‹ กลับ
เอกวิหาริยเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 21 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๖๘๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๑] ในภัททกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะโดยพระโคตรเป็น เผ่าพรหม มีพระยศใหญ่ ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย เสด็จ อุบัติขึ้นแล้ว พระองค์ไม่มีธรรมเครื่องให้เนิ่นช้า ไม่มีเครื่อง ยึดหน่วง มีพระทัยเสมอด้วยอากาศ มากด้วยสุญญตสมาธิ คงที่ ยินดีในอนิมิตตสมาธิ ประทับอยู่แล้ว พระองค์ผู้มีพระทัยรังเกียจ ไม่มีตัณหาเครื่องฉาบทา ไม่เกี่ยวข้องในกุศล ในคณะ ประกอบด้วย พระกรุณาใหญ่ เป็นนักปราชญ์ ทรงฉลาดในอุบายเครื่องแนะนำ ทรงขวนขวายในกิจของผู้อื่น ทรงแนะนำในหนทางอันยังสัตว์ให้ถึง นิพพาน ซึ่งเป็นเหตุทำเปือกตมคือคติให้แห้ง ในโลกพร้อมทั้ง เทวโลก ประทับนั่งแสดงอมตธรรมอันเป็นความแช่มชื่นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเครื่องห้ามชราและมรณะ ในท่ามกลางบริษัทใหญ่ ยังสัตว์ ให้ข้ามโลก พระวาจาไพเราะเหมือนนกการะเวก เป็นนาถะของโลก มีพระสุรเสียงก้องประหนึ่งเสียงพรหม ผู้เสด็จมาด้วยประการนั้น ถอนพระองค์ขึ้นจากมหันตทุกข์ ในเมื่อโลกปราศจากผู้แนะนำ ทรง แสดงธรรมที่ปราศจากธุลี นำสัตว์ออกจากโลก เราได้เห็นแล้ว ได้ฟังธรรมของพระองค์ จึงออกบวชเป็นบรรพชิตครั้นเราบวชแล้ว ในกาลนั้น คิดถึงคำสอนของพระชินเจ้าถูกความเกี่ยวข้องบีบคั้น จึงได้อยู่เสียในป่าที่น่ารื่นรมย์แต่ผู้เดียวเท่านั้น การที่เรามีกายหลีก ออกมาได้ เป็นเหตุแห่งการหลีกออกแห่งใจของเราผู้เห็นภัยใน ความเกี่ยวข้อง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้วดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกวิหาริยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๒๑] สมัยต่อมาจากพระวิปัสสีสัมพุทธเจ้า พระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่า สัตว์ ผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ มีพระนามว่าสิขี ทรงย่ำยีมารและ เสนามารแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม ทรงประกาศพระ- ธรรมจักร เพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์ทั้งหลาย เมื่อพระสิขีชินเจ้าผู้ ประเสริฐ ทรงประกาศพระธรรมจักร ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่ สัตว์แสนโกฏิ เมื่อพระองค์ผู้ประเสริฐกว่าหมู่คณะ สูงสุดกว่า นรชน ทรงแสดงธรรมอีก ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์เก้าหมื่น โกฏิ เมื่อพระองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ในโลกพร้อมด้วยเทวโลก ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์แปดหมื่นโกฏิ แม้พระสิขี บรมศาสดา ก็ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับผู้คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพมาประชุม กันหนึ่งแสน ครั้งที่ ๒ แปดหมื่น ครั้งที่ ๓ เจ็ดหมื่น เปรียบ เหมือนดอกปทุมอันเจริญในน้ำ น้ำเลี้ยงไว้ ฉะนั้น สมัยนั้นเราเป็น กษัตริย์พระนามว่าอรินทมะ ได้ถวายข้าวและน้ำให้พระสงฆ์ มีพระ พุทธเจ้าเป็นประธานฉันจนเพียงพอ ได้ถวายผ้าอย่างดีมากมายหลาย โกฏิผืน ได้ถวายยานช้างอันประดับแล้ว แก่พระสัมพุทธเจ้า เรา ได้สร้างยานช้างให้เป็นของควรแก่สมณะแล้วนำเข้าไปถวาย เรายัง ฉันทะของเราซึ่งตั้งไว้มั่นเป็นนิตย์ให้เต็ม แม้พระพุทธสิขีผู้เป็น นายกชั้นเลิศของโลก พระองค์นั้นก็ทรงพยากรณ์เราว่า ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ........... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้นเราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใส อย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้น ไป พระนครชื่อว่าอรุณวดี พระบรมกษัตริย์พระนามว่าอรุณ เป็น พระชนกของพระสีขีบรมศาสดา พระนางประภาวดีเป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่เจ็ดพันปี ทรงมีปราสาทอัน ประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อสุวัฑฒกะ คิริ และนารีวาหนะ ทรงมี พระสนมนารีกำนัลในสองหมื่นสี่พันนาง ล้วนประดับประดาสวย งาม พระมเหสีพระนามว่าสรรพกามา พระราชโอรสพระนามว่า อตุละ พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วย คชสารยานพระที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม พระสิขี มหาวีรเจ้าผู้เป็นนายกชั้นเลิศของโลกอุดมกว่านรชน อันพรหมทูล อาราธนาแล้วทรงประกาศพระธรรมจักร ณ มฤคทายวัน ทรงมีพระ- อภิภูเถระ และพระสัมภวเถระเป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่า เขมังกรเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระมขีลาเถรีและพระปทุมาเถรีเป็น พระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์ เรียกกันว่า บุณฑริก [ไม้กุ่มบก] สิริวัฑฒอุบาสกและนันทอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก จิตราอุบาสิกาและสูจิตราอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพุทธเจ้า พระองค์นั้น มีพระองค์สูง ๗๐ ศอก มีพระรัศมีเปล่งปลั่งดังทองคำ ล้ำค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ พระรัศมี ของพระองค์ ซ่านออกไปจากพระวรกายด้านละวาเนืองนิตย์ พระรัศมีนั้นเปล่ง ออกไปยังทิศน้อยทิศใหญ่ ๓ โยชน์ พระองค์มีชนมายุเจ็ดหมื่นปี ทรงดำรงอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้ประชุมชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้มาก มาย พระองค์ทรงยังฝนคือธรรมให้ตก ยังมนุษย์พร้อมทั้งเทวดาให้ ชุ่มชื่น ให้บรรลุความเกษมแล้ว เสร็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ อันสมบูรณ์ด้วยอนุพยัญชนะ หายไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระพุทธสิขีมุนี ผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพาน ณ อัสสาราม พระสถูปอันประเสริฐ ของพระองค์สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ อัสสารามนั้น ฉะนี้แล. [๒๑] ในกาลเมื่อเราเป็นพระราชโอรส (ของพระเจ้าสัพพทัตตราช) นามว่า ยุธัญชัย มีบริวารยศหาประมาณมิได้ สลดใจเพราะได้เห็นหยาดน้ำ ค้างอันเหือดแห้งเพราะแสงพระอาทิตย์ เราทำความเป็นอนิจจังนั้น แลให้เป็นปุเรจาริก พอกพูนความสังเวช เราถวายบังคมพระมารดา และพระบิดาแล้ว ทูลขอบรรพชา มหาชนพร้อมทั้งชาวนิคมทั้งชาว จังหวัด ประนมอัญชลีอ้อนวอนเรา พระบิดาตรัสว่า วันนี้ เจ้าจง ปกครองแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลเถิด ลูก เมื่อมหาชนพร้อมทั้ง พระราชบิดา นางสนม ชาวนิคม และชาวแว่นแคว้น ร้องไห้ร่ำไร ควรสงสาร เราไม่ห่วงใยสละไปแล้วเราสละราชสมบัติในแผ่นดิน หมู่ญาติ บริวารชน และยศศักดิ์ทั้งสิ้นได้ไม่คิดถึงเลย เพราะเหตุ แห่งโพธิญาณ เราจะเกลียดพระมารดาพระบิดาก็หามิได้ เราจะ เกลียดยศศักดิ์อันยิ่งใหญ่ก็หามิได้ แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รัก ของเรา ฉะนั้น เราจึงสละราชสมบัติ ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (50 ประโยค)
tha-ap433:1.1 #
อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป🤖 AI จับคู่
“Imamhi bhaddake kappe,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.44 · ฉัฏฐสังคายนา 58.16
tha-ap433:1.2 #
พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส🤖 AI จับคู่
brahmabandhu mahāyaso;
tha-ap433:1.3 #
กสฺสโป นาม โคตฺเตน🤖 AI จับคู่
Kassapo nāma gottena,
tha-ap433:1.4 #
อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร ฯ🤖 AI จับคู่
uppajji vadataṁ varo.
tha-ap433:2.1 #
นิปฺปปญฺโจ นิราลมฺโพ🤖 AI จับคู่
Nippapañco nirālambo,
tha-ap433:2.2 #
อากาสสมมานโส🤖 AI จับคู่
ākāsasamamānaso;
tha-ap433:2.3 #
สุญฺญตพหุโล ตาทิ🤖 AI จับคู่
Suññatābahulo tādī,
tha-ap433:2.4 #
อนิมิตฺตรโต วสิ ฯ🤖 AI จับคู่
animittarato vasī.
tha-ap433:3.1 #
อาสํกจิตฺโต ๑- นิลฺเลโป🤖 AI จับคู่
Asaṅgacitto nikleso,
tha-ap433:3.2 #
อสํสฏฺโฐ กุเล คเณ🤖 AI จับคู่
asaṁsaṭṭho kule gaṇe;
tha-ap433:3.3 #
มหากรุณิโก ธีโร🤖 AI จับคู่
Mahākāruṇiko vīro,
tha-ap433:3.4 #
วินโยปายโกวิโท ฯ🤖 AI จับคู่
vinayopāyakovido.
tha-ap433:4.1 #
อุยฺยุตฺโต ปรกิจฺเจสุ🤖 AI จับคู่
Uyyutto parakiccesu,
tha-ap433:4.2 #
วินยนฺโต สเทวเก🤖 AI จับคู่
vinayanto sadevake;
tha-ap433:4.3 #
นิพฺพานคมนํ มคฺคํ🤖 AI จับคู่
Nibbānagamanaṁ maggaṁ,
tha-ap433:4.4 #
คติปงฺกวิโสสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
gatiṁ paṅkavisosanaṁ.
tha-ap433:5.1 #
อมตํ ปรมสฺสาทํ🤖 AI จับคู่
Amataṁ paramassādaṁ,
tha-ap433:5.2 #
ชรามรณนิวารณํ🤖 AI จับคู่
jarāmaccunivāraṇaṁ;
tha-ap433:5.3 #
มหาปริสมชฺเฌ โส🤖 AI จับคู่
Mahāparisamajjhe so,
tha-ap433:5.4 #
นิสินฺโน โลกตารโณ ฯ🤖 AI จับคู่
nisinno lokatārako.
tha-ap433:6.1 #
กรวิกรุโท นาโถ🤖 AI จับคู่
Karavīkaruto nātho,
tha-ap433:6.2 #
พฺรหฺมโฆโส ตถาคโต🤖 AI จับคู่
brahmaghoso tathāgato;
tha-ap433:6.3 #
อุทฺธรนฺโต มหาทุกฺขา🤖 AI จับคู่
Uddharanto mahāduggā,
tha-ap433:6.4 #
วิปฺปนฏฺเฐ อนายเก ฯ🤖 AI จับคู่
vippanaṭṭhe anāyake.
tha-ap433:7.1 #
เทเสนฺโต วิรชํ ธมฺมํ🤖 AI จับคู่
Desento virajaṁ dhammaṁ,
tha-ap433:7.2 #
ทิฏฺโฐ เม โลกนายโก🤖 AI จับคู่
diṭṭho me lokanāyako;
tha-ap433:7.3 #
ตสฺส ธมฺมํ สุณิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Tassa dhammaṁ suṇitvāna,
tha-ap433:7.4 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ🤖 AI จับคู่
pabbajiṁ anagāriyaṁ.
tha-ap433:8.1 #
ปพฺพชิตฺวา ตทาวาหํ🤖 AI จับคู่
Pabbajitvā tadāpāhaṁ,
tha-ap433:8.2 #
จินฺเตนฺโต ชินสาสนํ🤖 AI จับคู่
cintento jinasāsanaṁ;
tha-ap433:8.3 #
เอกโกว วเน รมฺเม🤖 AI จับคู่
Ekakova vane ramme,
tha-ap433:8.4 #
วสึ สํสคฺคปีฬิโต ฯ🤖 AI จับคู่
vasiṁ saṁsaggapīḷito.
tha-ap433:9.1 #
สกฺกายวูปกสฺโส ๑- เม🤖 AI จับคู่
Sakkāyavūpakāso me,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.45
tha-ap433:9.2 #
เหตุภูโต มมาคมิ🤖 AI จับคู่
hetubhūto mamābhavī;
tha-ap433:9.3 #
มนโส วูปกาสสฺส🤖 AI จับคู่
Manaso vūpakāsassa,
tha-ap433:9.4 #
สํสคฺคภยทสฺสิโน ฯ🤖 AI จับคู่
saṁsaggabhayadassino.
tha-ap433:10.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงPTS 2.391
tha-ap433:10.2 #
ภวา สพฺเพ สมูหตา🤖 AI จับคู่
bhavā sabbe samūhatā;
tha-ap433:10.3 #
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
Nāgova bandhanaṁ chetvā,
tha-ap433:10.4 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap433:11.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.116
tha-ap433:11.2 #
มม พุทฺธสฺส สนฺติเก🤖 AI จับคู่
mama buddhassa santike;
tha-ap433:11.3 #
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
Tisso vijjā anuppattā,
tha-ap433:11.4 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap433:12.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.17
tha-ap433:12.2 #
วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม🤖 AI จับคู่
vimokkhāpi ca aṭṭhime;
tha-ap433:12.3 #
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
Chaḷabhiññā sacchikatā,
tha-ap433:12.4 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap433:13.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกวิหาริโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ekavihāriko thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap433:14.1 #
เอกวิหาริยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ ทุติยํ เอกสงฺขิยตฺเถราปทานํ (๔๓๒) [๒๑] |๒๑.๑| วิปสฺสิสฺส อปเรน สมฺพุทฺโธ ทิปทุตฺตโม สิขิวฺหโย ๑- นาม ชิโน อสโม อปฺปฏิปุคฺคโล ฯ |๒๑.๒| มารเสนํ ปมทฺทิตฺวา ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ อนุกมฺปาย ปาณินํ ฯ |๒๑.๓| ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตนฺเต สิขิมฺหิ ชินปุงฺคเว โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๒๑.๔| อปรํปิ ธมฺมํ เทเสนฺเต คณเสฏฺเฐ นรุตฺตเม นวุติโกฏิสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๒๑.๕| ยมกปาฏิหาริยํ ๒- ทสฺสยนฺเต สเทวเก อสีติโกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๒๑.๖| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ สิขิสฺสาปิ มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๒๑.๗| ภิกฺขุสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม อสีติภิกฺขุสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๒๑.๘| สตฺตติภิกฺขุสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม อนุปลิตฺโต ปทุมํว โตยมฺหิ สมฺปวฑฺฒิตํ ฯ |๒๑.๙| อหนฺเตน สมเยน อรินฺทโม นาม ขตฺติโย สมฺพุทฺธปฺปมุขํ สงฺฆํ อนฺนปาเนน ตปฺปยึ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. สิขิสฺวหโย ฯ ม. สิขิวฺหโย อาสิ ชิโน ฯ ๒ ม. ยมกปาฏิหาริยญฺจ ฯ ยุ. ยมกํ@ปาฏิหาริยญฺจ ฯ |๒๑.๑๐| พหุทุสฺสวรํ ทตฺวา ทุสฺสโกฏึ อนปฺปกํ อลงฺกตํ หตฺถิยานํ สมฺพุทฺธสฺส อทาสหํ ฯ |๒๑.๑๑| หตฺถิยานํ นิมฺมินิตฺวา กปฺปิยํ อุปนามยึ ปูรยึ มานสํ มยฺหํ นิจฺจํ ทฬฺหมุปฏฺฐิตํ ฯ |๒๑.๑๒| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ สิขี โลกคฺคนายโก เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๒๑.๑๓| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา ๑- นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๒๑.๑๔| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๒๑.๑๕| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๒๑.๑๖| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๒๑.๑๗| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๒๑.๑๘| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อหุ กปิลวฺหเย รมฺเม ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ |๒๑.๑๙| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๒๑.๒๐| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๒๑.๒๑| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๒๑.๒๒| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๒๑.๒๓| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๒๑.๒๔| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๒๑.๒๕| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๒๑.๒๖| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๒๑.๒๗| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๒๑.๒๘| นครํ อรุณวตี นาม อรุโณ นาม ขตฺติโย ปภาวตี นาม ชนิกา สิขิสฺส จ มเหสิโน ฯ |๒๑.๒๙| สตฺตวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส สุวฑฺฒโก คิริ นารีวาหโน ๑- ตโย ปสาทมุตฺตมา ฯ |๒๑.๓๐| จตุวีสติสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา สพฺพกามา นาม สา นารี อตุโล นาม อตฺรโช ฯ |๒๑.๓๑| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา หตฺถิยาเนน นิกฺขมิ อฏฺฐมาสํ ปธานจารํ อจริ ปุริสุตฺตโม ฯ |๒๑.๓๒| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต สิขี โลกคฺคนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร มิคทาเย นรุตฺตโม ฯ |๒๑.๓๓| อภิภู สมฺภโว นาม ๒- อเหสุํ อคฺคสาวกา เขมงฺกโร นามุปฏฺฐาโก สิขิสฺส จ มเหสิโน ฯ |๒๑.๓๔| มขิลา ๓- จ ปทุมา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต ปุณฺฑรีโกติ วุจฺจติ ฯ |๒๑.๓๕| สิริวฑฺโฒ จ นนฺโท ๔- จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา จิตฺตา เจว สุจิตฺตา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๒๑.๓๖| อุจฺจตฺตเนน โส พุทฺโธ สตฺตติหตฺถมุคฺคโต กญฺจนคฺฆิกสงฺกาโส ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ ฯ |๒๑.๓๗| ตสฺสาปิ พฺยามปฺปภา กายา นิจฺฉรนฺติ ๕- นิรนฺตรํ ทิโสทิสํ นิจฺฉรนฺติ ตีณิ โยชนานิ โส ปภา ฯ |๒๑.๓๘| สตฺตติวสฺสสหสฺสานิ อายุ ตสฺส มเหสิโน ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สุจนฺทโก คิริ วสโภ ฯ ยุ. สุจนฺโท คิริ วหโน ฯ ๒ ม. เจว ฯ ๓ ม.@สขิลา ฯ ยุ. อขิลา เจว ฯ ๔ ยุ. จนฺโท ฯ ๕ ม. ยุ. ทิวารตฺตึ ฯ |๒๑.๓๙| ธมฺมเมฆํ วสฺสิตฺวาน ๑- เตมยิตฺวา สเทวเก เขมตํ ปาปยิตฺวาน นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ |๒๑.๔๐| อนุพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ ทฺวตฺตึสวรลกฺขณํ สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ |๒๑.๔๑| สิขี มุนิวโร พุทฺโธ อสฺสารามมฺหิ ๒- นิพฺพุโต ตตฺเถว ตสฺส ถูปวโร ตีณิ โยชนมุคฺคโตติ ฯ สิขิพุทฺธวํโส วีสติโม ฯ เอกวีสติโม เวสฺสภูพุทฺธวํโส [๒๑] |๒๑.๑| ยทาหํ อมิตยโส ราชปุตฺโต ยุธญฺชโย อุสฺสาวพินฺทุํ สุริยาตเป ปติตํ ทิสฺวาน สํวิชึ ฯ |๒๑.๒| ตเมวาธิปตึ ๓- กตฺวา สํเวคมานุพฺรูหยึ มาตุปิตุญฺจ วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชมนุยาจิหํ ฯ |๒๑.๓| ยาจนฺติ มํ ปญฺชลิกา สเนคมา สรฏฺฐกา อชฺเชว ปุตฺต ปฏิปชฺช อิทฺธํ ผีตํ มหามหึ ฯ |๒๑.๔| สราชเก สโอโรเธ สเนคเม สรฏฺฐเก กรุณํ ปริเทวนฺเต อนเปกฺโข ๔- ปริจฺจชึ ฯ |๒๑.๕| เกวลํ ปฐวีรชฺชํ ญาติปริชนํ ยสํ จชมาโน น จินฺเตสึ โพธิยาเยว การณา ฯ |๒๑.๖| มาตา ปิตา น เม เทสฺสา นปิ เม เทสฺสา ๕- มหายสา สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา รชฺชํ ปริจฺจชินฺติ ฯ ยุธญฺชยจริยํ ปฐมํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. เอเต นว สีลพลา ฯ ๒ ม. นิยฺยตฺตํ ฯ ๓ ม. ยุ. ตนฺเยวาธิปตึ ฯ@๔ ม. อนเปกฺโขว ฯ ยุ. ... หิ ฯ ๕ ม. ยุ. เทสฺสํ มหายสํ ฯ ทุติยํ โสมนสฺสจริยํ🤖 AI จับคู่
Ekavihārikattherassāpadānaṁ paṭhamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน