‹ กลับ
เอกสังขิยเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 22 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๗๑๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๒] ได้มีการสมโภชไม้มหาโพธิ์ ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่า วิปัสสี มหาชนมาประชุมกันบูชาไม้มหาโพธิ์อันอุดม ไม้มหาโพธิ์ที่ควรบูชา เช่นนี้ ของพระศาสดาพระองค์ใด พระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็น ผู้เว้นจากความเศร้าโศกใหญ่มีปัญญา เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ สุด ครั้งนั้น เราถือเอาสังข์มาบำรุงโพธิพฤกษ์ เราเป่าสังข์ตลอด วันยังค่ำ ไหว้ไม้มหาโพธิ์อันอุดมแล้ว กรรมที่เราได้ทำในเวลาก่อน จะตายส่งให้เราไปเทวโลก ซากศพของเราตกไปแล้ว เรารื่นรมย์อยู่ ในเทวโลก ดนตรีหกหมื่นยินดี ร่าเริง บันเทิง บำรุงเราอยู่ทุกเมื่อ นี้เป็นผลของพุทธบูชา ในกัปที่ ๗๑ เราได้เป็นพระราชาพระนาม ว่า สุทัสสนะ เป็นใหญ่อยู่ในชมพูทวีป มีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็น ขอบเขต ครั้งนั้น ดนตรี ๘๐๐ แวดล้อมเราตลอดเวลา เราย่อม เสวยกรรมของตน นี้เป็นผลของการบำรุง เราเข้าถึงกำเนิดใด คือ เทวดาหรือมนุษย์ แม้เรายังอยู่ในครรภ์ของมารดา กลองก็ประโคม อยู่ตลอดเวลา เพราะอุปัฏฐากพระสัมพุทธเจ้า เราได้เสวยสมบัติ แล้ว เป็นผู้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว เป็นบทอันเกษมไม่มีมลทิน ไม่ตาย ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรม นั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลาย แล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกสังขิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๒๒] ในมัณฑกัปนั้นแล พระพิชิตมารผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ มีพระนาม ชื่อว่าเวสสภู เสร็จอุบัติขึ้นในโลก พระเวสสภูผู้เป็นนายกของโลก ทรงทราบว่าไฟคือราคะนี้เป็นของร้อนเป็นแว่นแคว้นของตัณหา ทรง ตัดกิเลสดังช้างตัดเชือกแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม แล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ แปดหมื่นโกฏิ เมื่อพระนราสภเชษฐบุรุษของโลก เสด็จจาริกไป ในแว่นแคว้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์เจ็ดหมื่นโกฏิ เมื่อ พระองค์ทรงกระทำปาฏิหาริย์บรรเทาทิฏฐิใหญ่ มนุษย์และเทวดาใน หมื่นโลกธาตุมาประชุมกัน เทวดาและมนุษย์ได้เห็นความมหัศจรรย์ อันไม่เคยมี เป็นเหตุให้ขนพองสยองเกล้าแล้วได้ตรัสรู้ ๖๐ โกฏิ พระเวสสภูบรมศาสดา ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับคงที่ ผู้กลัวภัยมีชราเป็นต้น เป็น โอรสของพระศาสดาผู้ได้ฟังพระธรรมจักรอันประณีตอุดม ที่พระ- พุทธเจ้าซึ่งไม่มีใครเสมอพระองค์นั้นทรงประกาศแล้วออกบวช ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันแปดหมื่นโกฏิ ครั้งที่ ๒ เจ็ดหมื่นโกฏิ ครั้งที่ ๓ หกหมื่นโกฏิ สมัยนั้น เราเป็นกษัตริย์ พระนามว่า สุทัสนะ ได้บูชาพระพิชิตมารพร้อมด้วยพระสงฆ์ ด้วย ข้าว น้ำและผ้า เรายังมหาทานให้เป็นไปไม่เกียจคร้านทั้งกลางคืน กลางวัน ออกบวชอันถึงพร้อมด้วยคุณ ในสำนักของพระชินเจ้า เราเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอาจารคุณ ตั้งมั่นอยู่ในวัตรและศีล แสวงหา พระสัพพัญญุตญาณ ยินดีในศาสนาของพระชินเจ้า เรายังศรัทธา และปีติให้เกิด ถวายบังคมพระพุทธบรมศาสดา ปีติเกิดขึ้นแก่เรา เพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง พระสัมพุทธเจ้าทรงทราบว่า เรามี ฉันทะอันไม่กลับกลอกจึงทรงพยากรณ์ว่า ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ ผู้นี้ จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ......... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ ให้ยิ่งขึ้นไป พระนครชื่อว่าอโนมะ พระบรมกษัตริย์ พระนามว่าสุปติตะ เป็น พระชนกของพระเวสสภูบรมศาสดา พระนางยสวดีเป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่หกพันปี ทรงมีปราสาทอัน ประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่ารุจิ สุรติ และวัฑฒกะทรงมีพระสนม- นารีกำนัลในสามหมื่นนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสี นามว่าสุจิตรา พระราชโอรสพระนามว่าสุปปพุทธะ พระองค์ทรง เห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยวอทอง ทรงบำเพ็ญ เพียรอยู่ ๖ เดือนเต็ม พระเวสสภูมหาวีรเจ้า ผู้เป็นนายกของโลก อุดมกว่านรชน อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรม- จักร ณ อรุณาราม ทรงมีพระโสณเถระและพระอุตรเถระเป็นพระ- อัครสาวก พระเถระชื่อว่าอุปสันตะเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระรามา- เถรีและพระสุมาลาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของ พระองค์เรียกกันว่าไม้อ้อยช้างใหญ่ โสตถิอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก โคตมีอุบาสิกาและสิริมาอุบาสิกา เป็นอุปัฏฐายิกา พระองค์สูง ๖๐ ศอก เปรียบเสมอด้วยเสาทอง พระรัศมีเปล่งออกจากพระวรกาย ดังไฟบนภูเขาในเวลากลางคืน พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น มีพระชน มายุหกหมื่นปี พระองค์ทรงดำรงอยู่เพียงนั้น ทรงช่วยให้ประชุมชน ข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากมาย ทรงจำแนกธรรมไว้อย่างพิสดาร ทรงตั้ง มหาชนให้อยู่บนธรรมนาวาแล้ว พระองค์ก็เสด็จนิพพานพร้อมด้วย พระสาวกพระวิหารอันมีชนทุกหมู่เหล่า น่าดูน่าชม พระอิริยาบถ หายไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระเวสสภู ศาสดาชินเจ้าผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพานที่เขมาราม พระธาตุของ พระองค์แผ่ไปกว้างขวางในประเทศนั้นๆ ฉะนี้แล. [๒๒] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระราชบุตรสุดที่รัก เป็นที่ปรารถนา ของพระมารดาพระบิดาปรากฏนามว่าโสมนัส อยู่ในอินทปัตถนคร อันอุดม เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม มีปฏิภาณอันเฉียบ แหลม เคารพนบนอบต่อบุคคลผู้เจริญมีหิริ และฉลาดในสังคหธรรม ครั้งนั้น มีดาบสโกงผู้หนึ่ง เป็นที่โปรดปราน ของพระราชาพระองค์ นั้น ดาบสนั้นปลูกต้นผลไม้ ดอกไม้และผัก เก็บขายเลี้ยงชีวิต เราได้เห็นดาบสโกงนั้น เหมือนกองแกลบอันไม่มีข้าวสาร เหมือน ไม้เป็นโพลงข้างใน เหมือนต้นกล้วยหาแก่นมิได้ ดาบสโกงผู้นี้ไม่ มีธรรมของสัตบุรุษ ปราศจากความเป็นสมณะ ละหิริและธรรมขาว เพราะเหตุแห่งการเลี้ยงชีวิตปัจจันตชนบทกำเริบขึ้น เพราะโจรอัน เที่ยวอยู่ในดง พระราชบิดาของเราเมื่อจะเสด็จไปปราบความกำเริบ นั้น ตรัสสั่งเราว่า พ่ออย่าประมาทในชฎิลผู้มีความเพียรอันแรงกล้า นะ ลูก พ่อจะอนุวัตรตามความปรารถนา ด้วยว่าชฎิลนั้น เป็นผู้ ให้ความสำเร็จความปรารถนาทั้งปวงเราไปสู่ที่บำรุงชฎิลนั้นแล้ว ได้ กล่าวดังนี้ว่า ดูกรคฤหบดี ท่านสบายดีดอกหรือ หรือว่าท่านจะ ให้นำเอาอะไรมา เหตุนั้น ดาบสโกงนั้นอาศัยมานะจึงโกรธเราว่า เราจะให้พระราชาฆ่าท่านเสียในวันนี้ หรือจะให้ขับไล่เสียจากแว่น แคว้น พระราชาทรงปราบปัจจันตชนบทสงบแล้ว ได้ตรัสถามชฎิล โกงว่า พระผู้เป็นเจ้าสบายดีหรือสักการะสัมมานะยังเป็นไปแก่พระ ผู้เป็นเจ้าหรือชฎิลโกงนั้น กราบทูลแด่พระราชา เหมือนว่าพระราช กุมารให้ฉิบหายพระเจ้าแผ่นดินทรงสดับคำของชฎิลโกงนั้นทรงบังคับ ว่าจงตัดศีรษะเสียในที่นี้นั่นแหละ จงสับฟันบั่นออกเป็น ๔ ท่อน ทิ้งไว้ในท่ามกลางถนนให้คนเห็นว่า นั่นเป็นผลของคนเบียดเบียน ชฎิล พวกโจรฆาตก็ใจดุร้ายไม่มีกรุณาเหล่านั้น เพราะรับสั่งบังคับ เมื่อรับนั่งอยู่บนตักของพระมารดา ก็ฉุดคร่านำเราไป เราได้กล่าว แก่เขาเหล่านั้น ซึ่งกำลังผูดมัดอย่างมั่นคงอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย จงพาเราไปเฝ้าพระราชาโดยเร็ว ราชกิจของเรามีอยู่ เขาเหล่านั้น เป็นคนลามกและเสพคนลามก พาเราไปเฝ้าพระราชา เราไปเฝ้า พระราชาแล้วทูลให้ทรงเข้าพระทัย และนำมาสู่อำนาจของเราพระ- บิดาขมาเรา ณ ที่นั้นแล้ว ได้พระราชทานราชสมบัติอันใหญ่หลวง แก่เรา เรานั้นทำลายความมืดมัวเมาแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต เราจะเกลียดราชสมบัติ อันใหญ่หลวงก็หามิได้จะเกลียดกามโภค สมบัติก็หามิได้ แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้น เราจึง สละราชสมบัติเสีย ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (51 ประโยค)
tha-ap434:1.1 #
วิปสฺสิโน ภควโต🤖 AI จับคู่
“Vipassino bhagavato,
tha-ap434:1.2 #
มหาโพธิมโห อหุ🤖 AI จับคู่
mahābodhimaho ahu;
tha-ap434:1.3 #
มหาชนา สมาคมฺม🤖 AI จับคู่
Mahājanā samāgamma,
tha-ap434:1.4 #
ปูเชนฺติ โพธิมุตฺตมํ ฯ |๒๒.๑๔| มหาโสกร🤖 AI จับคู่
pūjenti bodhimuttamaṁ.
tha-ap434:2.1 #
หิโต ๓- ปญฺโญ🤖 AI จับคู่
Na hi taṁ orakaṁ maññe,
tha-ap434:2.2 #
พุทฺธเสฏฺโฐ ภวิสฺสติ🤖 AI จับคู่
buddhaseṭṭho bhavissati;
tha-ap434:2.3 #
ยสฺสายํ อีทิโส โพธิ🤖 AI จับคู่
Yassāyaṁ īdisā bodhi,
tha-ap434:2.4 #
ปูชนีโยว สตฺถุโน ฯ🤖 AI จับคู่
pūjanīyā ca satthuno.
tha-ap434:3.1 #
ตโต สงฺขํ คเหตฺวาน🤖 AI จับคู่
Tato saṅkhaṁ gahetvāna,
tha-ap434:3.2 #
โพธิรุกฺขํ อุปฏฺฐหึ🤖 AI จับคู่
bodhirukkhamupaṭṭhahiṁ;
tha-ap434:3.3 #
ธมนฺโต สพฺพทิวสํ🤖 AI จับคู่
Dhamanto sabbadivasaṁ,
tha-ap434:3.4 #
อวนฺทึ โพธิมุตฺตมํ ฯ🤖 AI จับคู่
avandiṁ bodhimuttamaṁ.
tha-ap434:4.1 #
อาสนฺนเก กตํ กมฺมํ🤖 AI จับคู่
Āsannake kataṁ kammaṁ,
tha-ap434:4.2 #
เทวโลกํ อปาปยิ🤖 AI จับคู่
devalokaṁ apāpayī;
tha-ap434:4.3 #
กเลวรํ เม ปติตํ🤖 AI จับคู่
Kaḷevaraṁ me patitaṁ,
tha-ap434:4.4 #
เทวโลเก รมามหํ ฯ🤖 AI จับคู่
devaloke ramāmahaṁ.
tha-ap434:5.1 #
สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Saṭṭhituriyasahassāni,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.46
tha-ap434:5.2 #
ตุฏฺฐหฏฺฐา ปโมทิตา🤖 AI จับคู่
tuṭṭhahaṭṭhā pamoditā;
tha-ap434:5.3 #
สทา มยฺหํ อุปฏฺฐนฺติ🤖 AI จับคู่
Sadā mayhaṁ upaṭṭhanti,
tha-ap434:5.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap434:6.1 #
เอกสตฺตติเม กปฺเป🤖 AI จับคู่
Ekasattatime kappe,
tha-ap434:6.2 #
ราชา อาสิ สุทสฺสโน🤖 AI จับคู่
rājā āsiṁ sudassano;
tha-ap434:6.3 #
จาตุรนฺโต วิชิตาวี🤖 AI จับคู่
Cāturanto vijitāvī,
tha-ap434:6.4 #
ชมฺพูทีปสฺส ๑- อิสฺสโร ฯ🤖 AI จับคู่
jambumaṇḍassa issaro.
tha-ap434:7.1 #
ตโต อฏฺฐสตา ๒- ตุริยา🤖 AI จับคู่
Tato aṅgasatā turiyā,
tha-ap434:7.2 #
ปริวาเรนฺติ มํ สทา🤖 AI จับคู่
parivārenti maṁ sadā;
tha-ap434:7.3 #
อนุโภมิ สกํ กมฺมํ🤖 AI จับคู่
Anubhomi sakaṁ kammaṁ,
tha-ap434:7.4 #
อุปฏฺฐานสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
upaṭṭhānassidaṁ phalaṁ.
tha-ap434:8.1 #
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ🤖 AI จับคู่
Yaṁ yaṁ yonupapajjāmi,
tha-ap434:8.2 #
เทวตฺตํ อถ มานุสํ🤖 AI จับคู่
devattaṁ atha mānusaṁ;
tha-ap434:8.3 #
มาตุกุจฺฉิคตสฺสาปิ🤖 AI จับคู่
Mātukucchigatassāpi,
tha-ap434:8.4 #
วชฺชเร เภริโย สทา ฯ🤖 AI จับคู่
vajjare bheriyo sadā.
tha-ap434:9.1 #
อุปฏฺฐิตฺวาน สมฺพุทฺธํ🤖 AI จับคู่
Upaṭṭhitvāna sambuddhaṁ,
tha-ap434:9.2 #
อนุโภตฺวาน สมฺปทา🤖 AI จับคู่
anubhutvāna sampadā;
tha-ap434:9.3 #
สิวํ อมลํ ๓- อมรํ🤖 AI จับคู่
Sivaṁ sukhemaṁ amataṁ,
tha-ap434:9.4 #
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ🤖 AI จับคู่
pattomhi acalaṁ padaṁ.
tha-ap434:10.1 #
เอกนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Ekanavutito kappe,
tha-ap434:10.2 #
ยํ กมฺมมกรึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ kammamakariṁ tadā;
tha-ap434:10.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap434:10.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap434:11.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.18
tha-ap434:11.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap434:11.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap434:12.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.118
tha-ap434:12.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap434:12.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap434:13.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap434:13.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap434:13.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap434:14.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกสงฺขิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ekasaṅkhiyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap434:15.1 #
เอกสงฺขิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ชมฺพูมณฺฑสฺส ฯ ยุ. ชมฺพูสณฺฑสฺส ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. ยุ. องฺคสตา ฯ@๓ ม. ยุ. สุเขมํ อมตํ ฯ ตติยํ ปาฏิหิรสญฺญกตฺเถราปทานํ (๔๓๓) [๒๒] |๒๒.๑| ตตฺเถว มณฺฑกปฺปมฺหิ อสโม อปฺปฏิปุคฺคโล เวสฺสภู นาม นาเมน โลเก อุปฺปชฺชิ โส ๓- ชิโน ฯ |๒๒.๒| อาทิตฺตํ อิท ๔- ราคคฺคิ ตณฺหานํ วิชิตํ ชานํ ๕- นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ |๒๒.๓| ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ เวสฺสภู โลกนายโก อสีติโกฏิสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๒๒.๔| ปกฺกนฺเต จาริกํ รฏฺเฐ โลกเชฏฺเฐ นราสเภ สตฺตติโกฏิสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๒๒.๕| มหาทิฏฺฐึ วิโนเทนฺโต ปาฏิเหรํ ๖- กโรติ โส สมาคตา นรมรู ทสสหสฺสีสเทวเก ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปวสฺเสตฺวา ฯ ยุ. ธมฺมเมโฆ ปวสฺเสตฺวา ฯ ๒ ยุ. ทุสฺสารานมฺหิ ฯ ๓ ม.@นายโก ฯ ๔ ม. วต ฯ ยุ. อาทิตฺตํ ติ จ ฯ ๕ ม. ตทา ฯ ยุ. สทา ฯ ๖ ยุ. ปาฏิหีรํ ฯ |๒๒.๖| มหาอจฺฉริยํ ทิสฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ เทวา เจว มนุสฺสา จ พุชฺฌเร สฏฺฐิโกฏิโย ฯ |๒๒.๗| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ เวสฺสภุสฺส มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๒๒.๘| อสีติโกฏิสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม สตฺตติภิกฺขุสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๒๒.๙| สฏฺฐิภิกฺขุสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม ชราทิภยภีตานํ โอรสานํ มเหสิโน ๑- ฯ |๒๒.๑๐| ตสฺส พุทฺธสฺส อสมสฺส จกฺกํ วตฺติตมุตฺตมํ สุตฺวาน ปณีตํ ธมฺมํ ปพฺพชฺชมภิโรจยิ ฯ |๒๒.๑๑| อหนฺเตน สมเยน สุทสฺสโน นาม ขตฺติโย อนฺนปาเนน วตฺเถน สสงฺฆํ ชินมปูชยึ ฯ |๒๒.๑๒| มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา รตฺตินฺทิวมตนฺทิโต ปพฺพชฺชํ คุณสมฺปนฺนํ ปพฺพชึ ชินสนฺติเก ฯ |๒๒.๑๓| อาจารคุณสมฺปนฺโน วตฺตสีลสมาหิโต สพฺพญฺญุตํ คเวสนฺโต รมามิ ชินสาสเน ฯ |๒๒.๑๔| สทฺธาปีตึ อุปฺปาเทตฺวา พุทฺธํ วนฺทามิ สตฺถรํ ปีติ อุปฺปชฺชติ มยฺหํ โพธิยาเยว การณา ฯ |๒๒.๑๕| อนิวตฺตมานสํ ญตฺวา สมฺพุทฺโธ เอตทพฺรวิ เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. มเหสินํ ฯ |๒๒.๑๖| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๒๒.๑๗| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๒๒.๑๘| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๒๒.๑๙| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๒๒.๒๐| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๒๒.๒๑| โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๒๒.๒๒| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๒๒.๒๓| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๒๒.๒๔| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๒๒.๒๕| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๒๒.๒๖| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๒๒.๒๗| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๒๒.๒๘| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๒๒.๒๙| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๒๒.๓๐| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๒๒.๓๑| อโนมํ นาม นครํ สุปฺปติโต นาม ขตฺติโย มาตา ยสวตี นาม เวสฺสภุสฺส มเหสิโน ฯ |๒๒.๓๒| ฉพฺพสฺสสหสฺสานิ ๑- อคารํ อชฺฌาวสิ โส รุจิ สุรติ วฑฺฒกา ๒- ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๒๒.๓๓| อนูนตึสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา สุจิตฺตา นาม สา นารี สุปฺปพุทฺโธ นาม อตฺรโช ฯ |๒๒.๓๔| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา สิวิกายาภินิกฺขมิ ฉมาสํ ปธานจารํ อจริ ปุริสุตฺตโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ฉ จ วสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌ โส วสิ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. รุจิ สุรุจิ |๒๒.๓๕| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต เวสฺสภู โลกนายโก วตฺตจกฺโก ๑- มหาวีโร อรุเณปิ ๒- นรุตฺตโม ฯ |๒๒.๓๖| โสโณ จ อุตฺตโร เจว อเหสุํ อคฺคสาวกา อุปสนฺโต นามุปฏฺฐาโก เวสฺสภุสฺส มเหสิโน ฯ |๒๒.๓๗| รามา เจว สมาลา นาม ๓- อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต มหาสาโลติ วุจฺจติ ฯ |๒๒.๓๘| โสตฺถิโก เจว รมฺโม จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา โคตมี จ สิริมา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๒๒.๓๙| สฏฺฐิรตนมุพฺเพโธ เหมยูปสมูปโม กายา นิจฺฉรติ รํสิ รตฺตึว ปพฺพเต สิขี ฯ |๒๒.๔๐| สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ อายุ ตสฺส มเหสิโน ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๒๒.๔๑| ธมฺมํ วิตฺถาริกํ กตฺวา วิภชฺชิตฺวา มหาชนํ ธมฺมนาวํ ฐเปตฺวาน นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ |๒๒.๔๒| ทสฺสเนยฺยํ สพฺพชนํ วิหารํ อิริยาปถํ สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ |๒๒.๔๓| เวสฺสภู ชินวโร สตฺถา เขมารามมฺหิ นิพฺพุโต ธาตุวิตฺถารกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโตติ ฯ เวสฺสภูพุทฺธวํโส เอกวีสติโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. วตฺติ จกฺกํ ฯ ๒ ม. อรุณาราเม ฯ ๓ ม. จ ฯ ยุ. ทามา เจว สมาลา จ ฯ ทฺวาวีสติโม กุกฺกุสนฺธพุทฺธวํโส ๑- [๒๒] |๒๒.๗| ปุนาปรํ ยทา โหมิ อินฺทปตฺเถ ปุรุตฺตเม กามิโต ทยิโต ปุตฺโต โสมนสฺโสติ วิสฺสุโต ฯ |๒๒.๘| สีลวา คุณสมฺปนฺโน กลฺยาณปฏิภานวา วุฑฺฒาปจายี หิริมา สงฺคเหสุ จ โกวิโท ฯ |๒๒.๙| ตสฺส รญฺโญ ปฏิกโร อโหสิ กุหกตาปโส อารามํ มาลาคจฺฉญฺจ โรปยิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Ekasaṅkhiyattherassāpadānaṁ dutiyaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน