เนื้อความทั้งข้อ
[๒๙] ครั้งนั้น เราเป็นพญาช้างมีงางอนงาม ทรงกำลังพิริยะกล้าว่องไว
เที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ ได้เห็นพระผู้นำโลก เราได้หยิบเอาชิ้นมะม่วง
มาถวายแด่พระศาสดา พระมหาวีรเจ้า พระนามว่าสิทธัตถะ นายก
ของโลก ทรงรับประเคน เมื่อเราเพ่งดูอยู่ พระพิชิตมารได้ทรง
เสวยในกาลนั้น เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระชินเจ้าพระองค์นั้น จึง
เข้าถึงสวรรค์ชั้นดุสิต เราจุติจากดุสิตนั้นแล้ว ได้เป็นพระเจ้าจักร
พรรดิราช เสวยสมบัติโดยอุบายเช่นนั้นแหละ เรามีตนส่งไปเพื่อ
ความเพียรสงบระงับ ไม่มีอุปธิกิเลส กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว
เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใดใน
กาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย
ผลไม้ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ
แล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัมพปิณฑิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
[๒๙] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นลูกนกคุ่ม ขนยังไม่งอก ยังอ่อน
เป็นดังชิ้นเนื้อ อยู่ในรัง ในมคธชนบท ในกาลนั้น มารดาเอาจะ
งอยปากคาบเหยื่อมาเลี้ยงเรา เราเป็นอยู่ด้วยผัสสะของมารดา กำลัง
กายของเรายังไม่มี ในฤดูร้อนทุกๆ ปี มีไฟป่าไหม้ลุกลามมา ไฟ
ไหม้ป่าเป็นทางดำลุกลามมาใกล้เรา ไฟไหม้ป่าลุกลามใหญ่หลวง
เสียงสนั่นอื้ออึง ไฟไหม้ลุกลามมาโดยลำดับ เข้ามาใกล้จวนจะถึง
เรา มารดาบิดาของเราสะดุ้งใจหวาดหวั่น เพราะกลัวไฟที่ไหม้มา
โดยเร็ว จึงทิ้งเราไว้ในรังหนีเอาตัวรอดไปได้ เราเหยียดเท้า กางปีก
ออกรู้ว่า กำลังกายของเราไม่มี เรานั้นไปไม่ได้อยู่ในรังนั่นเอง จึง
คิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า เมื่อก่อนเราสะดุ้งหวาดหวั่น พึงเข้าไปซ่อน-
ตัวอยู่ในระหว่างปีกของมารดาบิดา บัดนี้ มารดาบิดาทิ้งเราหนีไปเสีย
แล้ว วันนี้ เราจะทำอย่างไรศีลคุณ ความสัตย์ พระสัพพัญญูพุทธเจ้า
ผู้ประกอบด้วยความสัตย์เอ็นดูกรุณามีอยู่ในโลก ด้วยความสัตย์นั้น
เราจักกระทำ สัจจกิริยาอันสูงสุดเราคำนึงถึงกำลังพระธรรมระลึกถึง
พระพุทธเจ้าผู้พิชิตมารอันมีในก่อน ได้กระทำสัจจกิริยา แสดงกำลัง
ความสัตย์ว่า ปีกของเรามีอยู่ แต่ไม่มีขนเท้าของเรามีอยู่ แต่ยังเดิน
ไม่ได้ มารดาบิดาก็พากันบินออกไปแล้วแน่ะไฟ จงกลับไป
(จงดับเสีย) พร้อมกับเมื่อเรากระทำสัจจกิริยา ไฟที่ลุกรุ่งโรจน์
ใหญ่หลวงเว้นไว้ ๑๖ กรีส ไฟดับ ณ ที่นั้นเหมือนจุ่มลงในน้ำ
ผู้เสมอด้วยความสัตย์ของเราไม่มี นี้เป็นสัจจบารมีของเรา ฉะนี้แล.
หตฺถีราชา ตทา อาสึ🤖 AI จับคู่
“Hatthirājā tadā āsiṁ,
อีสาทนฺโต อุรุฬฺหโว🤖 AI จับคู่
īsādanto uruḷhavā;
วิจรนฺโต พฺรหารญฺเญ🤖 AI จับคู่
Vicaranto brahāraññe,
อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ🤖 AI จับคู่
addasaṁ lokanāyakaṁ.
อมฺพปิณฺฑึ ๑- คเหตฺวาน🤖 AI จับคู่
Ambapiṇḍaṁ gahetvāna,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.53
อทาสึ สตฺถุโน อหํ🤖 AI จับคู่
adāsiṁ satthuno ahaṁ;
ปฏิคฺคณฺหิ มหาวีโร🤖 AI จับคู่
Paṭiggaṇhi mahāvīro,
สิทฺธตฺโถ โลกนายโก ฯ🤖 AI จับคู่
siddhattho lokanāyako.
มม นิชฺฌายมานสฺส🤖 AI จับคู่
Mama nijjhāyamānassa,
ปริภุญฺชิ ตทา ชิโน🤖 AI จับคู่
paribhuñji tadā jino;
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา🤖 AI จับคู่
Tattha cittaṁ pasādetvā,
ตุสิตํ อุปปชฺชหํ ฯ🤖 AI จับคู่
tusitaṁ upapajjahaṁ.
ตโต อหํ จวิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Tato ahaṁ cavitvāna,
จกฺกวตฺติ อโหสหํ🤖 AI จับคู่
cakkavattī ahosahaṁ;
เอเตเนว อุปาเยน🤖 AI จับคู่
Eteneva upāyena,
อนุโภตฺวาน สมฺปทา ฯ🤖 AI จับคู่
anubhutvāna sampadā.
ปธานํ ปหิตตฺโตหํ🤖 AI จับคู่
Padhānapahitattohaṁ,
อุปสนฺโต นิรูปธิ🤖 AI จับคู่
upasanto nirūpadhi;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย🤖 AI จับคู่
Sabbāsave pariññāya,
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
จตุนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Catunnavutito kappe,
ยํ ทานมททึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ phalamadadiṁ tadā;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
phaladānassidaṁ phalaṁ.
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
เพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.128
เก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
ปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อมฺพปิณฺฑิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ambapiṇḍiyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
อมฺพปิณฺฑิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. อมฺพปิณฺฑํ ฯ
ทสมํ ชมฺพูผลิยตฺเถราปทานํ ๑- (๔๔๐)
[๒๙] |๒๙.๗๒| ปุนาปรํ ยทา โหมิ มคเธ วฏฺฏโปตโก
อชาตปกฺโข ตรุโณ มํสเปสิ กุลาวเก ฯ
|๒๙.๗๓| มุขตุณฺฑเกน อาหริตฺวา มาตา โปสยตี มมํ
ตสฺสา ผสฺเสน ชีวามิ นตฺถิ เม กายิกํ พลํ ฯ
|๒๙.๗๔| สํวจฺฉเร คิมฺหสมเย ทวทาโห ปทิปฺปติ
อุปคจฺฉติ อมฺหากํ ปาวโก กณฺหวตฺตนิ ฯ
|๒๙.๗๕| ธมธมํ ๑- อิติ เอวํ สทฺทายนฺโต มหา สิขี
อนุปุพฺเพน ฌาเปนฺโต อคฺคิ มมมุปาคมิ ฯ
|๒๙.๗๖| อคฺคิเวคภยา ภีตา ตสิตา มาตา ปิตา มม
กุลาวเก มํ ฉฑฺเฑตฺวา อตฺตานํ ปริโมจยุํ ฯ
|๒๙.๗๗| ปาเท ปกฺเข ปชหามิ นตฺถิ เม กายิกํ พลํ
โสหํ อคติโก ตตฺถ เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ
|๒๙.๗๘| เยสาหํ อุปธาเวยฺยํ ภีโต ตสิตเวธิโต
เต มํ โอหาย ปกฺกนฺตา กถํ เม อชฺช กาตเว ฯ
|๒๙.๗๙| อตฺถิ โลเก สีลคุโณ สจฺจํ โสเจยฺยนุทฺทยา
เตน สจฺเจน กาหามิ สจฺจกิริยมุตฺตมํ ๒- ฯ
|๒๙.๘๐| อาวชฺชิตฺวา ธมฺมพลํ สริตฺวา ปุพฺพเก ชิเน
สจฺจพลมวสฺสาย สจฺจกิริยมกาสหํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ธมธมา ฯ ยุ. ธูมธูมญฺชนีเตฺววํ ฯ ๒ สจฺจกิริยมนุตฺตรํ อิติปิ ปาโฐ ฯ
|๒๙.๘๑| สนฺติ ปกฺขา อปตนา สนฺติ ปาทา อวญฺจนา
มาตา ปิตา จ นิกฺขนฺตา ชาตเวท ปฏิกฺกม ฯ
|๒๙.๘๒| สห สจฺเจ กเต มยฺหํ มหาปชฺชลิโต สิขี
วชฺเชสิ โสฬส กรีสานิ อุทกํ ปตฺวา ยถา สิขี
สจฺเจน เม สโม นตฺถิ เอสา เม สจฺจปารมีติ ฯ
วฏฺฏกโปตกจริยํ นวมํ ฯ
ทสมํ มจฺฉราชจริยํ🤖 AI จับคู่
Ambapiṇḍiyattherassāpadānaṁ navamaṁ.