‹ กลับ
นาคปัลลวกเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 5 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๒๓๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕] เราอาศัยอยู่ในสวนหลวงในพระนครพันธุมดี พระพุทธเจ้าผู้นำโลก ได้ประทับอยู่ใกล้อาศรมของเรา เราถือเอากิ่งไม้กากะทิงไปปักไว้ ข้างหน้าพระพุทธเจ้า เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ถวายอภิวาท พระสุคตเจ้า ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้เอากิ่งไม้บูชา ด้วย การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลส ทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนาคปัลลวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๕] ในสมัยต่อมาจากพระพุทธมงคล มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุมนะ ไม่มีใครเสมอเหมือนโดยธรรมทั้งปวง อุดมกว่าสรรพสัตว์ ครั้งนั้น พระศาสดาทรงตีกลองอมฤตเภรีในเมขลบุรี พระศาสนาของพระ องค์มีองค์ ๙ ประกอบด้วยธรรมอันขาว พระศาสดาพระองค์นั้น ทรงชำระกิเลสแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม ทรงสร้างนคร คือ พระสัทธรรม เป็นเมืองประเสริฐสุด ทรงสร้างถนนใหญ่ คือ สติปัฏฐานอันเลิศล้ำ ไม่มีอะไรคั่น ไม่คด เป็นถนนตรง ไพบูลย์ กว้างขวาง ทรงลาดสามัญผล ๕ ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา ๖ และสมาบัติ ๘ ไว้บนถนนนั้น ชนเหล่าใดเป็นผู้ไม่ประมาท ประกอบด้วยหิริและความเพียร ชนเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมถือเอา คุณอันประเสริฐนี้ได้ตามสบาย พระศาสดาทรงรื้อขนมหาชนขึ้นด้วย โยคธรรมนั้นอย่างนี้ ทรงยังเทวดาและมนุษย์แสนโกฏิให้ตรัสรู้ใน ครั้งแรก ในกาลเป็นที่ทรงแสดงธรรมครั้งที่ ๒ ที่พระมหาวีรเจ้า ตรัสสอนหมู่เดียรถีย์ เทวดาและมนุษย์แสนโกฏิได้ตรัสรู้ธรรม ในกาลเมื่อเทวดาและมนุษย์ผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกันมาทูลถาม ปัญหานิโรธ อันเป็นความสงสัยแห่งใจ ในการทรงแสดงธรรม เครื่องแสดงนิโรธแม้ครั้งนั้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่เทวดา และมนุษย์เก้าหมื่นโกฏิ พระสุมนบรมศาสดาทรงมีการประชุม พระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบคงที่ ๓ ครั้ง เมื่อพระ ผู้มีพระภาคทรงจำพรรษาแล้ว ในวันสังฆปวารณา พระตถาคตทรง ปวารณาพร้อมด้วยพระสาวกแสนโกฏิ ต่อแต่นั้นในการประชุมที่ ภูเขาทองอันสุกอร่ามพระสาวกมาประชุมกันครั้งที่ ๒ เก้าหมื่นโกฏิ ในกาลเมื่อท้าวสักกเทวราชเสด็จเข้าเฝ้า เพื่อทรงเยี่ยมพระพุทธเจ้า พระสาวกมาประชุมกันครั้งที่ ๓ แปดหมื่นโกฏิ สมัยนั้นเราเป็น พญานาคราชมีฤทธิ์มาก มีนามชื่อว่าอตุละ เป็นผู้ก่อสร้างกุศล เจริญขึ้น ครั้งนั้น เราพร้อมด้วยหมู่ญาติออกจากนาคพิภพ เอาดนตรี ทิพย์ไปบรรเลงบูชาพระพิชิตมารพร้อมด้วยพระสงฆ์ ถวายข้าวน้ำให้ พระสงฆ์สาวกแสนโกฏิ ฉันจนเพียงพอ แล้วถวายผ้าเฉพาะรูปละคู่ ได้เข้าถึงพระพิชิตมารกับทั้งพระสงฆ์นั้นเป็นสรณะ แม้พระสุมน- พุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราว่านี้จักได้ เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ................ ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใส อย่างยิ่ง เราอธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมีให้ยิ่งขึ้น พระมหา- กษัตริย์พระนามว่าสุทัตตะ เป็นพระชนกของพระสุมนบรมศาสดา พระชนนีพระนามว่าสิริมา พระองค์ทรงครอบครองอคารสถานอยู่ เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่าจันทะ สุจันทะและวฏังสะ มีพระสนมนารีกำนัลในหกล้านสามแสนนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าวฏังสกี พระราช โอรสพระนามว่าอนูปโม พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยพระยาคชสารยานพระที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญ เพียร ๑๐ เดือนเต็ม พระมหาวีรสุมนเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อัน พรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ เมขลนคร อันเป็นเมืองประเสริฐสุด พระองค์ทรงมีพระสรณเถระ และพระ- ภาวิตัตตเถระเป็นพระอัครสาวก ทรงมีพระเถระนามว่าอุเทนเป็น พระพุทธอุปัฏฐาก พระโสณาเถรีและพระอุปโสณาเถรีเป็นพระ- อัครสาวิกา แม้พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนพระองค์นั้น ก็ได้ตรัสรู้ที่ควงไม้กากะทิง วรุณอุบาสกและสรณอุบาสกเป็นอัคร อุปัฏฐากจาลาอุบาสิกาและอุปจาลาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระ- พุทธเจ้าพระองค์นั้น พระองค์สูง ๙๐ ศอก มีพระรัศมีเปล่งปลั่งดัง ทองคำล้ำค่า ส่องสว่างจ้าไปในหมื่นโลกธาตุ ขณะนั้น มนุษย์มีอายุ เก้าหมื่นปี พระองค์ดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ ข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากมาย พระสัมพุทธเจ้าทรงช่วยคนที่ควรข้าม ให้ข้าม ทรงช่วยคนที่ควรตรัสรู้ให้ตรัสรู้ แล้วเสด็จปรินิพพาน เหมือนพระจันทร์ดับ พระขีณาสพเหล่านั้น และพระพุทธเจ้าผู้ไม่ มีใครเปรียบพระองค์นั้น แสดงรัศมีอันไม่มีอะไรเสมอเหมือนแล้ว นิพพาน ญาณและรัตนตรัยอันไม่มีอะไรเทียบเคียงเหล่านั้นหายไป หมดสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระสุมนพุทธเจ้าผู้ทรงยศ เสด็จนิพพาน ณ อังคาราม พระสถูปของพระองค์สูง ๔ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ อังคารามนั้นแล. [๕] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพราหมณ์นามว่ามหาโควินท์เป็น ปุโรหิตของพระราชา ๗ พระองค์ อันนรชนและเทวดาบูชา ใน กาลนั้น เครื่องบรรณาการอันใดในราชอาณาจักรทั้ง ๗ ได้มีแล้วแก่ เรา เราได้ให้มหาทานร้อยล้านแสนโกฏิเปรียบด้วยสาครด้วย บรรณาการนั้น เราจะเกลียดทรัพย์และข้าวเปลือกก็หามิได้ และ เราจะไม่มีการสั่งสมก็หามิได้ แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของ เรา ฉะนั้น เราจึงให้ทานอย่างประเสริฐ ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (23 ประโยค)
tha-ap417:1.1 #
นคเร พนฺธุมติยา🤖 AI จับคู่
“Nagare bandhumatiyā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.14 · ฉัฏฐสังคายนา 57.410
tha-ap417:1.2 #
ราชุยฺยาเน วสามหํ🤖 AI จับคู่
rājuyyāne vasāmahaṁ;
tha-ap417:1.3 #
มม อสฺสมสามนฺตา🤖 AI จับคู่
Mama assamasāmantā,
tha-ap417:1.4 #
นิสีทิ โลกนายโก ฯ🤖 AI จับคู่
nisīdi lokanāyako.
tha-ap417:2.1 #
นาคปลฺลวมาทาย🤖 AI จับคู่
Nāgapallavamādāya,
tha-ap417:2.2 #
พุทฺธสฺส อภิโรปยึ🤖 AI จับคู่
buddhassa abhiropayiṁ;
tha-ap417:2.3 #
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน🤖 AI จับคู่
Pasannacitto sumano,
tha-ap417:2.4 #
สุคตํ อภิวาทยึ ฯ🤖 AI จับคู่
sugataṁ abhivādayiṁ.
tha-ap417:3.1 #
เอกนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Ekanavutito kappe,
tha-ap417:3.2 #
ยํ ปลฺลวมภิปูชยึ🤖 AI จับคู่
yaṁ pallavamapūjayiṁ;
tha-ap417:3.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap417:3.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap417:4.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.76
tha-ap417:4.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap417:4.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap417:5.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap417:5.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap417:5.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap417:6.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap417:6.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap417:6.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap417:7.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นาคปลฺลวโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā nāgapallavo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap417:8.1 #
นาคปลฺลวกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ ฉฏฺฐํ เอกทีปิยตฺเถราปทานํ (๔๑๖) [๕] |๕.๑| มงฺคลสฺส อปเรน สุมโน นาม นายโก สพฺพธมฺเมหิ อสโม สพฺพสตฺตานมุตฺตโม ฯ |๕.๒| ตทา ๓- อมตเภริโย อาหนิ เมขเล ปุเร ธมฺมสงฺขสมายุตฺตํ นวงฺคชินสาสนํ ฯ |๕.๓| วิชินิตฺวา ๔- กิเลเส โส ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ มาเปสิ นครํ สตฺถา สทฺธมฺมปุรวรุตฺตมํ ฯ |๕.๔| นิรนฺตรํ อกุฏิลํ อุชุํ วิปุลวิตฺถตํ มาเปสิ โส มหาวีถึ สติปฏฺฐานวรุตฺตมํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. สํกิเลสมรณํ ฯ ๒ ม. วสฺสเร ฯ ยุ. เวสฺสโร ฯ ๓ ม. ตทา อมตเภรึ@โส ฯ ยุ. โสปิ ตทา อมตเภรึ ฯ ๔ ม. นิชฺชินิตฺวา ฯ ยุ. ชินิตฺวาน ฯ |๕.๕| ผเล จตฺตาริ สามญฺเญ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา ฉฬภิญฺญาฏฺฐสมาปตฺตี ปสาเรสิ ตตฺถ วีถิยํ ฯ |๕.๖| เย อปฺปมตฺตา อขิลา หิริวิริเยหุปาคตา เต เต อิเม คุณวเร อาทิยนฺติ ยถา สุขํ ฯ |๕.๗| เอวเมเตน โยเคน อุทฺธรนฺโต มหาชนํ โพเธสิ ปฐมํ สตฺถา โกฏิสตสหสฺสิโย ฯ |๕.๘| ยมฺหิ กาเล มหาวีโร โอวทิ ติตฺถิเย คเณ โกฏิสตสหสฺสานิ ๑- ทุติเย ธมฺมเทสเน ฯ |๕.๙| ยทา เทวา มนุสฺสา จ สมคฺคา เอกมานสา นิโรธปญฺหํ ปุจฺฉึสุ สํสยญฺจาปิ มานสํ ฯ |๕.๑๐| ตทาปิ ธมฺมเทสเน นิโรธปริทีปเน นวุติโกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๕.๑๑| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ สุมนสฺส มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺติจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๕.๑๒| วสฺสํ วุฏฺฐสฺส ภควโต อภิสงฺฆุฏฺเฐ ปวารเณ โกฏิสตสหสฺเสหิ ปวาเรสิ ตถาคโต ฯ |๕.๑๓| ตโต ปรํ สนฺนิปาเต วิมเล กญฺจนปพฺพเต นวุติโกฏิสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๕.๑๔| ยทา สกฺโก เทวราชา พุทฺธทสฺสนมุปาคมิ อสีติโกฏิสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. โกฏิสหสฺสาภิสฺมึสุ ฯ |๕.๑๕| อหํ เตน สมเยน นาคราชา มหิทฺธิโก อตุโล นาม นาเมน อุปฺปนฺนกุสลสญฺจโย ๑- ฯ |๕.๑๖| ตทาหํ นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา สญาติภิ นาคานํ ทิพฺพตุริเยหิ สสงฺฆํ ชินมุปฏฺฐหึ ฯ |๕.๑๗| โกฏิสตสหสฺสานิ ๒- อนฺนปาเนน ตปฺปยึ ปจฺเจกทุสฺสยุคํ ทตฺวา สรณํ ตมุปาคมึ ฯ |๕.๑๘| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ สุมโน โลกนายโก อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๕.๑๙| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๕.๒๐| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๕.๒๑| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๕.๒๒| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๕.๒๓| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๕.๒๔| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อุสฺสนฺนกุสลญฺจโย ฯ ยุ. อุสฺสนฺนกุสลปจฺจโย ฯ ๒ ม. ยุ. โกฏิสตสหสฺสานํ ฯ |๕.๒๕| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๕.๒๖| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๕.๒๗| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๕.๒๘| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๕.๒๙| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๕.๓๐| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺชิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๕.๓๑| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๕.๓๒| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๕.๓๓| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๕.๓๔| เมขลํ นาม นครํ สุทตฺโต นาม ขตฺติโย สิริมา นาม ชนิกา สุมนสฺส มเหสิโน ฯ |๕.๓๕| นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส จนฺโท สุจนฺโท วฏํโส [๕]- ปิยทสฺสี มุนิวโร อสฺสตฺถารามมฺหิ นิพฺพุโต ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป ตีณิ โยชนมุคฺคโตติ ฯ ปิยทสฺสิพุทฺธวํโส เตรสโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อุสฺสาวนุยฺยาเน ฯ ๒ ยุ. กกุทฺโธติ ฯ ๓ ม. สนฺธโก ธมฺมโก เจว ฯ@ยุ. สนฺนโก ฯ ๔ ม. ตาวตกํ ฯ ๕ ยุ. โส ฯ จุทฺทสโม อตฺถทสฺสิพุทฺธวํโส [๕] |๕.๓๘| ปุนาปรํ ยทา โหมิ สตฺตราชปุโรหิโต ปูชิโต นรเทเวหิ มหาโควินฺทพฺราหฺมโณ ฯ |๕.๓๙| ตทาหํ สตฺตรชฺเชสุ ยํ เม อาสิ อุปายนํ เตน เทมิ มหาทานํ อกฺโขภํ ๒- สาครูปมํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นปิ ฯ ๒ ม. อกฺโขพฺภํ ฯ |๕.๔๐| น เม เทสฺสํ ธนธญฺญํ นปิ นตฺถิ นิจโย มยิ สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา เทมิ วรํ ธนนฺติ ฯ มหาโควินฺทจริยํ ปญฺจมํ ฯ ฉฏฺฐํ เนมิราชจริยํ🤖 AI จับคู่
Nāgapallavattherassāpadānaṁ pañcamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน