เนื้อความทั้งข้อ
[๗] ในกาลนั้น เราเป็นช่างดอกไม้อยู่ในพระนครพันธุมดี เราเอา
ดอกไม้ห่อเต็มพก แล้วได้ไปยังตลาด สมัยนั้น พระผู้มีพระภาค
ผู้นายกของโลก อันภิกษุสงฆ์ห้อมล้อมแล้ว เสด็จออกไปด้วย
อานุภาพใหญ่ เราได้เห็นพระวิปัสสีสัมพุทธเจ้า ผู้ส่องโลกให้
โพลงทั่ว ยังโลกให้ข้ามพ้น จึงหยิบดอกไม้ออกจากพก บูชาพระ
พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธ
เจ้าผู้ประเสริฐสุด ด้วยพุทธบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุจฉังคปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
[๗] สมัยต่อมาจากพระเรวตพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิต
เป็นนายกของโลก ทรงมีพระทัยมั่นคงสงบระงับไม่มีใครเสมอ
ไม่มีบุคคลเปรียบ พระองค์ทรงกลับพระทัย (ไม่พอพระทัย) ใน
พระราชวังของพระองค์ ทรงบรรลุโพธิญาณ ประกาศพระธรรมจักร
อย่างเดียว ในระหว่างเบื้องบนตลอดถึงอเวจีนรก และเบื้องต่ำ
ตลอดถึงภวัคคพรหมนี้ เป็นบริษัทเดียวกันในการทรงแสดงธรรม
พระสัมพุทธเจ้าทรงประกาศพระธรรมจักรแก่บริษัทนั้น โดยจะนับ
ผู้ได้ตรัสรู้ธรรมครั้งแรกพึงกล่าวไม่ได้ เบื้องหน้าแต่นั้น เมื่อทรง
แสดงธรรมในสมาคมของมนุษย์และเทวดา ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒
ได้มีแก่มนุษย์และเทวดาเก้าหมื่นโกฏิ ในกาลนั้น พระบรมกษัตริย์
พระนามว่าชยเสนะ รับสั่งให้สร้างพระอารามอีกแห่งหนึ่ง มอบ
ถวายในพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุทรงแสดงธรรมประ-
กาศการบูชาของบรมกษัตริย์ ครั้งนั้นธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่
มนุษย์และเทวดาพันโกฏิ พระโสภิตบรมศาสดา ทรงมีการประชุม
พระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับคงที่ ๓ ครั้ง พระ-
ราชาพระนามว่าอุคคตะ ทรงถวายทานในพระพุทธเจ้า ในทาน
ครั้งนั้น พระอรหันต์มาประชุมกันประมาณร้อยโกฏิ มีหมู่คณะมา
ถวายทานในพระพุทธเจ้าอีก ครั้งนั้น พระอรหันต์มาประชุมกันครั้ง
ที่ ๒ เก้าสิบโกฏิ ในกาลเมื่อพระพิชิตมาร ทรงจำพรรษาในเทวโลก
แล้วเสด็จลง พระอรหันต์มาประชุมกันครั้งที่ ๓ แปดสิบโกฏิ สมัย
นั้น เราเป็นพราหมณ์นามว่าสุชาติ เราได้ถวายข้าวและน้ำให้พระ-
พุทธเจ้าเสวยพร้อมทั้งพระสาวกจนเพียงพอ แม้พระพุทธเจ้าพระ-
นามว่าโสภิตผู้เป็นนายกของโลกพระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราว่า
ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้า ....... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้นเราได้ฟัง
พระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว มีใจยินดีปราโมทย์แล้วได้กระทำ
ความเพียรอย่างยอดเยี่ยม เพื่อบรรลุประโยชน์นั้น พระนครชื่อว่า
สุธรรม พระมหากษัตริย์พระนามว่าสุธรรมเป็นพระชนกของพระ-
โสภิตบรมศาสดา พระชนนีพระนามว่าสุธรรมา พระองค์ทรง
ครอบครองอาคารสถานอยู่เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓
ปราสาท ชื่อกุมุท นฬินี ปทุม มีพระสนมนารีกำนัล
ในสี่หมื่นสามพันนางล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระ-
นามว่ามกิลา พระราชโอรสมีพระนามว่าสีหะ พระองค์ทรงเห็น
นิมิต ๔ ประการ เสด็จออกผนวชพร้อมทั้งปราสาท พระองค์ผู้เป็น
บุรุษอุดม ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ วัน พระโสภิตมหาวีรเจ้าผู้เป็น
นายกของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรม
จักร ณ พระอุทธยานสุธรรมาอันสวยงาม ทรงมีพระอสมเถระและ
พระสุเนตตเถระเป็นอัครสาวก เพราะเถระชื่อว่าอโนมะเป็นพุทธ
อุปัฏฐาก พระนกุลาเถรีและพระสุชาตาเถรี เป็นพระอักครสาวิกา
และพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เมื่อตรัสรู้ก็ได้ตรัสรู้ที่ควงไม้กากะทิง
รัมมะอุบาสกและสุเนตตอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก นกุลาอุบาสิกา
และจิตตาอุบาสิกา เป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระมหามุนีพระองค์สูง ๕๘
ศอก ทรงเปล่งพระรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ ดุจพระอาทิตย์อุทัย
ฉะนั้น คำสั่งสอนของพระองค์หอมตลบไปด้วยกลิ่นศีล เปรียบ
เหมือนป่าไม้ที่ดอกบาน หอมตลบไปด้วยกลิ่นต่างๆ ฉะนั้น
คำสั่งสอนของพระองค์ไม่มีใครอิ่มด้วยการฟัง ดังสมุทรสาครไม่มี
ใครอิ่มด้วยการเห็น ฉะนั้น ในขณะนั้น มนุษย์มีอายุเก้าหมื่นปี
พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยในหมู่ชนข้ามพ้น
วัฏสงสารได้เป็นอันมาก พระองค์ทรงประทานพระโอวาทและการ
พร่ำสอน ทรงสั่งสอนหมู่ชนที่เหลือให้เผากิเลสดังเปลวไฟไหม้เชื้อ
แล้ว เสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอ
เหมือน และพระสาวกผู้บรรลุพลธรรมทั้งหลาย หายไปหมดสิ้น
แล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ
พระนามว่าโสภิต เสด็จนิพพาน ณ สีหาราม พระธาตุของพระ-
องค์แผ่กว้างไปในประเทศนั้นๆ ฉะนี้แล.
[๗] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นโอรสของพระเจ้าเอกราชมีนามว่า
จันทกุมาร อยู่ในพระนครปุบผวดี ในกาลนั้นเราพ้นจากการบูชายัญ
แล้ว ออกไปจากที่บวงสรวงนั้นยังความสังเวชให้เกิดขึ้น แล้วยัง
มหาทานให้เป็นไป เราไม่ให้ทานแก่ทักขิเณยยบุคคลแล้วย่อมไม่
ดื่มน้ำ ไม่เคี้ยวของเคี้ยว และไม่บริโภคโภชนะ ๕-๖ ราตรีบ้าง
เปรียบเหมือนพ่อค้า รวบรวมสินค้าไว้แล้ว ในที่ใดจะมีลาภมาก
(ได้กำไรมาก) ก็นำสินค้าไปในที่นั้น ฉันใดแม้อาหารของตนที่เรา
ให้แล้วแก่คนอื่น มีกำลังมาก (มากมาย) ฉันนั้น (สิ่งของที่เราให้ผู้
อื่น มีกำลังมากกว่าสิ่งของที่ตนใช้เอง ฉันนั้น) เพราะฉะนั้น ทาน
ที่เราให้ผู้อื่นจักเป็นส่วนร้อย เรารู้อำนาจประโยชน์นี้ จึงให้ทาน
ในภพน้อยภพใหญ่ เราไม่ถอยกลับ (ไม่ท้อถอย) จากการให้ทาน
เพื่อบรรลุสัมโพธิญาณ ฉะนี้แล.
นคเร พนฺธุมติยา🤖 AI จับคู่
“Nagare bandhumatiyā,
อโหสึ มาลิโก ตทา🤖 AI จับคู่
ahosiṁ māliko tadā;
อุจฺฉงฺคํ ปูรยิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Ucchaṅgaṁ pūrayitvāna,
อคมํ อนฺตราปณํ ฯ🤖 AI จับคู่
agamaṁ antarāpaṇaṁ.
ภควา ตมฺหิ สมเย🤖 AI จับคู่
Bhagavā tamhi samaye,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.17 · ฉัฏฐสังคายนา 57.412
ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต🤖 AI จับคู่
bhikkhusaṅghapurakkhato;
มหตา อานุภาเวน🤖 AI จับคู่
Mahatā ānubhāvena,
นิยฺยาติ โลกนายโก ฯ🤖 AI จับคู่
niyyāti lokanāyako.
ทิสฺวาน โลกปชฺโชตํ🤖 AI จับคู่
Disvāna lokapajjotaṁ,
อ้างอิงPTS 2.375
วิปสฺสึ โลกตารณํ🤖 AI จับคู่
vipassiṁ lokatāraṇaṁ;
ปุปฺผํ ปคฺคยฺห อุจฺฉงฺคา🤖 AI จับคู่
Pupphaṁ paggayha ucchaṅgā,
พุทฺธเสฏฺฐํ อปูชยึ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhaseṭṭhaṁ apūjayiṁ.
เอกนวุเต อิโต กปฺเป พ🤖 AI จับคู่
Ekanavutito kappe,
ุทฺธเสฏฺฐํ ๑- อปูชยึ🤖 AI จับคู่
yaṁ pupphamabhipūjayiṁ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
เพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
เก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
ปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุจฺฉงฺคปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ucchaṅgapupphiyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
อุจฺฉงฺคปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
อฏฺฐมํ ยาคุทายกตฺเถราปทานํ (๔๑๘)
[๗] |๗.๑| เรวตสฺส อปเรน โสภิโต นาม นายโก
สมาหิโต สนฺตจิตฺโต อสโม อปฺปฏิปุคฺคโล ฯ
|๗.๒| โส ชิโน สกเคหมฺหิ มานสํ วินิวตฺตยิ
ปตฺวาน เกวลํ โพธึ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ ฯ
|๗.๓| ยาว อุทฺธํ ๑- อวีจิโต ภวคฺคา จาปิ เหฏฺฐโต ๒-
เอตฺถนฺตเร เอกปริสา อโหสิ ธมฺมเทสเน ฯ
|๗.๔| ตาย ปริสาย สมฺพุทฺโธ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ
คณนาย น วตฺตพฺโพ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ
|๗.๕| ตโต ปรํปิ เทเสนฺเต นรมรูนํ ๓- สมาคเม
นวุติโกฏิสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ
|๗.๖| ปุนาปรํ ราชปุตฺโต ชยเสโน นาม ขตฺติโย
อารามํ โรปยิตฺวาน พุทฺเธ นิยฺยาทยี ตทา ฯ
|๗.๗| ตสฺส ยาคํ ๔- ปกิตฺเตนฺโต ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา
ตทา โกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ
|๗.๘| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ โสภิตสฺส มเหสิโน
ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ
|๗.๙| อุคฺคโต นาม โส ราชา ทานํ เทติ นรุตฺตเม
ตมฺหิ ทาเน สมาคญฺฉุํ อรหนฺตา สตโกฏิโย ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. เหฏฺฐา ฯ ๒ ม. อุทฺธโต ฯ ๓ ม. มรูนํ จ ... ฯ ๔ ยุ. โยคํ ฯ
|๗.๑๐| ปุนาปรํ ปูคคโณ ๑- ทานํ เทติ นรุตฺตเม
ตทา นวุติโกฏีนํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ
|๗.๑๑| เทวโลเก วสิตฺวาน ยทา โอโรหตี ชิโน
ตทา อสีติโกฏีนํ ตติโย อาสิ สมาคโม ฯ
|๗.๑๒| อหนฺเตน สมเยน สุชาโต นาม พฺราหฺมโณ
ตทา สสาวกํ พุทฺธํ อนฺนปาเนน ตปฺปยึ ฯ
|๗.๑๓| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ โสภิโต โลกนายโก
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
|๗.๑๔| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ
|๗.๑๕| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต
ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ
|๗.๑๖| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน
ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ
|๗.๑๗| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ
อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
|๗.๑๘| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
|๗.๑๙| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา
โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ปูรคโณ ฯ
|๗.๒๐| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ
|๗.๒๑| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ
จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ
|๗.๒๒| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา
อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ
|๗.๒๓| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ
|๗.๒๔| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ
|๗.๒๕| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
|๗.๒๖| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย
เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ
|๗.๒๗| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
|๗.๒๘| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ตุฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส
ตเมวตฺถมนุปตฺติยา อุคฺคํ ธิติมกาสหํ ฯ
|๗.๒๙| สุธมฺมํ นาม นครํ สุธมฺโม นาม ขตฺติโย
สุธมฺมา นาม ชนิกา โสภิตสฺส มเหสิโน ฯ
|๗.๓๐| นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส
กุมุโท นฬินี ๑- ปทุโม ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ
|๗.๓๑| ติจตฺตาริ ๒- สหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา
มกิลา ๓- นาม สา นารี สีโห นามาสิ อตฺรโช ฯ
|๗.๓๒| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา ปาสาเทนาภินิกฺขมิ
สตฺตาหํ ปธานจารํ จริตฺวา ปุริสุตฺตโม ฯ
|๗.๓๓| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต โสภิโต โลกนายโก
วตฺตจกฺโก มหาวีโร สุธมฺมุยฺยานมุตฺตเม ฯ
|๗.๓๔| อสโม จ สุเนตฺโต จ อเหสุํ อคฺคสาวกา
อโนโม นามุปฏฺฐาโก โสภิตสฺส มเหสิโน ฯ
|๗.๓๕| นกุลา จ สุชาตา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา
พุชฺฌมาโน จ โส พุทฺโธ นาคมูเล อพุชฺฌถ ฯ
|๗.๓๖| รมฺโม เจว สุเนตฺโต ๔- จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา
นกุลา เจว จิตฺตา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ
|๗.๓๗| อฏฺฐปญฺญาสรตนํ อจฺจุคฺคโต มหามุนิ
โอภาเสติ ทิสา สพฺพา สตรํสีว อุคฺคโต ฯ
|๗.๓๘| ยถา สุผุลฺลํ ปวนํ นานาคนฺเธหิ ธูปิตํ
ตเถว ตสฺส ปาวจนํ สีลคนฺเธหิ ธูปิตํ ฯ
|๗.๓๙| ยถาปิ สาคโร นาม ทสฺสเนน อตปฺปิโย
ตเถว ตสฺส ปาวจนํ สวเนน อตปฺปิยํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. นาฬิโน ฯ ยุ. นฬิโร ฯ ๒ ม. ฉตฺตึส ... ฯ ยุ. อสตฺตติ ... ฯ@๓ ม. มนิลา ฯ ยุ. สมงฺคีลา ฯ ๔ ม. ยุ. สทตฺโต ฯ
|๗.๔๐| นวุติวสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท
ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ
|๗.๔๑| โอวาทํ อนุสิฏฺฐิญฺจ ทตฺวาน เสสเก ชเน
หุตาสโนว ตาเปตฺวา นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ
|๗.๔๒| โส จ พุทฺโธ อสมสโม เต ๑- จ สาวกา พลปฺปตฺตา
สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ
|๗.๔๓| โสภิโต วรสมฺพุทฺโธ สีหารามมฺหิ นิพฺพุโต
ธาตุวิตฺถาริกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโตติ ฯ
โสภิตพุทฺธวํโส ฉฏฺโฐ ฯ
สตฺตโม อโนมทสฺสิพุทฺธวํโส
[๗] |๗.๔๖| ปุนาปรํ ยทา โหมิ เอกราชสฺส อตฺรโช
นคเร ปุปฺผวติยา กุมาโร จนฺทสวฺหโย ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ... นรนารินํ ฯ
|๗.๔๗| ตทาหํ ยชนา มุตฺโต นิกฺขนฺโต ยญฺญวา ๑- ตโต
สํเวคํ ชนยิตฺวาน มหาทานํ ปวตฺตยึ ฯ
|๗.๔๘| นาหํ ปิวามิ ขาทามิ นปิ ภุญฺชามิ โภชนํ
ทกฺขิเณยฺเย ๒- อทตฺวาน อปิ ฉปฺปญฺจ รตฺติโย ฯ
|๗.๔๙| ยถาปิ วาณิโช นาม กตฺวาน ภณฺฑสญฺจยํ
ยตฺถ ลาโภ มหา โหติ ตตฺถ ๓- ตํ หรติ ภณฺฑกํ ฯ
|๗.๕๐| ตเถว สกภุตฺตํปิ ๓- ปเร ทินฺนํ มหปฺผลํ
ตสฺมา ปรสฺส ทาตพฺพํ สตภาโค ภวิสฺสติ ฯ
|๗.๕๑| เอตมตฺถวสํ ญตฺวา เทมิ ทานํ ภวาภเว
น ปฏิกฺกมามิ ทานโต สมฺโพธิมนุปตฺติยาติ ฯ
จนฺทกุมารจริยํ สตฺตมํ ฯ
อฏฺฐมํ สิวิราชจริยํ
[๗]-
|๙.๙๘| อภิชาตา สุขุมาลา ขตฺติยา จตุโร ชนา
วิสมสมํ อกฺกมนฺตา วงฺกํ คจฺฉาม ปพฺพตํ ฯ
|๙.๙๙| เย เกจิ มนุชา เอนฺติ อนุมคฺเค ปฏิปเถ
มคฺคนฺเต ปฏิปุจฺฉาม กุหึ วงฺกตปพฺพโต ๘- ฯ
|๙.๑๐๐| เต ตตฺถ อเมฺห ปสฺสิตฺวา กรุณํ คิรมุทีรยุํ
ทุกฺขนฺเต ปฏิเวเทนฺติ ทูเร วงฺกตปพฺพโต ฯ
|๙.๑๐๑| ยทิ ปสฺสนฺติ ปวเน ทารกา ผลิเต ทุเม
เตสํ ผลานํ เหตุมฺหิ อุปโรทนฺติ ทารกา ฯ
|๙.๑๐๒| โรทนฺเต ทารเก ทิสฺวา อุพฺภิคฺคา ๙- วิปุลา ทุมา
สยเมโวนมิตฺวาน อุปคจฺฉนฺติ ทารเก ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. หตฺถึ ฯ ๒ ม. ยุ. จตุวาหึ รถํ ฯ ๓ ม. ยุ. เอกากิโย ฯ ๔ ม. ยุ.@มทฺทิเทวึ อิทมพฺรวึ ฯ ๕ ม. กนิฏฺฐิกา ฯ ๖ ม. กณฺหาชินคฺคหี ฯ ยุ ...ชินมคหี ฯ@๗ ยุ. ชลํ หตฺเถ อากิริตฺวา พฺราหฺมณานํ อทํ คชํ ฯ ๘ ม. วงฺกนฺต... ฯ อิโต ปรํ@อีทิสเมว ฯ ๙ ม. ยุ. อุพฺพิธา ฯ
|๙.๑๐๓| อิทํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ
สาธุการํ ปวตฺเตสิ มทฺที สพฺพงฺคโสภณา ฯ
|๙.๑๐๔| อจฺเฉรํ วต โลกสฺมึ อพฺภูตํ โลมหํสนํ
เวสฺสนฺตรสฺส เตเชน สยเมโวนตา ๑- ทุมา ฯ
|๙.๑๐๕| สงฺขิปึสุ ปถํ ยกฺขา อนุกมฺปาย ทารเก
นิกฺขนฺตทิวเสเนว เจตรฏฺฐมุปาคมุํ ฯ
|๙.๑๐๖| สฏฺฐิ ราชสหสฺสานิ ตทา วสนฺติ มาตุลา ๒-
สพฺเพ ปญฺชลิกา หุตฺวา โรทมานา อุปาคมุํ ฯ
|๙.๑๐๗| ตตฺถ วตฺเตตฺวา สลฺลาปํ เจเตหิ เจตปุตฺเตหิ
เต ตโต นิกฺขมิตฺวาน วงฺกํ อคมุ ๓- ปพฺพตํ ฯ
|๙.๑๐๘| อามนฺตยิตฺวา เทวินฺโท วิสฺสุกมฺมํ มหิทฺธิกํ
อสฺสมํ สุกตํ รมฺมํ ปณฺณสาลํ สุมาปย ฯ
|๙.๑๐๙| สกฺกสฺส วจนํ สุตฺวา วิสฺสุกมฺโม มหิทฺธิโก
อสฺสมํ สุกตํ รมฺมํ ปณฺณสาลํ สุมาปยิ ฯ
|๙.๑๑๐| อชฺโฌคเหตฺวา ปวนํ อปฺปสทฺทํ นิรากุลํ
จตุโร ชนา มยํ ตตฺถ วสาม ปพฺพตนฺตเร ฯ
|๙.๑๑๑| อหญฺจ มทฺที เทวี จ ชาลี กณฺหาชินา จุโภ
อญฺญมญฺญํ โสกนุทา วสาม อสฺสเม ตทา ฯ
|๙.๑๑๒| ทารเก อนุรกฺขนฺโต อสุญฺเญ โหมิ อสฺสเม
มทฺที ผลํ อาหรติ ๔- โปเสติ สา ตโย ชเน ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. สยเมโวณตา ฯ ๒ ม. มาตุเล ฯ ๓ ยุ. อคมฺมุํ ฯ ๔ ม. อาหริตฺวา ฯ
|๙.๑๑๓| ปวเน วสมานสฺส อตฺถิโก มํ อุปาคมิ
อยาจิ ปุตฺตเก มยฺหํ ชาลึ กณฺหาชินํ ๑- จุโภ ฯ
|๙.๑๑๔| ยาจกํ อุปคตํ ทิสฺวา หาโส เม อุปปชฺชถ
อุโภ ปุตฺเต คเหตฺวาน อทาสึ พฺราหฺมเณ ตทา ฯ
|๙.๑๑๕| สเก ปุตฺเต จชนฺตสฺส ชูชเก ๒- พฺราหฺมเณ ยทา
ตทาปิ ปฐวี กมฺปิ สิเนรุวนวฏํสกา ฯ
|๙.๑๑๖| ปุนเทว สกฺโก โอรุยฺห หุตฺวา พฺราหฺมณสนฺนิโภ
อยาจิ มํ มทฺทึ เทวึ สีลวตึ ๓- ปติพฺพตํ ฯ
|๙.๑๑๗| มทฺทึ หตฺเถ คเหตฺวาน อุทกญฺชลิ ปูรย ๔-
ปสนฺนมนสงฺกปฺโป ตสฺส มทฺทึ อทาสหํ ฯ
|๙.๑๑๘| มทฺทิยา ทียมานาย คคเน เทวา ปโมทิตา
ตทาปิ ปฐวี กมฺปิ สิเนรุวนวฏํสกา ฯ
|๙.๑๑๙| ชาลึ กณฺหาชินํ ธีตุํ ๕- มทฺทึ เทวึ ปติพฺพตํ
จชมาโน น จินฺเตสึ โพธิยาเยว การณา ฯ
|๙.๑๒๐| น เม เทสฺสา อุโภ ปุตฺตา มทฺท เทวี น เทสฺสิยา
สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา ปิเย อทาสหํ ฯ
|๙.๑๒๑| ปุนาปรํ พฺรหารญฺเญ มาตาปิตุสมาคเม
กรุณํ ปริเทวนฺเต สลฺลปนฺเต สุขํ ทุกฺขํ ฯ
|๙.๑๒๒| หิโรตฺตปฺเปน ครูนํ ๖- อุภินฺนํ อุปสงฺกมิ
ตทาปิ ปฐวี กมฺปิ สิเนรุวนวฏํสกา ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ชาลิกณฺหาชิเน ฯ ๒ ยุ. ยาจเก ฯ ๓ ม. สีลวนฺตึ ฯ ๔ ม. ปูริย ฯ@๕ ม. ยุ. ธีตํ ฯ ๖ ม. ยุ. ครุนา ฯ
|๙.๑๒๓| ปุนาปรํ พฺรหารญฺญา นิกฺขมิตฺวา สญาติภิ
ปวิสามิ ปุรํ รมฺมํ เชตุตฺตรปุรุตฺตมํ ฯ
|๙.๑๒๔| รตนานิ สตฺต วสฺสึสุ มหาเมโฆ ปวสฺสถ
ตทาปิ ปฐวี กมฺปิ สิเนรุวนวฏํสกา ฯ
|๙.๑๒๕| อเจตนายํ ปฐวี อวิญฺญาย สุขํ ทุกฺขํ
สาปิ ทานพลา มยฺหํ สตฺตกฺขตฺตุมกมฺปถาติ ฯ
เวสฺสนฺตรจริยํ นวมํ ฯ
ทสมํ สสปณฺฑิตจริยํ🤖 AI จับคู่
Ucchaṅgapupphiyattherassāpadānaṁ sattamaṁ.