เนื้อความทั้งข้อ
[๒๐] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีนามเป็นมูลหรือ?
นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีนามเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะ มีนามเป็นมูล.
หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม?
รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีนามเป็นมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีนามเป็นมูลด้วย เป็น
นามด้วย.
ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
นามเป็นมูลหรือ?
นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะ
มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล.
หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด เป็นนาม?
รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีมูล
อย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลด้วย เป็นนามด้วย.
ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลหรือ?
มูลเหล่าใดที่เป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูล
อาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น-
*นามเป็นมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน.
หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด เป็นนาม?
ถูกแล้ว.
เยเกจิ นามา ธมฺมา สพฺเพ เต นามมูลกาติ✎ ร่าง
Ye keci nāmā dhammā, sabbe te nāmamūlakāti?
อเหตุกํ
นามํ น นามมูลกํ สเหตุกํ นามํ นามมูลกํ ฯ✎ ร่าง
Ahetukaṁ nāmaṁ na nāmamūlakaṁ. Sahetukaṁ nāmaṁ nāmamūlakaṁ.
เย วา ปน
นามมูลกา สพฺเพ เต ธมฺมา นามาติ✎ ร่าง
Ye vā pana nāmamūlakā, sabbe te dhammā nāmāti?
อ้างอิงPTS 1.21
นามสมุฏฺฐานํ รูปํ นามมูลกํ
น นามํ นามํ นามมูลกญฺเจว นามญฺจ ฯ✎ ร่าง
Nāmasamuṭṭhānaṁ rūpaṁ nāmamūlakaṁ, na nāmaṁ. Nāmaṁ nāmamūlakañceva nāmañca.
เยเกจิ นามา ธมฺมา
สพฺเพ เต นามมูเลน เอกมูลกาติ✎ ร่าง
Ye keci nāmā dhammā, sabbe te nāmamūlena ekamūlakāti?
อเหตุกํ นามํ นามมูเลน น
เอกมูลกํ สเหตุกํ นามํ นามมูเลน เอกมูลกํ ฯ✎ ร่าง
Ahetukaṁ nāmaṁ nāmamūlena na ekamūlakaṁ. Sahetukaṁ nāmaṁ nāmamūlena ekamūlakaṁ.
เย วา ปน
นามมูเลน เอกมูลกา สพฺเพ เต ธมฺมา นามาติ✎ ร่าง
Ye vā pana nāmamūlena ekamūlakā, sabbe te dhammā nāmāti?
นามสมุฏฺฐานํ
รูปํ นามมูเลน เอกมูลกํ น นามํ นามํ นามมูเลน เอกมูลกญฺเจว
นามญฺจ ฯ✎ ร่าง
Nāmasamuṭṭhānaṁ rūpaṁ nāmamūlena ekamūlakaṁ, na nāmaṁ. Nāmaṁ nāmamūlena ekamūlakañceva nāmañca.
อ้างอิงสยามรัฐ 38.16
เยเกจิ นามมูเลน เอกมูลกา ธมฺมา สพฺเพ เต นามมูเลน
อญฺญมญฺญมูลกาติ✎ ร่าง
Ye keci nāmamūlena ekamūlakā dhammā, sabbe te nāmamūlena aññamaññamūlakāti?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 117.21
มูลานิ ยานิ เอกโต อุปฺปชฺชนฺติ นามมูลานิ
เอกมูลกานิ เจว อญฺญมญฺญมูลกานิ จ อวเสสา นามมูลสหชาตา
ธมฺมา นามมูเลน เอกมูลกา น จ อญฺญมญฺญมูลกา ฯ✎ ร่าง
Mūlāni yāni ekato uppajjanti nāmamūlāni ekamūlakāni ceva aññamaññamūlakāni ca. Avasesā nāmamūlasahajātā dhammā nāmamūlena ekamūlakā, na ca aññamaññamūlakā.
เย วา ปน
นามมูเลน อญฺญมญฺญมูลกา สพฺเพ เต ธมฺมา นามาติ: อามนฺตา ฯ✎ ร่าง
Ye vā pana nāmamūlena aññamaññamūlakā, sabbe te dhammā nāmāti? Āmantā.
—
1.2.1.4.4. Mūlamūlakanaya