‹ กลับ
ยาคุทายกเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 8 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๒๘๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘] ครั้งนั้น เราได้พาแขกมาบ้าน เห็นแม่น้ำที่เต็มฝั่ง จึงเข้าไปสู่ สังฆาราม ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร รักษาธุดงค์ ยินดี ในฌาน มีจีวรเศร้าหมอง ชอบสงัด เป็นนักปราชญ์ ท่านกำลัง อยู่ในสังฆาราม ท่านเหล่านั้นผู้หลุดพ้นดีแล้ว เป็นผู้คงที่ ได้ตัด คติเสียแล้ว ในเวลาที่แม่น้ำถูกกั้นด้วยน้ำ ท่านไปบิณฑบาตไม่ได้ เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส เกิดปีติปราโมทย์ ประนมกรอัญชลี ประคองข้าวสาร ถวายยาคุทานแล้ว เราเลื่อมใส ถวายข้าวยาคู ที่เราต้มด้วยมือทั้งสองของตน ปรารภแต่เฉพาะกรรมของตัว ได้ไป ถึงดาวดึงสพิภพแล้ว วิมานที่สำเร็จด้วยแก้วมณี ได้เกิดแก่เราใน หมู่ไตรทศ เราประกอบด้วยหมู่เทพนารี บันเทิงอยู่ในวิมานอัน อุดม เราได้เป็นจอมเทพยดาเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓๓ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเสวยราชสมบัติใหญ่ ๓๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้า ประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เสวยยศ ในเทวโลก บ้าง ในมนุษย์บ้าง เมื่อถึงภพที่สุด เราได้ออกบวชเป็นบรรพชิต ได้ละทิ้งสมบัติทุกอย่าง พร้อมกับผมที่ถูกโกน เราพิจารณาร่างกาย โดยความสิ้นไปและความเสื่อมไป ก็ได้บรรลุอรหัตก่อนให้สิกขา ทานอันประเสริฐเกิดแต่มือ ซึ่งเราประกอบดีแล้ว ชื่อว่าเป็นอันให้ดี แล้ว เพราะข้าวยาคูนั้นนั่นเอง เราจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว เราไม่รู้สึกว่า ความโศก ความร่ำไร ความป่วยไข้ ความกระวน กระวาย ความเดือดร้อนใจเกิดขึ้นเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าว ยาคู เราได้ถวายข้าวยาคูแก่สงฆ์ในบุญเขตอันยอดเยี่ยม ย่อมได้ เสวยอานิสงส์ ๕ ประการ เพราะเราเป็นผู้ถวายข้าวยาคูดีหนอ คือความเป็นผู้ไม่มีพยาธิ ๑ ความเป็นผู้มีรูปสวย ๑ ความเป็นผู้ได้ ตรัสรู้ธรรมได้เร็วพลัน ๑ ความเป็นผู้ได้ข้าวและน้ำ ๑ และอายุ เป็นที่ ๕ ผู้ใดผู้หนึ่ง เมื่อจะให้เกิดโสมนัส ผู้นั้นควรถวายข้าวยาคู ในสงฆ์ บัณฑิตพึงถือเอาเฉพาะฐานะ ๕ ประการนี้ เราทำกิจที่ ควรทำทุกอย่างแล้ว เพิกถอนภพทั้งหลายแล้ว อาสวะสิ้นไปหมด แล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก เราจักเที่ยวไปนมัสการพระสัมพุทธเจ้า และพระธรรมอันดี จากบ้านหนึ่งยังบ้านหนึ่ง จากบุรีหนึ่งยังบุรีหนึ่ง ในกัปที่สามหมื่น เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เรา ไม่รู้ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวยาคู เราเผากิเลสทั้งหลาย แล้ว ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระยาคุทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๘] สมัยต่อมาจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตมีพระสัมพุทธเจ้าพระ- นามว่าอโนมทัสสี ทรงพระยศนับไม่ได้ มีพระเดชยากที่จะล่วงได้ พระองค์ทรงตัดเครื่องผูกทุกอย่าง ทรงทำลายภพ ๓ แล้ว ทรงแสดง ทางที่ไปไม่กลับ ในหมู่เทวดาและมนุษย์ พระองค์ทรงพระคุณนับ ไม่ได้ดังมหาสมุทร ยากที่จะให้จมลงเหมือนภูเขา ไม่มีที่สุดดุจ อากาศ พระคุณบานเต็มที่เช่นพญารัง สัตว์ทั้งหลายย่อมยินดีแม้ ด้วยการเห็นพระองค์สัตว์เหล่านั้นได้ฟังพระสุรเสียงที่ทรงเปล่ง ย่อมบรรลุอมตธรรม ในกาลนั้น ธรรมาภิสมัยของพระองค์เจริญ- รุ่งเรืองในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๑ สัตว์ร้อยโกฏิได้ตรัสรู้ สมัยต่อ แต่นั้นมา เมื่อพระองค์ทรงยังฝนคือธรรมให้ตก ในพระธรรม เทศนาครั้งที่ ๒ สัตว์แปดสิบโกฏิได้ตรัสรู้ และสมัยต่อมาเมื่อ พระองค์ทรงยังฝนคือธรรมให้ตกให้สัตว์ทั้งหลายอิ่มหนำสำราญ ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ ๗๘ โกฏิ พระบรมศาสดา ได้ทรง ประชุมพระภิกษุผู้บรรลุอภิญญาและพลธรรม ผู้บานแล้วด้วยการ หลุดพ้น ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพผู้ละความมัวเมา และ ความหลง มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ มาประชุมแปดแสน ครั้งที่ ๒ พระภิกษุขีณาสพผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ปราศจากธุลี สงบระงับ คงที่ มาประชุมเจ็ดแสน ครั้งที่ ๓ พระภิกษุขีณาสพผู้บรรลุอภิญญา และพลธรรมผู้ดับสนิท มีตบะ มาประชุมหกแสน สมัยนั้น เราเป็น ยักษ์มีฤทธิ์มาก เป็นใหญ่ ปกครองยักษ์หลายโกฏิให้อยู่ในอำนาจ แม้ครั้งนั้น เราก็ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้ทรงแสวงหา คุณใหญ่หลวงพระองค์นั้นแล้วได้ถวายข้าวและน้ำให้พระองค์เสวย พร้อมด้วยพระสงฆ์จนเพียงพอ แม้พระมุนีผู้มีพระนัยนาบริสุทธิ์ พระองค์นั้นก็ทรงพยากรณ์เราว่าผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ... ... ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้นเราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ก็ ยินดีมีใจปราโมทย์ อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมีให้ยิ่งขึ้น พระนครชื่อว่าจันทวดี พระบรมกษัตริย์พระนามว่ายสวา เป็น พระชนกของพระอโนมทัสสีศาสดา พระชนนีพระนามว่ายโสธรา พระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่หมื่นปี มีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อศิริ อุปศิริ และวัฑฒะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลใน สองหมื่นสามพันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสี พระนามว่าสิริมา พระราชโอรสพระนามว่าอุปสาละ พระองค์ ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยวอทองทรงบำเพ็ญ เพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม พระมหามุนีอโนทัสสีมหาวีรเจ้าอันพรหม ทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ สุทัสนราชอุทยาน อันประเสริฐ ทรงมีพระนิสภเถระและพระอโนมเถระเป็นพระอัคร- สาวกพระเถระชื่อว่าวรุณเป็นพุทธุปัฏฐาก พระสุนทราเถรีและพระ สุมนาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระผู้มีพระภาคนั้น เรียกว่าต้นกุ่ม นันทิวัฑฒอุบาสกและสิริวัฑฒอุบาสกเป็นอัคร- อุปัฏฐากอุปลาอุบาสิกาและปทุมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิภา พระ มหามุนีมีพระองค์สูง ๕๘ ศอก มีพระรัศมีซ่านออกสว่างไสวดัง พระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น ในครั้งนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุแสนปี พระองค์ดำรงพระชนมายุอยู่เพียงนั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้น วัฏสงสารได้เป็นอันมาก พระศาสนาของพระองค์บานสะพรั่ง งดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลายผู้คงที่ผู้ปราศจากราคะและมลทิน พระศาสดาผู้ทรงยศนับไม่ได้และคู่พระสาวกผู้ไม่มีใครแม้นเสมือน หายไปหมดสิ้นแล้วสังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระอโนมทัสสี พระบรมศาสดาชินเจ้า เสด็จนิพพาน ณ ธรรมาราม พระสถูปของ พระองค์สูง ๒๐ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ ธรรมารามนั้น ฉะนี้แล. [๘] ในกาลเมื่อเราเป็นกษัตริย์พระนามว่าสีวี อยู่ในพระนครอันมีนามว่า อริฏฐะ เรานั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐ ได้ดำริอย่างนี้ว่า ทานที่ มนุษย์พึงให้อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เราไม่ได้ให้แล้วไม่มี แม้ผู้ใดพึงขอ จักษุกะเรา เราก็พึงให้ไม่หวั่นใจเลย ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่า ทวยเทพทรงทราบความดำริของเราแล้ว ประทับนั่งในเทพบริษัท ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่าพระเจ้าสีวีผู้มีฤทธิ์มาก ประทับนั่งในปราสาท อันประเสริฐ พระองค์ทรงดำริถึงทานต่างๆ ไม่ทรงเห็นสิ่งที่ยังมิได้ ให้ข้อนั้นจะเป็นจริงหรือไม่หนอ ผิฉะนั้น เราจักทดลองพระองค์ดู ท่านทั้งหลายพึงคอยอยู่สักครู่หนึ่ง เพียงเรารู้น้ำใจของพระเจ้าสีรี เท่านั้น ท้าวสักกะจึงทรงแปลงเพศเป็นคนตาบอด มีกายสั่น ศีรษะ หงอก หนังหย่อน กระสับกระส่าย เพราะชรา เข้าไปเฝ้าพระราชา ในกาลนั้น อินทพราหมณ์นั้น ประคองพระพาหาเบื้องซ้ายขวา ประนมกรอัญชลีเหนือเศียรได้กล่าวคำนี้ว่า ข้าแต่พระมหาราชาผู้ ทรงธรรม ทรงปกครองรัฐให้เจริญ ข้าพระองค์จะขอกะพระองค์ เกียรติคุณคือความยินดีในทานของพระองค์ ขจรไปในเทวดาและ มนุษย์หน่วยตาแม้ทั้งสองของข้าพระองค์บอดเสียแล้ว ขอจงพระ- ราชทานพระเนตรข้างหนึ่งแก่ข้าพระองค์เถิด แม้พระองค์จักทรงยัง อัตภาพให้เป็นไปด้วยพระเนตรข้างหนึ่ง เราได้ฟังคำของพราหมณ์ นั้นแล้ว ทั้งดีใจและสลดใจประคองอัญชลี มีปีติและปราโมทย์ ได้ กล่าวคำนี้ว่า เราคิดแล้วลงจากปราสาทมาถึงที่นี้บัดนี้เอง ท่านรู้จิต ของเราแล้ว มาขอนัยน์ตา โอ ความปรารถนาของเราสำเร็จแล้ว ความดำริของเราบริบูรณ์แล้ว วันนี้ เราจักให้ทานอันประเสริฐ ซึ่ง เราไม่เคยให้ แก่ยาจก มานี่แน่ะหมอสิวิกะ จงขมีขมันอย่าชักช้า อย่าครั่นคร้าม จงควักนัยน์ตาแม้ทั้งสองข้างออกให้แก่วณิพกนี้ เดี๋ยวนี้ หมอสิวิกะนั้นเราเตือนแล้ว เชื่อฟังคำของเรา ได้ควัก นัยน์ตาทั้งสองออกให้แก่ยาจกทันที เมื่อเราจะให้ก็ดี กำลังให้ก็ดี ให้แล้วก็ดี จิตของเราไม่เป็นอย่างอื่น เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณ นั้นเอง จักษุทั้งสองเราจะเกลียดชังก็หามิได้ แม้ตนเราก็มิได้ เกลียดชัง แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้น เราจึง ได้ให้จักษุ ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (83 ประโยค)
tha-ap420:1.1 #
อติถึ เม คเหตฺวาน🤖 AI จับคู่
“Atithiṁ me gahetvāna,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.80
tha-ap420:1.2 #
อาคญฺฉึ คามกํ ตทา🤖 AI จับคู่
agacchiṁ gāmakaṁ tadā;
tha-ap420:1.3 #
สมฺปุณฺณนทิกํ ทิสฺวา🤖 AI จับคู่
Sampuṇṇanadikaṁ disvā,
tha-ap420:1.4 #
สงฺฆารามํ อุปาคมึ ฯ🤖 AI จับคู่
saṅghārāmaṁ upāgamiṁ.
tha-ap420:2.1 #
อารญฺญกา ธุตธรา🤖 AI จับคู่
Āraññakā dhutadharā,
tha-ap420:2.2 #
ฌายิโน ลูขจีวรา🤖 AI จับคู่
jhāyino lūkhacīvarā;
tha-ap420:2.3 #
วิเวกาภิรตา ธีรา🤖 AI จับคู่
Vivekābhiratā dhīrā,
tha-ap420:2.4 #
สงฺฆาราเม วสนฺติ เต ฯ🤖 AI จับคู่
saṅghārāme vasanti te.
tha-ap420:3.1 #
คติ เตสํ อุปจฺฉินฺนา🤖 AI จับคู่
Gati tesaṁ upacchinnā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.18
tha-ap420:3.2 #
สุวิมุตฺตาน ตาทินํ🤖 AI จับคู่
suvimuttāna tādinaṁ;
tha-ap420:3.3 #
ปิณฺฑาย เต น คจฺฉนฺติ🤖 AI จับคู่
Piṇḍāya te na gacchanti,
tha-ap420:3.4 #
โอรุทฺธนทิกายตึ ๑- ฯ🤖 AI จับคู่
oruddhanaditāya hi.
tha-ap420:4.1 #
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน🤖 AI จับคู่
Pasannacitto sumano,
tha-ap420:4.2 #
เวทชาโต กตญฺชลี🤖 AI จับคู่
vedajāto katañjalī;
tha-ap420:4.3 #
ตณฺฑุลํ ๒- ปคฺคเหตฺวาน🤖 AI จับคู่
Taṇḍulaṁ me gahetvāna,
tha-ap420:4.4 #
ยาคุทานํ อทาสหํ ฯ🤖 AI จับคู่
yāgudānaṁ adāsahaṁ.
tha-ap420:5.1 #
ปจนํ ๓- ยาคุํ ทตฺวาน🤖 AI จับคู่
Pañcannaṁ yāguṁ datvāna,
tha-ap420:5.2 #
ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ🤖 AI จับคู่
pasanno sehi pāṇibhi;
tha-ap420:5.3 #
สกกมฺมาภิรทฺโธหํ🤖 AI จับคู่
Sakakammābhiraddhohaṁ,
tha-ap420:5.4 #
ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ🤖 AI จับคู่
tāvatiṁsamagacchahaṁ.
tha-ap420:6.1 #
มณิมยญฺจ เม พฺยมฺหํ🤖 AI จับคู่
Maṇimayañca me byamhaṁ,
tha-ap420:6.2 #
นิพฺพตฺตํ ๔- ติทเส คเณ🤖 AI จับคู่
nibbatti tidase gaṇe;
tha-ap420:6.3 #
นารีคเณหิ สํหิโต🤖 AI จับคู่
Nārīgaṇehi sahito,
tha-ap420:6.4 #
โมทามิ พฺยมฺหมุตฺตเม ฯ🤖 AI จับคู่
modāmi byamhamuttame.
tha-ap420:7.1 #
เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท🤖 AI จับคู่
Tettiṁsakkhattuṁ devindo,
tha-ap420:7.2 #
เทวรชฺชมการยึ🤖 AI จับคู่
devarajjamakārayiṁ;
tha-ap420:7.3 #
ตึสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ🤖 AI จับคู่
Tiṁsakkhattuṁ cakkavattī,
tha-ap420:7.4 #
มหารชฺชมการยึ ฯ🤖 AI จับคู่
mahārajjamakārayiṁ.
tha-ap420:8.1 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ🤖 AI จับคู่
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.413
tha-ap420:8.2 #
คณนาโต อสงฺขยํ🤖 AI จับคู่
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ;
tha-ap420:8.3 #
เทวโลเก มนุสฺเส วา🤖 AI จับคู่
Devaloke manusse vā,
tha-ap420:8.4 #
อนุโภตฺวา ยสํ ๖- อหํ ฯ🤖 AI จับคู่
anubhotvā sayaṁ ahaṁ.
tha-ap420:9.1 #
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต🤖 AI จับคู่
Pacchime bhave sampatte,
tha-ap420:9.2 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ🤖 AI จับคู่
pabbajiṁ anagāriyaṁ;
tha-ap420:9.3 #
สห โอโรปิเต เกเส🤖 AI จับคู่
Saha oropite kese,
tha-ap420:9.4 #
สพฺพสมฺปตฺติวิชฺชหํ ฯ🤖 AI จับคู่
sabbaṁ sampaṭivijjhahaṁ.
tha-ap420:10.1 #
ขยโต วยโต จาปิ🤖 AI จับคู่
Khayato vayato cāpi,
tha-ap420:10.2 #
สมฺมสนฺโต กเลวรํ🤖 AI จับคู่
sammasanto kaḷevaraṁ;
tha-ap420:10.3 #
ปุเร สิกฺขาปทาเนน🤖 AI จับคู่
Pure sikkhāpadādānā,
tha-ap420:10.4 #
อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ🤖 AI จับคู่
arahattamapāpuṇiṁ.
tha-ap420:11.1 #
สุทินฺนํ เม ทานวรํ ป🤖 AI จับคู่
Sudinnaṁ me dānavaraṁ,
อ้างอิงPTS 2.376
tha-ap420:11.2 #
าณิชํ ๘- สุปฺปโยชิตํ🤖 AI จับคู่
vāṇijjaṁ sampayojitaṁ;
tha-ap420:11.3 #
เตเนว ยาคุทาเนน🤖 AI จับคู่
Teneva yāgudānena,
tha-ap420:11.4 #
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ🤖 AI จับคู่
pattomhi acalaṁ padaṁ.
tha-ap420:12.1 #
โสกํ ปริทฺทวํ พฺยาธึ🤖 AI จับคู่
Sokaṁ pariddavaṁ byādhiṁ,
tha-ap420:12.2 #
ทรถํ จิตฺตตาปนํ🤖 AI จับคู่
darathaṁ cittatāpanaṁ;
tha-ap420:12.3 #
นาภิชานามิ อุปฺปนฺนํ🤖 AI จับคู่
Nābhijānāmi uppannaṁ,
tha-ap420:12.4 #
ยาคุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
yāgudānassidaṁ phalaṁ.
tha-ap420:13.1 #
ยาคุํ สงฺฆสฺส ทตฺวาน🤖 AI จับคู่
Yāguṁ saṅghassa datvāna,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.19
tha-ap420:13.2 #
ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร🤖 AI จับคู่
puññakkhette anuttare;
tha-ap420:13.3 #
ปญฺจานิสํเส อนุโภมิ🤖 AI จับคู่
Pañcānisaṁse anubhomi,
tha-ap420:13.4 #
อโห ยาคุสุยิฏฺฐตา ฯ🤖 AI จับคู่
aho yāgusuyiṭṭhatā.
tha-ap420:14.1 #
อพฺยาธิตา รูปวตา🤖 AI จับคู่
Abyādhitā rūpavatā,
tha-ap420:14.2 #
ขิปฺปํ ธมฺมํ ๑- นิพุชฺฌิตา🤖 AI จับคู่
khippaṁ dhammanisantitā;
tha-ap420:14.3 #
ลาภิตา อนฺนปานสฺส🤖 AI จับคู่
Lābhitā annapānassa,
tha-ap420:14.4 #
อายุ ปญฺจมกํ มม ฯ🤖 AI จับคู่
āyu pañcamakaṁ mama.
tha-ap420:15.1 #
โย โกจิ เวทํ ชนยํ🤖 AI จับคู่
Yo koci vedaṁ janayaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.82
tha-ap420:15.2 #
สงฺเฆ ยาคุํ ทเทยฺย โส🤖 AI จับคู่
saṅghe yāguṁ dadeyya so;
tha-ap420:15.3 #
อิมานิ ปญฺจ ฐานานิ🤖 AI จับคู่
Imāni pañca ṭhānāni,
tha-ap420:15.4 #
ปฏิคฺคเณฺหยฺย ปณฺฑิโต ฯ🤖 AI จับคู่
paṭigaṇheyya paṇḍito.
tha-ap420:16.1 #
กรณียํ กตํ สพฺพํ🤖 AI จับคู่
Karaṇīyaṁ kataṁ sabbaṁ,
tha-ap420:16.2 #
ภวา อุคฺฆาฏิตา มยา🤖 AI จับคู่
bhavā ugghāṭitā mayā;
tha-ap420:16.3 #
สพฺพาสวา ปริกฺขีณา🤖 AI จับคู่
Sabbāsavā parikkhīṇā,
tha-ap420:16.4 #
นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ🤖 AI จับคู่
natthi dāni punabbhavo.
tha-ap420:17.1 #
โส อหํ วิจริสฺสามิ🤖 AI จับคู่
So ahaṁ vicarissāmi,
tha-ap420:17.2 #
คามา คามํ ปุรา ปุรํ🤖 AI จับคู่
gāmā gāmaṁ purā puraṁ;
tha-ap420:17.3 #
นมสฺสมาโน สมฺพุทฺธํ🤖 AI จับคู่
Namassamāno sambuddhaṁ,
tha-ap420:17.4 #
ธมฺมสฺส จ สุธมฺมตํ ฯ🤖 AI จับคู่
dhammassa ca sudhammataṁ.
tha-ap420:18.1 #
ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ🤖 AI จับคู่
Tiṁsakappasahassamhi,
tha-ap420:18.2 #
ยํ ทานมททึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ dānamadadiṁ tadā;
tha-ap420:18.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap420:18.4 #
ยาคุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
yāgudānassidaṁ phalaṁ.
tha-ap420:19.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap420:19.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap420:19.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap420:20.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap420:20.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap420:20.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap420:21.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap420:21.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap420:21.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap420:22.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ยาคุทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā yāgudāyako thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap420:23.1 #
ยาคุทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ธมฺมนิสนฺติตา ฯ นวมํ ปตฺโถทนทายกตฺเถราปทานํ (๔๑๙) [๘] |๘.๑| โสภิตสฺส อปเรน สมฺพุทฺโธ ทิปทุตฺตโม อโนมทสฺสี อมิตยโส เตชสี ทุรติกฺกโม ฯ |๘.๒| โส เฉตฺวา พนฺธนํ สพฺพํ วิทฺธํเสตฺวา ตโย ภเว อนิวตฺติคมนํ มคฺคํ เทเสสิ เทวมานุเส ฯ |๘.๓| สาคโรว อสงฺโขพฺโภ ปพฺพโตว ทุราสโท อากาโสว อนนฺโต โส สาลราชาว ผุลฺลิโต ฯ |๘.๔| ทสฺสเนนปิ ตํ พุทฺธํ โตสิตา โหนฺติ ปาณิโน พฺยาหรนฺตํ คิรํ สุตฺวา อมตํ ปาปุณนฺติ เต ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. เตปิ ฯ ยุ. เตปิ จ ฯ |๘.๕| ธมฺมาภิสมโย ตสฺส อิทฺโธ ผีโต ตทา อหุ โกฏิสตานิ อภิสมึสุ ปฐเม ธมฺมเทสเน ฯ |๘.๖| ตโต ปรํ อภิสมเย วสฺสนฺเต ธมฺมวุฏฺฐิโย อสีติโกฏี อภิสมึสุ ทุติเย ธมฺมเทสเน ฯ |๘.๗| ตโต ปรํ ๑- หิ วสฺสนฺเต ตปฺปยนฺเตว ปาณินํ อฏฺฐสตฺตติโกฏีนํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๘.๘| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ตสฺสาปิ จ มเหสิโน อภิญฺญาพลปฺปตฺตานํ ปุปฺผิตานํ วิมุตฺติยา ฯ |๘.๙| อฏฺฐสตสหสฺสานํ สนฺนิปาตา ๒- ตทา อหุ ปหีนมทโมหานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๘.๑๐| สตฺตสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม อนงฺคณานํ วิรชานํ อุปสนฺตาน ตาทินํ ฯ |๘.๑๑| ฉนฺนํ สตสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม อภิญฺญาพลปฺปตฺตานํ นิพฺพุตานํ ตปสฺสินํ ฯ |๘.๑๒| อหนฺเตน สมเยน ยกฺโข อาสึ มหิทฺธิโก เนกานํ ยกฺขโกฏีนํ วสวตฺติมฺหิ อิสฺสโร ฯ |๘.๑๓| ตทาปิ ตํ พุทฺธวรํ อุปคนฺตฺวา มเหสินํ อนฺน ปาเนน ตปฺเปสึ สสงฺฆํ โลกนายกํ ฯ |๘.๑๔| โสปิ มํ ตทา พฺยากาสิ วิสุทฺธนยโน มุนิ อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ... ปิ ฯ ๒ โป. ม. สนฺนิปาโต ฯ |๘.๑๕| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๘.๑๖| อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๘.๑๗| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺต วรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๘.๑๘| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถ รุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๘.๑๙| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๘.๒๐| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๘.๒๑| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๘.๒๒| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๘.๒๓| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺส สตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๘.๒๔| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๘.๒๕| อุกฺกุฏฺฐิ สทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๘.๒๖| ยทิ มสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๘.๒๗| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐา ติตฺถํ ๑- คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๘.๒๘| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๘.๒๙| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ตุฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทส ปารมิปูริยา ฯ |๘.๓๐| นครํ จนฺทวตี นาม ยสวา นาม ขตฺติโย มาตา ยโสธรา นาม อโนมทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ |๘.๓๑| ทสวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส สิริ อุปสิริ วฑฺโฒ ตโย ปาสาท มุตฺตมา ฯ |๘.๓๒| เตวีสติ สหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา สิริมา นาม สา นารี อุปสาโล นาม อตฺรโช ฯ |๘.๓๓| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา สิวิกายาภินิกฺขมิ อนูน ทสมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ @เชิงอรรถ: ๑ โป. ... ติตฺเถ ฯ |๘.๓๔| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต อโนมทสฺสี มหามุนิ วตฺตจกฺโก มหาวีโร สุทสฺสนุยฺยานมุตฺตเม ฯ |๘.๓๕| นิสโภ จ อโนโม จ อเหสุํ อคฺคสาวกา วรุโณ นามุปฏฺฐาโก อโนมทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ |๘.๓๖| สุนฺทรา ๑- จ สุมนา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต อชฺชุโนติ ปวุจฺจติ ฯ |๘.๓๗| นนฺทิวฑฺโฒ สิริวฑฺโฒ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา อุปฺปลา จ ๒- ปทุมา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๘.๓๘| อฏฺฐปณฺณาสรตนํ อจฺจุคฺคโต มหามุนิ ปภา นิทฺธาวตี ตสฺส สตรํสีว อุคฺคโต ฯ |๘.๓๙| วสฺส สตสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๘.๔๐| สุปุปฺผิตํ ปาวจนํ อรหนฺเตหิ ตาทิหิ วีตราเคหิ วิมเลหิ โสภติ ๓- ชินสาสนํ ฯ |๘.๔๑| โส จ สตฺถา อมิตยโส ยุคานิ ตานิ อตุลิยานิ สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ |๘.๔๒| อโนมทสฺสี ชิโน สตฺถา ธมฺมารามมฺหิ นิพฺพุโต ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป อุพฺเพโธ ปน วีสตีติ ฯ อโนมทสฺสิพุทฺธวํโส สตฺตโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ โป. สุนฺทรา จ สุนามา จ ฯ ม. ยุ. สุนฺทรี จ ฯ ๒ ม. ยุ. เจว ฯ@๓ ม. ยุ. โสภิตฺถ ฯ อฏฺฐโม ปทุมพุทฺธวํโส [๘] |๘.๕๒| อริฏฺฐสวฺหเย นคเร สิวิ นามาสิ ขตฺติโย นิสชฺช ปาสาทวเร เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ |๘.๕๓| ยงฺกิญฺจิ มานุสํ ทานํ อทินฺนํ เม น วิชฺชติ โยปิ ยาเจยฺย มํ จกฺขุํ ทเทยฺยํ อวิกมฺปิโต ฯ |๘.๕๔| มม สงฺกปฺปมญฺญาย สกฺโก เทวานมิสฺสโร นิสินฺโน เทวปริสาย อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยญฺญวาฏโต ฯ ยุ. ยญฺญวาฏโก ฯ ๒ ยุ. ทกฺขิเณยฺยํ ฯ ๓ ยุ. ยตฺถาหรติ@ภณฺฑกํ ฯ ๓ ม. ยุ. สกภุตฺตาปิ ฯ |๘.๕๕| นิสชฺช ปาสาทวเร สิวิ ราชา มหิทฺธิโก จินฺเตนฺโต วิวิธํ ทานํ อเทยฺยํ โส น ปสฺสติ ฯ |๘.๕๖| ตถนฺนุ วิตถนฺเนตํ หนฺท วีมํสยามิ ตํ มุหุตฺตํ อาคเมยฺยาถ ยาว ชานามิ ตํ มนํ ฯ |๘.๕๗| ปเวธมาโน ปลิตสิโร วลิคตฺโต ชราตุโร อนฺธวณฺโณ จ หุตฺวาน ราชานํ อุปสงฺกมิ ฯ |๘.๕๘| โส ตทา ปคฺคเหตฺวาน วามํ ทกฺขิณพาหุญฺจ สิรสฺมึ อญฺชลึ กตฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ |๘.๕๙| ยาจามิ ตํ มหาราช ธมฺมิก รฏฺฐวฑฺฒน ๑- ตว ทานรตา กิตฺติ อุคฺคตา เทวมานุเส ฯ |๘.๖๐| อุโภปิ เนตฺตา นยนา อนฺธอุปหตา ๒- มม เอกํ เม นยนํ เทหิ ตฺวํปิ เอเกน ยาปย ฯ |๘.๖๑| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา หฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส กตญฺชลี เวทชาโต อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ |๘.๖๒| อิทานาหํ จินฺตยิตฺวาน ปาสาทโต อิธาคโต ตฺวํ มม จิตฺตมญฺญาย เนตฺตํ ยาจิตุมาคโต ฯ |๘.๖๓| อโหเม มานสํ สิทฺธํ สงฺกปฺโป เม ๓- ปริปูริโต อทินฺนปุพฺพํ ทานวรํ อชฺช ทสฺสามิ ยาจเก ฯ |๘.๖๔| เอหิ สิวก อุฏฺเฐหิ มา ทนฺธยิ มา ปเวธยิ อุโภปิ นยนํ เทหิ อุปฺปาเฏตฺวา วณิพฺพเก ๔- ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. รฏฺฐวฑฺฒนํ ฯ ๒ ม. ยุ. อนฺธา อุปหตา มม ฯ ๓ ม. ยุ. เมสทฺโทนตฺถิ ฯ@๓ ยุ. นยเน ฯ ๔ ยุ. ติพฺพก ฯ |๘.๖๕| ตโต โส โจทิโต มยฺหํ สิวโก วจนงฺกโร อุทฺธริตฺวาน ปาทาสิ ตาลมิญฺชํว ยาจเก ฯ |๘.๖๖| ททมานสฺส เทนฺตสฺส ทินฺนทานสฺส เม สโต จิตฺตสฺส อญฺญถา นตฺถิ โพธิยาเยว การณา ฯ |๘.๖๗| น เม เทสฺสา อุโภ จกฺขุ อตฺตาปิ ๑- เม น เทสฺสิโย สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา จกฺขุํ อทาสหนฺติ ฯ สิวิราชจริยํ อฏฺฐมํ ฯ นวมํ เวสฺสนฺตรจริยํ🤖 AI จับคู่
Yāgudāyakattherassāpadānaṁ aṭṭhamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน