‹ กลับ
เอกทีบียเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 6 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๒๔๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖] เมื่อพระสุคตเจ้าผู้นำโลกพระนามว่าสิทธัตถะ ปรินิพพานแล้ว ชนทั้งปวงทั้งเทวดาและมนุษย์ ต่างก็บูชาพระองค์ผู้สูงสุดกว่าสัตว์ และเมื่อเขาช่วยกันยกพระผู้นำโลกพระนามว่าสิทธัตถะ ขึ้นบนเชิง ตะกอน ชนทั้งหลายพากันบูชาเชิงตะกอนของพระศาสดาตามกำลัง ของตน เราได้ตามประทีปไว้ไม่ไกลเชิงตะกอน ประทีปของเรา ลุกโพลงจนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และ เพราะความตั้งใจมั่นชอบ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ดาวดึงสพิภพ เขาย่อมทราบกันว่า วิมานอันบุญกรรมได้ทำไว้เป็นอย่างดี เพื่อเรา ในดาวดึงสพิภพนั้น ชื่อว่าเอกทีป ประทีปแสนดวงส่องสว่างอยู่ ในวิมานของเรา ร่างกายของเรารุ่งเรืองอยู่ทุกเมื่อเหมือนพระอาทิตย์ ที่กำลังอุทัยฉะนั้น สรีระของเรามีแสงสว่างด้วยรัศมีในกาลทุกเมื่อ เรามองเห็นได้ตลอดด้วยจักษุ ทะลุฝา กำแพง ภูเขา โดยรอบ ร้อยโยชน์ รื่นรมย์ อยู่ในเทวโลก ๗๗ ครั้ง เสวยราชสมบัติใน เทวโลก ๓๑ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๒๘ ครั้ง เป็น พระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เราจุติจากเทวโลก แล้ว เกิดในครรภ์ของมารดา นัยน์ตาของเราผู้แม้จะอยู่ในครรภ์ ของมารดาก็ไม่วินาศ เรามีอายุ ๔ ขวบแต่กำเนิดก็ได้ออกบวชเป็น บรรพชิต ได้บรรลุอรหัตแต่ยังไม่ถึงกึ่งเดือน เราชำระทิพยจักษุ ให้บริสุทธิ์แล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลสทั้งปวงขาด แล้ว นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว นอกฝา นอกกำแพง และ ถึงภูเขาทั้งสิ้น เราก็เห็นทะลุไปได้ นี้ก็เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว สำหรับเรา ภูมิภาคที่ขรุขระ ย่อมเป็นภาพที่ราบเรียบ ความมืด ย่อมไม่ปรากฏมี เราไม่เห็นความมืด นี้ก็เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายประทีปใด ด้วยการถวายประทีป นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว เราเผา กิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกทีปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้. [๖] สมัยต่อมาจากพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุมนะ พระพิชิตมารพระนาม ว่าเรวตะ เป็นนายกของโลก มีพระคุณสูงสุดไม่มีใครเปรียบเทียบ เสมอ แม้พระองค์อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ก็ทรงประกาศธรรม กำหนดด้วยขันธ์และธาตุที่ใครๆ ยังมิได้ประกาศ ในภพน้อยใหญ่ ในกาลที่พระองค์ทรงแสดงธรรม ธรรมาภิสมัยมี ๓ ครั้ง ธรรมาภิ สมัยครั้งที่ ๑ จะพึงกล่าวโดยคำนวณไม่ได้ ในกาลเมื่อพระเรวต มหามุนี ทรงสั่งสอนแนะนำพระเจ้าอรินทมหาราช ธรรมาภิสมัยครั้ง ที่ ๒ ได้มีแก่มนุษย์และเทวดาพันโกฏิ พระนราสภเสด็จออกจาก ที่เร้น ๗ วัน ทรงสั่งสอนแนะนำมนุษย์และเทวดาในผลชั้นสูง ร้อยโกฏิ พระเรวตบรมศาสดา ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบ คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุที่มา ประชุมกันล่วงทางที่จะนับได้ ครั้งที่ ๒ พระภิกษุที่มาประชุมกัน แสนโกฏิ ในกาลเมื่อพระองค์ผู้ไม่มีใครเสมอด้วยพระปัญญา ทรง ประกาศธรรมจักรแล้ว ทรงประชวรจวนจะเสด็จนิพพาน ครั้งนั้น พระภิกษุผู้ขีณาสพที่มาเฝ้าพระมหามุนี เพื่อทูลถามอาการประชวร ประชุมกันเป็นครั้งที่ ๓ แสนโกฏิ สมัยนั้นเราเป็นพราหมณ์นามว่า อติเทพ ได้เข้าไปเฝ้าพระเรวตพุทธเจ้าแล้ว ถึงพระองค์เป็นสรณะ ได้ชมเชยศีล สมาธิและพระปัญญาคุณอันยอดเยี่ยมของพระองค์ แล้วได้ทูลถวายจีวรแก่พระองค์ตามกำลัง แม้พระเรวตพุทธเจ้าผู้เป็น นายกของโลก พระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราว่า ผู้นี้จักได้เป็น พระพุทธเจ้าในโลก ................ ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใส อย่างยิ่ง เราอธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ให้ยิ่งขึ้น แม้ ครั้งนั้น เราระลึกถึงพระพุทธการกธรรมนั้น แล้วตามเพิ่มพูนว่า เราจักนำมาซึ่งธรรมนั้นอันเป็นธรรมที่เราปรารถนายิ่ง พระนครชื่อว่า สุธัญญกะ พระมหากษัตริย์พระนามว่าวิปุละ เป็นพระชนกของ พระเรวตบรมศาสดา พระนางวิปุลาเป็นพระชนนี พระองค์ทรง ครอบครองอคารสถานอยู่ ๖,๐๐๐ ปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อสุทัสนะ รัตนัคฆิ และอาเวฬะ ตกแต่งสวยงาม เกิดเพราะบุญกรรม ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสามโกฏิสามแสน- นาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสุทัสนา พระโอรสพระนามว่าวรุณ พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยรถอันเป็นราชยานที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญเพียร อยู่ ๗ เดือนเต็ม พระเรวตมหาวีรชินเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อัน พรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศธรรมจักร ประทับอยู่ ณ วรุ- ณาราม พระองค์ทรงมีพระวรุณเถระและพระพรหมเทวเถระเป็น พระอัครสาวก พระเถระชื่อสัมภวะเป็นพุทธอุปัฏฐาก พระภัททาเถรี พระสุภัททาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา แม้พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอ เหมือนพระองค์นั้น ก็ได้ตรัสรู้ที่ควงไม้กากะทิง วรุณอุบาสกและ สรภอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก นางปาลาอุบาสิกาและนางอุปปาลา อุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีพระองค์สูง ๘๐ ศอก ทรงเปล่งปลั่งพระรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ ดังพระอาทิตย์ อุทัย ฉะนั้น พระรัศมีอันเป็นระเบียบสว่างไสว ที่เกิดในพระพุทธ- สรีระแผ่ไปโยชน์หนึ่งโดยรอบ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในขณะ นั้น มนุษย์มีอายุหกหมื่นปี พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุเท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้เป็นอันมาก ทรงแสดงกำลัง พระพุทธเจ้าแล้ว ประกาศอมตธรรมในโลก ไม่ทรงมีอุปาทานเสด็จ นิพพาน เพราะสิ้นความถือมั่นว่าเป็นผู้เลิศ ทรงมีพระวรกายมีรัศมี ดังแก้ว พระธรรมก็ไม่มีอะไรเหมือน หายไปหมดทุกอย่าง สังขาร ทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระเรวตพุทธเจ้าผู้ทรงยศ มีพระปัญญามาก เสด็จนิพพานแล้ว พระธาตุของพระองค์แผ่ไปกว้างขวางในประเทศ นั้นๆ ฉะนี้แล. [๖] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นมหาราชาพระนามว่าเนมิเป็นบัณฑิต ต้องการกุศลอยู่ในพระนครมิถิลาอันอุดมในกาลนั้น เราได้สร้าง ศาลา ๔ แห่ง อันมีหน้ามุขหลังละสี่ๆ เรายังทานให้เป็นไปในศาลา นั้นแก่ เนื้อ นก และนรชนเป็นต้น ยังมหาทาน คือ เครื่อง นุ่งห่ม ที่นอน และโภชนะ คือ ข้าว และน้ำ ให้เป็นไปแล้วไม่ ขาดสาย เปรียบเหมือนเสวก เข้าไปหานายเพราะเหตุแห่งทรัพย์ ย่อมแสวงหานายที่พึงให้ยินดีได้ ด้วยกายกรรม วจีกรรม และ มโนกรรมฉันใด เราก็ฉันนั้น จักแสวงหาพระสัพพัญญุตญาณใน ภพทั้งปวง จึงยังสัตว์ทั้งหลายให้อิ่มหนำด้วยทาน แล้วปรารถนา โพธิญาณอันอุดม ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (71 ประโยค)
tha-ap418:1.1 #
ปรินิพฺพุตมฺหิ สุคเต🤖 AI จับคู่
“Parinibbute sugate,
tha-ap418:1.2 #
สิทฺธตฺเถ โลกนายเก🤖 AI จับคู่
siddhatthe lokanāyake;
tha-ap418:1.3 #
สเทวมานุสา สพฺเพ🤖 AI จับคู่
Sadevamānusā sabbe,
tha-ap418:1.4 #
ปูเชนฺติ ทิปทุตฺตมํ ฯ🤖 AI จับคู่
pūjenti dvipaduttamaṁ.
tha-ap418:2.1 #
อาโรปิเต จ จิตเก🤖 AI จับคู่
Āropite ca citake,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.15
tha-ap418:2.2 #
สิทฺธตฺเถ โลกนายเก🤖 AI จับคู่
siddhatthe lokanāyake;
tha-ap418:2.3 #
ยถาสเกน ถาเมน🤖 AI จับคู่
Yathāsakena thāmena,
tha-ap418:2.4 #
จิตํ ปูเชนฺติ สตฺถุโน ฯ🤖 AI จับคู่
citaṁ pūjenti satthuno.
tha-ap418:3.1 #
อวิทูเร จิตกสฺส🤖 AI จับคู่
Avidūre citakassa,
tha-ap418:3.2 #
ทีปํ อุชฺชาลยึ อหํ🤖 AI จับคู่
dīpaṁ ujjālayiṁ ahaṁ;
tha-ap418:3.3 #
ยาว อุเทติ สุริโย🤖 AI จับคู่
Yāva udeti sūriyo,
tha-ap418:3.4 #
ทีปํ เม ตาว ปชฺชลิ ฯ🤖 AI จับคู่
dīpaṁ me tāva ujjali.
tha-ap418:4.1 #
เตน กมฺเมน สุกเตน🤖 AI จับคู่
Tena kammena sukatena,
tha-ap418:4.2 #
เจตนาปณิธีหิ จ🤖 AI จับคู่
cetanāpaṇidhīhi ca;
tha-ap418:4.3 #
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ🤖 AI จับคู่
Jahitvā mānusaṁ dehaṁ,
tha-ap418:4.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ🤖 AI จับคู่
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
tha-ap418:5.1 #
ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ🤖 AI จับคู่
Tattha me sukataṁ byamhaṁ,
tha-ap418:5.2 #
เอกทีปนฺติ ญายติ🤖 AI จับคู่
ekadīpīti ñāyati;
tha-ap418:5.3 #
ทีปสตสหสฺสานิ🤖 AI จับคู่
Dīpasatasahassāni,
tha-ap418:5.4 #
พฺยเมฺห ปชฺชลเร มม ฯ🤖 AI จับคู่
byamhe pajjalare mama.
tha-ap418:6.1 #
อุทยนฺโตว สุริโย🤖 AI จับคู่
Udayantova sūriyo,
อ้างอิงPTS 2.374
tha-ap418:6.2 #
เทโห เม ชลเต ๑- สทา🤖 AI จับคู่
deho me jotate sadā;
tha-ap418:6.3 #
สปฺปภาหิ สรีรสฺส🤖 AI จับคู่
Sappabhāhi sarīrassa,
tha-ap418:6.4 #
อาโลโก โหติ เม สทา ฯ🤖 AI จับคู่
āloko hoti me sadā.
tha-ap418:7.1 #
ติโรกุฑฺฑํ ติโรเสลํ🤖 AI จับคู่
Tirokuṭṭaṁ tiroselaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.411
tha-ap418:7.2 #
สมติคฺคยฺห ปพฺพตํ🤖 AI จับคู่
samatiggayha pabbataṁ;
tha-ap418:7.3 #
สมนฺตา โยชนสตํ🤖 AI จับคู่
Samantā yojanasataṁ,
tha-ap418:7.4 #
ปสฺสามิ จกฺขุนา อหํ ฯ🤖 AI จับคู่
passāmi cakkhunā ahaṁ.
tha-ap418:8.1 #
สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุํ จ🤖 AI จับคู่
Sattasattatikkhattuñca,
tha-ap418:8.2 #
เทวโลเก รมึ อหํ🤖 AI จับคู่
devaloke ramiṁ ahaṁ;
tha-ap418:8.3 #
เอกตึสติกฺขตฺตุํ จ🤖 AI จับคู่
Ekatiṁsatikkhattuñca,
tha-ap418:8.4 #
เทวรชฺชํ อการยึ ฯ🤖 AI จับคู่
devarajjamakārayiṁ.
tha-ap418:9.1 #
อฏฺฐวีสติกฺขตฺตุํ จ🤖 AI จับคู่
Aṭṭhavīsatikkhattuñca,
tha-ap418:9.2 #
จกฺกวตฺติ อโหสหํ🤖 AI จับคู่
cakkavattī ahosahaṁ;
tha-ap418:9.3 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ🤖 AI จับคู่
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
tha-ap418:9.4 #
คณนาโต อสงฺขยํ ฯ🤖 AI จับคู่
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
tha-ap418:10.1 #
เทวโลกา จวิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Devalokā cavitvāna,
tha-ap418:10.2 #
นิพฺพตฺติ มาตุกุจฺฉิยํ🤖 AI จับคู่
nibbattiṁ mātukucchiyaṁ;
tha-ap418:10.3 #
มาตุกุจฺฉิคตสฺสาปิ🤖 AI จับคู่
Mātukucchigatassāpi,
tha-ap418:10.4 #
อกฺขิ เม น ๒- วินสฺสติ ฯ🤖 AI จับคู่
akkhi me na nimīlati.
tha-ap418:11.1 #
ชาติยา จตุวสฺโสหํ🤖 AI จับคู่
Jātiyā catuvassohaṁ,
tha-ap418:11.2 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ🤖 AI จับคู่
pabbajiṁ anagāriyaṁ;
tha-ap418:11.3 #
อฑฺฒมาเส อสมฺปตฺเต🤖 AI จับคู่
Aḍḍhamāse asampatte,
tha-ap418:11.4 #
อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ🤖 AI จับคู่
arahattamapāpuṇiṁ.
tha-ap418:12.1 #
ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธสึ🤖 AI จับคู่
Dibbacakkhuṁ visodhesiṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.16 · พุทธชยันตี 37.1.78
tha-ap418:12.2 #
ภวา สพฺเพ สมูหตา🤖 AI จับคู่
bhavā sabbe samūhatā;
tha-ap418:12.3 #
สพฺเพ กิเลสา สญฺฉินฺนา🤖 AI จับคู่
Sabbe kilesā sañchinnā,
tha-ap418:12.4 #
เอกทีปสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
ekadīpassidaṁ phalaṁ.
tha-ap418:13.1 #
ติโรกุฑฺฑํ ติโรเสลํ🤖 AI จับคู่
Tirokuṭṭaṁ tiroselaṁ,
tha-ap418:13.2 #
ปพฺพตญฺจาปิ เกวลํ🤖 AI จับคู่
pabbatañcāpi kevalaṁ;
tha-ap418:13.3 #
สมติกฺกมฺม ปสฺสามิ🤖 AI จับคู่
Samatikkamma passāmi,
tha-ap418:13.4 #
เอกทีปสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
ekadīpassidaṁ phalaṁ.
tha-ap418:14.1 #
วิสมา เม สมา โหนฺติ🤖 AI จับคู่
Visamā me samā honti,
tha-ap418:14.2 #
อนฺธกาโร น วิชฺชติ🤖 AI จับคู่
andhakāro na vijjati;
tha-ap418:14.3 #
นาหํ ปสฺสามิ ติมิรํ🤖 AI จับคู่
Nāhaṁ passāmi timiraṁ,
tha-ap418:14.4 #
เอกทีปสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
ekadīpassidaṁ phalaṁ.
tha-ap418:15.1 #
จตุนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Catunnavutito kappe,
tha-ap418:15.2 #
ยํ ทีปมททึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ dīpamadadiṁ tadā;
tha-ap418:15.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap418:15.4 #
เอกทีปสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
ekadīpassidaṁ phalaṁ.
tha-ap418:16.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap418:16.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap418:16.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap418:17.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap418:17.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap418:17.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap418:18.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap418:18.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap418:18.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap418:19.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกทีปิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ekadīpiyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap418:20.1 #
เอกทีปิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ สตฺตมํ อุจฺฉงฺคปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๔๑๗) [๖] |๖.๑| สุมนสฺส อปเรน เรวโต นาม นายโก อนุปโม อสทิโส อตุโล อุตฺตโม ชิโน ฯ |๖.๒| โสปิ ธมฺมํ ปกาเสสิ พฺรหฺมุนา อภิยาจิโต ขนฺธธาตุววตฺถานํ อปฺปวตฺตํ ภวาภเว ฯ |๖.๓| ตสฺสาภิสมยา ตีณิ อเหสุํ ธมฺมเทสเน คณนาย น วตฺตพฺโพ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๖.๔| ยทา อรินฺทมํ ราชํ วิเนสิ เรวโต มุนิ ตทา โกฏิสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๖.๕| สตฺตาหํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐหิตฺวา นราสโภ โกฏิสตํ นรมรูนํ วิเนสิ อุตฺตเม ผเล ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อสทิโส ฯ ๒ ม. อตุลานิ ฯ |๖.๖| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ เรวตสฺส มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สุวิมุตฺตาน ตาทินํ ฯ |๖.๗| อติกนฺตคณนปถา ๑- ปฐมา ๒- เย สมาคตา โกฏิสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๖.๘| โย ๓- โส ปญฺญาย อสโม ตสฺส จกฺกานุวตฺตโก โส ตทา พฺยาธิโก ๔- อาสิ ปตฺโต ชีวิตสํสยํ ฯ |๖.๙| ตสฺส คิลานปุจฺฉาย เย ตทา อุปคตา มุนึ ๕- โกฏิสตสหสฺสานํ ๖- ตติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๖.๑๐| อหํ เตน สมเยน อติเทโว นาม พฺราหฺมโณ อุปคนฺตฺวา เรวตํ พุทฺธํ สรณํ ตสฺส คญฺฉหํ ฯ |๖.๑๑| ตสฺส สีลํ สมาธิญฺจ ปญฺญาคุณมนุตฺตรํ ๗- โถมยิตฺวา ยถาถามํ ๘- อุตฺตริยํ อทาสหํ ฯ |๖.๑๒| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ เรวโต โลกนายโก อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๖.๑๓| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๖.๑๔| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๖.๑๕| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อติกฺกนฺตา คณนปถํ ฯ ยุ. อติกฺกนฺตา คณนปถา ฯ ๒ ม. ปฐมํ ฯ@๓ ม. โยปิ ฯ ๔ ม. ยุ. พฺยาธิโต ฯ ๕ ม. ยุ. มุนี ฯ ๖ ม. ยุ. โกฏิสหสฺสา@อรหนฺโต ฯ ๗ ม. ...มนุตฺตมํ ฯ ยุ. ...วรุตฺตมํ ฯ ๘ ยุ. ยถาโถมํ ฯ |๖.๑๖| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๖.๑๗| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๖.๑๘| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๖.๑๙| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๖.๒๐| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๖.๒๑| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๖.๒๒| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๖.๒๓| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๖.๒๔| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๖.๒๕| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๖.๒๖| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๖.๒๗| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๖.๒๘| ตทาปิ ตํ พุทฺธธมฺมํ สริตฺวา อนุพฺรูหยึ อาหริสฺสามิ ตํ ธมฺมํ ยํ มยฺหํ อภิปตฺถิตํ ฯ |๖.๒๙| นครํ สุธญฺญกํ ๑- นาม วิปุโล นาม ขตฺติโย วิปุลา นาม ชนิกา เรวตสฺส มเหสิโน ฯ |๖.๓๐| ฉพฺพสฺสสหสฺสานิ ๒- อคารํ อชฺฌาวสิ โส สุทสฺสโน จ ๓- รตนคฺฆิ อาเวโฬ จ วิภูสิโต ปุญฺญกมฺมาภินิพฺพตฺตา ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๖.๓๑| เตตฺตึสสตสหสฺสานิ ๔- นาริโย สมลงฺกตา สุทสฺสนา นาม นารี ๕- วรุโณ นาม อตฺรโช ฯ |๖.๓๒| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา รถยาเนน นิกฺขมิ อนูนสตฺตมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๖.๓๓| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต เรวโต โลกนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร วรุณาราเม วสี ๖- ชิโน ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สุธญฺญวตี ฯ ๒ ม. ฉ จ วสฺสสหสฺสานิ ฯ ยุ. ฉพฺพสฺสสตสหสฺสานิ ฯ@๓ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ๔ ม. เตตฺตึส จ สหสฺสานิ ฯ ยุ. เตตฺตึสสหสฺสานิ ฯ@๕ ยุ. เทวี ฯ ๖ ม. สิริฆเร ฯ ยุ. สิริฆเณ ฯ |๖.๓๔| วรุโณ พฺรหฺมเทโว จ อเหสุํ อคฺคสาวกา สมฺภโว นามุปฏฺฐาโก เรวตสฺส มเหสิโน ฯ |๖.๓๕| ภทฺทา เจว สุภทฺทา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โสปิ พุทฺโธ อสมสโม นาคมูเล อพุชฺฌถ ฯ |๖.๓๖| วรุโณ ๑- จ สรโภ จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา ปาลา ๒- จ อุปปาลา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๖.๓๗| อุจฺจตฺตเนน โส พุทฺโธ อสีติหตฺถมุคฺคโต โอภาเสสิ ๓- ทิสา สพฺพา อินฺทเกตุว อุคฺคโต ฯ |๖.๓๘| ตสฺส สรีเร นิพฺพตฺตา ปภามาลา อนุตฺตรา ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ สมนฺตา ผรติ ๔- โยชนํ ฯ |๖.๓๙| สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๖.๔๐| ทสฺสยิตฺวา พุทฺธพลํ อมตํ โลเก ปกาสยิ ๕- นิพฺพาสิ อนุปาทาโน ยถคฺคุปาทานสงฺขยา ฯ |๖.๔๑| โส จ กาโย รตนนิโภ โส จ ธมฺโม อสาทิโส สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ |๖.๔๒| เรวโต ยสธโร พุทฺโธ นิพฺพุโต โส มหาปุญฺโญ ๖- ธาตุวิตฺถาริกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโตติ ฯ เรวตพุทฺธวํโส ปญฺจโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปทุโม กุญฺชโร เจว ฯ ๒ ม. ยุ. สิริมา เจว ยสวตี ฯ ๓ ม. ยุ.@โอภาเสติ ฯ ๔ ยุ. ผริ ฯ ๕ ม. ยุ. ปกาสยํ ฯ ๖ ม. มหาปุเร ฯ ยุ. มหามุนิ ฯ ฉฏฺโฐ โสภิตพุทฺธวํโส [๖]- |๑๓.๑๒| จตุทีเป มหารชฺชํ รตเน สตฺต อุตฺตเม พุทฺเธ นิยฺยาทยิตฺวาน ปพฺพชึ ตสฺส สนฺติเก ฯ |๑๓.๑๓| อารามิกา ชนปเท อุฏฺฐานํ ปฏิปิณฺฑิย@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เทเสนฺเต ... สุชาเต โลกนายเก ฯ ๒ โป. ม. ยุ. อสมสโม ฯ ๓ ยุ.@สฏฺฐิสตสหสฺสานํ ฯ ๔ ม. ยุ. อุปสงฺกมนฺโต ฯ ๕ ม. นราสภํ ฯ ยุ. นรวสภํ ฯ@๖ ม. โลเก อจฺฉริยํ ทิสฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ อุปคนฺตฺวาน วนฺทึ โส สุชาตํ@โลกนายกํ ฯ ยุ. ... อุปคนฺตฺวาน วนฺทยึ ... ฯ อุปเนนฺติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปจฺจยํ สยนาสนํ ฯ |๑๓.๑๔| โสปิ มํ ตทา ๑- พฺยากาสิ ทสสหสฺสมฺหิ อิสฺสโร ตึสกปฺปสหสฺสานํ ๒- อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๑๓.๑๕| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๑๓.๑๖| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๑๓.๑๗| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๑๓.๑๘| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๑๓.๑๙| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๑๓.๒๐| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๑๓.๒๑| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๑๓.๒๒| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. พุทฺโธ ฯ ๒ โป. ม. ยุ. ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ฯ |๑๓.๒๓| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๑๓.๒๔| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๑๓.๒๕| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๑๓.๒๖| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๓.๒๗| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๑๓.๒๘| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๑๓.๒๙| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย หาสํ ชเน อหํ อธิฏฺฐหึ วตฺตํ อุคฺคํ ทสปารมิปูริยา ฯ |๑๓.๓๐| สุตฺตนฺตํ วินยญฺจาปิ นวงฺคสตฺถุสาสนํ สพฺพํ ปริยาปุณิตฺวาน โสภยึ ชินสาสนํ ฯ |๑๓.๓๑| ตตฺถปฺปมตฺโต วิหรนฺโต พฺรหฺมํ ภาเวตฺวา ภาวนํ อภิญฺญาสุ ปารมึ คนฺตฺวา พฺรหฺมโลกมคญฺฉิหํ ฯ |๑๓.๓๒| สุมงฺคลํ นาม นครํ อุคฺคโต นาม ขตฺติโย มาตา ปภาวตี นาม สุชาตสฺส มเหสิโน ฯ |๑๓.๓๓| นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส สิริ อุปสิริ จนฺโท ๑- ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๑๓.๓๔| เตวีสติสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา สิรินนฺทา นาม นารี อุปเสโน นาม อตฺรโช ฯ |๑๓.๓๕| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา อสฺสยาเนน นิกฺขมิ อนูนนวมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๑๓.๓๖| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต สุชาโต ๒- โลกนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร สุมงฺคลุยฺยานมุตฺตเม ฯ |๑๓.๓๗| สุทสฺสโน สุเทโว จ อเหสุํ อคฺคสาวกา นารโท นามุปฏฺฐาโก สุชาตสฺส มเหสิโน ฯ |๑๓.๓๘| นาคา ๓- นาคสมานา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต มหาเวฬูติ วุจฺจติ ฯ |๑๓.๓๙| โส จ รุกฺโข ฆนกฺขนฺโธ ๔- อจฺฉิทฺโท โหติ ปตฺติโก อุชุ วํโส พฺรหา โหติ ทสฺสเนยฺโย มโนรโม ฯ |๑๓.๔๐| เอกกฺขนฺโธ ปวฑฺฒิตฺวา ตโต สาขา จ ๕- ภิชฺชติ ยถา สุพนฺโธ โมรหตฺโถ เอวํ โสภติ โส ทุโม ฯ |๑๓.๔๑| น ตสฺส กณฺฐกา โหนฺติ นาปิ ฉิทฺทํ มหา อหุ วิติณฺณสาโข อวิรโฬ สนฺทจฺฉาโย ๖- มโนรโม ฯ |๑๓.๔๒| สุทตฺโต เจว จิตฺโต จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา สุภทฺทา เจว ปทุมา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. นนฺโท ฯ ยุ. นนฺทา ฯ ๒ ยุ. สุชาเต ฯ ๓ ม. ยุ. นาคา จ นาคสมาลา จ ฯ@๔ โป. ยุ. ฆนรุจิโร ฯ ๕ ม. ยุ. ปภิชฺชติ ฯ ๖ ยุ. สนฺนจฺฉาโย ฯ |๑๓.๔๓| ปญฺญาสรตโน อาสิ อุจฺจตฺตเนน โส ชิโน สพฺพาการวรูเปโต สพฺพคุณมุปาคโต ฯ |๑๓.๔๔| ตสฺส ปภา อสมสมา นิทฺธาวติ สมนฺตโต อปฺปมาโณ อตุลิโย ๑- อุปเมหิ ๒- อนูปโม ฯ |๑๓.๔๕| นวุติวสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๑๓.๔๖| ยถาปิ สาคเร อุมฺมิ คคเน ตารกา ยถา เอวํ ตทา ปาวจนํ อรหนฺเตหิ จิตฺตกํ ๓- ฯ |๑๓.๔๗| [เตวิชฺชา ๔- ฉฬภิญฺญาหิ พลปฺปตฺเตหิ ตาทิหิ สมากุลมิทํ อาสิ อรหนฺเตหิ ตาทิภิ] ฯ |๑๓.๔๘| โส จ พุทฺโธ อสมสโม คุณานิ จ ตานิ อตุลิยานิ สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ |๑๓.๔๙| สุชาโต ชินวโร พุทฺโธ เสลารามมฺหิ นิพฺพุโต ตตฺเถว ๕- เจติโย สตฺถุ ตีณิ คาวุตมุคฺคโตติ ฯ สุชาตพุทฺธวํโส ทฺวาทสโม ฯ เตรสโม ปิยทสฺสิพุทฺธวํโส [๖]- อตุลเตชานิ อิมานิ จ ยสพลานิ ๗- อิทฺธิโย อหํ ๘- คุณธารโณ เทโห ทฺวตฺตึสวรลกฺขณวิจิตฺโต ฯ |๒๖.๒๕| ทสทิสา ๙- ปภาเสตฺวา สตรํสีว ฉปฺปภา สพฺพา สมนฺตรเหสฺสนฺติ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ โคตมพุทฺธวํโส ปญฺจวีสติโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. จกฺกํ ปวตฺติตํ มยา ฯ ๒ ม. ...มุคฺคตา ฯ ๓ ม. ยุ. อิทาเนตรหิ ฯ@๔ ม. ยุ. ตาเรมิ ฯ ๕ ม. ธมฺมกฺกํ ฯ ๖ ม. ยุ. จ ฯ ๗ ม. ยุ. ทสพลานิ ฯ@๘ ม. ยุ. อยญฺจ คุณวรเทโห ทฺวตฺตึสลกฺขณาจิโต ฯ ๙ ยุ. อสทิสา ฯ พุทฺธปฺปกิณฺณกกณฺโฑ [๖] |๖.๔๑| ปุนาปรํ ยทา โหมิ มิถิลายํ ปุรุตฺตเม เนมิ นาม มหาราชา ปณฺฑิโต กุสลตฺถิโก ฯ |๖.๔๒| ตทาหํ มาปยิตฺวาน จตุสาลํ จตุมฺมุขํ ตตฺถ ทานํ ปวตฺเตสึ มิคปกฺขินราทินํ ๑- ฯ |๖.๔๓| อจฺฉาทนํ สยนญฺจ อนฺนํ ปานญฺจ โภชนํ อพฺโพจฺฉินฺนํ กริตฺวาน มหาทานํ ปวตฺตยึ ฯ |๖.๔๔| ยถาปิ เสวโก สามึ ธนเหตุมุปาคโต กาเยน วาจามนสา อาราธนียเมสติ ฯ |๖.๔๕| ตเถวาหํ สพฺพภเว ปริเยสิสฺสามิ โพธิชํ ทาเนน สตฺเต ตปฺเปตฺวา อิจฺฉามิ โพธิมุตฺตมนฺติ ฯ เนมิราชจริยํ ฉฏฺฐํ ฯ สตฺตมํ จนฺทกุมารจริยํ🤖 AI จับคู่
Ekadīpiyattherassāpadānaṁ chaṭṭhaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน