‹ กลับ
โสวัณณโกนตริกเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 20 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๖๕๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๐] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้อบรมใจ ฝึกพระองค์แล้ว มีพระทัยตั้งมั่น เสด็จดำเนินอยู่ในทางใหญ่ ทรงข้ามโอฆะได้แล้วทรงยินดีในการ สงบระงบจิต ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง มีปกติเพ่งพินิจ ยินดีใน ฌาน เป็นมุนี เข้าสมาบัติ สำรวมอินทรีย์ จึงเอากะโหลกน้ำเต้า ตักน้ำเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ล้างพระบาทของพระ พุทธเจ้าแล้วถวายน้ำเต้า และพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ได้ทรงบังคับว่า ท่านจงเอากะโหลกน้ำเต้านี้ ตักน้ำมาวางไว้ที่ ใกล้ๆ เท้าของเรา เรารับสนองพระพุทธดำรัสว่า สาธุ แล้วเอา กะโหลกน้ำเต้ามาวางไว้ใกล้พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เพราะความ เคารพต่อพระศาสดา พระศาสดาผู้ทรงความเพียรใหญ่ เมื่อจะทรง ยังจิตของเราให้ดับสนิท ได้ทรงอนุโมทนาว่า ด้วยการถวายน้ำเต้านี้ ขอความดำริของท่านจงสำเร็จ ในกัปที่ ๑๕ แต่กัปนี้ เรารื่นรมย์ อยู่ในเทวโลก ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๓๓ ครั้ง จะเป็น กลางวันหรือกลางคืนก็ตาม เมื่อเราเดินหรือยืนอยู่ คนทั้งหลายถือ ถ้วยทองยืนอยู่ข้างหน้าเรา เราได้ถ้วยทองเพราะการถวายน้ำเต้า แด่พระพุทธเจ้า สักการะที่ทำไว้ในท่านผู้คงที่ทั้งหลาย ถึงจะน้อย ก็ย่อมเป็นของไพบูลย์ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ถวายน้ำเต้าใน กาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งน้ำเต้า เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโสวัณณโกนตริกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. ๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน ๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน ๒. เอกทุสสทายกเถราปทาน ๗. เอกธัมมสวนิยเถราปทาน ๓. เอกาสนทายกเถราปทาน ๘. สุจินติตเถราปทาน ๔. สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทาน ๙. โสณณกิงกณิยเถราปทาน ๕. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน ๑๐. โสวัณณโกนตริกเถราปทาน [๒๐] ในกัปต่อมาจากพระปุสสพุทธเจ้า มีพระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่า สัตว์ ผู้มีจักษุ มีพระนามว่าวิปัสสี เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ ทรงทำลายกระเปาะฟองไข่คืออวิชชาแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณ อันอุดม เสด็จไปยังพระนครพันธุมดี เพื่อทรงประกาศพระธรรม- จักร ทรงประกาศพระธรรมจักรให้เทวดาและมนุษย์ได้ตรัสรู้ ธรรมาภิ สมัยครั้งที่ ๑ จะพึงกล่าวด้วยการนับมิได้ ทรงประกาศจตุราริยสัจ ในพระนครนั้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์แปดหมื่นสี่พัน มนุษย์แปดหมื่นสี่พันออกบวชตาม พระสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงแสดง ธรรมแก่เขาผู้มาถึงอาราม พระชินเจ้าทรงตั้งอยู่ในเหตุโดยการตรัส ด้วยอาการทั้งปวง แม้มนุษย์เหล่านั้นได้บรรลุธรรมอันประเสริฐ เป็นธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ พระวิปัสสีบรมศาสดา ทรงมีการประชุม พระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันหกล้านแปดแสน ครั้งที่ ๒ หนึ่งแสน ครั้งที่ ๓ แปดหมื่น พระสัมพุทธเจ้าทรงรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ในท่ามกลางหมู่พระภิกษุขีณาสพนั้น สมัยนั้น เราเป็นพระยานาคราช ผู้มีฤทธิ์มาก มีบุญ ทรงความรุ่งเรือง มีนามชื่อว่าอตุละ ในกาลนั้น เราแวดล้อมด้วยนาคหลายโกฏิเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นเชษฐบุรุษ ของโลก ประโคมดนตรีทิพย์ถวาย ครั้นเข้าเฝ้าพระองค์ผู้เป็นนายก ของโลกแล้ว เรานิมนต์พระองค์แล้ว ได้ถวายตั่งทองอันวิจิตรด้วย แก้วมณีและแก้วมุกดา ประดับด้วยอาภรณ์ทั้งปวง แก่พระองค์ผู้ เป็นพระธรรมราชา แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ประทับนั่งท่าม กลางสงฆ์แล้ว ก็ทรงพยากรณ์เราว่า ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ผู้นี้จัก ได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ........ ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟัง พระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐาน วัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป พระนครชื่อว่า พันธุมดี พระบรมกษัตริย์พระนามว่าพันธุมะ เป็นพระชนกของ พระวิปัสสีบรมศาสดา พระนางพันธุมดี เป็นพระชนนี พระองค์ทรง ครอบครองอาคารสถานอยู่แปดพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อนันทะ สุนันทะ และสิริมา ทรงมีพระสนมนารีกำนัล ในสี่หมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสี พระนามว่าสุทัสนา พระราชโอรสพระนามว่าสมวัตตขันธ์ พระองค์ ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยราชรถพระที่นั่ง ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม พระวิปัสสีมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายก ของโลก อุดมกว่านรชน อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศ พระธรรมจักร ณ มฤคทายวัน ทรงมีพระขันธเถระและพระติสสนาม เถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าอโสก เป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระจันทาเถรีและพระจันทมิตตาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิ พฤกษ์ของพระองค์เรียกกันว่าไม้แคฝอย ปุนัพพสุมิตตอุบาสกและ นาคอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก สิริมาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระวิปัสสีสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกสูง ๘๐ ศอก พระองค์มีพระรัศมีเปล่งปลั่ง แผ่ไป ๗ โยชน์ โดยรอบ ครั้งนั้น พระพุทธเจ้ามีพระชนมายุแปดหมื่นปี พระองค์ทรงดำรงอยู่ เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสารเป็นอันมาก ทรงเปลื้อง เทวดาและมนุษย์เป็นอันมากให้พ้นจากเครื่องผูก ตรัสบอกทางและ มิใช่ทางแก่ปุถุชนที่เหลือ ทรงแสดงแสงสว่าง ทรงแสดงอมตบท ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟ แล้วเสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระฤทธิ์ และบุญอันประเสริฐ พระลักษณะและลายจันทรอันสวยงามทุกอย่าง หายไปสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระวิปัสสิวีรเจ้าผู้ประเสริฐ กว่านรชน เสด็จนิพพาน ณ สุมิตตาราม พระสถูปอันประเสริฐของ พระองค์สูง ๗ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ สุมิตตารามนั้น ฉะนี้แล. [๒๐] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยานาคชื่อสังขปาละมีฤทธิ์มาก มีเขี้ยวเป็นอาวุธ มีพิษแรงกล้า มีลิ้นสองแฉกเป็นใหญ่กว่านาคทั้ง หลาย เราอธิษฐานอุโบสถมีองค์ ๔ ประการว่า ผู้ใดมีกิจด้วยผิวหนัง ก็ดี เนื้อก็ดี เอ็นก็ดี กระดูกก็ดี ของเราผู้นั้นจงนำเอาอวัยวะที่เราให้ แล้วนี้ไปเถิด แล้วสำเร็จการอยู่ ณ สถานที่ใกล้ทางใหญ่สี่แยก อัน เกลื่อนกล่นด้วยหมู่ชนต่างๆ พวกบุตรของนายพรานเป็นคนดุร้าย หยาบช้าไม่มีกรุณา ได้เห็นเราแล้วมีมือถือไม้พลองตะบองสั้นกรูกัน เข้ามาหาเรา ณ ที่นั้น พวกบุตรนายพรานเอาหอกแทงเราที่จมูก ที่หาง ที่กระดูกสันหลัง แล้วเอาหวายร้อยหามเราไป ถ้าเราปรารถนา ก็พึงยังมหาปฐพีอันมีสมุทรสาครเป็นที่สุด พร้อมทั้งป่าทั้งภูเขา ให้ไหม้ด้วยลมจมูกในที่นั้นๆ แต่เราไม่โกรธเคืองพวกนายพรานแม้ จะแทงด้วยหลาว แม้จะทุบตีด้วยหอก นี้เป็นศีลบารมีของเรา ฉะนี้แล. ๑. สีลวจริยา ๒. ภูริทัตตจริยา ๓. จัมเปยยกจริยา ๔. จูฬโพธิจริยา ๕. มหิสจริยา ๖. รุรุมิคจริยา ๗. มาตังคจริยา ๘. ธรรมเทวปุตตจริยา ๙. ชยทิสจริยา ๑๐. สังขปาลจริยา จริยาทั้งหมดนี้เป็นกำลังของศีล เป็นบริขารของศีล เราได้สละชีวิต ตามรักษาศีล เราผู้เป็นสังขปาลนาคราช ได้มอบชีวิตให้แก่คนใดคนหนึ่ง แม้ตลอดกาลทุกเมื่อ เหตุนั้น จริยานั้นจึงเป็นศีลบารมี ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (61 ประโยค)
tha-ap432:1.1 #
มโนภาวนิยํ พุทฺธํ🤖 AI จับคู่
“Manobhāvaniyaṁ buddhaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.42 · พุทธชยันตี 37.1.112
tha-ap432:1.2 #
อตฺตทนฺตํ สมาหิตํ🤖 AI จับคู่
attadantaṁ samāhitaṁ;
tha-ap432:1.3 #
อิริยมานํ พฺรหฺมปเถ🤖 AI จับคู่
Iriyamānaṁ brahmapathe,
tha-ap432:1.4 #
จิตฺตวูปสเม รตํ ฯ🤖 AI จับคู่
cittavūpasame rataṁ.
tha-ap432:2.1 #
นิติณฺณโอฆ สมฺพุทฺธํ🤖 AI จับคู่
Nittiṇṇaoghaṁ sambuddhaṁ,
tha-ap432:2.2 #
ฌายึ ฌานรตํ มุนึ🤖 AI จับคู่
jhāyiṁ jhānarataṁ muniṁ;
tha-ap432:2.3 #
อุปวิฏฺฐํ ๒- สมาปตฺตึ🤖 AI จับคู่
Upatitthaṁ samāpannaṁ,
tha-ap432:2.4 #
อินฺทฺริยสํวรปฺปหํ ๓- ฯ🤖 AI จับคู่
indivaradalappabhaṁ.
tha-ap432:3.1 #
อลาวุโนทกํ คยฺห🤖 AI จับคู่
Alābunodakaṁ gayha,
tha-ap432:3.2 #
พุทฺธเสฏฺฐํ อุปาคมึ🤖 AI จับคู่
buddhaseṭṭhaṁ upāgamiṁ;
tha-ap432:3.3 #
พุทฺธปาเท โธวิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Buddhassa pāde dhovitvā,
tha-ap432:3.4 #
อลาวุกมทาสหํ ฯ🤖 AI จับคู่
alābukamadāsahaṁ.
tha-ap432:4.1 #
อาณาเปสิ จ สมฺพุทฺโธ🤖 AI จับคู่
Āṇāpesi ca sambuddho,
tha-ap432:4.2 #
ปทุมุตฺตรนามโก🤖 AI จับคู่
padumuttaranāmako;
tha-ap432:4.3 #
อิมิโมทกมาหตฺวา🤖 AI จับคู่
‘Iminā dakamāhatvā,
tha-ap432:4.4 #
ปาทมูเล ฐเปหิ เม ฯ🤖 AI จับคู่
pādamūle ṭhapehi me’.
tha-ap432:5.1 #
สาธูติหํ ปฏิสฺสุตฺวา🤖 AI จับคู่
Sādhūtihaṁ paṭissutvā,
tha-ap432:5.2 #
สตฺถุ คารวตายว ๔- อุ🤖 AI จับคู่
satthugāravatāya ca;
tha-ap432:5.3 #
ทกํ ลาวุนาหตฺวา🤖 AI จับคู่
Dakaṁ alābunāhatvā,
tha-ap432:5.4 #
พุทฺธเสฏฺฐํ อุปานยึ ๕- ฯ🤖 AI จับคู่
buddhaseṭṭhaṁ upāgamiṁ.
tha-ap432:6.1 #
อนุโมทิ มหาวีโร🤖 AI จับคู่
Anumodi mahāvīro,
tha-ap432:6.2 #
จิตฺตํ นิพฺพาปยํ มม🤖 AI จับคู่
cittaṁ nibbāpayaṁ mama;
tha-ap432:6.3 #
อิมินา ลาวุทาเนน🤖 AI จับคู่
‘Iminālābudānena,
tha-ap432:6.4 #
สงฺกปฺโป เต สมิชฺฌตุ ฯ🤖 AI จับคู่
saṅkappo te samijjhatu’.
tha-ap432:7.1 #
ปณฺณรเส อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Pannarasesu kappesu,
tha-ap432:7.2 #
เทวโลเก รมึ อหํ เตตฺ🤖 AI จับคู่
devaloke ramiṁ ahaṁ;
tha-ap432:7.3 #
ตึสกฺขตฺตุํ ราชา จ🤖 AI จับคู่
Tiṁsatikkhattuṁ rājā ca,
tha-ap432:7.4 #
จกฺกวตฺติ อโหสหํ ฯ🤖 AI จับคู่
cakkavattī ahosahaṁ.
tha-ap432:8.1 #
ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ🤖 AI จับคู่
Divā vā yadi vā rattiṁ,
tha-ap432:8.2 #
จงฺกมนฺตสฺส ติฏฺฐโต🤖 AI จับคู่
caṅkamantassa tiṭṭhato;
tha-ap432:8.3 #
โสวณฺณํ โกนฺตรํ คยฺห🤖 AI จับคู่
Sovaṇṇaṁ kontaraṁ gayha,
tha-ap432:8.4 #
ติฏฺฐนฺติ ๖- ปุรโต มม ฯ🤖 AI จับคู่
tiṭṭhate purato mama.
tha-ap432:9.1 #
พุทฺธสฺส ทตฺวาน ลาวุํ🤖 AI จับคู่
Buddhassa datvānalābuṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.15
tha-ap432:9.2 #
ลภามิ โสณฺณโกนฺตรํ🤖 AI จับคู่
labhāmi soṇṇakontaraṁ;
tha-ap432:9.3 #
อปฺปกํปิ กรํ การํ🤖 AI จับคู่
Appakampi kataṁ kāraṁ,
tha-ap432:9.4 #
วิปุลํ โหติ ตาทิสุ🤖 AI จับคู่
vipulaṁ hoti tādisu.
tha-ap432:10.1 #
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Satasahassito kappe,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.43
tha-ap432:10.2 #
ยํ ลาวุมททึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁlābumadadiṁ tadā;
tha-ap432:10.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap432:10.4 #
อลาวุสฺส อิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
alābussa idaṁ phalaṁ.
tha-ap432:11.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap432:11.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap432:11.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap432:12.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap432:12.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap432:12.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap432:13.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap432:13.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap432:13.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap432:14.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โสวณฺณโกนฺตริโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā soṇṇakontariko thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap432:15.1 #
โสวณฺณโกนฺตริกตฺเถรสฺส อปทานํ สม🤖 AI จับคู่
Soṇṇakontarikattherassāpadānaṁ dasamaṁ.
tha-ap432:16.1 #
ตฺตํ ฯ อ🤖 AI จับคู่
Sakiṁsammajjakavaggo tecattālīsamo.
tha-ap432:17.1 #
ุทฺทานํ🤖 AI จับคู่
Tassuddānaṁ
tha-ap432:18.1 #
สกึสมฺมชฺชโก เถโร🤖 AI จับคู่
Sakiṁsammajjako thero,
อ้างอิงPTS 2.390 · พุทธชยันตี 37.1.114
tha-ap432:18.2 #
เอกทุสฺสาสนปฺปทา🤖 AI จับคู่
ekadussī ekāsanī;
tha-ap432:18.3 #
กทมฺพ โกรณฺฑกทา🤖 AI จับคู่
Kadambakoraṇḍakado,
tha-ap432:18.4 #
ฆฏสวนิโกปิจ🤖 AI จับคู่
ghatassavanikopi ca.
tha-ap432:19.1 #
สุจินฺติโต กึกณิโก🤖 AI จับคู่
Sucintiko kiṅkaṇiko,
tha-ap432:19.2 #
โสณฺณโกนฺตริโกปิจ🤖 AI จับคู่
soṇṇakontarikopi ca;
tha-ap432:19.3 #
เอกคาถาสตญฺเจตฺถ🤖 AI จับคู่
Ekagāthāsatañcettha,
tha-ap432:19.4 #
เอกสตฺตติเมว จ ฯ สกึสมฺมชฺชกวคฺโค เตจตฺตาฬีโส ฯ ----------------------- จตุจตฺตาฬีโส เอกวิหาริวคฺโค ปฐมํ เอกวิหาริยตฺเถราปทานํ (๔๓๑) [๒๐] |๒๐.๑| ปุสฺสสฺส อปเรน สมฺพุทฺโธ ทิปทุตฺตโม วิปสฺสี นาม นาเมน โลเก อุปฺปชฺชิ จกฺขุมา ฯ |๒๐.๒| อวิชฺชณฺฑํ ๑- ปทาเลตฺวา ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตุํ ปกฺกามิ พนฺธุมตีปุรํ ฯ |๒๐.๓| ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวา อุโภ โพเธสิ นายโก คณนาย น วตฺตพฺโพ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๒๐.๔| ปุนาปรํ อมิตยโส ตตฺถ สจฺจํ ปกาสยิ จตุราสีติสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อวิชฺชํ สพฺพํ ฯ |๒๐.๕| จตุราสีติสหสฺสานิ สมฺพุทฺธมนุปพฺพชุํ เตสมารามปตฺตานํ ธมฺมํ เทเสสิ จกฺขุมา ฯ |๒๐.๖| สพฺพากาเรน ภาสโต ฐตฺวา ๑- อุปนิสฺสา ชิโน ๒- เตปิ ธมฺมวรํ คนฺตฺวา ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๒๐.๗| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ วิปฺปสฺสิสฺส มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๒๐.๘| อฏฺฐสฏฺฐิสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม ภิกฺขุสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๒๐.๙| อสีติภิกฺขุสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม ตตฺถ ภิกฺขุคณมชฺเฌ สมฺพุทฺโธ อติโรจติ ฯ |๒๐.๑๐| อหนฺเตน สมเยน นาคราชา มหิทฺธิโก อตุโล นาม นาเมน ปุญฺญวนฺโต ชุตินฺธโร ฯ |๒๐.๑๑| เนกานํ นาคโกฏีนํ ปริวาเรตฺวานหํ ตทา วชฺชนฺโต ทิพฺพตุริเยหิ โลกเชฏฺฐํ อุปาคมึ ฯ |๒๐.๑๒| อุปสงฺกมิตฺวาน สมฺพุทฺธํ วิปสฺสึ โลกนายกํ มณิมุตฺตารตนขจิตํ สพฺพาภรณวิภูสิตํ นิมนฺเตตฺวา ธมฺมราชสฺส สุวณฺณปีฐมทาสหํ ฯ |๒๐.๑๓| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ สงฺฆมชฺเฌ นิสีทิย เอกนวุติ อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. สุตฺวา ฯ ๒ ม. อุปนิสาทิโน ฯ |๒๐.๑๔| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๒๐.๑๕| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๒๐.๑๖| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๒๐.๑๗| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถมูเล สมฺโพธึ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๒๐.๑๘| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๒๐.๑๙| โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๒๐.๒๐| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๒๐.๒๑| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๒๐.๒๒| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๒๐.๒๓| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๒๐.๒๔| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๒๐.๒๕| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๒๐.๒๖| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐา ติตฺถํ คเหตฺวา อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๒๐.๒๗| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๒๐.๒๘| ตสฺสาปิ ๑- วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๒๐.๒๙| นครํ พนฺธุมตี นาม พนฺธุโม นาม ขตฺติโย มาตา พนฺธุมตี นาม วิปสฺสิสฺส มเหสิโน ฯ |๒๐.๓๐| อฏฺฐวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส นนฺโท สุนนฺโท สิริมา ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๒๐.๓๑| ติจตฺตาริสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา สุทสฺสนา ๒- นาม นารี สมวตฺตกฺขนฺโธ ๓- นาม อตฺรโช ฯ |๒๐.๓๒| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา รถยาเนน นิกฺขมิ อนูนอฏฺฐมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ตสฺสาหํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ยุ. สุตนา ฯ ๓ ยุ. สํวฏฺฏกขนฺโธ ฯ |๒๐.๓๓| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต วิปสฺสี โลกนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร มิคทาเย นรุตฺตโม ฯ |๒๐.๓๔| ขนฺโธ จ ติสฺสนาโม จ อเหสุํ อคฺคสาวกา อโสโก นามุปฏฺฐาโก วิปสฺสิสฺส มเหสิโน ฯ |๒๐.๓๕| จนฺทา จ จนฺทมิตฺตา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต ปาฏลีติ ปวุจฺจติ ฯ |๒๐.๓๖| ปุนพฺพสุมิตฺโต นาโค จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา สิริมา อุตฺตรา เจว อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๒๐.๓๗| อสีติหตฺถมุพฺเพโธ วิปสฺสี โลกนายโก ปภา นิทฺธาวตี ตสฺส สมนฺตา สตฺตโยชเน ฯ |๒๐.๓๘| อสีติวสฺสสหสฺสานิ อายุ พุทฺธสฺส ตาวเท ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๒๐.๓๙| พหุเทวมนุสฺสานํ พนฺธนํ ปริโมจยิ มคฺคามคฺคญฺจ อาจิกฺขิ อวเสสปุถุชฺชเน ฯ |๒๐.๔๐| อาโลกํ ทสฺสยิตฺวาน ทสฺเสตฺวา อมตํ ปทํ ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ |๒๐.๔๑| อิทฺธิวรํ ปุญฺญวรํ ลกฺขณจกฺกสุมิตํ ๑- สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ |๒๐.๔๒| วิปสฺสี นรวโร วีโร สุมิตฺตารามมฺหิ นิพฺพุโต ตตฺเถว ตสฺส ถูปวโร สตฺตโยชนมุสฺสิโตติ ฯ วิปสฺสิพุทฺธวํโส เอกูนวีสติโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ลกฺขณญฺจ กุสุมิตํ ฯ ยุ. ลกฺขณญฺจตุภูมิกํ ฯ วีสติโม สิขิพุทฺธวํโส [๒๐] |๒๐.๘๔| ปุนาปรํ ยทา โหมิ สงฺขปาโล มหิทฺธิโก ทาฒาวุโธ โฆรวิโส ทฺวิชิโวฺห อุรคาภิภู ฯ |๒๐.๘๕| จตุปฺปเถ มหาปเถ ๑- นานาชนสมากุเล จตุโร องฺเค อธิฏฺฐาย ตตฺถ วาสมกปฺปยึ ฯ |๒๐.๘๖| ฉวิยา จมฺเมน มํเสน นฺหารูหิ อฏฺฐิเกหิ วา ยสฺส เอเตน กรณียํ ทินฺนํเยว หราตุ โส ฯ |๒๐.๘๗| อทฺทสํสุ โภชปุตฺตา ขรา ลุทฺธา อการุณา อุปคจฺฉุํ มมํ ตตฺถ ทณฺฑมุคฺครปาณิโน ฯ |๒๐.๘๘| นาสาย วินิวิชฺฌิตฺวา นงฺคุฏฺเฐ ปิฏฺฐิกณฺฐเก กาเช อาโรปยิตฺวาน โภชปุตฺตา หรึสุ มํ ฯ |๒๐.๘๙| สสาครนฺตํ ปฐวึ สกานนํ สปพฺพตํ อิจฺฉมาโน จหนฺตตฺถ นาสวาเตน ฌาปเย ฯ |๒๐.๙๐| สูเลหิ วิชฺฌยนฺเตปิ โกฏฺฏยนฺเตปิ สตฺติภิ โภชปุตฺเต น กุปฺปามิ เอสา เม สีลปารมีติ ฯ สงฺขปาลจริยํ ทสมํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ หตฺถินาโค ภูริทตฺโต จมฺเปยฺโย โพธิ มาหิโส รุรุ มาตงฺคธมฺโม จ อตฺรโช จ ชยทฺทิโส ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มหามคฺเค ฯ |๒๐.๙๑| เอเต ๑- สพฺเพ สีลพลา ปริกฺขารา ปเทสิกา ชีวิตํ ปริรกฺขิตฺวา สีลานิ อนุรกฺขิสฺสํ ฯ |๒๐.๙๒| สงฺขปาลสฺส เม สโต สพฺพกาลํปิ ชีวิตํ ยสฺส กสฺสจิ นิยฺยนฺตํ ๒- ตสฺมา สา สีลปารมีติ ฯ สีลปารมินิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ ๓. เนกฺขมฺมาทิปารมิตา ปฐมํ ยุธญฺชยจริยํ🤖 AI จับคู่
ekasattatimeva ca.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน