เนื้อความทั้งข้อ
[๕] เราอาศัยอยู่ในสวนหลวงในพระนครพันธุมดี พระพุทธเจ้าผู้นำโลก
ได้ประทับอยู่ใกล้อาศรมของเรา เราถือเอากิ่งไม้กากะทิงไปปักไว้
ข้างหน้าพระพุทธเจ้า เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ถวายอภิวาท
พระสุคตเจ้า ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้เอากิ่งไม้บูชา ด้วย
การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลส
ทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนาคปัลลวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
[๕] ในสมัยต่อมาจากพระพุทธมงคล มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุมนะ
ไม่มีใครเสมอเหมือนโดยธรรมทั้งปวง อุดมกว่าสรรพสัตว์ ครั้งนั้น
พระศาสดาทรงตีกลองอมฤตเภรีในเมขลบุรี พระศาสนาของพระ
องค์มีองค์ ๙ ประกอบด้วยธรรมอันขาว พระศาสดาพระองค์นั้น
ทรงชำระกิเลสแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม ทรงสร้างนคร
คือ พระสัทธรรม เป็นเมืองประเสริฐสุด ทรงสร้างถนนใหญ่
คือ สติปัฏฐานอันเลิศล้ำ ไม่มีอะไรคั่น ไม่คด เป็นถนนตรง
ไพบูลย์ กว้างขวาง ทรงลาดสามัญผล ๕ ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา
๖ และสมาบัติ ๘ ไว้บนถนนนั้น ชนเหล่าใดเป็นผู้ไม่ประมาท
ประกอบด้วยหิริและความเพียร ชนเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมถือเอา
คุณอันประเสริฐนี้ได้ตามสบาย พระศาสดาทรงรื้อขนมหาชนขึ้นด้วย
โยคธรรมนั้นอย่างนี้ ทรงยังเทวดาและมนุษย์แสนโกฏิให้ตรัสรู้ใน
ครั้งแรก ในกาลเป็นที่ทรงแสดงธรรมครั้งที่ ๒ ที่พระมหาวีรเจ้า
ตรัสสอนหมู่เดียรถีย์ เทวดาและมนุษย์แสนโกฏิได้ตรัสรู้ธรรม
ในกาลเมื่อเทวดาและมนุษย์ผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกันมาทูลถาม
ปัญหานิโรธ อันเป็นความสงสัยแห่งใจ ในการทรงแสดงธรรม
เครื่องแสดงนิโรธแม้ครั้งนั้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่เทวดา
และมนุษย์เก้าหมื่นโกฏิ พระสุมนบรมศาสดาทรงมีการประชุม
พระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบคงที่ ๓ ครั้ง เมื่อพระ
ผู้มีพระภาคทรงจำพรรษาแล้ว ในวันสังฆปวารณา พระตถาคตทรง
ปวารณาพร้อมด้วยพระสาวกแสนโกฏิ ต่อแต่นั้นในการประชุมที่
ภูเขาทองอันสุกอร่ามพระสาวกมาประชุมกันครั้งที่ ๒ เก้าหมื่นโกฏิ
ในกาลเมื่อท้าวสักกเทวราชเสด็จเข้าเฝ้า เพื่อทรงเยี่ยมพระพุทธเจ้า
พระสาวกมาประชุมกันครั้งที่ ๓ แปดหมื่นโกฏิ สมัยนั้นเราเป็น
พญานาคราชมีฤทธิ์มาก มีนามชื่อว่าอตุละ เป็นผู้ก่อสร้างกุศล
เจริญขึ้น ครั้งนั้น เราพร้อมด้วยหมู่ญาติออกจากนาคพิภพ เอาดนตรี
ทิพย์ไปบรรเลงบูชาพระพิชิตมารพร้อมด้วยพระสงฆ์ ถวายข้าวน้ำให้
พระสงฆ์สาวกแสนโกฏิ ฉันจนเพียงพอ แล้วถวายผ้าเฉพาะรูปละคู่
ได้เข้าถึงพระพิชิตมารกับทั้งพระสงฆ์นั้นเป็นสรณะ แม้พระสุมน-
พุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราว่านี้จักได้
เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ................ ข้ามแม่น้ำใหญ่
ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใส
อย่างยิ่ง เราอธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมีให้ยิ่งขึ้น พระมหา-
กษัตริย์พระนามว่าสุทัตตะ เป็นพระชนกของพระสุมนบรมศาสดา
พระชนนีพระนามว่าสิริมา พระองค์ทรงครอบครองอคารสถานอยู่
เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่าจันทะ
สุจันทะและวฏังสะ มีพระสนมนารีกำนัลในหกล้านสามแสนนาง
ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าวฏังสกี พระราช
โอรสพระนามว่าอนูปโม พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ
จึงเสด็จออกผนวชด้วยพระยาคชสารยานพระที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญ
เพียร ๑๐ เดือนเต็ม พระมหาวีรสุมนเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อัน
พรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ เมขลนคร
อันเป็นเมืองประเสริฐสุด พระองค์ทรงมีพระสรณเถระ และพระ-
ภาวิตัตตเถระเป็นพระอัครสาวก ทรงมีพระเถระนามว่าอุเทนเป็น
พระพุทธอุปัฏฐาก พระโสณาเถรีและพระอุปโสณาเถรีเป็นพระ-
อัครสาวิกา แม้พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนพระองค์นั้น
ก็ได้ตรัสรู้ที่ควงไม้กากะทิง วรุณอุบาสกและสรณอุบาสกเป็นอัคร
อุปัฏฐากจาลาอุบาสิกาและอุปจาลาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระ-
พุทธเจ้าพระองค์นั้น พระองค์สูง ๙๐ ศอก มีพระรัศมีเปล่งปลั่งดัง
ทองคำล้ำค่า ส่องสว่างจ้าไปในหมื่นโลกธาตุ ขณะนั้น มนุษย์มีอายุ
เก้าหมื่นปี พระองค์ดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้
ข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากมาย พระสัมพุทธเจ้าทรงช่วยคนที่ควรข้าม
ให้ข้าม ทรงช่วยคนที่ควรตรัสรู้ให้ตรัสรู้ แล้วเสด็จปรินิพพาน
เหมือนพระจันทร์ดับ พระขีณาสพเหล่านั้น และพระพุทธเจ้าผู้ไม่
มีใครเปรียบพระองค์นั้น แสดงรัศมีอันไม่มีอะไรเสมอเหมือนแล้ว
นิพพาน ญาณและรัตนตรัยอันไม่มีอะไรเทียบเคียงเหล่านั้นหายไป
หมดสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระสุมนพุทธเจ้าผู้ทรงยศ
เสด็จนิพพาน ณ อังคาราม พระสถูปของพระองค์สูง ๔ โยชน์
ประดิษฐานอยู่ ณ อังคารามนั้นแล.
[๕] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพราหมณ์นามว่ามหาโควินท์เป็น
ปุโรหิตของพระราชา ๗ พระองค์ อันนรชนและเทวดาบูชา ใน
กาลนั้น เครื่องบรรณาการอันใดในราชอาณาจักรทั้ง ๗ ได้มีแล้วแก่
เรา เราได้ให้มหาทานร้อยล้านแสนโกฏิเปรียบด้วยสาครด้วย
บรรณาการนั้น เราจะเกลียดทรัพย์และข้าวเปลือกก็หามิได้ และ
เราจะไม่มีการสั่งสมก็หามิได้ แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของ
เรา ฉะนั้น เราจึงให้ทานอย่างประเสริฐ ฉะนี้แล.
นคเร พนฺธุมติยา🤖 AI จับคู่
“Nagare bandhumatiyā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.14 · ฉัฏฐสังคายนา 57.410
ราชุยฺยาเน วสามหํ🤖 AI จับคู่
rājuyyāne vasāmahaṁ;
มม อสฺสมสามนฺตา🤖 AI จับคู่
Mama assamasāmantā,
นิสีทิ โลกนายโก ฯ🤖 AI จับคู่
nisīdi lokanāyako.
นาคปลฺลวมาทาย🤖 AI จับคู่
Nāgapallavamādāya,
พุทฺธสฺส อภิโรปยึ🤖 AI จับคู่
buddhassa abhiropayiṁ;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน🤖 AI จับคู่
Pasannacitto sumano,
สุคตํ อภิวาทยึ ฯ🤖 AI จับคู่
sugataṁ abhivādayiṁ.
เอกนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Ekanavutito kappe,
ยํ ปลฺลวมภิปูชยึ🤖 AI จับคู่
yaṁ pallavamapūjayiṁ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.76
เพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
เก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
ปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นาคปลฺลวโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā nāgapallavo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
นาคปลฺลวกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉฏฺฐํ เอกทีปิยตฺเถราปทานํ (๔๑๖)
[๕] |๕.๑| มงฺคลสฺส อปเรน สุมโน นาม นายโก
สพฺพธมฺเมหิ อสโม สพฺพสตฺตานมุตฺตโม ฯ
|๕.๒| ตทา ๓- อมตเภริโย อาหนิ เมขเล ปุเร
ธมฺมสงฺขสมายุตฺตํ นวงฺคชินสาสนํ ฯ
|๕.๓| วิชินิตฺวา ๔- กิเลเส โส ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ
มาเปสิ นครํ สตฺถา สทฺธมฺมปุรวรุตฺตมํ ฯ
|๕.๔| นิรนฺตรํ อกุฏิลํ อุชุํ วิปุลวิตฺถตํ
มาเปสิ โส มหาวีถึ สติปฏฺฐานวรุตฺตมํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. สํกิเลสมรณํ ฯ ๒ ม. วสฺสเร ฯ ยุ. เวสฺสโร ฯ ๓ ม. ตทา อมตเภรึ@โส ฯ ยุ. โสปิ ตทา อมตเภรึ ฯ ๔ ม. นิชฺชินิตฺวา ฯ ยุ. ชินิตฺวาน ฯ
|๕.๕| ผเล จตฺตาริ สามญฺเญ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา
ฉฬภิญฺญาฏฺฐสมาปตฺตี ปสาเรสิ ตตฺถ วีถิยํ ฯ
|๕.๖| เย อปฺปมตฺตา อขิลา หิริวิริเยหุปาคตา
เต เต อิเม คุณวเร อาทิยนฺติ ยถา สุขํ ฯ
|๕.๗| เอวเมเตน โยเคน อุทฺธรนฺโต มหาชนํ
โพเธสิ ปฐมํ สตฺถา โกฏิสตสหสฺสิโย ฯ
|๕.๘| ยมฺหิ กาเล มหาวีโร โอวทิ ติตฺถิเย คเณ
โกฏิสตสหสฺสานิ ๑- ทุติเย ธมฺมเทสเน ฯ
|๕.๙| ยทา เทวา มนุสฺสา จ สมคฺคา เอกมานสา
นิโรธปญฺหํ ปุจฺฉึสุ สํสยญฺจาปิ มานสํ ฯ
|๕.๑๐| ตทาปิ ธมฺมเทสเน นิโรธปริทีปเน
นวุติโกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ
|๕.๑๑| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ สุมนสฺส มเหสิโน
ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺติจิตฺตาน ตาทินํ ฯ
|๕.๑๒| วสฺสํ วุฏฺฐสฺส ภควโต อภิสงฺฆุฏฺเฐ ปวารเณ
โกฏิสตสหสฺเสหิ ปวาเรสิ ตถาคโต ฯ
|๕.๑๓| ตโต ปรํ สนฺนิปาเต วิมเล กญฺจนปพฺพเต
นวุติโกฏิสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ
|๕.๑๔| ยทา สกฺโก เทวราชา พุทฺธทสฺสนมุปาคมิ
อสีติโกฏิสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. โกฏิสหสฺสาภิสฺมึสุ ฯ
|๕.๑๕| อหํ เตน สมเยน นาคราชา มหิทฺธิโก
อตุโล นาม นาเมน อุปฺปนฺนกุสลสญฺจโย ๑- ฯ
|๕.๑๖| ตทาหํ นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา สญาติภิ
นาคานํ ทิพฺพตุริเยหิ สสงฺฆํ ชินมุปฏฺฐหึ ฯ
|๕.๑๗| โกฏิสตสหสฺสานิ ๒- อนฺนปาเนน ตปฺปยึ
ปจฺเจกทุสฺสยุคํ ทตฺวา สรณํ ตมุปาคมึ ฯ
|๕.๑๘| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ สุมโน โลกนายโก
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
|๕.๑๙| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ
|๕.๒๐| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต
ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ
|๕.๒๑| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน
ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ
|๕.๒๒| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ
อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
|๕.๒๓| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
|๕.๒๔| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา
โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. อุสฺสนฺนกุสลญฺจโย ฯ ยุ. อุสฺสนฺนกุสลปจฺจโย ฯ ๒ ม. ยุ. โกฏิสตสหสฺสานํ ฯ
|๕.๒๕| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ
|๕.๒๖| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ
จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ
|๕.๒๗| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา
อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ
|๕.๒๘| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ
|๕.๒๙| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ
|๕.๓๐| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺชิสฺสาม สาสนํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
|๕.๓๑| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย
เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ
|๕.๓๒| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
|๕.๓๓| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ
อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ
|๕.๓๔| เมขลํ นาม นครํ สุทตฺโต นาม ขตฺติโย
สิริมา นาม ชนิกา สุมนสฺส มเหสิโน ฯ
|๕.๓๕| นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส
จนฺโท สุจนฺโท วฏํโส
[๕]- ปิยทสฺสี มุนิวโร อสฺสตฺถารามมฺหิ นิพฺพุโต
ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป ตีณิ โยชนมุคฺคโตติ ฯ
ปิยทสฺสิพุทฺธวํโส เตรสโม ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อุสฺสาวนุยฺยาเน ฯ ๒ ยุ. กกุทฺโธติ ฯ ๓ ม. สนฺธโก ธมฺมโก เจว ฯ@ยุ. สนฺนโก ฯ ๔ ม. ตาวตกํ ฯ ๕ ยุ. โส ฯ
จุทฺทสโม อตฺถทสฺสิพุทฺธวํโส
[๕] |๕.๓๘| ปุนาปรํ ยทา โหมิ สตฺตราชปุโรหิโต
ปูชิโต นรเทเวหิ มหาโควินฺทพฺราหฺมโณ ฯ
|๕.๓๙| ตทาหํ สตฺตรชฺเชสุ ยํ เม อาสิ อุปายนํ
เตน เทมิ มหาทานํ อกฺโขภํ ๒- สาครูปมํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นปิ ฯ ๒ ม. อกฺโขพฺภํ ฯ
|๕.๔๐| น เม เทสฺสํ ธนธญฺญํ นปิ นตฺถิ นิจโย มยิ
สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา เทมิ วรํ ธนนฺติ ฯ
มหาโควินฺทจริยํ ปญฺจมํ ฯ
ฉฏฺฐํ เนมิราชจริยํ🤖 AI จับคู่
Nāgapallavattherassāpadānaṁ pañcamaṁ.