.๑| ตตฺเถว มณฺฑกปฺปมฺหิ อหุ สตฺถา อนุตฺตโร อนูปโม อสมสโม ปุสฺโส ๓- โลกคฺคนายโก ฯ |๑๙.๒| โสปิ สพฺพํ ตมํ หนฺตฺวา วิชเฏตฺวา มหาชฏํ สเทวกํ ตปฺปยนฺโต อภิวสฺสิ อมตมฺพุนา ๔- ฯ |๑๙.๓| ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตนฺเต ผุสฺเส นกฺขตฺตมงฺคเล อสีติสตสหสฺสานํ ๕- ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปทีเปน ฯ ๒ ม. ยุ. ผุสฺสพุทฺธวํโส ฯ ๓ ม. ยุ. สพฺพตฺถ ผุสฺโส ฯ@๔ ยุ. อมตมฺพุยา ฯ ๕ ม. ยุ. โกฏิสตสหสฺสานํ ฯ |๑๙.๔| นวุติสตสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ อสีติสตสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๑๙.๕| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ปุสฺสสฺส จ ๑- มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๑๙.๖| สฏฺฐิสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม ปญฺญาสสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๑๙.๗| จตฺตาฬีสสตสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม อนุปาทา วิมุตฺตานํ โวจฺฉินฺนปฏิสนฺธินํ ฯ |๑๙.๘| อหนฺเตน สมเยน วิชิโต ๒- นาม ขตฺติโย ฉฑฺฑยิตฺวา มหารชฺชํ ปพฺพชึ ตสฺส สนฺติเก ฯ |๑๙.๙| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ ปุสฺโส โลกคฺคนายโก เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๑๙.๑๐| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๑๙.๑๑| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๑๙.๑๒| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๑๙.๑๓| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปิ ฯ ๒ ม. ยุ. วิชิตาวี ฯ |๑๙.๑๔| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๑๙.๑๕| โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๑๙.๑๖| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๑๙.๑๗| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๑๙.๑๘| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๑๙.๑๙| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๑๙.๒๐| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๑๙.๒๑| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๙.๒๒| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๑๙.๒๓| สุตฺตนฺตํ วินยญฺจาปิ นวงฺคสตฺถุสาสนํ สพฺพํ ปริยาปุณิตฺวาน โสภยึ ชินสาสนํ ฯ |๑๙.๒๔| ตตฺถปฺปมตฺโต วิหรนฺโต พฺรหฺมํ ภาเวตฺวา ภาวนํ อภิญฺญาสุ ปารมึ คนฺตฺวา พฺรหฺมโลกมคญฺฉิหํ ฯ |๑๙.๒๕| กาสิกํ นาม นครํ ชยเสโน นาม ขตฺติโย สิริมา นาม ชนิกา ปุสฺสสฺส จ ๑- มเหสิโน ฯ |๑๙.๒๖| นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส ครุฬหํสสุวณฺณตารา ๒- ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๑๙.๒๗| เตวีสติสหสฺสานิ ๓- นาริโย สมลงฺกตา กีสาโคตมี นาม [๑๙] |๑๙.๗๓| ปญฺจาลรฏฺเฐ นครวเร ๕- กปฺปิลายํ ปุรุตฺตเม ราชา ชยทิโส นาม สีลคุณมุปาคโต ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อสฺมา ฯ ๒ ม. ยุ. โอกฺกมนตฺถาย ฯ ๓ ม. ยุ. ชเนโนกฺกมิตฺวา ฯ@๔ ม. โอกฺกนฺเต ฯ ยุ. โอกฺกนฺโต ฯ ๕ ยุ. นคเร ฯ |๑๙.๗๔| ตสฺส รญฺโญ อหํ ปุตฺโต สุตธมฺโม สุสีลวา อลีนสตฺโต คุณวา อนุรกฺขาปริชโน ๑- สทา ฯ |๑๙.๗๕| ปิตา เม มิควํ คนฺตฺวา โปริสาทํ อุปาคมิ โส เม ปิตุมคฺคเหสิ ภกฺโขสิ มม มา จลิ ฯ |๑๙.๗๖| ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ภีโต ตสิตเวธิโต อุรุกฺขมฺโภ ๒- อหุ ตสฺส ทิสฺวาน โปริสาทกํ ฯ |๑๙.๗๗| มิควํ คเหตฺวา มุญฺจสฺสุ กตฺวา อาคมนํ ปุน พฺราหฺมณสฺส ธนํ ทตฺวา ปิตา อามนฺตยี มมํ ฯ |๑๙.๗๘| รชฺชํ ปุตฺต ปฏิปชฺช มา ปมชฺช ๓- ปุรํ อิทํ กตํ เม โปริสาเทน มม อาคมนํ ปุน ฯ |๑๙.๗๙| มาตุปิตุญฺจ วนฺทิตฺวา นิมฺมินิตฺวาน อตฺตานํ ๔- นิกฺขมิตฺวา ธนุํ ขคฺคํ โปริสาทมุปาคมึ ฯ |๑๙.๘๐| สสตฺถหตฺถูปคตํ กทาจิ โส ตสิสฺสติ เตน ภิชฺชิสฺสตี สีลํ ปริตฺตาสํ กเต มยิ ฯ |๑๙.๘๑| สีลขณฺฑภยา มยฺหํ ตสฺส เทสฺสํ น พฺยาหรึ เมตฺตจิตฺโต หิตวาที อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ |๑๙.๘๒| อุชฺชเลหิ มหาอคฺคึ ปปติสฺสามิ รุกฺขโต สุปกฺกกาลมญฺญาย ๕- ภกฺขย ๖- ตฺวํ ปิตามหา ฯ |๑๙.๘๓| อิติ สีลวตํ เหตุ นารกฺขึ มม ชีวิตํ ปพฺพาเชสิมหนฺตสฺส สทา ปาณาติปาติกนฺติ ฯ ชยทิสจริยํ นวมํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อนุตฺตรปริชโน ฯ ๒ ยุ. อุรุถมฺโภ ฯ ๓ ม. ยุ. ปมชฺชิ ฯ ๔ ม. อตฺตนา ฯ@๕ ยุ. สปตฺตกามญฺญลาย ฯ ๖ ม. อกฺขย มํ ปิตามห ฯ ทสมํ สงฺขปาลจริยํ🤖 AI จับคู่
Sovaṇṇakiṅkaṇiyattherassāpadānaṁ navamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน